Wiki review


ถ้าพูดถึงเกมแนว Open World แล้วละก็ เกมจากค่าย Ubisoft น่าจะต้องเคยผ่านมือของเกมเมอร์กันมาบ้าง เพราะซีรีส์เอกของค่ายนี้ ไม่ว่าจะ Far Cry, The Division, Ghost Recon, Watch Dogs ต่างก็มีลักษณะเป็นโลกเปิดกว้างทั้งสิ้น และจากประสบการณ์อันโชกโชนและผลงานที่มากมาย เราอาจจะเรียกพวกเขาว่าเป็นราชาแห่งเกมแนวนี้ได้เลยทีเดียว ซึ่งหลังจากที่ผมได้สัมผัสกับ Assassin′s Creed Valhalla ภาคล่าสุดของภาคีมือสังหาร ผมก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า นี่คือเกม Open World ที่ดีที่สุด ที่ Ubisoft เคยสร้างมา…

valhalla review 1.png (4.66 MB)


ประโยคที่ผมกล่าวมานั้น อาจจะตีความไปในทางใดก็ได้ ระหว่าง

1. ถ้าคุณคือคนที่ชื่นชอบรูปแบบเกม Open World ของ Ubisoft ที่มีลักษณะค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น มีแผนที่กว้าง ๆ , มีหอคอยให้ปืนป่ายเพื่อเปิดโซนพื้นที่เพื่อออกผจญภัย, มีหมุดหมายเป็นกิจกรรมให้คุณทำจำนวนมหาศาล, มีชั่วโมงเกมเพลย์ให้คุณเล่นได้ยาวนานหลัก 100 ชั่วโมง+ นี่คือเกมที่ครบเครื่องถูกใจคุณอย่างแน่นอน

2. แต่หากคุณเบื่อหน่ายเกมที่มีรูปแบบตายตัวเป็นสูตรสำเร็จ กิจกรรมให้ทำอาจจะมีมากแต่ค่อนข้างจะคล้าย ๆ พื้นที่เดิมที่เราเพิ่งจะผ่านมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า และภาพรวมของเกมอาจจะทำให้คุณรู้สึกว่าเหมือนเคยเล่นที่ไหนมาก่อนเป็นสิบเป็นร้อยรอบแล้ว Valhalla ก็คงไม่สามารถเปลี่ยนใจให้คุณกลับมารักมันได้เช่นกัน

valhalla review 2.png (3.39 MB)


อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าตัวคุณจะจัดอยู่ในกลุ่มไหน สิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้คือ ตัวเกมถูกพัฒนายกระดับให้เหนือล้ำกว่าเกม Open World ที่วางจำหน่ายมาก่อนหน้าของทางค่ายในหลายมิติ ด้วยเหตุผลที่ผมจะอธิบายต่อไปในรีวิวฉบับนี้ครับ

เรื่องราวของ Valhalla จะติดตามตัวเอกชื่อ Eivor แห่งเผ่าเรเวนจากดินแดนนอร์เวย์อันแร้นแค้นและหนาวเหน็บ ที่ช่วยบ่มเพาะหนึ่งในนักรบที่น่าเกรงขามที่สุดของประวัติศาสตร์มนุษยชาติอย่างชาวไวกิ้ง ซึ่งด้วยความจำเป็นทั้งทางการเมืองและทรัพยากรทำเขาต้องมองหาดินแดนที่อุดมสมบูรณ์กว่าแห่งใหม่เพื่อตั้งรกราก อันจะนำพาให้เราไปสู่การผจญภัยบนเกาะอังกฤษในที่สุด

valhalla review 3.png (2.29 MB)


ณ จุดนี้ตามช่วงเวลาบนหน้าประวัติศาสตร์แล้วนั้น ชาวไวกิ้งได้บุกขึ้นเกาะอังกฤษ ออกปล้นและตั้งถิ่นฐานบนแผ่นดินนี้มาเกือบร้อยปีก่อนหน้า Eivor แล้ว นั่นทำให้อังกฤษเป็นสถานที่ที่ชาวแซกซอน บริตัน และชาวนอร์ส อยู่ร่วมกัน จนทำให้เส้นแบ่งของคำว่ามิตรและศัตรูนั้นไม่อาจถูกตัดสินได้ง่ายนัก เพราะชาวไวกิ้งทุกคนหาใช่มิตร และชาวอังกฤษทุกคนก็ไม่ใช่ศัตรูของคุณเสมอไป

แน่นอนการจะมาสร้างบ้านในต่างถิ่นที่เจ้าของที่ดินเขาไม่ได้ต้อนรับก็ไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งแรกที่ Eivor ต้องทำเมื่อมาถึงอังกฤษ ก็คือสร้างพันธมิตรในภูมิภาคต่าง ๆ ให้เข้มแข็ง เพื่อในยามจำเป็นฉุกเฉินพันธมิตรเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนเผ่าของเราในการทำศึกสงครามได้ ซึ่งนี่ก็คือโครงเรื่องหลักของเกมในภาคนี้ คุณจะได้ออกเดินทางไปยังแว่นแคว้นต่าง ๆ ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็จะมีกรณีพิพาทที่เราต้องเขาไปพัวพัน และเป็นหน้าที่ของ Eivor ที่จะต้องออกแรงแก้ไขสถานการณ์ให้ฝ่ายที่เราถือหางกุมอำนาจในดินแดนนั้นให้จงใด้

ตัวเอกที่น่าจะโดดเด่นและมีเสน่ห์ที่สุด คงไม่พ้นเกาะอังกฤษที่ต้องบอกว่า การออกแบบโลกของ AC ในคราวนี้ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ในส่วนของเควสนั้นอาจแบ่งออกเป็นเควสหลักที่จะเดินเนื้อเรื่องของเกมไปข้างหน้า และเควสรองที่จะทำให้เราไปพบปะกับตัวละครสมทบมากมายที่จะทำให้เราได้พบกับเนื้อหาที่ลึกกว่าเดิม และความสนุกที่แท้จริงของเกมอยู่ที่การสำรวจ เพราะในภาคนี้ เมื่อผู้เล่นทำการสำรวจจะแบ่งประเภทสิ่งที่น่าสนใจออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Wealth (สมบัติ), Mysteries (เรื่องลี้ลับ) และ Artifacts (วัตถุวิเศษ) ที่จะปรากฎบนแผนที่ให้เราออกตามหา

valhalla review 4.png (4.95 MB)


สมบัติคือทรัพยากรมีค่าหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็นเงิน, หนังสัตว์, แร่, หรือของมีค่าอื่น ๆ ที่จะถูกนำมาใช้อัปเกรดอุปกรณ์ประจำตัวหรือเสบียงที่ใช้ในการพัฒนาเมืองของเรา ซึ่งในหลายครั้งของมีค่าเหล่านี้จะถูกซุกซ่อนเอาไว้อย่างดีในรูปแบบ environment puzzle ที่ผู้เล่นจะต้องใช้สติปัญญาหรือความช่างสังเกตในการแก้ปริศนาเพื่อที่จะได้ครอบครองมันมา ซึ่งก็นับเป็นความท้าทายที่สนุกและลับสมองอย่างมาก

เรื่องลี้ลับ คือ การพบปะกับชาวบ้านร้านตลาดหรือเบาะแสสิ่งเหนือธรรมชาติบนเกาะอังกฤษ ที่บางครั้งก็เป็นแค่เพียงคดีมโนสาเร่ยิบย่อยของชาวบ้านรอให้เราไปช่วยเหลือ บ้างก็เป็นเรื่องน่าพิศวงชวนขนลุก บ้างก็เป็นเรื่องขำขันน่าหัวเราะของคนเพี้ยนที่ดูจะมีอยู่มากเหลือเกินบนเกาะนี้ ซึ่งส่วนตัวแล้วผมถือว่าเป็นจุดที่สนุกที่สุดของการสำรวจ เพราะแต่ละครั้งเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าจะต้องเจอกับอะไร และส่วนใหญ่เควสต์ดีไซน์ทำออกมาได้ดีมากทั้งจุดมุ่งหมายและบทสนทนา ซึ่งทำให้โลกของเกมมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างมาก

valhalla review 5.png (5.11 MB)


และวัตถุวิเศษจะเป็นของโบราณล้ำค่า ที่มักถูกใช้แลกของสะสมหรือนำมาเป็นทรัพยากรในการแลกสิ่งของหรือเปิดเนื้อเรื่องใหม่ของเกม  ถือว่าเป็นไอเทมพิเศษหายากซึ่งการเก็บพวกมันจนครบจะทำให้คุณจบเกมได้แบบ 100%

องค์ประกอบทั้งสามข้อนี้รวมกันทำให้ การสำรวจโลก ภายใน  Valhalla สนุกเทียบชั้นสุดยอดเกม RPG หรือ Open World ชั้นดีที่คุณนึกชื่อออกในหัวตอนนี้ได้เลยทีเดียว

valhalla review 6.png (2.60 MB)


ระบบที่ถูกชูให้เป็นจุดเด่นที่มีความสำคัญอย่างมากในภาคนี้ก็คือการสร้างเมืองไวกิ้งของคุณเองขึ้นมา หลังจากที่ Eivor ได้ลงหลักปักฐานแล้ว เราก็มีหน้าที่ในการจัดหาทรัพยากรมาพัฒนาเมืองของเราให้เจริญก้าวหน้าและใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งชื่อเสียงและผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองมากขึ้นเท่าไร เราก็จะสามารถขยายขอบเขตและอาคารสถานที่ประจำเมืองได้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งอาคารเหล่านี้นอกจากจะทำให้เมืองของเราสวยงามใหญ่โต แต่ละแห่งจะยังเพิ่มระบบเกมเพลย์ที่น่าสนใจให้กับเกมอีกมากมาย

เช่น สร้างคอกม้า หรือ อู่ต่อเรือ จะทำให้เราสามารถตกแต่งม้า นกอีกาคู่ใจ และเรือของเราได้ สร้างโรงล่าสัตว์ และซุ้มตลาดปลา จะทำให้เราได้เบาะแสของสัตว์ในตำนาน ให้ออกล่ายามว่างเว้นจากเนื้อเรื่องและอยากจะออกนอกลู่นอกทาง หรือรับบทเป็นหนุ่มตังเกร่อนเร่หาปลาตามที่ต่าง ๆ มาขายแลกไอเทมพิเศษได้ สร้างโรงฝึกทหารก็จะทำให้เราสามารถสร้างทหารคู่ใจและจ้างนักรบรับจ้างให้ออกรบไปพร้อมกับเราได้ นี่ยังไม่รวมมินิเกมอย่างแข่งดื่มเหล้าเพื่อพนันกินเงิน, ดวลฝีปากแบบชาวไวกิ้ง(หากชนะเราจะกลายเป็นคนฝีปากกล้าและเพิ่มตัวเลือกบทสนทนาให้การเจรจามีประสิทธิภาพมากขึ้นได้), หรือแข่งเกมทอยเต๋าแนววางแผนการรบที่มีระบบซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นมินิเกมธรรมดา ทำออกมาเป็นเกมแยกขายต่างหากยังได้อย่าง Orlog ซึ่งมีอยู่แทบทุกเมือง ก็จะเห็นได้ว่า Valhalla มีอะไรให้ทำนอกลู่นอกทางเยอะแยะเต็มไปหมด

valhalla review 7.png (3.15 MB)


เป็นที่ทราบกันว่าตั้งแต่ Origins และ Odyssey ตัวเกมมีการปรับปรุงระบบการต่อสู้และการพัฒนาตัวละครขนานใหญ่ให้มีความเป็น RPG มากขึ้น Action ต่าง ๆ มีจังหวะที่ช้าลง ศัตรูจะมีเลเวลกำกับ ทำให้ระดับเลเวลของตัวละครมีผลกับการต่อสู้ค่อนข้างมาก ในภาค Valhalla ก็ยังคงยึดระบบนี้เป็นแกนหลักอยู่เช่นเคย สำหรับศัตรูทั่วไป หากผู้เล่นมีเลเวลที่สูงกว่าก็สามารถโจมตีฟาดทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลองได้อย่างง่ายดาย จะมีก็เพียงแต่ศัตรูระดับบอสเท่านั้นที่อาจจะต้องใช้ฝีมือหรือการวางแผนมากขึ้นหน่อย

ความน่าสนใจเกี่ยวกับระบบการต่อสู้ในภาคนี้ ส่วนหนึ่งก็คือการดึงเอาสัญชาตญาณและการต่อสู้แบบไวกิ้ง กล่าวคือจะมีความดุดัน ดิบเถื่อน ถืออาวุธสองมือเข้าโรมรันกับศัตรูอย่างบ้าคลั่ง การถืออาวุธแต่ละประเภท เช่น ขวาน ค้อน หอก ตุ้มเหล็ก ที่มือซ้ายจะทำให้ Eivor มีทักษะพิเศษประจำอาวุธนั้นที่ต่างกันไป เช่น ถ้าถือโล่ก็จะป้องกันการโจมตีได้ แต่ถ้าถือขวานก็จะสามารถฟันได้อย่างต่อเนื่อง

valhalla review 8.png (6.12 MB)


ฟังดูแล้วตัวเกมอาจจะเน้นการต่อสู้ซึ่งหน้าเป็นหลัก แต่สำหรับแฟน ๆ ที่ชอบรูปแบบการลอบสังหารก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะตัวเกมยังให้เราเล่นแบบซุ่มซ่อนได้ ซึ่งในหลายสถานการณ์ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่าด้วย ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่หากผู้เล่นจะรู้สึกตัวว่ามีทางเลือกให้เลือกใช้เสมอ หนึ่งในระบบที่มีเพิ่มเติมขึ้นมาและผมชอบมาก คือการลอบสังหารจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับความแตกต่างของเลเวลเพียงอย่างเดียว แต่มีการใส่ระบบ QTE เข้ามาเสริม ช่วยให้เราสามารถลอบฆ่าศัตรูที่แข่งแกร่งได้ด้วยการใช้มีดกลแทงเพียงครั้งเดียว เหมือนดั่งที่เคยเป็นมา

การล่องเรือเพื่อออกปล้นหรือการ Raid ก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญ ทั้งในแง่เนื้อหาที่ตรงตามวิถีชีวิตในประวัติศาสตร์ หรือในส่วนของเกมเพลย์ เพราะการออกปล้นนั้นจะช่วยให้เราหาทรัพยากร สมบัติมีค่า หรือในหลาย ๆ ครั้งก็จะได้รับค่าประสบการณ์หรือทักษะพิเศษเป็นการตอบแทน

valhalla review 9.png (5.17 MB)


ทักษะพิเศษของ Eivor นั้นแบ่งออกเป็นสองชุดใหญ่ ๆ ด้วยกัน ชุดแรกคือทักษะพื้นฐานติดตัวที่ได้จากค่าประสบการณ์ในการทำภารกิจชนิดต่าง ๆ หรือก็คือค่า XP ทุกครั้งที่ Eivor เลเวลอัปเราจะได้แต้มทักษะมา 2 แต้มเพื่อใช้ในการอัปเกรดความสามารถหนึ่งในสามด้าน คือ การต่อสู้ซึ่งหน้าระยะประชิด การลอบสังหาร และการโจมตีระยะไกลด้วยธนู ซึ่งดูเหมือนว่าการอัปเกรดแบบกระจายทั่วทุกสายสกิลจะเป็นการดีกว่าการเน้นอัปไปในด้านใดด้านหนึ่ง เพราะทุกสายสกิลมีทักษะ Passive ที่เชื่อมโยงสนับสนุนกันและกัน

ทักษะอีกประเภทคือท่วงท่าพิเศษ หรือก็คือท่าไม้ตายต่าง ๆ ที่จะไม่ได้มาจากการเก็บเลเวลทั่วไปแต่จะต้องเก็บหนังสือที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในโลกกว้างของเกม ซึ่งจะช่วยปลดล็อกความสามารถเหล่านั้นให้เราแทน เมื่อได้หนังสือมาแล้วเราจะสามารถเลือกทักษะเหล่านั้นติดตัวได้ แบ่งเป็นทักษะระยะประชิด 4 ชนิด และทักษะระยะไกลอีก 4 ชนิด

valhalla review 10.png (6.27 MB)


หากจะจำกัดคำนิยามจากความรู้สึกของผมเองหลังเล่นเกมนี้ไปสักระยะก็รู้สึกว่า ระบบการต่อสู้ของเกมนั้นมีความหลากหลาย แต่มีช่องว่างให้ผู้เล่นใช้ความคิดสร้างสรรค์ ทั้งยังเติมเต็มจินตนาการของการได้สวมบทเป็นไวกิ้งที่ทรงพลังได้อย่างดี ทุกครั้งที่ได้สกิลมาใหม่การใช้งานก็จะดูวูบวาบน่าตื่นเต้น แต่มันเป็นระบบที่ถูกลัดข้ามขั้นตอนได้ง่าย หากผู้เล่นมีระดับเลเวลที่สูงกว่าศัตรูมาก ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้ท่วงท่าที่ซับซ้อนอะไรเลย ไล่ทุบธรรมดาศัตรูส่วนใหญ่ก็ตายหมดแล้ว ซึ่งเมื่อเล่นเกมนี้ไปนาน ๆ ความเนือยและชาชินของระบบการต่อสู้ก็ยิ่งเผยให้เห็นชัดขึ้น

โดยสรุปแล้ว นี่คือเกมที่เหมือนอาหารชามโตรสชาติดี แต่ทีเด็ดอยู่ที่ความเต็มอิ่มจุใจใส่เครื่องให้ลูกค้าเยอะ ๆ มันอาจจะไม่ได้สร้างอะไรใหม่ขึ้นมาปฏิวัติวงการเกม open world แต่มันคือเกมที่ยกระดับมาตรฐานเดิมที่ซีรีส์เคยทำเอาไว้ในแทบทุกด้าน ไม่ต้องถามถึงความคุ้มค่า เพราะรับรองว่าคุณจะจมอยู่กับโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ได้อีกนานถ้าต้องการสำรวจทุกอย่างให้ครบ เพียงแค่ว่าถ้าคุณทนทำกิจกรรมเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมานานไม่ได้ ระบบการต่อสู้ไม่เร้าใจพอ และเนื้อเรื่องไม่ได้มีความหมายสำหรับคุณ Valhalla ก็อาจจะไม่ใช่เกมสำหรับคุณครับ

valhalla review 11.png (4.98 MB)

คะแนน 8.5/10

Post by [Coolerist]
TOP