Wiki review

Remothered: Broken Porcelain

แพลตฟอร์มที่เล่น: PS4

เวอร์ชันเกมที่เล่น: 1.02

*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Ripples Thai Venture Co., Ltd. มา ณ โอกาสนี้ครับ

หลังจากเปิดม่านความสยองและการทดลองสุดสะพรึงใน Tormented Fathers ไปแล้ว เมื่อปี 2018 ก็นับได้ว่า Stormind Games แจ้งเกิดเป็นอีกหนึ่งค่ายอินดี้ที่นักวิจารณ์ต่างยอมรับว่า “มีของ” และผู้เล่นต่างก็รอคอยการกลับมาสานต่อเรื่องราวการสืบสาวความทรงจำอันชวนขนลุกที่คนทำกับคนด้วยกันเองใน Broken Porcelain ซึ่งกล้าประกาศศักดาด้วยการแปะป้ายว่านี่คือ “เกมสยองขวัญแห่งปี” ในตัวอย่างเลยทีเดียว

เอาล่ะ มันก็ไม่ใช่คำโฆษณาที่เกินไป เพราะนี่คือเกมที่สยองขวัญแห่งปีจริง ๆ แต่ด้วยนิยามอีกแบบหนึ่ง...

Remothered_ Broken Porcelain_20201013124108.jpg (202 KB)

ดูภาพขนาดเต็ม

เนื้อเรื่อง

สำหรับผม ถึงจะมีหลายเสียงบอกว่า Remothered เป็นลูกหลานที่เดินตามรอยความสำเร็จของเกมอย่าง Clock Tower แต่เอาเข้าจริงแล้วผมได้กลิ่นความเป็น Outlast ในแง่ของเนื้อเรื่องมากกว่า เพราะธีมหลักยังคงเกี่ยวพันอย่างเหนียวแน่นกับการสืบหาต้นตอของโศกนาฏกรรมอันเกิดจากการทดลองของบริษัทยาที่มีตระกูล Ashmann อยู่เบื้องหลัง การทดลองนั้นคร่าชีวิตคนบริสุทธิ์ โดยเฉพาะกลุ่มแม่ชีชุดแดงในนาม Cristo Morente เพื่อสร้างยาที่สามารถลบล้างความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตชื่อ ฟีน็อกซิล โดยใช้ผีเสื้อพันธุ์ Acherontia มาสังเคราะห์ร่วมกับตัวยาด้วย เมื่อพล็อตเรื่องเดินมาแบบนี้ทำให้เราพอจะเดาออกได้แต่ต้นว่าจะต้องมีการผิดพลาดจากการทดลองขึ้น และสร้างอสุรกายในร่างคนขึ้นมา โดยในภาคนี้เกมจะมีการเจาะลึกเข้าไปถึงความสามารถของตัวยาอย่างละเอียด ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้รับยาบางคนได้ความสามารถพิเศษบางอย่าง (พร้อมจุดอ่อนคืออาการแพ้แสงอย่างรุนแรง) แล้ว พลังของมันนี่ล่ะครับที่จะเป็นกุญแจไขปริศนาของเหตุการณ์สำคัญในอดีต ทั้งการเผาโบสถ์ของแม่ชีชุดแดง รวมถึงตัวตนที่แท้จริงของตัวเอกในภาคแรกด้วย

Remothered_ Broken Porcelain_20201013125445.jpg (81 KB)

ดูภาพขนาดเต็ม

ธีมของเกมอีกเรื่องหนึ่งก็คือการจำและการลืม โดย Broken Porcelain ยังคงใช้วิธีการดำเนินเรื่องแบบซับซ้อน และมีการเล่าผ่านมุมมองตัวละครถึง 3 ชั้น คือการที่ตัวเอกในปัจจุบัน (มาดาม) เล่าย้อนไปถึงเรื่องราวของตัวเอกในภาคแรก ที่ยังคงออกสืบหาความจริงถึงการหายตัวไปของเด็กสาวชื่อ Celeste จากการให้ปากคำของ Stefano Ashmann และเมื่อเกมมีการปูมาแล้วว่าตัวยาฟีน็อกซิลมีผลข้างเคียงที่ส่งผลกระทบต่อความทรงจำ เราจะพบว่าผู้สร้างใช้มุกการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนรูปลักษณ์ตัวละครบ่อยมาก ทำให้เราเข้าใจว่าบางตัวไม่ใช่ตัวเดียวกัน ทั้งที่มันเป็นคนเดียวกัน แค่มันลืมหรือโดนแทรกแซงความทรงจำมาก่อน (ให้เวลา งง 30 วิ) แต่สุดท้ายพอได้นั่งต่อจิ๊กซอว์กันในหัว เราก็พอจะเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้บ้าง แม้จะไม่ 100% ผมคิดว่าเกมใช้มุกที่ว่ามาเปรอะไปหน่อย เหมือนกับผู้สร้างอยากให้เรื่องมันดูซับซ้อนเข้าไว้ เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกเซอร์ไพรส์เมื่อเดินทางจนถึงบางอ้อแล้ว

สิ่งที่ผมชอบที่สุดในเนื้อเรื่อง ก็คือเคมีระหว่างสองตัวละครหลัก คือตัวของ Jennifer กับ Lindsay หรือ Linn โดยเฉพาะในแง่ของการให้เสียงพากย์ บทสนทนา และพัฒนาการด้านความสัมพันธ์ของตัวละคร ทั้งที่ตัวเกมไม่ได้มีความยาวมากนัก แต่ก็สามารถทำให้เรารู้สึกร่วมไปกับคำมั่นสัญญาที่สองตัวละครมีให้กันได้ และคลายปมว่าทำไมตัวละครเอกในภาคแรกจะต้องออกตามหา Celeste ให้พบ ซึ่งถือเป็นความโดดเด่นของ Remothered ที่ดูจะแหวกแนวกว่าเกมสยองขวัญถูกไล่ล่าเกมอื่น ๆ พอสมควร เอาเข้าจริง เมื่อดูตอนจบแล้ว ผมกลับรู้สึกว่าแก่นเรื่องของการเติบโตและความรักดูเด่นยิ่งกว่าความสยองขวัญของเกมด้วยซ้ำ และการแทรกเพลงประกอบก็ยิงทะลุหัวใจแบบได้จังหวะพอดิบพอดี

ถึงจุดนี้แล้ว ขอเตือนว่าเนื้อหาต่อไปนี้ อาจจะเหมือนผมมีความอาฆาต หรืออยากแกงเกมนี้ แต่สิ่งที่ผมเจอนั้นผมไม่สามารถมองข้ามได้จริง ๆ

ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันครับ

Remothered_ Broken Porcelain_20201013152948.jpg (89 KB)

ดูภาพขนาดเต็ม

Gameplay

ผมไม่อยากบอกว่า ผม “เล่น” เกม Remothered: Broken Porcelain ผมรู้สึกตลอดเวลาว่า ผมมานั่ง “เทสต์” เกม Remothered ซึ่งยังเป็น Broken Game อยู่ เพราะแค่ช่วงที่คุณเริ่มบังคับตัวละครได้ไม่กี่นาที คุณก็จะได้สัมผัสประสบการณ์การแสดงผลที่ประหลาดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการที่ตัวละครล่องหนเมื่อตาย มุมกล้องที่พยศอยากวิ่งชนกำแพงจนเหมือนคนเสียสติ ไปจนถึงการอัปเกรดทักษะต่าง ๆ ที่อยู่ ๆ ทักษะเดิมที่อัปไว้ก็หายไปแม้จะเซฟเกมไปแล้วก็ตาม และอย่างที่คุณหลายคนน่าจะรู้กันว่า เมื่อไม่กี่วันก่อนที่รีวิวนี้จะปล่อยเกมมีการอัปเดตที่ทำให้ภาษาไทยหายไปและกลายเป็นภาษาจีนแทน จนต้องมีการเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษเพื่อเล่นแก้ขัดกันไปก่อน

จนกระทั่งเมื่อผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ผมถึงกับนั่งคิดว่าควรจะต้องปรับลดความคาดหวังลงมาแล้วก็มองข้ามบั๊กเกี่ยวกับการแสดงผลต่าง ๆ ออกไปก่อน ถ้าเกมยังไม่ถึงขั้นมีบั๊กชนิดที่ร้ายแรงจนเดินเกมต่อไม่ได้ ก็น่าจะลดระดับเครื่องด่าให้ได้เพราะยังไงซะนี่ก็เป็นเกมอินดี้ โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ผมได้เจอนั้นยังเป็นแค่น้ำจิ้มของฝันร้ายนี้เท่านั้น

Remothered_ Broken Porcelain_20201015131118.jpg (164 KB)

ดูภาพขนาดเต็ม

ใช่แล้วครับ เกมมีบั๊กที่สามารถทำให้คุณไม่สามารถเล่นเกมจนจบได้ และไม่ใช่แค่หนึ่งจุดที่พบ แต่มีอย่างน้อย 2 ถึง 3 จุดด้วยกัน ขอยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดก็คือ เมื่อมีฉากหนึ่งที่เราต้องบังคับตัวละครให้ผลักลังที่ขวางกำแพง เพื่อที่เราจะได้สำรวจกำแพงนั้นแล้วเข้าประตูลับได้ ผมผลักลังไปทางซ้ายรอบแรก (แล้วลังก็สามารถดันหายเข้าไปในกำแพงได้อย่างน่าอัศจรรย์ด้วยนะ) ผมไม่สามารถกดสำรวจกำแพงได้ แต่พอโหลดเซฟใหม่แล้วกลับมาดันลังไปทางขวา กลับสำรวจได้ ทั้งที่ก็ยืนอยู่ตรงตำแหน่งเดียวกันแท้ ๆ แล้วถ้าเกิดผมดันลังไปทางซ้ายแล้วเผลอเซฟเกมทับไปอะไรจะเกิดขึ้น... จนต้องขอสารภาพในรีวิวนี้เลยครับว่า นับแต่ตอนนั้นผมต้องเปิดวิดีโอของคนที่เล่นจบไปแล้วดูควบคู่ไปด้วย เพราะผมไม่มั่นใจแล้วว่าถ้าผมหาทางไปต่อไม่เจอ มันเกิดจากการที่ผมยังหาทางไปไม่เจอจริง ๆ หรือตัวเกมโดนบั๊กเล่นกันแน่

Remothered_ Broken Porcelain_20201015124549.jpg (135 KB)

ดูภาพขนาดเต็ม

ไม่ใช่แค่เรื่องบั๊กเท่านั้นที่คุณต้องกังวล แต่การบังคับตัวละครใน Broken Porcelain ก็สาหัสไม่แพ้กัน ทั้งการเดินชน การเดินติดสิ่งกีดขวางที่ไม่ได้ตั้งใจใส่มาให้กีดขวางมันมีมากจนนับไม่ถ้วน แล้วยิ่งเทียบกับผู้ล่าบางตัวซึ่งสาวเท้าไวฉับ ๆ และรัวคอมโบใส่ชนิดที่เหมือนพี่กด Cancel Animation จนคล่อง Nemesis ใน RE3 Remake ยังต้องบินมาดูงานเรียนรู้ ประมาณว่าถ้าติดมุมแล้วโดนตีหนึ่งครั้งก็เตรียมเริ่มใหม่ได้ทันที เพราะตัวละครเราจะมีท่าทางชะงัก แล้วเราก็จะโดนรัวคอมโบใส่จนตายตรงนั้น

กลับไปในช่วงต้นที่ผมบอกว่านี่สมควรเป็นเกมสยองขวัญแห่งปี เพราะผมรู้สึกสยองมากว่า ถ้าผมหรือใครลงทุนซื้อเกมนี้จริง ๆ เราจะมีปัญญายอมรับกับความเสียหายทางจิตใจที่เราได้เจอกับเกมที่คุณภาพยังไม่น่าจะถึงขั้นเดโม หรือเบตา แบบนี้ได้หรือไม่ โดยทั้งหมดนี้ ผมยังไม่ได้ลงรายละเอียดของการออกแบบเกมเพลย์ที่ยังมีจุดน่าสงสัยหลายจุด เช่น การใส่ระบบอัปเกรดทักษะเข้ามา ซึ่งจำนวนการอัปเกรดไม่สอดคล้องกับความยาวเกมที่เล่น รวมถึงพลังพิเศษของเราในการบังคับผีเสื้อ (ซึ่งก็บังคับยากอีก) แต่ใช้ได้จริงไม่กี่จุด ส่วนใหญ่เป็นการไขปริศนามากกว่า ทำให้ผมรู้สึกว่าผู้สร้างวางสเกลของเกม Broken Porcelain เอาไว้ตอนต้นในระดับที่เล่นใหญ่มาก แต่จะด้วยงบหรือขั้นตอนพัฒนาอะไรก็ตาม ทำให้เกมไปไม่ถึงสเกลที่วางไว้

Remothered_ Broken Porcelain_20201015122635.jpg (119 KB)

ดูภาพขนาดเต็ม

สรุป

ผมเห็นความทะเยอทะยานที่แสดงออกมาผ่านเรื่องราวและการนำเสนอที่ซับซ้อนของ Broken Porcelain สิ่งที่ผมคิดว่าน่าประทับใจที่สุดคือเคมีของตัวละครหลัก 2 ตัว การคิดบทสนทนา การนำเสนอเพลงที่เหมาะเจาะกับชั่วขณะนั้น ๆ แต่น่าเสียใจจริง ๆ ว่า Broken Porcelain ไม่สามารถจะสานต่อความดีงามที่เกมภาคแรกทอดสะพานมาให้ได้ ด้วยคุณภาพของเกมที่เหมือนนำเวอร์ชัน Alpha มาให้เล่น ก็ได้แต่หวังว่าทีมงานจะสามารถแก้ไขปรับปรุงเรื่องของข้อผิดพลาดทางเทคนิคจนสามารถพูดได้เต็มปากว่า นี่คือเกมที่พร้อมให้คุณ “เล่น” จริง ๆ

คะแนน 5/10

Post by [Reviewer Ocelot]
TOP