Wiki review


Timelie 

หากมีพลังให้ย้อนเวลากลับคืน….



เปิดตัวอย่างน่าประทับใจ

การเปิดตัวด้วย teaser ของเกม Timelie เมื่อปีที่แล้วนั้น น่าจะเรียกว่าสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้มากพอควร เพราะมีหลายอย่างที่ดูดีผิดหูผิดตาสำหรับเกมที่สร้างโดยฝีมือคนไทย ตั้งแต่งานภาพและอนิเมชั่นที่สวยงาม รูปแบบเกมเพลย์การแก้ปริศนาที่ซับซ้อน และเพลงประกอบที่ไพเราะติดหู ด้วยความที่เป็นคนชอบเล่นเกม puzzle มันสะกดให้ผมสนใจได้เลยทันทีตั้งแต่แรกเห็น แน่นอนว่าคำถามที่เกิดขึ้นในใจต่อมาก็คือ คุณภาพของเกมล่ะจะเป็นยังไง?

Timelie บอกเล่าเรื่องราวของสาวน้อยผู้มีพลังพิเศษในการควบคุมเวลา เธอ(ในฐานะตัวละครที่ผู้เล่นควบคุม) สามารถที่จะ “หยุด ย้อน หรือ เร่ง” เวลาได้ตามชอบใจ

จุดประสงค์ของเกมคือ เราต้องหาทางพาเด็กสาวคนนี้หนีออกจากแต่ละฉากให้ได้ ซึ่งเมื่อยิ่งดำเนินเนื้อเรื่องลึกเข้าไป ความยากของแต่ละฉากก็จะเพิ่มมากขึ้น เพราะอุปสรรคที่ผู้เล่นจะต้องพบเจอคือปริศนาที่ท้าทาย ทุกด่านไม่เคยเป็นอะไรที่ง่ายดายเหมือนการลากเส้นจากจุด A ไปจุด B แต่คุณต้องแก้ปริศนา เปิดทางที่ดูเหมือนจะผ่านไปไม่ได้ รวมไปถึงหลบหนีศัตรูที่จะคอยไล่ตามล่าเราทันทีที่มองเห็น

ระบบอันซับซ้อน

นอกจากพลังพิเศษในการควบคุมเวลาที่สาวน้อยสามารถใช้ในการหลบหนีได้แล้ว เกมจะค่อย ๆ เผยระบบใหม่ออกมาให้ผู้เล่นได้ทำความคุ้นเคยและใช้งานมัน เช่น การใช้พลังเพื่อซ่อมแซมเส้นทางที่เสียหาย หรือการทำลายหุ่นยนตร์ที่เป็นศัตรูภายในเกมทิ้งไปเลย แต่พลังเหล่านี้มีจำกัด คุณไม่สามารถใช้มันพร่ำเพรื่อได้ รวมไปถึงมีลำดับการใช้งานก่อนหลังที่ถูกต้อง นั่นทำให้คุณจะต้องวางแผนและคิดถึงผลกระทบที่มีต่อไปในภายหน้าจากการใช้ทรัพยากรที่คุณมีในมือ

ยิ่งเมื่อคุณได้ตัวละครตัวที่สองอย่างน้องแมวมาใช้งาน ซึ่งมันเป็นตัวละครที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่า มุดเข้าไปในช่องแคบที่เด็กสาวไปไม่ได้ และสามารถร้อง “เหมี๊ยว” เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเหล่ายาม และผ่อนคลายสถานการณ์ให้กับเด็กสาว และเป้าหมายของแต่ละฉากจะกลายเป็นพาตัวละครทั้งสองให้หนีรอดออกจากแต่ละแผนที่ไปให้ได้แทน

Timelie จึงกลายเป็นเกม puzzle ที่ชุลมุนและซับซ้อน ผู้เล่นจะต้องลองผิดลองถูกเพื่อหาเส้นทางที่เหมาะสม และใช้ความสามารถพิเศษในการย้อนหรือเร่งเวลาประกอบ รวมถึงการที่เราต้องควบคุมตัวละครถึงสองตัวที่ทำหน้าที่ต่างกัน ใช้ความสามารถในการแก้ปริศนาภายในฉากคนละชนิดกัน เคลื่อนไหวแยกกันอย่างอิสระ และบ่อยครั้งจะต้องทำงานสอดประสานกันในจังหวะที่พอเหมาะลงตัวเท่านั้นจึงจะผ่านไปได้แบบฉิวเฉียด แทบจะไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่เราะจะปล่อยให้ตัวละครใดตัวละครหนึ่งยืนขาตายอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ แล้วหวังว่าผลลัพท์จะออกมาดีได้



ส่วนผสมอันครบเครื่อง

องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งสำหรับเกมแนวนี้ ก็คือคุณภาพของตัว puzzle ซึ่งน่าจะเป็นความท้าทายลำดับต้น ๆ ของทีมพัฒนา ในการที่จะคิดค้นปริศนาที่ไม่ยากเกินไปจนน่าเบื่อ หรือไม่ง่ายเกินไปจนไม่สนุก ในจุดนี้ก็ต้องยกเครดิตให้กับทีมงาน ที่สามารถหาจุดสมดุลออกมาได้ดีมาก ปริศนาส่วนใหญ่อาศัยการวางแผนแบบใจเย็นค่อย ๆ คิด บางอันก็เหมือนเส้นผมบังภูเขา และในบางฉากปริศนาก็ถูกซ่อนเอาไว้หลายชั้น ทำให้ผู้เล่นต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา

เกมไม่ได้มีจำนวนชีวิตที่จำกัด หรือลงโทษคุณด้วยหน้าจอ Game Over ดังนั้นคุณจะพลาด ย้อนเวลาเพื่อทดลองใหม่ ทำซ้ำ และพลาดอีกกี่ครั้งก็ได้ไม่จำกัด แต่เชื่อผมเถอะการพิชิตปริศนาในเกมนี้ไม่สำเร็จ มันเป็นบทลงโทษและความทรมานเพียงพอแล้วสำหรับคนชอบเล่นเกม puzzle หากคุณเป็นคนชอบเล่นเกมไสตล์นี้ก็น่าจะถูกใจ แต่หากไม่ใช่....ระวังหัวร้อนนะครับ....

ในด้านเนื้อเรื่องของตัวเกมก็ต้องบอกว่าค่อนข้างเป็นนามธรรมและต้องใช้การตีความ เกมไม่เล่าทุกอย่างแบบตรงไปตรงมาว่าเกิดอะไรและนำไปสู่อะไร ประกอบกับการที่ไม่มีตัวละครในเกมเลยที่พูด การปะติดปะต่อเรื่องราวของเกมค่อนข้างจะต้องเกิดขึ้นจากตัวผู้เล่นเอง ซึ่งการค้นหาคำตอบและความหมายที่แท้จริงของเกมนี้ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นปริศนาสุดท้ายที่ทีมงานทิ้งไว้ให้เราขบคิด ดังนั้นหากคุณชอบการเล่าเรื่องที่ต้องคิดค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ตอนจบของเกมจะทำให้คุณต้องคิดตามอีกสักพักเป็นแน่

อย่างที่ผมได้บอกไปในตอนต้น Presentation ของเกมจัดว่าทำออกมามีคุณภาพสูงมาก งานภาพที่เลือกใช้ดูง่ายสบายตาและไม่เชย อีกทั้งยังแสดงความรู้สึกให้ผู้เล่นเข้าใจไปพร้อมกันได้ ถ้าบอกว่าจะทำเป็นสินค้าออกมาขายก็น่ารักน่าซื้อมาก ดนตรีก็ถูกใช้งานเพื่อสะท้อนอารมณ์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงท้ายเกมที่ให้ความรู้สึกทรงพลังและน่ากลัวไปพร้อม ๆ กัน อีกจุดที่หลายคนน่าจะรู้กันอยู่แล้วแต่ก็ต้องชื่นชมอยู่ดีนั่นก็คือเพลงประกอบเพราะมาก



สิ่งหนึ่งที่ผมเสียดายเกี่ยวกับตัวเกมคือมันจบเร็วไป ในข้อนี้จะว่าเป็นข้อเสียก็ไม่ใช่ เพราะที่รู้สึกว่ามันจบเร็วไปเพราะว่ามันสนุก และมันสามารถไปต่อได้ไกลกว่านี้ มีความซับซ้อนมากกว่านี้ หลากหลายกว่านี้ และทำให้เล่นได้ยาวนานกว่านี้ แต่นั่นก็คงจะหมายถึงต้นทุนและราคาเกมที่จะสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นเมื่อพิจารณาดูจากราคาขายแค่ 300 กว่าบาท กับเนื้อหาที่เราได้รับก็ต้องนับว่าเหมาะสมแล้ว และผมยินดีสนับสนุนเพิ่มเติมหากมี DLC ออกมาในอนาคต

แต่หากคุณเป็นคนที่กังวลเรื่อง replay-value หรือมันสามารถเล่นซ้ำได้อีกหรือไม่นั้น หลังจากจบเกมเราสามารถเลือกด่านกลับไปเล่นอีกครั้งได้ และตัวเกมยังมีระบบ relic ซึ่งก็เหมือนกับถ้วยรางวัลในการทำเงื่อนไขพิเศษของแต่ละฉากได้สำเร็จ คือนอกจากจะต้องพาตัวละครทั้งสองหลบหนีได้ แต่ผู้เล่นจะต้องใช้วิธีที่ทีมงานกำหนดเท่านั้น ซึ่งก็เรียกว่าเป็นโหมดท้าทายความสามารถสำหรับคนที่เล่นเกมจบแล้วก็ได้

บทสรุป

นี่คือหนึ่งเกมที่โดดเด่นมากด้านคุณภาพ ซึ่งสะท้อนออกมาในชิ้นงานสำเร็จที่เรียกว่าแทบจะสมบูรณ์ไร้ที่ติในสิ่งที่เกมพยายามจะเป็น ถ้ามองในระดับโลกผมก็คิดว่าเกมนี้จัดว่ามีคุณภาพทัดเทียมเกมในแนวเดียวกันแบบสู้ได้ ดังนั้นไม่ต้องนับว่านี่คือเกมคนไทย Timelie มีคุณภาพมากพอสำหรับเงินและเวลาของคุณแน่นอนครับ

คะแนน 8.5

Post by [Coolerist]
TOP