Wiki review


One Piece: Pirate Warriors 4 Review


*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Bandai Namco Entertainment มา ณ โอกาสนี้ครับ


OP01.jpg (138 KB)
ภาพขนาดเต็ม

“เปิดมาเล่นสองฉาก แล้วฟาดคะแนนเลยได้มั้ย เกมมุโซแบบนี้”

นี่เป็นความประทับใจแรกเมื่อผมได้รับหน้าที่ให้รีวิว One Piece Pirate Warrior 4 ซึ่งถ้าเราไม่นับซีรีส์ One Piece ของ Bandai ก็มีเกมแนวมุโซในตลาดมากพอ ๆ กับจำนวนครั้งที่ลูฟี่มันพูดว่า “ชั้ลล์จะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด” ซึ่งคอนเสปต์เกมก็จะให้อารมณ์แบบต่อยตุ๊กตาหมี นั่นคือให้คนเล่นมาระบายอารมณ์ด้วยการรัวคอมโบใส่ลูกกระจ๊อกที่ยืนรวมกลุ่มให้เราซัดด้วยความเต็มใจ พร้อมปล่อยลำแสงอัดใส่หน้าจนระเบิดไปทั้งฉาก ซึ่งมันก็ไม่แปลกที่ผมจะตั้งคำถามว่า แล้ว One Piece Pirate Warriors 4 มันจะเป็นอะไรมากกว่านั้นได้

แต่ปี 2020 เป็นปีที่มีเรื่องไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นมากมาย จากที่ผมคิดว่าจะเล่นแค่พอรู้ระบบ ไป ๆ มา ๆ ผมกลับเล่นจนถึงเรื่องราวใน arc สุดท้าย แล้วก็รู้ว่าสิ่งที่ผมสบประมาทเกมนี้ไปมันผิด แต่ก็ไม่ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เราจะเข้าไปอ่านรีวิว เพื่อความยุติธรรม (ทำเสียงอาคาอินุ) ผมขอให้คุณรู้ก่อนว่าคุณกำลังจะได้อ่านรีวิวของคนที่

- เป็นแฟนวันพีซแบบติดตามรายสัปดาห์ แต่ความรู้ก็ยังห่างไกลจากคนที่เป็นแฟนแบบฮาร์ดคอร์

- เล่นเกมแนวมุโซครั้งสุดท้าย น่าจะเหยียบหลักสิบปีได้

- ไม่ค่อยอินกับแนวทางของมุโซ และคิดว่าเกมแนวนี้ก็เหมาะดีสำหรับการเสพแบบฆ่าเวลาในระหว่างรอเกมที่อยากเล่นมากกว่า


จากจินตนาการ อ.โอดะ สู่การเล่าเรื่องราวผ่านเกม

เนื้อเรื่องของเกมจะเดินตามแนวทางของหนังสือการ์ตูน โดยภาคนี้จะเริ่มต้นการผจญภัยของลูฟี่ที่เกาะอลาบาสต้า เพราะฉะนั้นทีมงานก็หมดห่วงเรื่องการวางพล็อตได้ (ยกเว้นในช่วงตอนท้าย ๆ ) แต่โจทย์ใหญ่คือจะนำเสนอเนื้อหาออกมายังไงให้เข้าใจง่ายและกระชับ  ซึ่งถ้าเป็นการเล่าเรื่องย่อคร่าว ๆ เกมจะใช้วิธีนำเสนอแบบมีเสียงเล่าสลับกับเหตุการณ์ในเกม ซึ่งในเวอร์ชันภาษาไทยคนเล่นก็สามารถอ่านซับไปพร้อมกันอย่างไม่ติดขัด ฉากไหนที่เป็นฉากดราม่าหรือเป็นฉากต่อสู้ของตัวละครสำคัญ ๆ เกมก็ทำออกมาได้ไม่น่าผิดหวัง


OP02.jpg (156 KB)
ภาพขนาดเต็ม


สำหรับแฟน ๆ วันพีซ บาดแผลที่ฝังลึกในใจเรื่องหนึ่งมานานคือ คุณภาพแอนิเมชันของมังงะเรื่องนี้เป็นที่โจษจัญ... มาก จนแฟน ๆ อย่างเราทำได้แค่มองมังงะชื่อดังเรื่องอื่น ๆ เขาได้ทีมสร้างที่ทุ่มเทกับงานภาพจนงามหยดย้อย และลงทุนฉากต่อสู้ที่ไม่ใช่แค่เอาดาบมาชนกันแล้วพูดต่ออีก 3 นาที แต่ One Piece Pirate Warrior 4 สามารถเป็นยาบรรเทาแผลให้เราได้ไม่มากก็น้อย เพราะงานภาพและแอนิเมชันที่ทำออกมาได้ค่อนข้างสวยงาม ฉากต่อสู้กระชับ ก็ถือซะว่านี่เป็นการชมแอนิเมชันเวอร์ชัน Mini Remake ก็แล้วกัน

สิ่งที่อาจทำให้ แฟน ๆ รู้สึกสะดุดใจอยู่บ้าง ก็คือเกมมีการปรับเนื้อหาเล็กน้อย เท่าที่ผมเห็นคือมีการลดฉากที่มันดูรุนแรงในมังงะและแอนิเมชันลง เช่น ฉากของหนวดขาวกับอาคาอินุ แล้วก็จะมีอีกหลายฉากที่คนอ่านมังงะอาจงงว่าทำไมฉากนี้ตัวละครนี้ไม่ทำแบบนี้ รวมถึง มีตัวละครบางตัวหายไปจากเนื้อเรื่องด้วย


OP03.jpg (150 KB)
ภาพขนาดเต็ม

OP04.jpg (210 KB)
ภาพขนาดเต็ม


มุ่งสู่โลกใหม่ ไปกับเกมเพลย์แบบเก่า (แต่เร้าใจใช่ย่อย)


เกมเพลย์ของ One Piece Pirate 4 จะให้เราได้เล่นหลัก ๆ ในสองโหมดคือผจญภัย (เนื้อเรื่อง) พอเล่นไปได้สักพักก็จะปลดล็อกตัวละครใหม่ ๆ แล้วสามารถนำไปเล่นในโหมดเล่นอิสระได้ รวมถึงมีโหมดล่าสมบัติด้วย ส่วนระบบต่อสู้ก็เป็นท่าหากินมาตรฐานของแนวมุโซนั่นล่ะครับ คือเน้นคอมโบที่เข้าใจง่าย แต่ละตัวละครจะมีท่าพิเศษให้ใช้ 4 ท่า ซึ่งเอฟเฟกต์ส่วนใหญ่ก็คล้าย ๆ กันคือทำความเสียหายให้ศัตรูจำนวนมาก แล้วก็บัฟพลัง จะแตกต่างก็คือการออกท่าทางของแต่ละตัวละครมากกว่า การอัปเกรดตัวละครก็จะใช้หัวข้อ “แผนที่เดินทะเล” ซึ่งมันก็คือเอาแต้มกับสิ่งของที่เราได้จากการชนะด่านมาอัปเกรดพลังโจมตี ความไว ความอึด รวมถึงซื้อท่าใหม่ ๆ ในส่วนนี้ก็พูดได้ว่าไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ


OP05.jpg (202 KB)
ภาพขนาดเต็ม


เกมพยายามใส่ความหลากหลายเข้าไปด้วยสไตล์การต่อสู้ของตัวละคร ที่ระบุว่าแตกต่างกัน เช่น ตัวนี้เน้นความเร็ว ตัวนี้เน้นพลัง ตัวนี้เด่นเรื่องท่ากลางอากาศ แต่เอาเข้าจริงวิธีเล่นแต่ละตัวก็ไม่ต่างกันมากหรอกครับ คือรัวสองปุ่มโจมตี หนึ่งปุ่มแดชกับใช้ท่าพิเศษ จะมีแตกต่างก็คือตัวละครที่มีขนาดใหญ่อย่าง หนวดขาว หรือบิ๊กมัม ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างด้านสเกลพลังจริง ๆ (ซึ่งมันก็ควรจะเป็นแบบนั้น) เกมถ่ายทอดความโหดของบรรดาจักรพรรดิออกมาได้เต็มที่ แล้วอีกตัวละครที่ผมคิดว่าออกแบบท่าต่อสู้ได้แหวกแนวคือ เบ็จ ก็น่าประทับใจเช่นกัน


OP06.jpg (221 KB)
ภาพขนาดเต็ม


ปัญหาขัดใจผมแบบชัด ๆ คือระบบล็อกกล้อง ซึ่งมันก็จะไปพ่วงกับระบบมุมกล้องของเกมนี้ด้วย โดยเฉพาะตัวละครที่ท่าโจมตีเป็นแบบโจมตีไปด้วยพุ่งไปด้วยจะเจอปัญหานี้เต็ม ๆ คือในตอนเล่นจริงก็รู้สึกมันอยู่ แต่มันก็ต้องคอยมาหมุนกล้องหาศัตรูไปด้วย ยิ่งถ้าสู้แบบประชิดฉากยิ่งดูไม่รู้เรื่อง เพราะฉากจะบังหมด

ข้อเสียอีกเรื่องก็ยังวนเวียนอยู่กับฉาก ผมรู้สึกว่า minimap ของเกมนี้ ค่อนข้างดูยาก ผมมักจะหาตัวเองไม่เจออยู่บ่อย ๆ เพราะไอคอนมักจะซ้อนทับกัน  แล้วเกมจะคอยรายงานสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดเวลา เช่น ไอ้นี่โผล่มาแล้วนะ ไอ้นี่ใช้พลังนี้จนทำให้ฉากเปลี่ยน ไอ้นี่กำลังพูดอยู่ ซึ่งการรายงานเรื่องพวกนี้หลายอย่างผมคิดว่าไม่จำเป็นและตัดออกไปได้ โดยไม่ทำให้อารมณ์ต่อเนื่องของเกมต้องสูญเสียไป

 
OP07.jpg (134 KB)
ภาพขนาดเต็ม


งานแปลแบบนี้ที่เราต้องการ


ไม่พูดถึงไม่ได้ ไม่ชื่นชมก็ไม่ได้อีกเช่นกัน กับงานแปลของเกมที่ถ่ายทอดออกมาจากฉบับมังงะได้สมบูรณ์ทั้งชื่อท่า ชื่อตัวละคร ซึ่งนอกจากจะสะท้อนว่าผู้แปลมีการไปทำการบ้านเกี่ยวกับ One Piece มาอย่างดีแล้ว ยังมีความเชี่ยวชาญในการปรับบทแปลให้เข้าปากตัวละครด้วย เพราะอย่างที่บอกไปในส่วนของเนื้อเรื่องว่า ตัวเกมไม่ได้ถอดเรื่องราวจากในหนังสือหรือแอนิเมชันมาแบบเป๊ะ ๆ (โอเค ก็ถอดมาสัก 98%) มันมีการแปลงบทสนทนาและปรับคำอยู่บ้าง โดยเฉพาะคำพูดของตัวละครในระหว่างการเล่น แต่เป็นการแปลที่สละสลวยและเข้ากับบริบทและบุคลิกตัวละคร ไม่มีความรู้สึกว่าอ่านแล้วประหลาดเลย

แต่จะมีจุดหนึ่งซึ่งผมฟังแล้วจั๊กจี้หูมาก คือฉากของโซโลในภาคเดรสโรซา จนถึงกับงงไปชั่วขณะว่าในมังงะมันแปลชื่อท่าอย่างนี้จริงเหรอวะ.. หากสงสัยว่ามันคือฉากไหนให้ลองไปหาเล่นหรือชมกันได้ตามเครือ YouTube ทั่วไป สังเกตฉากนั้นได้ไม่ยากครับ บอกเลย

ถึงแบบนั้น จุดติมันก็เล็กน้อยมาก จนผมคิดว่ามันไม่ควรที่จะมาลดทอนความดีงามของการแปลในเกมนี้ได้

 
OP08.jpg (104 KB)
ภาพขนาดเต็ม


เจ้าแห่งโจรสลัดในอนาคตยังได้ไปต่อ


One Piece Pirate Warrior 4 เป็นหนึ่งในเรื่องเหลือเชื่อประจำปี 2020 ของผม จนต้องเอ่ยปากขอโทษเบา ๆ ที่ได้สบประมาทไปในตอนแรก พูดได้ว่านี่เป็นเกมที่เหนือความคาดหมาย แต่ถึงแบบนั้นสายเลือดมุโซของมันพร้อมข้อเสียที่ร่ายไปด้านบนก็ทำให้ให้คะแนนไปได้ไม่ไกลกว่านี้

ถึงแบบนั้น ก็พูดได้เต็มปากว่านี่เป็นเกมที่สาวกวันพีชจะต้องหาโอกาสโดนสักครั้ง โดยเฉพาะสำหรับแฟน ๆ ที่รู้สึกเจ็บใจกับการที่สตูดิโอได้เอามังงะชิ้นโบว์แดงระดับโลกนี้ไปปู้ยี่ปู้ยำมาเป็นเวลานาน (ซึ่งช่วงหลังก็พัฒนาขึ้น) และถือเป็นโอกาสที่ดีมากในการกลับมาทบทวนเรื่องราวโดยสรุปของแต่ละ arc โดยที่ได้เสพทั้งความมัน และภาพที่เหมือนเป็นการ Remake แอนิเมชันแบบกลาย ๆ พร้อมงานแปลคุณภาพคับแก้ว

รู้ทั้งรู้ว่าเนื้อเรื่องพวกนี้ ก็อ่านมาหมดแล้ว

รู้ทั้งรู้ว่าแค่เล่นจบรอบเดียวก็น่าจะเกินพอ

แต่ความคิดพวกนี้มันหายไปหมดชั่วขณะ เมื่อเราได้ชมฉากตายของเอซในเกม ได้รัวปุ่มเข้าอัดใส่หน้าบิ๊กมัม ไคโด และพวกลูกสมุนในเรื่องราวสุดยิ่งใหญ่นี้

 

สรุปคะแนน – 7.5 ⁄ 10

Post by [Reviewer Ocelot]
TOP