Wiki review


รีวิว Two Point Hospital 
โรงพยาบาลอลวนผู้คนอลเวง

*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Two Point Studios ⁄ SEGA Games Co., Ltd. มา ณ โอกาสนี้ครับ
**เกมฉบับ PS4 ขายบนสโตร์ไทยในราคา 1‚170 บาท

ช่วงปี 1990-2000 สำหรับผมแล้วถือว่ามันเป็นยุคทองของเกมแนว construct and management simulation หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่าเกม สร้างและบริหารจัดการเมืองก็ได้ ชื่อของเกมอย่าง Sim City หรือ Theme Park ก็ได้กลายเป็นตำนานของวงการเกมในตอนนั้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน Two Point Hospital เป็นเกมที่จะพาคุณย้อนอดีตกลับไปหาเกมเพลย์ของเกมแนวเดียวกันในยุคนั้นและเสริมด้วยมุขตลกร่วมสมัยอีกนิดหน่อย เราก็จะได้สูตรสำเร็จของเกมที่ทำให้คุณนั่งเล่นได้เพลินจนวางไม่ลงแล้ว


3.jpg (313 KB)

หากจะถามว่าเสน่ห์ของเกมในแนวนี้อยู่ที่ตรงไหน สำหรับผมคงต้องบอกว่าความ “ปลายเปิด” และความ “เรื่อยเฉื่อย”ของมัน ที่ให้อิสระผู้เล่นได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ บนข้อจำกัดของเกมที่มีไม่มาก ด้วยจังหวะสบาย ๆ ไม่เร่งเร้า ที่อาจจะแตกต่างจากเกมยุคปัจจุบันซึ่งมักต้องการให้ผู้เล่นมีปฏิกริยาตอบสนองที่แม่นยำฉับไว แต่การเล่นเกมแนวนี้ทำให้เรา “ชิลล์” ได้จริง ๆ

ในเกมเราจะได้รับบทผู้กำกับดูแลกองทุน Two Point ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับสาธารณสุข ทำให้เราต้องดำเนินการสร้างโรงพยาบาลในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยแปลกประหลาดของชาวเมือง โดยในช่วงแรก โรงพยาบาลของเราจะไม่มีความซับซ้อน มีพื้นที่เป็นตึกโล่ง ๆ แล้วให้เราออกแบบบริหารจัดการเองว่า จะใช้พื้นที่นั้นสร้างเป็นห้องสำหรับใช้งานรูปแบบไหน

หน้าที่หลักของโรงพยาบาลที่เราคิดออกแน่นอนว่าก็ไม่พ้นการรักษาคนไข้ ซึ่งการจะทำให้โรงพยาบาลทำงานได้ก็ต้องมีจุดเริ่มต้นเป็นแผนกรับผู้ป่วยที่คอยรับหน้าผู้คนที่แวะมา ต่อด้วยห้องตรวจทั่วไปซึ่งจะเป็นห้องวินิจฉัยโรคว่าคนไข้มีอาการยังไงจัดการได้ยากมากน้อยแค่ไหน ต่อจากนั้นคือห้องจ่ายยาที่เอาไว้แจกจ่ายยาเพื่อรักษาอาการคนไข้แต่ละคน โดยเบื้องต้นแล้วถ้าเจ็บป่วยทั่วไปทุกอย่างก็จบลงไม่เกินขั้นตอนนี้ ทุกคนไข้ที่โรงพยาบาลรักษาหาย เราก็จะได้รายรับมาพัฒนาโรงพยาบาลของเราต่อไป


1.jpg (293 KB)

สิ่งที่ผู้เล่นต้องทำคือสร้างห้องต่าง ๆ ขึ้นมาให้เหมาะสมกับการใช้งาน และเลือกบุคคลากรที่ถูกต้องสำหรับห้องนั้น ๆ เช่นห้องตรวจทั่วไปใช้หมอ แผนกต้อนรับใช้พนักงานธุรการ และห้องจ่ายยาใช้พยาบาล แต่เมื่อเกมดำเนินต่อไปความซับซ้อนของโรคที่เราจะพบเจอก็ยากขึ้นตาม นั่นคือจะมีโรคชนิดใหม่ ๆ เกิดขึ้น และเราต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับมัน เช่น ห้องสำหรับรักษาอาการทางจิต ห้องสำหรับรักษาโรคระบาด ห้องกายภาพบำบัด หรือต้องมีหอพักผู้ป่วยที่มีเตียงเพียงพอสำหรับรับคนไข้ที่จะนอนโรงพยาบาล ฯลฯ ซึ่งแต่ละห้องภายในบรรจุอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เหมาะสมเอาไว้ แต่นอกจากทรัพยากรจะต้องพร้อมแล้ว เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลก็จะต้องมีความพร้อมหรือเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้วย เช่น หมอไม่ได้ตรวจรักษาคนไข้จิตเวชได้ทุกคน หากเราต้องการมีหมอที่มีความสามารถในด้านนี้ ก็ต้องส่งหมอไปอบรมเพิ่มเติมหรือเรียนเสริมความรู้ ซึ่งเราจะต้องจ่ายด้วยเวลาและเงินทอง คือหมอก็ต้องไปนั่งเรียนและโรงพยาบาลก็ต้องออกทุนให้

เมื่อมีผู้มาใช้งานโรงพยาบาลมากเข้า คนไข้ก็ไม่ได้ต้องการแค่การรักษาที่มีประสิทธิภาพ ความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อยของโรงพยาบาลก็มีส่วนสำคัญ แม้แต่การตกแต่งโรงพยาบาลให้สวยงามด้วยเครื่องประดับชนิดต่าง ๆ หรือการขายอาหารภายในบริเวณโรงพยาบาลจะช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับเหล่าคนไข้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดความสกปรกจนทำให้เราต้องจ้างนักการภารโรงจะคอยดูแลทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ อยู่เสมอ และพวกเขาจะทำหน้าที่ซ่อมแซมอุปกรณ์ของโรงพยาบาลที่เสียหายเนื่องจากทำงานหนัก คอยอัปเกรดเครื่องมือให้ทันสมัย ไปจนถึงคอยปราบผีที่เกิดจากคนไข้เสียชีวิตในโรงพยาบาลด้วย


4.jpg (203 KB)

นอกจากการบริหารให้ทุกอย่างในโรงพยาบาลราบรื่นแล้ว เกมยังคอยจัดอีเวนต์พิเศษเพื่อทดสอบความพร้อมของเราเป็นระยะ เช่น ส่งคนจากราชการมาตรวจคุณภาพโรงพยาบาล ส่งคนไข้โรคประหลาดที่เพิ่งพบใหม่มาให้เรารักษาทีละจำนวนมาก ๆ เหตุการณ์เหล่านี้คาดหมายไม่ได้และเราต้องพยายามเตรียมการทุกอย่างเอาไว้ให้มากที่สุด แน่นอนว่าเมื่อคุณผ่านมันไปได้ก็จะได้รางวัลตอบแทนเช่นเป็นเงินทุน, เทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือเป็นเครื่องประดับตกแต่งสถานที่ให้โรงพยาบาลของคุณสวยงามครบวงจรมากขึ้น

จุดที่ผมชอบมากที่สุดของเกม คือมันทำให้เรามองขั้นตอนการทำงานของโรงพยาบาลแต่ละแห่งได้อย่างมีมิติ เกมไม่ได้ตื้นเขินขนาดให้เราสร้างห้อง จับหมอหรือพยาบาลเข้าไปเฝ้าประจำห้องนั้น แล้วปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินการไปตามยถากรรม บุคคลากรทางการแพทย์เหล่านี้เป็นคน พวกเขาเหนื่อยได้และต้องการพักผ่อน มีความชอบไม่ชอบ และลักษณะนิสัยที่ไม่เหมือนกัน บางคนชอบต้นไม้ บางคนเหนื่อยง่าย บางคนสร้างขวัญและกำลังใจให้เพื่อนร่วมงานได้ดี เราควรคัดเลือกคนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเราต้องมีห้องให้พวกเขาได้พักอย่างเหมาะสม แต่ระหว่างที่พวกเขาพักเราก็จะสูญเสียแรงงานและต้องหาคนมาประจำตำแหน่งที่ขาดหายไปทดแทน รวมถึงเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลด้านต่าง ๆ ที่ได้รับการฝึกอบรมให้มีทักษะมากขึ้นก็จะขอค่าตอบแทนสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งแน่นอนมันกระทบกับเงินทุนของโรงพยาบาลและเราต้องบริหารจัดการมัน


5.jpg (306 KB)

และสุดท้ายจุดที่ผมคิดว่าเป็นลูกเล่นเล็ก ๆ น้อยของเกม คือมุขตลกเสียดสีสังคมทั้งหลายที่เกมแทรกมา เริ่มจากอาการเจ็บป่วยของคนไข้ บางคนมีอาการที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Light-head หรือแปลไทยว่าวิงเวียนศรีษะ แต่ในเกมเพื่อให้เข้าใจง่าย เราจะเห็นคนไข้มีหัวเป็นหลอดไฟเดินทั่วโรงพยาบาลแทน หรือคนไข้ป่วยเป็นโรคระบาด Pandemic คนไข้ก็จะมีกระทะครอบหัว ซึ่งดูแล้วก็พอให้ยิ้มมุมปากได้บ้าง

รวมไปถึงเสียงประกอบในโรงพยาบาลที่ส่วนใหญ่จะเป็นดนตรีฟังสบาย จู่ ๆ ก็จะมีเสียงประชาสัมพันธ์ออกมาด้วยประโยคฮา ๆ เช่น “รักษาดีไม่ฟรีนะคะ” หรือ “คณะตรวจโรงพยาบาลมาแล้ว กรุณาทำให้พวกเขาพึงพอใจก่อนดูแลคนไข้นะคะ” ซึ่งมันชัดเจนว่าเสียดสีระบบสาธารณสุขเพื่อการค้าที่เน้นผลกำไรมากกว่าศีลธรรม ที่ส่วนตัวผมว่ามันก็น่ารักดี

โดยรวมแล้วนี่คือเกมที่คุณต้องลงไป micro management หลายสิ่งหลายอย่างในโรงพยาบาลเยอะมาก แต่มันก็อาจจะทำให้คุณได้เห็นความเหนื่อยยากที่อยู่เบื้องหลังบุคคลากรด้านสาธารณสุขทุกภาคส่วนเช่นกัน ผมคิดว่ามันเป็นเกมดีที่ให้ข้อคิด เล่นได้เพลิน ๆ ไม่วุ่นวายเหมือนเกมที่เรียกร้องทักษะชั้นสูงของผู้เล่นอย่างเกมแอคชันหรือเกมยิง  นี่คือหมากกระดานที่ช่วยขัดเกลาความเฉียบคมและมองทุกอย่างให้ลึกกว่าเดิมได้ น่าหามาเล่นครับ

คะแนน 8/10

Post by [coolerist]
TOP