Wiki review


NIOH 2: REVIEW 

การผจญภัยของ Yokai สร้างชาติ

 

*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Sony Interactive Entertainment มา ณ โอกาสนี้

 

เมื่อพูดถึง Nioh ผมนึกถึงเกมที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าเคยมีซามูไรผิวสีที่รับใช้ขุนศึกโอดะ โนบุนากะ และชาวตะวันตกอย่างวิลเลียม ก็มีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างชาติญี่ปุ่น ฉะนั้น Nioh ภาคแรกเป็นเกมที่ดีมากเกินกว่าที่เราจะพูดเน้นแค่ตัวเกมเพลย์ (ซึ่งก็ดีงามมากพอกัน) เพียงอย่างเดียว  แต่มันคือเกมที่ชวนตั้งคำถามว่าถ้าคุณมีทุนทางวัฒนธรรม ทั้งประวัติศาสตร์ ตำนาน หรือแม้แต่เรื่องของผีในประเทศมากมาย ทำไมจะไม่ใช้มันมาสร้างให้เป็นงานที่ทั้งบันเทิงแล้วก็ได้เงินเข้ากระเป๋าด้วยล่ะ?

เมื่อฝรั่งยังช่วยสร้างชาติญี่ปุ่นมาแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาที่ Yokai จะได้ออกผจญภัยเพื่อนำสมดุลย์กลับสู่แผ่นดินที่คลุ้งกลิ่นคาวเลือดบ้างแล้ว


ก่อนอ่านรีวิวนี้ ขอให้รู้ว่าคุณกำลังอ่านรีวิวของคนที่...


- เล่น Nioh ภาคแรก และภาค 2 จบ (แบบรีบเร่ง ไม่ได้เน้นทำเควสหาความลับใด ๆ)

- อาวุธหลักที่ใช้คือเคียวยักษ์ Switchglaive

- เน้นปั๊มค่า Magic  ก่อนที่จะรู้ตัวทีหลังว่าไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นเท่าไร

- ใช้ร่าง Yokai แค่แบบ Phantom เท่านั้น

และนี่คือประสบการณ์ที่ผมอยากมาเล่าเกี่ยวกับ Nioh 2 ครับ

 
Nioh Review 1.jpg (698 KB)
ภาพขนาดเต็ม


Nioh 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร


Nioh 2 ยังคงมีฉากหลังเป็นมหาสงครามเพื่อการรวมชาติญี่ปุ่น คือช่วงเซ็งโงกุ ซึ่งเราคงไม่ต้องอธิบายชื่อนี้กันเยอะ เพราะเป็นยี่ห้อที่ติดตลาดมานานแล้ว โดยเรื่องราวของภาคแรกก็จะโฟกัสที่พระเอกชาวตะวันตกคือวิลเลียมได้จับพลัดจับผลูกลายมาเป็นหนึ่งในผู้ช่วยรวมชาติญี่ปุ่นจนสำเร็จภายใต้การนำของฮิเดโยชิ

สำหรับเรื่องราวของภาคนี้ ในตอนแรกที่ผมได้ดูตัวอย่างที่ปล่อย ๆ ออกมา ผมแอบผิดหวังเล็กน้อยที่ภาคสองจะเน้นกลับไปเล่าเรื่องราวก่อนหน้า โดยที่ตัวเอกจะได้เป็นหนึ่งในทหารผู้ติดตามของขุนศึกนามกระฉ่อนที่ใครก็จองให้เป็นตัวร้ายอย่างโอดะ โนบุนากะ แต่ในใจก็คิดว่าคงเพราะเรื่องราวของวิลเลียมมันเป็นจุดพีคสุด ๆ ของช่วงเซ็งโงกุไปแล้ว  มันคงจะหาช่วงประวัติศาสตร์ที่เข้มข้นหลังจากนั้นยาก

แต่พอเล่นจนจบ โอโห ไม่ใช่ครับท่าน สิ่งที่เราเห็นจากตัวอย่างจะเรียกว่าน้ำจิ้มก็ยังพูดได้ไม่เต็มปาก ผมให้มากสุดแค่เป็นน้ำเปล่าไว้ล้างคอก่อนเตรียมเจอมื้อใหญ่ เพราะ Nioh 2 เหมือนเป็นการแต่งขยายเรื่องราวแฟนตาซีของ Yokai ให้ใหญ่ยิ่งขึ้น โดยคราวนี้เราจะได้รู้ที่มาที่ไป และเห็นมิติหลายด้านของ Yokai ในเกม  รวมถึงได้เล่นเป็นตัวเอกที่เป็นลูกครึ่ง Yokai เลยทีเดียว และฉากหลังช่วงประวัติศาสตร์ก็ยังคงเข้มข้นเหมือนเคย

สิ่งที่ต้องขอชมตั้งแต่เปิดเกมเลยก็คือ ช่วงของการสร้างตัวละครที่เกมมีการใส่ลูกเล่นได้ฉลาดมาก คือการใส่เสียงของพ่อและแม่เวลาเราเลือกอวัยวะส่วนไหนก็ตาม และตัวเลือกของการปรับแต่งก็มีไม่น้อยจนเชื่อว่าต้องมีคนเสียเวลาเป็นชั่วโมงไถลูกตา เลื่อนคิ้ว ทุบโหนกไปมา กว่าจะได้ตัวละครที่โดนใจจริง ๆ แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ ตัวเอกของเราถูก mute เสียงทั้งเรื่อง ซึ่งอันที่จริงผมไม่ค่อยมีปัญหากับเรื่องนี้มากเท่าไร หากเกมสามารถสร้างเนื้อเรื่องมารองรับเหตุผลนี้ได้ แต่พอเล่นจนจบรอบแรกเหมือนผมจะไม่เห็นคำอธิบายเรื่องนี้ผ่านตาสักครั้ง ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าเกมมีอธิบายไว้ที่ไหนสักที่แต่ผมพลาดเอง หรือไม่ทีมผู้สร้างก็ตีมึนเรื่องนี้ไปเลย

สิ่งที่ต้องชมต่อมาก็ยังคงเป็นไอเดียของการใช้วิญญาณสัตว์ที่ภาคแรกทำไว้ได้ดีมาก แล้วภาคนี้จำนวนก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย ถ้ามองในแง่เนื้อเรื่องแล้ว วิญญาณสัตว์ก็สามารถตีความได้หลากหลาย มันอาจจะเป็นจิตวิญญาณที่สะท้อนบุคลิกหรือเจตจำนงของคน ๆ นั้น แม้แต่พวก Yokai เอง ก็สามารถตีความได้ว่าเป็นการเปรียบเทียบกับด้านมืดในจิตใจของผู้คน ยิ่งมีความเกลียดชังมาก มีสงครามมาก Yokai ที่ชั่วร้ายก็ยิ่งมีพลังอำนาจมากขึ้น

การเล่าเรื่องในเกมยังคงใช้วิธีเล่าผ่านคัตซีนเป็นหลัก แต่ที่มีน้ำหนักมากพอกันคือการเล่าเรื่องผ่านข้อความ โดยเฉพาะข้อความก่อนเริ่มภารกิจซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะมันจะทำให้คุณรู้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน จึงอยากบอกแค่ว่าถ้าคุณจะหวังพึ่งการเสพเรื่องราวจากคัตซีนอย่างเดียว อาจทำให้ได้รับอรรถรสของเกมได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหนวยนัก


Nioh Review 2.jpg (165 KB)
ภาพขนาดเต็ม


มีตัวละครในประวัติศาสตร์ได้ออกมาโลดแล่นหลายตัว ซึ่งส่วนใหญ่เกมจะให้เรารู้เรื่องราวของพวกเขาเมื่อมีการส่งมอบวิญญาณสัตว์ให้กับเราแล้ว โดยจะเป็นการเล่าที่ใช้สไตล์ภาพวาดซึ่งทำได้ดีครับ แต่เนื่องจากตัวละครในประวัติศาสตร์ที่เกมใส่เข้ามามีเยอะมาก ทำให้อาจเกิดอาการสับสนว่าใครเป็นใคร ต้องพยายามไล่เรียงที่มาที่ไปให้ดี จุดที่อยากติก็คือ ตัวละครประวัติศาสตร์บางตัวพอบทจะให้จบ ก็จบเอาดื้อ ๆ รวมถึงความไม่สมเหตุสมผลบางอย่างของตัวละครเอก ที่ทำให้เราตั้งคำถามว่าทำไมพี่ไม่ทำแบบนั้นไปตั้งแต่แรก

สำหรับตัวละครที่ถือเป็นสหายอีกสองตัวที่โผล่ในฉากเปิดเกม บอกตามตรงว่าผมไม่ค่อยอินกับตัวละครหญิงคือ Mumyo เท่าไร และเหตุผลหลัก ๆ ก็คือเกมออกแบบให้เรามีฟังก์ชันร่วมกับเธอน้อยเกินไป คือมีหน้าที่แค่ให้ของกับช่วยสู้เป็นครั้งคราว ซึ่งมันเป็นข้อจำกัดของเกมประเภทนี้ที่จะให้ AI ผู้ช่วยมาเกินหน้าเกินตามากไม่ได้ ทำให้มันมีฉากตลก ๆ เช่นเวลาร่วมทีมกันแล้วเจอบอสทีไร เจ๊ก็จะมีเหตุให้ตัวเองต้องโดนบอสเล่นให้ออกจากสนามไปก่อน แล้วก็เหลือเราสู้เพียงลำพังเสมอ ความจริงตัวละคร Tokichiro ที่เป็นเพื่อนเราอีกคนก็คล้ายกัน แต่รายนี้เขามีบทบาทให้เล่นในเนื้อเรื่องที่สำคัญ (โคตร ๆ) แล้วพอได้เห็นฉากจบจริง ๆ ก็ต้องยอมรับว่าแอบทึ่งเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเนื้อเรื่องเกมมันสุดยอดหรือไม่เคยมีเกมไหนหักมุมได้ขนาดนี้มาก่อน แต่ผมทึ่งและแอบอิจฉาที่บ้านเขามีความใจกว้างมากพอที่สามารถนำบุคคลในประวัติศาสตร์มาตีความได้ไกลขนาดนี้

 
Nioh Review 3.jpg (713 KB)
ภาพขนาดเต็ม


ระดับความยาก หากคุณเป็นมือใหม่


สิ่งที่อยากแนะนำเป็นอันดับแรกคือ หากคุณมีเดโมเกมนี้ในเครื่อง ก็ลองโหลดมาชิมลางดูก่อน และหากคุณรู้สึกไม่ถูกจริตกับเกมตระกูล Souls เป็นทุนเดิม ก็มีโอกาสสูงที่คุณจะไม่ชอบเกมนี้  เพราะมันอาศัยหลักการเดียวกัน นั่นคือคุณจะต้องเรียนรู้ผ่านการตายซ้ำแล้วซ้ำอีก บอสแต่ละตัวจะหวดคุณจนกว่าคุณจะจำท่าโจมตีพวกมันได้ ต้องบริหารค่า Stamina (KI) เป็น จับจังหวะเข้าฟัน ป้องกัน กลิ้งหลบ เติมพลังชีวิต และสำหรับ Nioh สิ่งที่คุณจะต้องเรียนรู้จนฝังเข้าไปในสัญชาตญาณเลยก็คือการใช้ท่า Ki Pulse ซึ่งเป็นท่าที่คุณต้องใช้ต่อกรกับ Yokai ในเกม เพราะศัตรูพวกนี้จะมีความสามารถในการสร้างพื้นที่ที่เรียกว่า Yokai Realm ขึ้นมา ซึ่งผลของมันก็คือ จะทำให้ Ki ของคุณฟื้นตัวช้ามาก พูดได้เลยว่าการใช้ Ki Pulse ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นหลักสูตรภาคบังคับที่ต้องใช้เพื่อเล่นเกมนี้ ยกเว้นคุณจะเป็นพวกนิวมิวแตนท์

ความซับซ้อนยังไม่จบลงแค่นั้น ยังมีเรื่อง Stance ที่ผู้เล่นจะต้องทำความเข้าใจเหมือนกัน Stance ก็คือท่าโจมตีที่เราเลือกได้ว่าจะตั้งท่าเตรียมโจมตีแบบเบา กลาง หรือหนัก ขึ้นอยู่กับว่าคุณสู้อยู่กับอะไร แต่ในทางปฏิบัติจริงแล้ว เชื่อว่าหลายคนก็จะยึด Stance เดียวไปจนกว่าจะเจอบอสหวดจนต้องกลับมาคิดหาวิธีใหม่อย่างจริงจัง

ความปรานีที่เกมพอจะมีให้ก็คือ ระหว่างการเล่นทุกภารกิจ เราจะเห็นซากอาวุธชุดเกราะสีน้ำเงินอยู่ทั่วไป ซึ่งเราสามารถปลุกซากพวกนั้นขึ้นมาเป็น AI ให้ช่วยไปรับมือรับเท้าศัตรูแทนเราได้ และข้อแนะนำสำหรับมือใหม่ก็คือ ปืนกับธนูของเกมนี้มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

Nioh Review 4.jpg (521 KB)
ภาพขนาดเต็ม


ระดับความยาก สำหรับคนเคยผ่านซีรีส์ Souls Sekiro Bloodborne มาแล้ว


ตอนที่ผมเล่นจนผ่านไปประมาณครึ่งหนึ่งของเกม ผมยังคิดอยู่ว่าความยากของ Nioh 2 ก็ยังไม่เท่า Sekiro และอาจจะน้อย ๆ กว่า Nioh ภาคแรกด้วยซ้ำ อาจจะเหนือกว่าตระกูล Souls เพราะว่ามีจังหวะของ Combat ที่ว่องไวกว่า แต่พอหลังจากกลางเกมเป็นต้นไป ผมเริ่มไม่แน่ใจ เพราะรู้สึกว่าอยู่ดี ๆ ความยากมันก็ก้าวกระโดดขึ้นมาเฉย ๆ ผมเริ่มเจอบอสหลายตัวที่สามารถตีเราสองทีตายได้ และเริ่มใช้เวลาสู้กับบอสนานรอบมากขึ้น ซึ่งจุดนี้ผมไม่แน่ใจว่าด้วยความที่ผมเร่งเล่นภารกิจหลัก โดยไม่ได้ใช้เวลาไปอัปของ แถมยังเล่นเป็นสายเวทหรือเปล่า เลยทำให้ความรู้สึกว่ายากมันยิ่งทวีคูณ

พูดแบบรวบตึงเลยก็คือตั้งแต่กลางเกมเป็นต้นไป บอสจะยิ่งไต่ระดับความยากขึ้นจนกระทั่งตัวสุดท้าย ซึ่งในแง่การออกแบบผมคิดว่าเกมมันก็ควรจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว แต่อีกแง่หนึ่งผมกลับเห็นว่าพวกบอสที่มาแบบเล่นใหญ่ ตัวมหึมากลับหาทางปราบได้ง่ายกว่าพวกไซส์มนุษย์ด้วยกัน เพราะพวกนี้จะมีจุดอ่อนที่ชัดเจนมาก ในขณะที่บอสแบบพวกร่างมนุษย์หรือ Yokai ที่ตัวไม่ใหญ่มากจะมีชั้นเชิงมากกว่า และการโจมตีใส่จุดอ่อน (บอสแทบทุกตัวจะมีจุดอ่อนเป็นศิลาวิญญาณสีเหลืองติดอยู่ตามตัว) ก็ต้องอาศัยจังหวะจนบางครั้งก็ทุลักทุเลเอาการ

ส่วนความยากอีกแบบที่ผมคิดว่าแฟน ๆ Soulsborne หรือ Sekiro น่าจะเจ็บกันมาจนชินแล้ว ก็คือพวกมุกซ่อนตัวต่าง ๆ เช่นเป็นอีแอบอยู่หลังถังน้ำมัน พวก Yokai ที่ห้อยโหนบนฝ้า หรือพวกเทคนิคลอบกัดจากมุมอับทั้งหลาย ขอบอกว่าคุณจะเจออะไรแบบนี้อีกเพียบแน่นอน แต่สิ่งที่จะช่วยคุณได้นอกจากหมุนกล้องส่องไปมาก็คือ เวทมนต์ที่จะช่วยทำให้ mini map ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถตรวจจับที่อยู่ของศัตรูได้แม้จะซ่อนอยู่ก็ตาม ซึ่งผมก็แนะนำว่าให้พกติดตัวไว้ก็จะดีมาก

จนเมื่อจบเกม ผมขอสรุปว่า Nioh 2 ยากกว่าภาคแรกเล็กน้อย หายใจรดต้นคอ Sekiro ไม่ไกล ถึงมันจะมีระบบที่ดูซับซ้อน แต่พลังของพวก Yokai ผสมกับพวกเวทมนต์ต่าง ๆ ก็มีส่วนทำให้เกมง่ายขึ้น

แต่ถ้าคุณคิดว่ามันไม่ท้าทายพอ เกมก็จะมีภารกิจแบบ Twilight Mission ให้เล่น ให้คุณเข้าไปเจอศัตรูที่โหดขึ้น ตีแรงมากขึ้น พร้อมของรางวัลที่ดีกว่าเดิม แล้วเมื่อคุณจบเกมรอบแรกแล้ว ก็จะมีระดับความยากใหม่เพิ่มขึ้นมาให้เล่นด้วย

สิ่งที่ Nioh ทั้งสองภาคง่ายกว่าพวกเกมตระกูล Soulsborne Sekiro แน่ ๆ คือเรื่องฉากครับ ใครที่เล่นเกมพวกนี้มาจะรู้ว่า ของที่มันโหดหินพอ ๆ กับศัตรูก็คือการหาทางไปต่อนี่แหละ แต่ Nioh เป็นเกมที่ดำเนินเนื้อเรื่องเป็นภารกิจ ๆ ไป ไม่ใช่ Open World เต็มตัว ซึ่งมันจะทำให้คุณหลงทางยากมาก ๆ แถมตัว Mini Map ยังมีบอกทางไปชัดเจน

 
Nioh Review 5.jpg (477 KB)
ภาพขนาดเต็ม


ความประทับใจในแง่เกมเพลย์


Nioh 2 เป็นการอัดเอาทุกอณูของความเป็น RPG ใส่ในแก้ว แบบแค่ยกซดช็อตเดียวก็ซึ้งถึงใจ นอกจากการเลือกสร้างตัวละครได้เองแล้ว เรายังสามารถเลือกแปลงร่าง Yokai ของเราได้ถึง 3 แบบ ซึ่งจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งสายเน้นพลังโจมตี สายเน้นความไว หรือสายเน้นโจมตีไกลเป็นหลัก ไม่ต้องพูดถึงอาวุธที่มีให้เลือกเยอะมาก และแต่ละชิ้นก็มีเส้นทางการอัปเกรดของตัวเอง อยากจะ Build สายไหน เกมก็มีรองรับได้ครอบคลุม

อีกเรื่องที่ไม่พูดไม่ได้เลยคือ Yokai ในเกมครับ คือพี่เล่นขนกันมาทั้งป่าช้าเลยหรือเปล่า Nioh 2 จะมี Yokai ให้คุณเลือกสรร ทั้งของภาคเก่าและภาคใหม่ ขนาดผมเล่นไปจนภารกิจท้าย ๆ ก็ยังมี Yokai ตัวใหม่ ๆ โผล่ออกมาให้เห็น ซึ่งนอกจากแต่ละตัวจะมีท่าและวิธีการรับมือแตกต่างกันแล้ว สิ่งสำคัญคือทุกตัวจะมี Soul Core ของมันเอง พูดง่าย ๆ ก็คือเราสามารถเอาพลังของ Yokai ที่เป็นเจ้าของ Soul Core นั้น ๆ มาใช้ได้ ยิ่งทำให้การสร้าง Build ของตัวละครที่มันมีทางเลือกเยอะอยู่แล้ว ยิ่งหลากหลายเข้าไปอีก และความเจ๋งอีกอย่างคือ เมื่อเราเก็บ Soul Core ของ Yokai ตัวใดตัวหนึ่งเป็นครั้งแรก เราจะได้ยินภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่อง แต่เมื่อเราเก็บ Soul Core ของมันซ้ำเรื่อย ๆ เราก็จะเข้าใจสิ่งที่มันพูดได้ด้วย ส่วนนี้ไม่มีอะไรจะหักจริง ๆ ครับ ยอดเยี่ยมมาก

บอสหลายตัวก็ออกแบบมาได้น่าประทับใจเช่นกัน บางตัวก็มีความน่ากลัว ความเท่ปนสยอง หรือจะมาแบบแนวแอบฮาก็มีเหมือนกัน แต่ไม่ต้องห่วงครับ ที่ทุกตัวมีเหมือนกันคือยากทุกตัว

 
Nioh Review 6.jpg (104 KB)
ภาพขนาดเต็ม


อะไรที่รู้สึกว่าขัดใจ


ผมรู้สึกว่าเกมมีการเอา Asset เดิม ๆ ของภาคก่อน บ้าน ประตู กำแพง ผนัง มาประกอบเป็นฉากในเกมนี้ค่อนข้างเยอะมาก แต่สิ่งที่พอหยวน ๆ ให้ได้หน่อยคือ ถึงจะดูซ้ำซากแต่ภารกิจก็มีการออกแบบให้มีธีมที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างชัด ๆ เช่น ด่านนี้จะเน้นการใช้เส้นทางใต้ดินเพื่อหลบการโจมตีด้วยปืนใหญ่ ด่านนี้จะเล่นกับไฟก็ต้องมีน้ำไว้ดับไฟ  ด่านนี้อาศัยการเปิดกลไกเพื่อเข้าถึงส่วนต่าง ๆ ทำให้การใช้ Asset ซ้ำ ๆ ยังพอที่จะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ได้บ้าง แต่ถึงแบบนั้นผมก็รู้สึกว่างานออกแบบฉากช่วงท้าย ๆ ของเกมมันไปคล้ายกับฉากช่วงท้าย ๆ ของเกมภาคแรกหลายจุดเหมือนกัน

Soul Core ที่เราเก็บได้มากมายมหาศาลจาก Yokai เมื่อผมลองใส่แล้วเอามาใช้จริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันก็มีแค่ไม่กี่อย่างที่จะเหมาะมือกับเราจริง ๆ ซึ่งจุดนี้ผมไม่ได้กำลังจะบอกว่ามันมีของเยอะแต่ไม่มีคุณภาพ ผมคิดว่ามันจะต้องอาศัยระยะเวลาระดับหนึ่งกว่าที่ผู้เล่นจะเรียนรู้และทดลองใช้จนมันเกิดประสิทธิภาพได้จริง ๆ เราถึงจะฟันธงได้ว่ามันดีจริงหรือเปล่า  ซึ่งเป็นเรื่องปกติของหลาย ๆ เกม ที่ตอนแรกผู้เล่นก็ไม่รู้ว่าจำนวนท่าที่ใส่เข้ามาเอาไปใช้ทำอะไรบ้าง แต่พอเวลาผ่านไป ฝีมือผู้เล่นที่พัฒนาขึ้นก็เอาท่าพวกนี้มาใช้โชว์เทพบน YouTube ให้เห็นกันมากมาย

อีกเรื่องที่ขัดใจนั้นมามาจากรสนิยมดั้งเดิมของผมเอง ตั้งแต่เกมตระกูล Souls ทุกภาคถ้ามันมีให้เล่นเป็นนักเวท ผมก็จะยืนพื้นเป็นนักเวทตลอดมา แต่ถ้าคุณคิดจะมาเล่นนักเวทใน Nioh คุณต้องปรับทัศนคติตัวเองครั้งใหญ่ โอเค มันมีเวท Onmyo ที่ก็สามารถยิงไฟ น้ำ สายฟ้าได้ตามเรื่องตามราว ซึ่งบางเวทก็แรงดีถ้าคุณปั๊มแต้มให้ Magic เยอะหน่อย แต่ขอย้ำตรงนี้ว่ายังไงการพึ่งแต่เวทจนจบเกมมันแทบเป็นไปไม่ได้ หรือถ้าทำได้ก็ลำบากมาก ๆ เพราะระบบเกมมันเหมือนออกแบบมาให้คุณต้องเข้าปะทะด้วยคมหอกคมดาบอยู่ดี โดยเวทมนต์ก็จะเป็นพระรองที่คอยช่วยบัฟอาวุธให้ตีลด Ki ศัตรูมากขึ้น เคลือบไฟ เคลือบสายฟ้า แล้วแต่สไตล์การเล่น

 
Nioh Review 7.jpg (132 KB)
ภาพขนาดเต็ม


สรุป


การสร้าง IP ใหม่ให้ติดตลาดและเป็นที่ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย และการทำเกมภาคต่อให้ไปเหนือกว่าความสำเร็จเดิมคือที่สุดของความท้าทาย  Team Ninja คือทีมพัฒนาที่สามารถภูมิใจได้เลยว่า พวกเขาได้ส่งมอบเกมที่ทั้งสนุกและทำสิ่งที่มากกว่าเกมทั่วไปทำได้ นั่นกระตุ้นให้ผู้เล่นรู้สึกอยากศึกษาเรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผลงานชิ้นเยี่ยมนี้

Nioh 2 คือการสืบทอดความสำเร็จที่ภาคแรกกรุยทางไว้ คือความตายซ้ำตายซากที่เรายินดีไปกับความซาดิสต์นี้ แม้ตัวเกมจะมีจุดบกพร่องในการเล่าเรื่องหรืองานออกแบบในบางจุด แต่ก็พูดได้เต็มปากว่าการผจญภัยของ Yokai สร้างชาติในครั้งนี้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม และขณะที่ม่านของเจนนี้ใกล้จะปิดลงทุกที Nioh 2 ได้ทำหน้าที่ย้ำเตือนความจำให้เราระลึกได้ว่า เกมเจนนี้มันยอดเยี่ยมขนาดไหน


คะแนน 8.5 ⁄ 10

Post by [Reviewer Ocelot]
TOP