Wiki review


The Last of Us Part II Review


*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Sony Interactive Entertainment Singapore มา ณ โอกาสนี้ครับ

**รีวิวนี้อาจมีบางส่วนที่หลายท่านมองว่าเป็นการสปอยล์บ้าง แต่ก็ขอให้มั่นใจว่าไม่มีการเปิดเผยสาระสำคัญของเนื้อเรื่องครับ

ขอแจ้งให้กับแฟนของซีรีส์ The Last of Us ได้ทราบกันไว้ตรงนี้เลยว่า

หากคุณรักจักรวาลของเกมนี้

หากคุณผูกพันกับตัวละครอย่าง Joel และ Ellie

และหากคุณมั่นใจในฝีไม้ลายมือการเล่าเรื่องของ Naughty Dog

คุณไม่จำเป็นต้องอ่านรีวิวนี้ เพราะมันไม่มีเหตุผลที่คุณจะต้องรับรู้อารัมภบทใด ๆ ของเกม เกินเลยจากสิ่งที่คุณรู้อีกต่อไปแล้ว รอวันที่เกมวางจำหน่ายแล้วไปพบกับการผจญภัยครั้งใหม่ด้วยตัวคุณเองดีกว่า แต่หากคุณอยากทราบว่าผมมีความคิดเห็นอย่างไรหลังเล่นจบ เชิญอ่านรีวิวต่อไปนี้ได้เลยครับ ....


เกริ่นนำ

The Last of Us Part II บอกเล่าเรื่องราว 5 ปีให้หลังจากเกมภาคแรก โลกยังคงอยู่ในสภาวะล่มสลายอันเนื่องมาจากเชื้อราประหลาด ที่ทำให้มนุษย์ติดเชื้อและกลายเป็นสิ่งมีชีวิตกินมนุษย์ด้วยกันอย่างน่าสยดสยอง ซึ่งนอกจากจะทำลายระบบสังคมแบบเดิมที่เรารู้จักลงไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว ผู้คนที่เหลืออยู่ก็ต้องพยายามเอาตัวรอดทั้งจากเหล่าผู้ติดเชื้อและความโหดเหี้ยมของมนุษย์ด้วยกันเองด้วย

Joel และ Ellie กลับมาลงหลักปักฐานที่เมือง Jackson ซึ่ง Tommy น้องชายของ Joel เป็นผู้ดูแล พวกเขาใช้เวลาอยู่ในเมืองนี้อย่างสงบสุข จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์อันไม่คาดฝันที่ทำให้ Ellie ต้องออกผจญภัยอีกครั้ง ซึ่งในคราวนี้เป้าหมายของการเดินทางคือการตามล่าล้างแค้นต่อคนที่เคยทำผิดต่อเธอ

TLOU2 Review เกริ่นนำ รวม.jpg (1.30 MB)
ภาพขนาดเต็ม


หากใครที่เคยเล่น TLOU ภาคแรกมา ก็น่าจะเคยชินกับภาคนี้ได้ไม่ยาก เพราะตัวเกมยังคงเป็น Third Person Action ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว และสังเกตสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ที่เราเดินทางไปได้ง่ายขึ้น เกมแทบจะยกระบบของเก่ามาทั้งหมด เพียงแต่มีการปรับปรุงและใส่รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปอีกพอควร เช่นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุด คือการทำให้แต่ละพื้นที่กลายเป็นกึ่ง open world ขนาดใหญ่ ที่เน้นให้ผู้เล่นทำการสำรวจ แม้ TLOU2 จะดำเนินเนื้อเรื่องแบบเป็นเส้นตรง แต่ทุกที่ที่เราต้องเดินทางไปจะเกิดจากการประกอบกันของฉากขนาดใหญ่ที่กว้างขวาง อันเต็มไปด้วยปริศนา ทางลับ และไอเทมให้เก็บสะสมตลอดเส้นทาง

หากเราชำแหละเนื้อเกมออกมา TLOU2 จะมีลำดับเริ่มต้นจากการชมคัตซีนเพื่อเดินเรื่อง–เข้าสู่ช่วงการสำรวจโลกกว้าง–ปะทะกับศัตรูในพื้นที่ที่เกมกำหนดไว้–และวนขั้นตอนเหล่านี้ใหม่อีกครั้ง แม้ดูแล้วจะเป็นระบบที่เรียบง่ายไม่ได้มีอะไรซับซ้อน แต่ความยอดเยี่ยมของตัวเกมนั้นเกิดจากความพระกาฬของทีมสร้าง ที่สามารถรังสรรค์องค์ประกอบทั้งสามที่กล่าวมาและนำมันมาถักทอร้อยเรียงให้เข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ


การออกสำรวจ

ระบบการออกสำรวจพื้นที่เปิดกว้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ในภาคนี้นั้น นับว่าเป็นหัวใจสำคัญของตัวเกมด้วยเหตุผลหลายประการ เพราะโดยพื้นฐานแล้ว TLOU ยังคงมีความเป็น survival ซ่อนอยู่ใต้เกมเพลย์แบบแอคชันที่ดุเดือดและดิบเถื่อน การจะเอาตัวรอดในโลกอันโหดร้ายของเกมคุณจำเป็นต้องใช้ทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นกระสุนที่ใช้ในการสังหารศัตรู หรือวัตถุดิบชนิดต่าง ๆ ที่สามารถนำมาประกอบกันเป็นไอเทมอำนวยความสะดวกอย่างระเบิดหรือยาฟื้นพลัง ทุกอย่างถูกให้มาอย่างจำกัด แทบไม่เคยมีช่วงไหนของเกมที่คุณจะรู้สึกว่ามีทุกอย่างเหลือเฟือพอใช้หรือสามารถฟุ่มเฟือยกับมันได้ หากประมาทแม้เพียงนิดเดียว คุณพร้อมจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากได้ตลอดเวลา ดังนั้นการออกสำรวจจึงจำเป็น เพราะคุณต้องหาทรัพยากรติดมือไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เสมอ

คุณอาจจะพบทางน้ำที่ลงไปว่ายได้‚ หญ้าสูงที่สามารถหมอบคลานลงไปโดยไม่มีใครมองเห็น‚ หรือการปีนเชือกโหนตัวขึ้นและลงเพื่อเข้าถึงพื้นที่ต่างระดับ  ประกอบกับทางเข้าสู่ตัวอาคารหรือพื้นที่ลับซึ่งถูกจัดวางเอาไว้ทั้งที่เห็นได้ชัดเจนหรือเป็นปริศนาให้ผู้เล่นแก้ไข ต้องขอบคุณการออกแบบสภาพแวดล้อมที่หลากหลายจนทำให้คุณมีเกมเพลย์ที่ไม่จำเจ และระบบการควบคุมตัวละครแบบใหม่ที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับผู้เล่นได้เคลื่อนที่อย่างอิสระมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการหมอบคลาน หรือว่ายน้ำ ซึ่งไม่เพียงใช้ในระหว่างการสำรวจเท่านั้น แต่ในหลายครั้งมันยังจำเป็นระหว่างการต่อสู้ด้วย

TLOU2 Review Exploration รวม.jpg (1.72 MB)
ภาพขนาดเต็ม


ระบบการอัปเกรดก็ยังคงมีอยู่เช่นเคย โดยจะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือการอัปเกรดอาวุธ และการอัปเกรดทักษะของตัวละคร โดยผู้เล่นสามารถเก็บเศษชิ้นส่วนอะไหล่ต่าง ๆ (สัญลักษณ์รูปน็อต) มาใช้อัปเกรดปืนแต่ละกระบอกได้ หรือจะเก็บยา (สัญลักษณ์เป็นเม็ดแคปซูล) เพื่อใช้ในการอัปเกรดทักษะของตัวเองในด้านต่าง ๆ เช่น การเพิ่มพลังชีวิตสูงสุด‚ เพิ่มระยะการฟังเสียงให้ไกลขึ้น‚ ยิงปืนได้อย่างแม่นยำ‚ หรือสร้างไอเทมได้มากขึ้นโดยการใช้ทรัพยากรเท่าเดิม แน่นอนว่าทั้งชิ้นส่วนอะไหล่และยาถือว่าเป็นของล้ำค่าภายในเกมที่หายากมาก และผู้เล่นจะต้องออกสำรวจพื้นที่อย่างละเอียดที่สุดเพื่อให้ได้มันมา ซึ่งหลายครั้งก็มักจะอยู่นอกเส้นทางที่เราจะต้องมุ่งหน้าไป


ระบบการต่อสู้

เมื่อทรัพยากรต่าง ๆ ภายในเกมนั้นหายาก ทางที่คุณจะประหยัดพวกมันเอาไว้ใช้ได้นานที่สุด นั่นก็คือการเล่นเกมด้วยวิธี stealth หรือซุ่มซ่อนลอบเร้น หลีกเลี่ยงการปะทะศัตรูซึ่งหน้าแล้วใช้วิธีลอบสังหารเอา ด้วยหลักการนี้คุณก็สามารถรับมือกับการปะทะครั้งเดียวกันด้วยรูปแบบเกมเพลย์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คุณอาจเลือกการประเคนอาวุธสารพัดชนิดใส่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้า โดยไม่รู้ว่าพวกมันมีกำลังเสริมเท่าไร หรือการต่อสู้ครั้งต่อไปที่คุณจะได้เจอจะลำบากแค่ไหน หรือคุณอาจจะเก็บไอเทมมีค่าเหล่านั้นไว้ใช้ในการต่อสู้ที่อาจจะยากกว่านี้ก็ได้

เมื่อถึงเวลาเปิดฉากการต่อสู้กันขึ้นมาจริง ๆ ระบบการฟังเสียงด้วยปุ่ม R1 จะมีบทบาทสำคัญมาก เพราะมันจะทำให้ผู้เล่นสามารถทราบตำแหน่งศัตรูภายในบริเวณได้จากการฟัง เราสามารถฟังและจดจำเส้นทางการเดินลาดตระเวนหรือรู้ตำแหน่งที่ศัตรูเฝ้าอยู่ได้โดยไม่ต้องเห็นตัวก่อน หรืออาจจะใช้มันระหว่างการต่อสู้ที่ดุเดือดเพื่อหนีไปในจุดที่ปลอดภัยกว่า เพื่อตั้งหลักและค้นหาตำแหน่งของศัตรูอีกครั้ง จึงทำให้การฟังนี้เป็นเครื่องมืออันทรงพลังของผู้เล่นในการใช้งานระบบ stealth ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่หากการ stealth ไม่ใช่ทางเลือกที่ทำได้เสมอไปแล้วละก็ การปะทะกับศัตรูซึ่งหน้าก็คงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในภาคนี้ตัวเกมใส่ระบบหลบหลีกการโจมตีด้วยปุ่ม L1 เข้ามา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการต่อกับศัตรูในระยะประชิดทั้งหลาย เพราะพวกมันจะไม่ยืนรอให้คุณอัดอยู่ฝ่ายเดียวแน่ ๆ การจับจังหวะ หลบหลีก และโจมตีสวนกลับ จึงเป็นสิ่งที่คุณต้องทำความคุ้นเคยกับมันให้ดี หากคิดที่จะเข้าไปคลุกวงในกับศัตรูภายในเกม

แน่นอนไม่ว่าคุณจะเลือกใช้วิธีใดระหว่างการต่อสู้ ประเภทของศัตรูที่คุณพบเจอก็จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณา เช่น พวกมันมีจำนวนเท่าไร? หรือเป็นอันตรายต่อชีวิตคุณขนาดไหน? ศัตรูในเกมจะถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ กลุ่มมนุษย์ผู้รอดชีวิต ซึ่งในภาคนี้จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก ได้แก่ Washington Liberation Front (WLF) หรือ “วูล์ฟ” ที่ออกปฏิบัติการด้วยแทคติกทางการทหารที่เชี่ยวชาญ ใช้อาวุธสมัยใหม่ และในบางครั้งก็มีสุนัขที่ถูกฝึกมาให้ติดตามกลิ่นกายของผู้เล่น และอีกฝ่ายคือ Seraphites ลัทธิคลั่งศาสนาที่มีวิธีปฏิบัติอันสุดโต่งรุนแรง ซึ่งชอบใช้อาวุธโบราณอย่างธนูหรือมีดดาบ และสื่อสารกันระหว่างการต่อสู้ด้วยเสียงผิวปากที่จะทำให้ใจคุณเต้นระรัวเมื่อได้ยิน

TLOU2 Review Battle รวม.jpg (1.11 MB)
ภาพขนาดเต็ม


ศัตรูอีกประเภทหนึ่งคือเหล่าผู้ติดเชื้อ หรือ Infected ซึ่งเกิดจากมนุษย์ที่ถูกเชื้อราเกาะกินแกนสมองจนกลายเป็นดอกเห็ดผุดขึ้นมาตามร่างกายและใบหน้า สิ่งที่ผมชื่นชอบมากในภาคนี้คือการสร้างความแตกต่างระหว่างผู้ติดเชื้อทั้ง 4 ระดับได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อขั้นที่สองอย่าง Stalker ซึ่งปรากฏตัวในเกมภาคแรกน้อยครั้ง และมักจะแยกกับผู้ติดเชื้อขั้นแรกอย่าง Runner แทบไม่ออก แต่ในคราวนี้พวกมันจะปรากฏตัวบ่อยขึ้นและเน้นลอบทำร้ายเราในตอนที่ไม่ได้ระวังตัว ผู้ติดเชื้อทั้งสองขั้นแรกจะยังมีความสามารถในการมองเห็นและก่อกวนให้ฝูง Infected จำนวนมากแห่กันเข้ามาหาเราได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ Clicker ผู้ติดเชื้อขั้นที่สาม จะยังเป็นภัยร้ายที่น่ากลัวซึ่งสามารถฆ่าเราให้ตายได้โดยการกัดเพียงครั้งเดียวหากเข้าประชิดตัว และ Bloater ที่เปรียบได้ดั่งตัวโตเต็มวัย ซึ่งทนทานต่อความเสียหายจำนวนมาก แถมยังใช้ละอองกรดโจมตีเราได้จากระยะไกลด้วย

นอกจาก Infected แบบเดิมที่เราเคยเห็นกันมาตั้งแต่ภาคแรก ในคราวนี้ทีมงานยังเพิ่มยูนิตใหม่อย่าง Shambler เข้ามา ซึ่งหลายคนอาจจะเคยได้เห็นกันในตัวอย่างโปรโมทก่อนหน้า ว่ามันทั้งถึก ตัวใหญ่ ตายยาก และสามารถสร้างระเบิดกรดล้อมรอบตัวเองให้เราเข้าใกล้ไม่ได้ เป็นคอมโบที่ทำงานได้ดีเหลือเกินเมื่อรวมฝูงอยู่กับ Infected ชนิดอื่น ๆ ที่มีอยู่เดิม

ไม่เพียงเท่านี้ มันจะยังมี Infected รูปแบบใหม่ ที่รอให้คุณได้พบอยู่อีก ซึ่งต้องขอเตือนกันไว้ก่อนเลยว่า มันสร้างความน่าสะพรึงเกินกว่าที่ผมคาดหมายว่าจะได้รับจากซีรีส์ The Last of Us

การจะรับมือกับศัตรูแต่ละประเภทหรือการปะทะกันแต่ละครั้ง มันคือการตั้งโจทย์แล้วตอบคำถามว่า คุณรู้จักหรือคุ้นเคยกับจุดปะทะแค่ไหน? ศัตรูเป็นตัวอะไร? มีไอเทมอะไรให้เก็บใช้–หรือมีพร้อมใช้ในมือบ้าง? จุดหลบซ่อน–ทางหนีทีไล่เป็นอย่างไร? จุดไหนเหมาะแก่การตั้งรับ? เราใช้วิธีลอบสังหารได้หรือไม่? เพื่อเลือกใช้กลยุทธ์ที่ได้เปรียบในการปะทะแต่ละครั้งให้มากที่สุด ดังนั้นระบบการต่อสู้ในเกมจึงไม่ใช่แค่การเดินหน้าฆ่ามันให้หมด แต่มันคือการผสมผสานระหว่างการวางแผน‚ การจัดสรรทรัพยากร และ stealth จนทุกการปะทะเปรียบได้กับการเล่นเกม puzzle กลาย ๆ


Presentation

ผมเคยยกย่องว่า Naughty Dog เป็นค่ายเกมที่มีความล้ำหน้าทางด้านการเล่าเรื่องให้ผู้เล่นคล้อยตามและมีอารมณ์ร่วมสูงมาก ซึ่งในคราวนี้พวกเขาก็ได้พิสูจน์มันอีกครั้ง โดยสะท้อนมันออกมาในหลายจุด สำหรับฉากแอคชันพวกเขามีมุมกล้องที่เป็นเอกลักษณ์ชนิดที่เรียกว่าแทบจะเกาะอยู่บนไหล่ของตัวละคร เราจะได้ตามติดทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าตัวละครจะกระโดด เกลือกกลิ้ง ถูกอัด ล้ม กระเด็น ทุกท่วงท่ามีน้ำหนักมากพอให้เราสัมผัสได้ถึงความรุนแรงราวกับตัวเราเจ็บเอง และที่สำคัญมันดูสวยงามเพลินตาและสะใจทุกครั้ง

ในเชิงอารมณ์ ต้องขอบอกว่าทีมนักเขียนของพวกเขาก็ไม่เป็นสองรองใคร บทสนทนาของเหล่าตัวละครทำออกมาได้สมเหตุสมผล มีความซับซ้อน และตั้งอยู่บนอุปนิสัยของแต่ละตัวละครเป็นหลัก ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยกับสิ่งที่พวกเขาพูดและทำหรือไม่ แต่คุณจะเข้าใจมันได้หากคุณทราบพื้นเพหรือที่มาของตัวละครนั้น ๆ ซึ่งตัวเกมทำออกมาได้ดี ทุกอย่างจึงดูไม่ยัดเยียดหรือฝืนธรรมชาติ ด้วยงานเขียนที่ทรงพลังขนาดนี้ มันจึงพร้อมจะพาคุณสุข เศร้า หัวเราะ หรือร้องไห้ได้ หากคุณเปิดใจให้เรื่องราวของเกมพาคุณไป

TLOU2 Review Presentation รวม.jpg (1.16 MB)
ภาพขนาดเต็ม


สำหรับงานภาพและเสียงนั้นค่อนข้างทำออกมาได้ดีมากอยู่แล้ว ทั้งคมชัดและสวยงาม เสียงพากย์ของตัวละครไม่ว่าจะเป็นตัวเอกหรือตัวสมทบทำได้เยี่ยมจนต้องขอชม จะมีจุดที่น่าเสียดายเล็กน้อยตรงที่เกมไม่สามารถปรับเลือกโหมด Frame Rate หรือ Resolution ได้ และไม่สามารถเร่งได้จนถึง 60FPS ส่วนตัวแล้วคิดว่าหากเราเล่นเกมนี้อีกครั้งบนเครื่องคอนโซลรุ่นใหม่ น่าจะมี hardware ที่แรงพอจะทำให้เกมมีเฟรมเรตเสถียรที่ 60 FPS ได้


Accessibility

ความดีงามอย่างที่สุดข้อหนึ่งของเกม คือการแปลภาษาไทยเต็มรูปแบบด้วยคุณภาพการแปลที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเมนูคำสั่งภายในเกม‚ บทพูดระหว่างคัตซีน หรือระหว่างเกมเพลย์‚ แม้แต่เอกสารภายในเกมก็ถูกแปลมาอย่างครบถ้วนและได้อรรถรสทั้งหมด คุณไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใครในการแปลหรือเล่าเนื้อหาภายในเกมให้คุณฟังอีกต่อไปแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับเหล่าเกมเมอร์ชาวไทยอย่างที่สุด ในส่วนของซับไตเติลนั้นสามารถเลือกปรับขนาดตัวหนังสือ เลือกสี หรือกำหนดให้มีพื้นหลังหรือไม่ก็ได้ด้วย เพิ่มความสบายตาให้ผู้ใช้งานอย่างมาก

TLOU2 Review Control Scheme.jpg (302 KB)
ภาพขนาดเต็ม


นอกจากนี้แล้วเกมยังอนุญาตให้ผู้เล่นเปิด⁄ปิดระบบอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ ด้วยตัวเองมากมาย ตั้งแต่จุดที่ผมชอบมากที่สุดคือการปรับระยะห่างระหว่างกล้องและตัวละคร และการเพิ่ม field of view ได้ เพราะมันเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดสำหรับผมเสมอ เวลากล้องอยู่ชิดตัวละครมากเกินไปจนมองอะไรไม่เห็นนอกจากแผ่นหลังของพวกเขา ยิ่งกับเกมที่คุณต้องระวังตัวรอบด้านแบบนี้ option นี้จึงมีประโยชน์มาก แถมยังเลือกระดับการแกว่งของกล้องว่าจะรุนแรงขนาดไหนได้ด้วย

HUD ก็ยังปรับแต่งได้ เช่น เลือกเฉดสีให้กับง่ายต่อการมองเห็นของผู้ที่มีปัญหาทางสายตา‚ ปรับขนาด หรือ ปรับให้กระพริบ เราสามารถเปิดตัวช่วยให้คอนโทรลเลอร์สั่นเตือนหากเราใกล้จะตกจากที่สูง (กรณีไม่มั่นใจว่าตกลงไปแล้วจะตายหรือไม่)‚ ปรับให้หมอบคลานแล้วศัตรูไม่มีวันมองเห็น‚ ปรับให้เกิด slow motion เมื่อกดเล็งปืน‚ ปรับบอกคำใบ้เวลาหาทางไปต่อไม่ได้ หรือแม่แต่ปรับข้าม puzzle ยาก ๆ ของเกมไปเลยหากคุณไม่ต้องการเล่น ลูกเล่นเหล่านี้นอกจากจะเอาไว้ช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหากับระดับความยากหรือความซับซ้อนของเกมแล้ว ยังอาจช่วยให้ผู้เล่นสามารถสร้างสถานการณ์ที่แปลกใหม่ขำขันเพื่อความบันเทิงเพื่อเปลี่ยนอารมณ์ของเกมได้ด้วย

TLOU2 Review Accessibility รวม.jpg (1.19 MB)
ภาพขนาดเต็ม


End Game Content

ผมเล่น TLOU2 จบด้วยระยะเวลา 26 ชั่วโมง....นี่คือตัวเลขที่ระบบของเกมบันทึกเอาไว้ให้ ซึ่งมันไม่นับการตาย การรีสตาร์ทใหม่ การลองผิดลองถูก และนอกลู่นอกทางของผมอีกหลายชั่วโมง ตัวเกมไม่มีโหมดมัลติเพลเยอร์ให้เล่นเหมือนภาคแรก แต่จะมีโหมด New Game+ ให้ผู้เล่นเริ่มต้นเล่นเกมใหม่ตั้งแต่ต้น ด้วยอัปเกรดเดิมที่มีหลังจากจบรอบแรก ซึ่งตัวเกมในรอบนี้จะเพิ่มระดับความยากสูงขึ้น แต่จุดที่ดีมาก ๆ ก็คือ เราปรับระดับความยากแบบ Custom ได้อิสระ เช่น ปรับเลือกให้เรามีพลังชีวิตสูง‚ ศัตรูตรวจพบเจอเราได้ง่ายกว่าปกติ‚ ทำความเสียหายรุนแรง แต่จะมีทรัพยากรให้เก็บได้ปานกลาง ซึ่งทำให้เราตั้งค่าความยากของเกมได้หลากหลายแนวมากขึ้น แต่ประเด็นหลักของการเล่นซ้ำรอบที่สอง น่าจะเป็นการไล่เก็บ Collectable ภายในเกมให้ครบถ้วนเสียมากกว่า


บทส่งท้าย

ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้น ผมขอเลือกที่จะไม่เขียนอธิบายบอกเล่าทุกอย่างให้ทุกคนได้ฟังทั้งหมด เพราะโดยส่วนตัวแล้ว นี่คือสิ่งที่ดีงามที่สุด เท่าที่เกม ๆ หนึ่งจะมีได้ และผมอยากให้ทุกคนได้สัมผัสมันด้วยตัวเองมากกว่า น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เล่นแต่ละคนจะรู้สึกอย่างไรเมื่อเครดิตหลังจบเกมค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมาบนหน้าจอของทุกคนอย่างช้า ๆ และปล่อยให้อารมณ์ทั้งหลายที่พรั่งพรูออกมานั้นตกตะกอนกลายเป็นความคิด ซึ่งมันน่าจะเปิดประตูบานใหม่ ที่จะทิ้งคำถามเอาไว้ในใจให้ผู้คนได้สำรวจความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง พูดคุย วิเคราะห์ และตั้งบทสรุปจากสิ่งที่ตัวเองได้รับกันไปอีกนาน

ไม่ต้องเชื่อผม พิสูจน์ด้วยตัวของคุณเองเลยครับ

คะแนน 10 ⁄ 10

Post by [Coolerist]
TOP