Wiki review

Doraemon and
Story of Seasons Review

ตอน เจ้าสัวโนบิตะ


*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Bandai Namco Entertainment Asia มา ณ โอกาสนี้ครับ


**รีวิวนี้เล่นบน PS4


ในยุคที่การครอสโอเวอร์ ไปได้ไกลกว่าที่คนเล่นเกมหรือดูหนังจะจินตนาการถึง การมาพบกันของ หุ่นยนต์แมวที่ขับเคลื่อนด้วยโดรายากิกับเกมจาก Story of Seasons หรือที่คนไทยยุคหนึ่ง (เอามือเล่นหงอกตัวเอง) รู้จักกันว่าฮาร์เวสต์ มูน ก็เป็นเรื่องที่ไม่เหนือการคาดหมายอะไร

ความคาดหวังของผมตอนแรก ผมคงไม่พูดถึงโดราเอมอนมาก เพราะความเป็นตำนานของมันล้นทะลักในตัวเองอยู่แล้ว แต่สำหรับฮาร์เวสต์ มูน มันเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ทำให้เราหวนระลึกได้ว่า ครั้งหนึ่งเราเคยสนุกจนแทบเป็นบ้ากับเกมที่มีคอนเสปง่าย ๆ อย่างการบริหารจัดการฟาร์มปศุสัตว์ เป็นการวางรากฐานเกมปลูกผักที่แข็งแกร่งบน PS1 จนแม้แต่ภาค PS2 ต่อ ๆ มา ผมก็ไม่สามารถอินกับเกมแนวนี้ได้เท่ากับภาคแรกอีกเลย

ในโอกาสเมื่อมันได้ครอสโอเวอร์กับโดราเอมอนด้วยแล้ว ผมเลยรู้สึกสงสัยปนสนใจว่า เจ้าเพื่อนเก่าคนนี้มันจะคุยกับเราได้ถูกคออยู่อีกไหม หลังจากที่เราห่างหายจากกันไปนาน

และนี่คือสิ่งที่ผมรู้สึกเมื่อเจอกับเพื่อนคนนี้อีกครั้ง


เนื้อเรื่อง

เรื่องราวของเกมเริ่มต้นเมื่อโนบิตะไปเก็บเมล็ดลายหยดน้ำที่จู่ ๆ ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว และมาพร้อมกับพายุโหมที่นำพาแก๊งโดราเอมอนลอยไปในช่องวางของมิติเวลา แล้วก็ติดอยู่ที่เมืองแห่งหนึ่งชื่อซีเซ็น และแน่นอนครับว่ามันก็ต้องมีเหตุให้ของวิเศษที่จะทำให้เรื่องราวมันง่ายของโดราเอมอนต้องมีอันกระจัดกระจายไปทั่ว บ้างก็โดนสัตว์เอาไป บ้างก็โดนคนในเมืองเก็บไป เป็นเหตุให้เด็ก ๆ ทั้งหมดต้องติดอยู่ในเมืองนี้ ที่ไม่มีกฎหมายคุ้มครองแรงงานเด็ก ทำให้โนบิตะกับพวกก็ต้องแยกย้ายกันไปทำงาน และหาทางไขปริศนาต้นไม้ยักษ์ที่พาพวกเขามา พร้อมตามหาของวิเศษไปด้วย

ปกติแล้วเรื่องราวของเกมแนวฮาร์เวสต์มูนก็จะเป็นเรื่องราวสุขทุกข์ชาวบ้านธรรมดา แต่พอมีโดราเอมอนมาเอี่ยวทำให้เนื้อเรื่องตัวละครในเมืองดูมีสีสันมากขึ้น เพราะเราจะได้เข้าไปพัวพันกับความสัมพันธ์ของหมอและพยาบาลประจำหมู่บ้าน ความลับของช่างไม้ กิ๊กโดราเอมอนอย่างมิมิโกะ รวมถึงเทพธิดาที่ตอนสุดท้ายจะคลายปมทุกอย่างว่าโนบิตะกับพรรคพวกจะหาทางกลับบ้านได้อย่างไร

Pic06.jpg (191 KB)

ดูภาพขนาดเต็ม

เอาเข้าจริง เนื้อเรื่องเกมนี้ก็เป็นสิ่งที่เกินความคาดหวังเล็กน้อย แต่สิ่งที่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไรก็คือการเล่าเรื่องที่ไปผูกกับเกมเพลย์ แล้วทำให้อารมณ์ของเกมขัดจังหวะ ผมอธิบายง่าย ๆ เช่น คุณกำลังจะเดินเข้าไปซื้อของในร้านของชำ แล้วก็ถูกบังคับให้ดูเหตุการณ์เกิดขึ้นในนั้น จนสุดท้ายเหตุการณ์ก็นำคุณเดินทางไปยังสถานที่หนึ่ง แต่ปัญหาก็คือ มันก็ทิ้งคุณไว้ในสถานที่ที่พาคุณมานั่นล่ะ ทำให้คุณจะต้องเสียเวลาเดินกลับไปร้านของชำตามเดิม

เกมใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะจบทีเดียว ในตอนฉากจบก็มีการคลายปมตัวละครทั้งหมด แต่มีชะตากรรมของตัวละครสามตัวที่ผมกลับมีความรู้สึกว่ายังทำได้ไม่สุด มันดูคลี่คลายง่ายและไม่มีที่มาที่ไปมากไปหน่อย


เกมเพลย์

สำหรับเกมแนวฮาร์เวสต์มูน ความรู้สึกตอนเล่นที่หาจากเกมประเภทอื่นได้ยากมากจริง ๆ นั่นคือ ความรู้สึกเหมือนเรากำลังทำงาน แต่ที่จริงเล่นเกมอยู่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเวลาตั้งแต่ตื่นมา 6 โมงเช้า เราก็จะมีภาระเดินเรียงหน้ามาให้ทำ ตั้งแต่ใส่ปุ๋ย รดน้ำ เก็บไข่ไก่ รีดนมวัว คุยกับสัตว์ ให้ขนมสัตว์ เดินเข้ามาเมืองจับจ่ายซื้อของ และกลับไปเข้าเหมืองเพื่อหาฟอสซิลมาขาย (ซึ่งน่าจะเป็นวิธีหาเงินที่เร็วมากที่สุด หากขยันใช้วิธีเซฟเกมแต่ละชั้น) มันให้อารมณ์ของภาระแบบสุด ๆ แต่ก็เป็นการผลาญเวลาและเป็นภาระที่สุนทรีย์ดีจริง ๆ เพราะคุณจะรู้สึกชื่นใจทุก ๆ หกโมงเย็นที่มีเงินโอนเข้าบัญชี

Pic02.jpg (262 KB)

ดูภาพขนาดเต็ม

ถึงแบบนั้น ผมก็รู้สึกตลกเล็กน้อยกับความไม่เข้ากันกับนิสัยของโนบิตะ เพราะเรารู้กันอยู่แล้วว่าโนบิตะเป็นเด็กขี้เกียจแล้วก็ไม่เอาอ่าวเอาหาดอะไรเท่าไร และเพื่อน ๆ ในเกมก็ยังล้อความไม่เอาไหนของโนบิตะอยู่ โดยไม่สนว่าตัวโนบิตะนั้น (ก็คือเรานั่นแหละ) ทำงานจนจะเป็นเจ้าสัวผูกขาดธุรกิจฟาร์มในเมืองอยู่แล้ว โดยใช้เวลาแค่ปีเดียว

หากคุณเป็นมือใหม่ที่ไม่เคยผ่านฮาร์เวสต์มูนมาก่อนเลย ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะเกมจะมีแทรกวิธีการทำสิ่งต่าง ๆ ตั้งแต่ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ค่อนข้างครบครันอยู่แล้ว และสำหรับคนที่กลัวว่าถ้าเล่นฮาร์เวสต์มูนภาคแรก แล้วข้ามมาภาคนี้ จะตามเกมทันไหม ไม่ต้องกังวลครับ ผมแทบจะบอกได้เลยว่าเกมนี้ก็คือส่วนเสริมฮาร์เวสต์มูนแบบเวอร์ชันอัปเกรดที่เป็นธีมโดราเอมอนเลยก็ได้ เพราะโครงกระดูกเกมเพลย์ทุกอย่างแทบจะเรียงตัวเหมือนเดิมเป๊ะ

Pic04.jpg (168 KB)

ดูภาพขนาดเต็ม

อีกส่วนสำคัญก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างคนในหมู่บ้าน ซึ่งเอาเข้าจริงไม่ได้สนุกในแง่เกมเพลย์ แต่จะช่วยให้เราเข้าใจความเป็นมา และเป็นไปของตัวละครต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งวิธีการก็คือการเพิ่มค่าความสนิทสนม (แสดงเป็นรูปหัวใจในหน้าเมนู) ทำได้ตั้งแต่การพูดคุย หรือให้ของที่ชอบ ซึ่งแต่ละตัวละครต่างก็มีของที่ชอบและเกลียดของตัวเอง คุณจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อผ่านเหตุการณ์บางอย่าง หรือจะใช้วิธีลัดค้นหาบทสรุปบทเน็ตก็มีให้ค่อนข้างพร้อม เพราะฝั่งคนที่เล่นมาก่อนก็จัดทำไว้ให้ระดับหนึ่งแล้ว

EfjeP9iUwAA_9h-.jpg (345 KB)

ดูภาพขนาดเต็ม

ขณะเดียวกัน เกมก็มีการผสานความสดใหม่ด้วยเครื่องมือของโดราเอมอน ผมกลับคิดว่าเกมน่าจะดันศักยภาพของเครื่องมือวิเศษไปได้ไกลกว่านี้ ความสามารถจากเครื่องมือวิเศษในเกมไม่ค่อยชวนว้าวเท่าไร เช่น ไม้เท้าตามหาคน ซึ่งเอาจริง ๆ แค่เปิดแผนที่ขึ้นมาก็รู้ตำแหน่งคร่าว ๆ แล้วว่าใครอยู่ตรงไหน หรือการอัปเกรดเครื่องมือการเกษตรต่าง ๆ ที่สุดท้ายให้ผลลัพธ์จริง ๆ คือโนบิตะใช้พลังกายน้อยลง รดน้ำได้กว้างขึ้น แต่ใช้ทรัพยากรในการอัปเกรดมหาศาล รวมถึงเครื่องมือบางชิ้นก็ไม่รู้จะอัปเกรดทำไมเช่น ค้อน ซึ่งเราสามารถหาหินได้จากเหมืองอยู่แล้ว จะมีของบางชิ้นที่รู้สึกว่ามันวิเศษจริง ๆ อย่างเครื่องคุมสภาพอากาศ หรือประตูไปที่ไหนก็ได้

อีกสิ่งที่ทำให้รู้สึกขัดใจก็คือ เกมบอกข้อมูลให้เรารู้ไม่หมด ในเรื่องที่มันเป็นสิ่งพื้นฐานมาก ๆ เช่น เรื่องราคาของพืชผล แร่  ผลไม้อะไรก็ตามแต่ละชนิด หรือแม้แต่การสอนเลี้ยงสัตว์ในเกม ที่ตอนแรกบอกว่าจะต้องให้อาหารทุกวัน แต่เมื่อผมได้ค้นข้อมูลจากคนที่เล่นมาก่อน และทดลองด้วยตัวเอง ก็พบว่า คุณสามารถปล่อยมันออกมานอกคอก ให้มันหาหญ้าหาดินกินเองได้โดยไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหารให้ตั้งแต่แรก และสิ่งที่ขัดใจผมมาก ๆ ก็คือ เวลาเปิด-ปิดร้านขายของแต่ละที่มีวันหยุดและเวลาเปิดกันแบบอินดี้ บางร้านเปิดวันอาทิตย์ บางร้านเปิดสามโมง ไหนจะปิดตอนมีงานเทศกาลอีก มีเพียงป้ายหน้าร้านแต่ละแห่งเท่านั้นที่จะบอกรายละเอียดเอาไว้ ซึ่งเอาจริง ๆ ข้อเสียนี้ก็ยังพอรับได้ ถ้าเกมจะมีตารางเวลาในหน้าจอเมดูรวมมาให้ดูเลยว่าร้านไหนเปิดวันไหนช่วง เวลาไหนบ้าง ซึ่งในเกมอาจจะมีก็ได้ แต่เท่าที่ผมเล่นมาเกือบสามสิบชั่วโมง ผมก็ยังหาตารางเวลาเต็ม ๆ ไม่เจอ แต่ถึงมันจะมีจริง ๆ ก็ไม่ควรทำให้เข้าถึงยากขนาดนี้ เพราะการซื้อของเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารเวลาในเกมนี้เลยทีเดียว


การแปลภาษาไทย

ต้องออกตัวว่าผมไม่รู้ว่าการแปลเกมภาคนี้ ใช้ภาษาไหนเป็นภาษาตั้งต้น แต่จากที่เล่นมาเดาว่าน่าจะแปลจากภาษาญี่ปุ่น เพราะเกมอ้างอิงชื่อที่คุ้นหูคนไทยอย่าง โนบิตะ แต่ทางฝั่งอเมริกาหรือสหราชอาณาจักรจะเรียก โนบี้ ด้านคุณภาพนั้นผมก็ต้องยกให้เป็นงานแปลเทียบชั้น One Piece Musou ภาคล่าสุดเลย ก็คือไม่เพียงแปลได้ไม่สะดุด แต่ยังแปลได้เข้าใจบริบทของการ์ตูนโดราเอมอนด้วยว่าตัวละครอย่างไจแอนท์ ซูเนโอะ ชิซุกะ จะใช้คำประมาณไหน พูดได้เลยว่าไม่รู้จะติตรงจุดไหนเลยจริง ๆ กับเรื่องนี้


สรุป

Doraemon and Story of Seasons เป็นเกมที่พิสูจน์ความอยู่ยั้งยืนยงของเกมเพลย์ที่ฮาร์เวสต์มูนวางรากฐานเอาไว้มาเป็นสิบปี แต่สิ่งนี้ก็ยังทำให้เราได้รับประสบการณ์ที่ได้เหมือนทำงานทั้งที่เล่นเกมอยู่ สนุกหรือไม่อาจแล้วแต่คน แต่ผมเชื่อว่าคนจะจับคอนโทรลเลอร์หนึบแทบไม่ปล่อยแน่นอน การครอสโอเวอร์กับโดราเอมอนทำให้เรื่องราวตัวละครมีมิติน่าค้นหามากกว่าเดิม แต่น่าเสียดายที่ทีมงานใช้ศักยภาพของจินตนาการจากของวิเศษมาผสมกับเกมเพลย์ได้ยังไม่สุด รวมถึงข้อน่ารำคาญใจอื่น ๆ ที่รวมกันแล้วก็เป็นจุดที่ไม่สามารถมองข้าม เช่น การไม่บอกราคาสินค้า การไม่รวมเวลาเปิดปิดร้านค้าต่าง ๆ มาให้ดู โชคดีที่ผมกดให้คะแนนการแปลภาษาไทยมากเป็นพิเศษ เพราะทำได้เรียบลื่น อ่านง่าย เข้าปากตัวละครโดราเอมอนและเพื่อน ๆ มาก ๆ ถ้าคุณอยากเล่นเกมปลูกผักฉบับภาษาไทยดี ๆ นี่เป็นโอกาสแล้ว




คะแนน 7.5

Post by [Reviewer Ocelot]
TOP