Wikigame

Batman: Arkham Knight

    เก้าเดือนหลังจากเหตุการณ์ในภาค Arkham City ซึ่งโจ๊กเกอร์ได้สิ้นชีพไปในเหตุการณ์ครั้งนั้น อาชญากรรมในเมือง Gotham ได้ลดลงไปมหาศาล แต่ทั้งนั้นผู้ผดุงความยุติธรรมภายนครแห่งนี้อย่าง จิม กอร์ดอน หรือแม้แต่แบทแมนเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่างก็คอยเฝ้าระวังว่าภัยอันตรายครั้งใหม่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

    ในคืนวันฮัลโลวีนนั้นเอง Scarecrow จอมวายร้ายคู่ปรับอีกคนของแบทแมน ก็ได้ปลดปล่อยเอาแก๊สหลอนประสาทตัวใหม่ล่าสุดที่มีฤทธิ์รุนแรงออกมาทำร้ายผู้คนในเมืองก๊อธแฮม พร้อมทั้งคำขู่ว่าให้ทุกคนออกไปจากเมือง ไม่เช่นนั้นแก๊สตัวนี้จะถูกปล่อยออกมาโจมตีชาวเมืองทุกคน ทำให้ชาวเมืองกว่า 6 ล้านคน ถูกอพยพออกจากเมืองในทันที เหลือเพียงแค่จอมวายร้ายประจำเมืองกับเหล่าลูกสมุน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ GCPD เท่านั้น

    เมื่อได้รับรู้ถึงสถานะการณ์ดังกล่าว แบทแมน ก็ได้เริ่มต้นการสืบหาเบาะแสในทันที โดยเขาเริ่มต้นจากการตามหาตัว Poison Ivy และสอบถามเบาะแสจนได้รับรู้ว่า Scarecrow ได้นัดรวมเหล่าวายร้ายอย่าง Two Face, Penguin, Riddler, Harley Quinn มาประชุมกันเพื่อหาทางกำจัดแบทแมนให้ได้ แบทแมนจับไอวี่กลับมาขังที่โรงพัก และได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือทีมนักดับเพลิง 17 คนที่ออกปฎิบัติหน้าที่แต่หายตัวไปซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในเมือง และยังมีคดีศพปริศนาที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเมืองอีกด้วย

    Barbara Gordon ลูกสาวของผู้การ กอร์ดอน ผู้ช่วยของแบทแมน ที่เป็นที่รู้จักในนาม Oracle ได้ตรวจสอบที่มาของแก๊สหลอนประสาทนี้ จนกระทั่งรู้ว่ามันถูกผลิตขึ้นที่โรงงาน Ace Chemicals แบทแมนจึงรีบรุดไปตรวจสอบ แต่ก็กลับได้พบกับกองทัพทั้งคนและเครื่องจักรที่คอยเข้าขัดขวาง นำโดยวายร้ายหน้าใหม่ที่มีชื่อว่า Arkham Knight บุรุษลึกลับผู้มีความสามารถพอฟัดพอเหวี่ยงกับแบทแมน

    แบทแมนต้องต่อสู้ตะลุยเข้าไปภายในโรงงานจนกระทั่งตามจนพบตัว Scarecrow ซึ่งก็ได้จุดชนวนระเบิดทำให้แก๊สกระจายออกมาทั่วบริเวณ และแบทแมนก็ได้รับแก๊สเข้าไปเต็มๆ ในขณะที่เขากำลังพยายามจะหยุดยั้งการระเบิด แบทแมน ก็ได้พบกันความกลัวภายในก้นบึ้งจิตใจของเขานั่นก็คือ Joker

    แบทแมนหนีออกมาจากโรงงานได้อย่างฉิวเฉียดพร้อมทั้งได้ทราบข้อมูลว่า Oracle ถูก Arkham Knight จับตัวไปเสียแล้ว ประจวบเหมาะกับที่ ผู้การกอร์ดอน พยายามติดต่อลูกสาวตัวเองไม่ได้ แบทแมนจึงบอกความจริงว่าแท้จริงแล้ว ลูกสาวของผู้การ เป็นผู้ช่วยของเขา และเป็นความรับผิดชอบของเองที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในอันตราย ผู้การกอร์ดอนโกรธจัดที่แบทแมนทำให้ลูกสาวของเขาต้องมาเสี่ยงและออกตามหาตัว บาร์บาร่า โดยลำพัง ทำให้แบทแมนต้องรีบเร่งทำภาระกิจเร่งด่วนในการตามหาตัว Oracle ก่อนเป็นอย่างแรก

    แบทแมนออกสืบหาเบาะแสแผนการของ Scarecrow ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัว Arkham Knight ที่ดูเหมือนจะล่วงรู้ความลับและกลวิธีของแบทแมนดีมาก และสามารถรับมือแบทแมนได้เป็นอย่างดี แบทแมนร่วมมือกับ Knightwing สืบจนรู้ว่า เพนกวิน มีหน้าที่รับผิดชอบลักลอบนำอาวุธหลักทั้งหลายมาสนับสนุน Arkham Knight ทั้งสองจึงเข้าขัดขวาง โดยการไล่ล่าตามหาโกดังเก็บอาวุธทั้งหลายของเพนกวินที่กระจัดกระจายอยู่ในเมือง โดยแบทแมนมอบหมายให้ ไนท์วิง เป็นคนออกตามหาเมื่อใดที่รู้ตำแหน่งก็จะบุกเข้าทำลายพร้อมกัน แม้ไนท์วิงจะพยายามบอกว่าตนมีความพร้อมมากพอที่จะทำงานตามลำพังได้ แต่แบทแมนก็คัดค้านและห้ามไม่ให้ไนท์วิงบุกเข้าไปโกดังคนเดียวเด็ดขาด

    แบทแมนสืบได้ข้อมูลมาว่า Scarerow จ้างวานนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อว่า Simon Stagg ให้ผลิตสิ่งที่มีชื่อว่า Cloudburst ขึ้นมา แบทแมนจึงออกตามหาตัว Stagg ซึ่งถูกขังอยู่บนเรือเหาะที่ลอยตัวอยู่เหนือเมืองก๊อธแฮม จนได้พบและล่วงรู้ว่า Cloudburst ทำหน้าที่กระจายสารเคมีให้มีรัศมีวงกว้าง เมื่อถูกใช้ร่วมกับแก๊สของ Scarecrow ก็จะยิ่งส่งผลร้ายแรงแม้ในปริมาณที่น้อยก็ตาม

    แบทแมนได้รับการติดต่อจาก Scarecrow ว่า บาร์บาร่านั้นถูกจับขังอยู่ในสถานที่ที่เขาพบตัวไอวี่ แบทแมนจึงมุ่งตรงไปช่วยเหลือในทันที แต่ก็ได้พบว่า Scarecrow จับเธอมาทดลองแก๊สหลอนประสาทให้แบทแมนได้เห็นต่อหน้าต่อตา บาร์บาราโดนพิษจากแก๊สทำให้เห็นภาพหลอนและใช้ปืนจ่อขมับยิงตัวเองตาย โดยที่แบทแมนช่วยอะไรไม่ได้เลย

    ระหว่างการผจญภัยของแบทแมนนั้นเอง เขาก็ได้รับการติดต่อจาก Riddler ว่าตนนั้นจับ Catwoman ศัตรู/คู่รัก ของแบทแมนเอาไว้ โดยเธอถูกจับสวมปลอกคอที่ติดระเบิดถึง 9 ลูก โดยแบทแมนจะต้องคอยกลับมาช่วยเธอเป็นระยะๆหลังจากที่สามารถคลี่คลายปริศนาที่เขาทิ้งไว้ทั่วเมืองทั้งที่เป็นสนามรถแข่ง หรือเป็นไอเทม ทางลับต่างๆ ซึ่งเมื่อแก้ปริศนาได้จนครบก็จะสามารถปล่อยตัวแคทวูแมนออกมาได้ และยังได้ต่อสู้กับ Riddler และเอาชนะเขาจนได้ด้วย

    แบทแมนเดินทางกลับมาที่ฐานลับของตัวเองในโรงละคร Panessa Movie Studio และได้พบกับ Robin ซึ่งพยายามจะขอให้ได้ออกไปช่วยเหลือแบทแมนต่อสู้กับ Scarecrow และกองทัพของ Arkham Knight รวมถึงเขากำลังตามหาตัว ออราเคิลเพราะติดต่อไม่ได้ (โรบิน หรือชื่อจริงว่า ทิม เดรก ตามท้องเรื่องแล้วนั้นเป็นแฟนกับ บาร์บารา) แต่แบทแมนก็ยังปฎิเสธและห้ามไม่ให้มายุ่ง แต่ขณะนั้นเองทั้งสองก็ได้รู้ว่า Harley Quinn บุกโจมตีโรงละครเพื่อชิงตัวผู้ติดเชื้อจากเลือดของโจ๊กเกอร์ไปถึง 3 คน เพราะโรงละครถูกสร้างให้เป็นคุกลับที่ใช้ขังผู้ติดเชื้อจากเลือดของโจ๊กเกอร์ถึง 5 คนด้วยกัน โดยผู้ติดเชื้อแต่ละคนจะค่อยๆมีอากับกิริยาเหมือนกับโจ๊กเกอร์ จนสุดท้ายก็จะกลายเป็นคนที่มีบุคลิกและความคิดเหมือนกับโจ๊กเกอร์ไม่มีผิดเพี้ยนราวกับเป็นคนๆเดียวกัน

    แบทแมนและโรบินร่วมมือต่อสู้และจับตัวผู้ติดเชื้อทั้งสามคนและจัดการกับ ฮาร์ลี่ ควินน์ ที่นี่เองเขาก็ได้เห็นภาพหลอนของเหตุการณ์ในอดีต ที่เขาเคยพลาดท่าทำให้คู่หูของเขาหรือโรบินคนเก่า ที่มีชื่อว่า เจสัน ท๊อด ต้องตายเพราะถูกโจ๊กเกอร์จับไปทรมาณ เหตุการณ์นี้กลายเป็นตราบบาปในใจ และเป็นสาเหตุให้แบทแมนไม่เคยยอมให้คู่หูของเขาคนไหนต้องมาเสี่ยงอันตราย และรับชะตากรรมแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับ เจสัน อีก

    หลังจากที่แบทแมนและโรบินสามารถจับกุมตัวผู้คิดเชื้อในโรงละครกลับมาได้ทั้งหมด แต่ปรากฏว่าผู้ติดเชื้อคนที่ 4 ซึ่งดูก่อนหน้านี้ไม่มีอาการเลยอย่าง Henry Adams จัดการฆ่าผู้ติดเชื้อทุกคนอย่างเลือดเย็นและฆ่าตัวตายตาม โดยก่อนตายเขาได้พูดว่า แบทแมน คือผู้ติดเชื้อที่ยอดเยี่ยมเหมือนกับโจ๊กเกอร์ที่สุด

    โรบิน จึงได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้ว แบทแมนนั่นเองคือผู้ติดเชื้อคนที่ 5 และกำลังรอเวลาที่จะกลายเป็นโจ๊กเกอร์อย่างสมบูรณ์ โรบินพยายามจะเกลี้ยกล่อมให้แบทแมนหยุดทุกอย่างและเข้ารับการรักษา แต่เขาก็ปฎิเสธ เพราะต้องการจัดการกับ Scarecrow และ Arkham Knight ให้ได้เสียก่อน แบทแมนรู้ตัวดีกว่าโรบินจะไม่ยอมให้เขาออกไปทำภาระกิจต่อแน่ๆทำให้เขาตัดสินใจขังโรบินไปแทน

    Arkham Knight ได้เริ่มการโจมตีตามแผนโดยปล่อยแก๊สพิษพร้อมกับ Cloudburst ทำให้เกิดกลุ่มควันขนาดใหญ่ปลกคลุมทั่วเมืองก๊อธแฮม แบทแมนจึงต้องร่วมมือกับไอวี่ในการตามหาและปลุกชีพคืนชีวิตให้กับต้นไม้โบราณที่ฝังรากอยู่ใต้เมือง เพื่อให้ขึ้นมาฟอกอากาศที่ถูกปลกคลุมไปด้วยควันให้บริสุทธิ์อีกครั้ง ซึ่งไอวี่ก็ยอมทำตามเพราะหากปล่อยให้แก๊สปกคลุมเมืองต่อไป ต้นไม้ของเธอจะต้องตายหมดในที่สุด แบทแมนทำหน้าที่คุ้มกันต้นไม้ของไอวี่จากกองทัพรถถังของ Arkham Knight ที่ถูกส่งเข้ามาโจมตีอย่างดุเดือดและต่อเนื่อง โดย Arkham Knight ขับรถถังประจัญบานที่มีเครื่องมือ Cloudburst เข้าต่อสู้กับแบทแมนด้วยตัวเอง แม้จะเสียทีให้แบทแมนแต่เขาก็หนีไปได้ ในขณะที่แบทแมนต่อสู้อย่างดุเดือด ไอวี่ก็พยายามใช้ต้นไม้ดูดแก๊สพิษเข้าไปทั้งหมด แม้แผนการจะประสบผลสำเร็จ แต่ปริมาณแก๊สพิษที่มากมาย ก็ทำให้ไอวี่ต้องใช้พลังทั้งหมดและสิ้นใจลงหลังจากทำภาระกิจลุล่วงไปแล้วนั่นเอง

    หลังจากที่ช่วยเหลือทีมนักดับเพลิงที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเมือง ทำให้แบทแมนได้รู้ว่า แท้จริงแล้วหัวหน้าทีมดับเพลิงร่วมมือเป็นสายให้กับ Flyfire วายร้ายอีกตัวหนึ่งซึ่งชื่นชอบมาเผาผลาญด้วยไฟเป็นชีวิตจิตใจ แบทแมนจึงต้องออกตามล่าด้วยแบทโมบิลอยู่หลายครั้งก่อนที่จะสามารถจับตัวเข้าคุกได้

    คดีศพปริศนาที่กระจัดกระจายอยู่ในเมืองก็เป็นฝีมือของวายร้าย Pyg ที่นำเอาศพของคนมาชำแหละจนกลายเป็นกองทัพผีดิบไร้ชีวิต แบทแมนสามารถสืบจนพบแหล่งกบดานของมันและจับตัวได้สำเร็จในที่สุดเช่นกัน

    Arkham Knight เดินแผนต่อไปในการจับกุมตัว ผู้การกอร์ดอนทำให้แบทแมนต้องรุดไปช่วย ที่นี่เองแบทแมนได้ประมือกับ Arkham Knight จนได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาคือ เจสัน ท๊อด นั่นเอง และถึงแม้ Arkham Knight จะหนีไปได้ แต่ข่าวดีก็คือ ผู้การกอร์ดอนปลอดภัย แถมออราเคิลก็ยังมีชีวิตแต่อยู่ในกำมือของ Scarecrow

    แม้ว่าจะสามารถเอาชนะ Arkham Knight ได้ แต่กองทัพทั้งหมดก็ยังไม่สลายไป Scarecrow ได้จ้างวาน Deathstroke เข้ามารับช่วงคุมกองทัพแทน แต่แบทแมนก็สามารถเอาชนะ Deathstroke ได้ในศึกดวลรถถังและ แบทโมบิล แบทแมนและผู้การกอร์ดอนจึงมุ่งหน้าไปหา Scarecrow เพื่อช่วยเหลือตัว บาร์บารา กลับมา เมื่อทั้งสองเข้าถึงตัว Scarecrow ได้ ผู้การ์กอร์ดอนก็หักหลังแบทแมนยิงปืนใส่เกราะหน้าอกของแบทแมนตกตึกไป เพื่อแลกเปลี่ยนกับชีวิตของลูกสาว แต่ Scarecrow ผลักบาร์บาราตกตึกไปแทน โดยแบทแมนก็เข้าช่วยเหลือไว้ได้ทันแบบเส้นยาแดงผ่าแปด

    แบทแมนพาบาร์บารากลับไปที่ GCPD ซึ่ง Scarecrow ส่งกองทัพรถถังจำนวนมากเข้าโจมตีสถานีตำรวจจนเกือบจะราบเป็นหน้ากลอง แต่ด้วยฝีมือทางคอมพิวเตอร์ของ ออราเคิล และการต่อสู้อย่างดุเดือดของแบทแมนด้วยแบทโมบิล ทั้งสองก็สามารถป้องกันโรงพักไว้ได้สำเร็จ

    Scarecrow ติดต่อให้แบทแมนกลับไปที่โรงละครและพบว่าตัวโรบินถูกจับตัวไปเสียแล้ว เขาขู่ให้แบทแมนยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไขไม่เช่นนั้น โรบินจะต้องตาย ทำให้แบทแมนต้องยอมจำนนแต่โดยดี แบทแมนไปตามสถานที่นับพบและถูกจับตัวไปที่ Arkham Asylum ที่นั่น Scarecrow ต้องการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของแบทแมนให้ชาวโลกรู้ จึงต้องการให้แบทแมนถอดหน้ากากต่อหน้ากล้องโดยฝีมือของผู้การกอร์ดอน ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าแท้จริงแล้วแบทแมนก็คือ บรูซ เวย์น Scarecrow พยายามฉีดแก๊สหลอนประสาทเข้าไปในตัวแบทแมนอีกหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งผลของเลือดติดเชื้อของโจ๊กเกอร์ส่งผลขึ้นมา โจ๊กเกอร์สามารถครอบงำร่างกายของแบทแมนได้ 100% ทำให้มันสมองของโจ๊กเกอร์ถูกผลจากแก๊สหลอนประสาทไปแทน และเราจึงได้เห็นความกลัวในก้นบึ้งของหัวใจโจ๊กเกอร์ นั่นคือเขากลัวที่จะถูกลืมเลือนไม่ใครจดจำ และนี่เองเป็นจุดที่ทำให้สติของแบทแมนกลับคืนมาในห้วงความคิดของโจ๊กเกอร์เพราะตัวแบทแมนเองก็เป็นความกลัวของโจ๊กเกอร์เช่นกันและเขาก็ได้จับโจ๊กเกอร์ขังลืมไว้ตลอดกาล แบทแมนกลับมาได้สติและฉีดยาหลอนประสาทใส่ตัว Scarecrow ทำให้สามารถจับกุมตัวเขาได้อย่างง่ายดาย

    แบทแมนติดตามไล่ล่าวายร้ายทุกคนที่ยังหลงเหลือยู่ในเมืองเสียจนแน่ใจ แล้วจึงกลับไปที่คฤหาส์นเวย์น ทันทีที่ประตูคฤหาส์นปิดลงก็เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ทำให้คฤหาส์นทั้งหลังพังเป็นจุญ กลายเป็นที่มาของการสิ้นชีพของแบทแมนและบรูซเวย์น ในที่สุด

ฉากจบที่แท้จริงของ Knightfall Protocall

    หากในตอนจบของเกม ผู้เล่นสามารถปราบวายร้ายแห่งเมืองก๊อตแธม ได้ครบทั้ง 17 คน เราจะพบกับฉากจบที่แท้จริง ซึ่งในส่วนแรกจะเป็นผู้การ กอร์ดอน กำลังเดินทางไปงานแต่งงานของลูกสาว บาร์บาร่า กับ ทิมเดรก จะมีการกล่าวถึงว่าแบทแมนได้ตายและหายสาบสูญไป ทำให้โจรกลับมาชุกชุมตามเดิม และภาพจะตัดไปติดตามครอบครัวหนึ่งที่ดูร่ำรวย มีสมาชิก 3 คน พ่อ แม่ ลูก กำลังออกมาจากโรงละครและเดินเข้าไปในตรอกท้ายซอยและถูกดักปล้นโดยโจรสองคน ซึ่งเป็นเหตุการณ์่ที่คล้ายกับการฆาตกรรมครอบครัวเวย์น แต่ในทันใดนั้นเองก็มีร่างเงาของบุรุษลึกลับคนหนึ่งเข้าขัดขวางการปล้นนั้น เงาดำทมึนค่อยๆขยายใหญ่สูงขึ้น และกลายร่างเป็นค้างคาวไฟ พุ่งใส่สองโจรนั้น เหตุการณ์นี้จะเป็นคำบอกใบ้อะไรเกี่ยวกับชะตาชีวิตของแบทแมนหรือไม่?

TOP