Wikigame

บทสรุปเนื้อหาหลัก (สารบัญ)


1. ระบบการเล่นพื้นฐานเบื้องต้น
2. iDroid
3. Mission (ภารกิจหลัก)
Mission 0: [FLASHBACK] PROLOGUE: AWAKENING
Mission 1: THE PHANTOM LIMB
Mission 2: [FLASHBACK] DIAMOND DOGS
Mission 3: A HERO’S WAY
Mission 4: C2W
Mission 5: OVER THE FENCE
Mission 6: WHERE DO THE BEES SLEEP?
Mission 7: RED BRASS
Mission 8: OCCUPATION FORCES
Mission 9: BACKUP, BACK DOWN
Mission 10: ANGEL WITH BROKEN WINGS
Mission 11: CLOAKED IN SILENCE
Mission 12: HELLBOUND
Mission 13: PITCH DARK
Mission 14: LINGUA FRANCA
Mission 15: FOOTPRINTS OF PHANTOMS
Mission 16: TRAITOR′S CARAVAN
Mission 17: RESCUE THE INTEL AGENTS
Mission 18: BLOOD RUNS DEEP
Mission 19: ON THE TRAIL
Mission 20: VOICES
Mission 21: THE WAR ECONOMY
Mission 22: RETAKE THE PLATFORM
Mission 23: THE WHITE MAMBA
Mission 24: CLOSE CONTACT
Mission 25: AIM TRUE, YE VENGEFUL
Mission 26: Hunting Down
Mission 27: Root Cause
Mission 28: Code Talker
Mission 29: Metallic Archaea
Mission 30: Skull Face
Mission 31: Sahelanthropus
Mission 32: TO KNOW TOO MUCH
Mission 33: C2W (SUBSISTENCE)
Mission 34: BACKUP, BACK DOWN (EXTREME)
Mission 35: Cursed Legacy
Mission 36: Footprints of Phantoms (TOTAL STEALTH)
Mission 37: Traitor′s Caravan (EXTREME)
Mission 38: Extraordinary
Mission 39: Over the Fence (TOTAL STEALTH)
Mission 40: Cloaked in Silence (EXTREME)
Mission 41: Proxy War Without End
Mission 42: Metallic Archaea (EXTREME)
Mission 43: Shining Lights, Even in Death
Mission 44: PITCH DARK (TOTAL STEALTH)
Mission 45: QUIET EXIT
Mission 46: TRUTH: THE MAN WHO SOLD THE WORLD
Mission 47: THE WAR ECONOMY (TOTAL STEALTH)
Mission 48: CODE TALKER (EXTREME)
Mission 49: OCCUPATION FORCE (SUBSISTENCE)
Mission 50: SAHELANTHROPUS (EXTREME)
4. รายละเอียดคู่หู



1.ระบบการเล่นพื้นฐานเบื้องต้น

1.1 ปุ่มควบคุม(อิงจากปุ่มของ PS4 เป็นหลัก)

ตอนเดินเท้า
อนาล็อกซ้าย – ควบคุมการเคลื่อนไหวโดยดันไปในทิศทางใดตามที่ต้องการ หากกดลงไปจะเป็นการวิ่งอย่างรวดเร็วแต่ก็เสี่ยงต่อการโดนพบตัวด้วย
ปุ่มทิศทางบน – ใช้เลือกอาวุธหลัก เช่น ปืนแอสซอลต์ไรเฟิล, ปืนสไนเปอร์ไรเฟิล, ปืนยิงจรวดมิสไซล์ ฯลฯ
ปุ่มทิศทางขวา – ใช้เลือกอาวุธจำพวกระเบิด เช่น ระเบิดมือ, C4, กับระเบิด ฯลฯ
ปุ่มทิศทางล่าง – ใช้เลือกอาวุธสำรอง เช่น ปืนพก, ปืนกลเบา และแขนกล
ปุ่มทิศทางซ้าย – ใช้เลือกอุปกรณ์เสริม เช่น กล้องมองกลางคืน, ลังกระดาษ ฯลฯ
ปุ่มสี่เหลี่ยม – กระโดดโผตัวเพื่อหลบหลีกการโจมตีหรือโผเข้าที่กำบัง
ปุ่มกากบาท – ใช้ย่อตัวหรือหมอบคลาน (หากจะย่อตัวกดทีเดียวแต่หากจะหมอบคลานกดค้างไว้)
ปุ่มวงกลม – ใช้เติมกระสุนใส่อาวุธที่ถืออยู่
ปุ่มสามเหลี่ยม – ใช้เพื่อออกท่าทางต่างๆ เช่น โดดข้ามสิ่งกีดขวาง, ปีนป่าย, ขี่ม้า, ขับรถ, ใช้บอลลูนฟูลตันจับทหาร ฯลฯ
ปุ่ม L1 – หากกดทีเดียวจะเป็นการฟังข้อมูลจากเพื่อนของเรา แต่หากกดค้างจะใช้ออกคำสั่งต่างๆแก่คู่หูหรือออกคำสั่งแก่ศัตรู เช่น การรีดข้อมูลหรือการออกคำสั่งให้หมอบลงกับพื้น เป็นต้น
ปุ่ม L2 – ใช้เพื่อเล็งด้วยอาวุธที่ถืออยู่
ปุ่ม R1 – ใช้เพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมด้วย Int. Scope ซึ่งจะเป็นกล้องส่องทางไกลในตัว
ปุ่ม R2 – ใช้เพื่อโจมตีด้วยอาวุธที่เล็งอยู่ หรือเพื่อโจมตีด้วยวิชา CQC ในระยะประชิดยามที่ไม่ได้เล็งอาวุธอยู่
กดทัชแพดมุมล่างขวา – ใช้เพื่อเรียกหน้าจอ iDroid เพื่อดูแผนที่หรือบริหารจัดการ Mother Base ของเรา
กดทัชแพดมุมล่างซ้าย – ใช้เพื่อเรียกดูเมนูและเป็นการหยุดเกม


ตอนอยู่บนหลังม้า(จะขอบอกเฉพาะส่วนที่ต่างกับการเดินเท้าเท่านั้น)
ปุ่มสี่เหลี่ยม – ใช้เพื่อเร่งความเร็วของม้า
ปุ่มกากบาท – ใช้เพื่อหลบลงข้างลำตัวของม้าทำให้ศัตรูมองเห็นได้ยากขึ้น
ปุ่มสามเหลี่ยม – ใช้เพื่อลงจากหลังม้า


ตอนขับยานพาหนะ (จะขอบอกเฉพาะส่วนที่ต่างกับการเดินเท้าเท่านั้น)
ปุ่ม L1 - ใช้เพื่อยิงปืนที่ติดตั้งกับพาหนะ
ปุ่ม L2 – ใช้เพื่อเบรคหรือเข้าเกียร์ถอยหลัง
ปุ่ม R1 - ใช้เพื่อเปลี่ยนมุมกล้อง
ปุ่ม R2 – ใช้เพื่อเหยียบคันเร่งเดินหน้า
ปุ่มทิศทางบน - ใช้เพื่อเลือกอาวุธหลักของพาหนะ
ปุ่มทิศทางขวา – ใช้เพื่อเปิดหรือปิดไฟหน้ารถ
ปุ่มทิศทางล่าง - ใช้เพื่อเลือกอาวุธรองของพาหนะ


ตอนขับ D-Walker (จะขอบอกเฉพาะส่วนที่ต่างกับการเดินเท้าเท่านั้น)
ปุ่มสี่เหลี่ยม - เร่งความเร็วในการเคลื่อนที่
ปุ่มกากบาท - ลดความเร็วในการเคลื่อนที่


1.2 วิชา CQC



CQC เป็นวิชาการต่อสู้ระยะประชิดของเราซึ่งมีประโยชน์ใช้งานหลากหลายโดยจะขออธิบายการใช้วิชาดังต่อไปนี้

การทุ่ม – ดันอนาล็อกซ้ายพร้อมกด R2 จะเป็นการจับศัตรูทุ่มและทำให้ศัตรูสลบในทันที
การโจมตีเป็นชุด – เข้าใกล้ศัตรูแล้วกด R2 จำนวน 3 ครั้งหรือ 5 ครั้งโดยไม่ต้องดันอนาล็อกซ้าย จำนวนครั้งการโจมตีขึ้นอยู่กับว่าศัตรูหันหน้ามาหรือไม่ หากเข้าใกล้ศัตรูจากด้านหลังจะโจมตี 3 ครั้งแต่หากเข้าใกล้จากด้านหน้าจะโจมตี 5 ครั้ง

การปลดอาวุธ – เข้าใกล้แล้วกด R2 เหมือนการโจมตีเป็นชุดแต่ในตอนที่การโจมตีของเราโดนศัตรูแล้วให้กด L2 ทันที เราจะทำการแย่งปืนของศัตรูมาถือไว้แทนและยังเป็นการจี้ศัตรูให้อยู่กับที่ได้ด้วย (ในกรณีที่ไม่ได้อยู่ในสถานะ alert) ซึ่งจากจุดนี้เราสามารถรีดข้อมูลหรือสั่งให้ศัตรูหมอบราบกับพื้นได้

การล็อคคอศัตรู – เข้าใกล้ศัตรูแล้วกด R2 ค้างไว้ ซึ่งเราสามารถจับศัตรูไว้เป็นโล่ป้องกันกระสุนได้และหากกดปุ่มกากบาทจะเป็นการล็อคคอศัตรูแล้วย่อตัวเพื่อหลบสายตาศัตรูคนอื่นๆ ซึ่งหากดันอนาล็อกซ้ายไปในทิศทางใดก็จะเป็นการเคลื่อนที่ในขณะที่ล็อคคอศัตรูไว้ด้วย

สิ่งที่ทำได้ในระหว่างล็อคคอศัตรู – การรีดข้อมูลทำได้โดยการกด L1 ในขณะที่ล็อคคอศัตรู หรือหากต้องการทำให้ศัตรูสลบสามารถกด R2 รัวๆเพื่อรัดคอศัตรูให้สลบได้ (สามารถดันอนาล็อคซ้ายพร้อม R2 เพื่อจับทุ่มในสภาพนี้ได้เช่นกัน) แต่หากไม่ต้องการเก็บศัตรูเอาไว้สามารถกดปุ่มสามเหลี่ยมเพื่อใช้มีดปักคอศัตรูได้เลย

การจี้ศัตรู – เข้าใกล้ศัตรูแล้วกด L2 เพื่อเล็งปืน เราจะทำการข่มขู่ให้ศัตรูวางอาวุธโดยอัตโนมัติ ซึ่งจากสภาวะนี้จะสามารถรีดข้อมูลหรือสั่งให้ศัตรูหมอบราบกับพื้นก็ได้ แต่หากลดปืนลงต่อหน้าศัตรูแล้ว ศัตรูก็จะเริ่มลดมือลงและพยายามหยิบปืนพกขึ้นมายิงตอบโต้เราทันที

การปลุกศัตรูให้ฟื้น – สำหรับศัตรูที่สลบหรือหลับอยู่เราสามารถปลุกได้โดยการเข้าใกล้แล้วกด R2 ตัวเราจะทำการเตะศัตรูให้ฟื้น ซึ่งในจังหวะนี้หากเรากดเล็งปืนทันทีก็จะเป็นการจี้ให้ศัตรูนอนราบในสภาพนั้นไปเลยทันที

การดักจู่โจมจากมุมกำแพง – หากเราหลบอยู่หลังมุมกำแพงแล้วมีศัตรูเดินเข้ามาใกล้ เราสามารถกด R2 เพื่อดักจับศัตรูมาได้เลยทันที หากกดทีเดียวเราจะจับเหวี่ยงศัตรูกระแทกผนังจนสลบ แต่หากกดค้างจะเป็นการลากเข้ามาหลังกำแพงแล้วล็อคคอ

นอกเหนือจากท่าต่างๆที่กล่าวไปแล้ว เรายังสามารถผสมการโจมตีได้โดยในขณะที่กำลังโจมตีต่อเนื่องเราสามารถเปลี่ยนไปเป็นการแย่งปืน, จับทุ่ม หรือล็อคคอได้ทันทีอย่างลื่นไหล


1.3 สิ่งที่พึงระลึกในการเล่น

- เกมนี้เป็นเกมแนวลอบเร้น ดังนั้นผู้เล่นจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการปฏิบัติภารกิจด้วยความหมดจดและเงียบเชียบ ยิ่งสามารถปฏิบัติภารกิจได้เงียบเท่าไหร่คะแนนหลังจบภารกิจจะยิ่งดีเท่านั้น
- กระบอกเก็บเสียงมีอายุการใช้งานจำกัด แม้จะสามารถอัพเกรดความทนทานได้ในภายหลังแต่ก็ไม่ควรยิงทิ้งยิงขว้างมากเกินไป
- แม้ว่าการทำให้ศัตรูสลบ (แสดงด้วยตัวอักษร STN) และทำให้ศัตรูหลับ (แสดงด้วยตัวอักษร ZZZ) จะคล้ายกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคือหากทำให้ศัตรูสลบแล้วเมื่อศัตรูตื่นมาจะเข้าสู่ภาวะระวังตัวทันที ในขณะที่การทำให้ศัตรูหลับนั้นเมื่อตื่นขึ้นมาจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
- หากโดนศัตรูพบเจอตัว นอกจากจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูในบริเวณรอบสถานที่ที่เราอยู่แล้ว ศัตรูจะมีการเรียกกำลังเสริมมาจากฐานอื่นด้วย แต่เราสามารถทำลายอุปกรณ์สื่อสารที่มีลักษณะเป็นตู้ที่วางคู่กับจานดาวเทียมได้ (จะมีไฟสีฟ้าให้เห็น) หรือหาเครื่องส่งสัญญาณให้พบแล้วทำลายทิ้ง (จะอยู่ในอาคารและมีไฟสีฟ้าเช่นกัน) แล้วจะทำให้ศัตรูไม่สามารถเรียกกำลังเสริมมาได้อีกเลย
- จุดปล่อยตัวเมื่อเราเริ่มภารกิจนั้น บางครั้งอาจไกลกว่าจุดที่ต้องปฏิบัติภารกิจมากเกินไป แต่เราสามารถเพิ่มจุดปล่อยตัวในแผนที่ได้โดยการทำลายรถ anti-air radar ที่อยู่ในบริเวณฉาก (สังเกตจากเสาอากาศขนาดใหญ่ที่หมุนวนไปมาบนหลังคารถ)
- ขอให้ใช้กล้องส่องทางไกลหรือ Int. Scope ให้คุ้นมือ เพราะนอกจากจะใช้เพื่อตรวจสภาพพื้นที่แล้ว การใช้กล้องดูศัตรูก็จะทำให้เราจับเป้าหมายศัตรูได้และจะสามารถมองเห็นศัตรูได้ตลอดเวลาแม้ว่าจะมีสิ่งกีดขวางบังอยู่ก็ตาม
- เกมนี้มีระบบ fast travel เช่นเดียวกันกับเกมอื่นๆ โดยในแต่ละพื้นที่สำคัญจะมีจุดที่เป็นจุดลำเลียงสิ่งของ (มีลักษณะเป็นพื้นเหล็กสีส้มพร้อมกับป้ายขนาดเล็กตั้งอยู่) เมื่อเจอจุดนี้ขอให้เดินไปสำรวจที่ป้ายเพื่อเก็บ invoice มา นี่คือการปลดล็อคจุด fast travel ในเกมนี้ และการที่จะเดินทางไปยังจุด travel อื่นๆ ก็เพียงแต่กดใช้กล่อง Cardboard Box แล้วไปรอนิ่งๆ ภายในจุดลำเลียงนั้นแล้วกดปุ่มสามเหลี่ยมค้างก็จะมีรถบรรทุกมาพาเราไปลงที่จุดอื่นๆ ได้โดยสะดวก
- หากกระสุนหรือ Fulton หมดก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปเพราะเราสามารถขอเติมจาก Mother Base ได้เสมอ แค่เพียงกดเมนู iDroid และเลือก Resupply พร้อมกำหนดจุดส่งของก็เป็นอันเสร็จสิ้น ที่สำคัญคือหากเราเลือกจุดส่งของตรงกับศัตรูแล้ว ของที่มาถึงจะหล่นใส่หัวศัตรูจนทำให้สลบได้ในทันที (แต่แน่นอนว่าการขอ Resupply นี้มีค่าใช้จ่ายเสมอ)
- การอาบน้ำที่ Mother Base ไม่ได้ให้ผลแค่การล้างเลือดจากตัวเท่านั้น แต่ยังช่วยทำให้พลังชีวิตเพิ่มขึ้นและยังทำให้ระยะเวลาของ Reflex Mode ยาวนานขึ้นอีกด้วย ดังนั้นก่อนปฏิบัติภารกิจหลักใดก็ตามขอให้อาบน้ำก่อนเสมอก็จะช่วยให้เราเล่นได้ง่ายขึ้น


1.4 หลักเกณฑ์โดยรวมของการได้แรงค์ S

สำหรับในภาคนี้สิ่งที่จะวัดว่าเราได้แรงค์ S หรือไม่จะขึนอยู่กับคะแนนที่ได้หลังจบภารกิจหลัก แน่นอนว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่จะส่งผลต่อคะแนน ดังจะขออธิบายต่อไป

คะแนนและ GMP ที่จะได้รับ

รายละเอียดของคะแนนที่จะทำให้เราได้แรงค์ต่างๆ นั้นเป็นดังต่อไปนี้ (สำหรับ GMP พิเศษนั้นจะคำนวณจากคะแนนพื้นฐานที่ได้เช่น 130,000 x 20%)
-130,000 คะแนนขึ้นไปจะได้แรงค์ S พร้อมกับได้ GMP เพิ่มเป็นพิเศษอีก 20%
-100,000 คะแนนขึ้นไปจะได้แรงค์ A พร้อมกับได้ GMP เพิ่มเป็นพิเศษอีก 18%
-60,000 คะแนนขึ้นไปจะได้แรงค์ B พร้อมกับได้ GMP เพิ่มเป็นพิเศษอีก 20%
-30,000 คะแนนขึ้นไปจะได้แรงค์ C พร้อมกับได้ GMP เพิ่มเป็นพิเศษอีก 30%
-10,000 คะแนนขึ้นไปจะได้แรงค์ D พร้อมกับได้ GMP เพิ่มเป็นพิเศษอีก 45%
-ต่ำกว่า 10,000 คะแนนลงไปจะได้แรงค์ E พร้อมกับได้ GMP เพิ่มเป็นพิเศษอีก 100%

สิ่งที่นำมาคำนวณเป็นคะแนน

-Time หรือระยะเวลาในการเล่น ยิ่งผ่านภารกิจเร็วเท่าไหร่ยิ่งได้คะแนนมากเท่านั้น
-Enemy Combat Alerts คือจำนวนครั้งที่โดนศัตรูพบเจอตัวจนเข้าภาวะสู้รบ หากโดนเจอครั้งนึงจะโดนหักคะแนนไป -5,000
-Hits Taken จำนวนครั้งที่โดนโจมตี โดนโจมตีแต่ละครั้งก็จะโดนหักคะแนนครั้งละ -100
-Tactical Takedowns คือการกำจัดศัตรูด้วยวิธีดังต่อไปนี้คือ ใช้ CQC, ใช้แขนกล (ไม่ว่าจะเป็นแขน Bionic Arm ธรรมดา, Rocket Arm หรือ Stun Arm), เข้าไปจี้ศัตรูให้ยอมแพ้ และรวมถึงการยิงเฮดช็อตศัตรูจากระยะที่ไกลว่าระยะทำการของอาวุธ โดยจะบวกคะแนนเพิ่มครั้งละ 1,000
-Headshots ศัตรูทุกรายที่เรากำจัดโดยการยิงหัว (ไม่ว่าจะปืนยาสลบหรือปืนสังหาร) เราจะได้คะแนนมาครั้งละ 1,000
-Accuracy หรือก็คือความแม่นยำ คะแนนในส่วนนี้จะคิดตามอัตราส่วนจากจำนวนกระสุนที่เรายิงโดนเทียบกับจำนวนกระสุนที่ยิงไปทั้งหมด ยิ่งมีความแม่นยำสูงคะแนนส่วนนี้ก็จะยิ่งสูง ซึ่งในกรณีที่สามารถทำความแม่นยำได้เกิน 100% (ได้จากการยิงปืนนัดเดียวแต่โดนศัตรูมากกว่ารายเดียว ซึ่งก็ต้องใช้ปืนสไนเปอร์ไรเฟิลที่มีคุณสมบัติเจาะทะลวงสูง) ก็อาจทำให้ได้คะแนนมามากมายทีเดียว
-Neutralizations สำหรับศัตรูทุกรายที่เรากำจัดได้ เราจะได้คะแนนมาครั้งละ 200 (ไม่จำกัดว่าจะเป็นคนหรือรถหุ้มเกราะ รวมถึงกล้องวงจรปิด)
-Markings ศัตรูและเชลยศึกทุกรายที่เราใช้กล้องส่องระบุตัวตนได้นั้นเราจะได้มาครั้งละ 30 คะแนน
-Effective Interrogations ในทุกครั้งที่เรารีดข้อมูลจากศัตรูแล้วศัตรูยอมบอกข้อมูลมาเราจะได้คะแนนครั้งละ 150
-Prisoners Rescued ในทุกครั้งที่เราช่วยเชลยศึกออกมาได้เราจะได้คะแนนคนละ 5,000


คะแนนโบนัส

ในส่วนนี้จะเป็นคะแนนโบนัสนอกเหนือไปจากการเล่นตามปกติ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เราได้แรงค์ S ง่ายขึ้น
-Bonus Mission Task ในแต่ละภารกิจจะมี Mission Task อยู่ 2 อย่างที่จะทำให้เราได้คะแนนเพิ่ม ซึ่งอัตราคะแนนจะต่างกันไปในแต่ละภารกิจ
-No Retries คะแนนโบนัสนี้จะได้มาก็ต่อเมื่อปฏิบัติภารกิจโดยไม่ตายหรือไม่กดเริ่มใหม่ที่เช็คพอยต์เลย ซึ่งจะทำให้เราได้มา 5,000 คะแนน (ทั้งนี้ ในกรณีที่บางภารกิจมีความยาวเป็นพิเศษก็จะทำให้เราได้คะแนนในส่วนนี้มากขึ้น)
-No Kills หากจบภารกิจโดยไม่ฆ่าศัตรูเลยแม้แต่รายเดียวก็จะทำให้เราได้คะแนนมา 5,000
-No Reflex หากเราเล่นตลอดภารกิจโดยไม่เข้าสู่ Reflex Mode เลยก็จะได้คะแนนมา 10,000 (ข้อแนะนำคือกดปิดระบบนี้ไปเลยก็ได้หากต้องการเก็บคะแนนโบนัสในส่วนนี้)
-No Enemy Combat Alerts จบภารกิจโดยไม่ทำให้ศัตรูเข้าสู่ภาวะสู้รบก็จะได้คะแนนมา 5,000 (แต่อาจเพิ่มมากขึ้นหากภารกิจนั้นยาวเป็นพิเศษ)
-Perfect Stealth, No Kills การจะได้โบนัสในส่วนนี้จะต้องทำเงื่อนไข 3 ประการนั่นคือ No Kills, No Enemy Combat Alerts และ No Reflex Mode จะทำให้ได้คะแนนมา 20,000 (แน่นอนว่าหากภารกิจยาวเป็นพิเศษก็จะได้คะแนนมากขึ้น)
-No Traces เงื่อนไขนี้โหดหินที่สุดในบรรดาโบนัสทั้งหมดเพราะจะต้องทำเงื่อนไขดังนี้คือ No Kills, No Enemy Combat Alerts, No Reflex Mode, ห้ามใช้อาวุธใดๆ (แค่เล็งเฉยๆยังได้อยู่), ห้ามใช้ CQC (ทั้งการต่อย การทุ่ม หรือการจับล็อค), ห้ามเตะ (กด R2 ติดต่อกัน 2 ครั้ง), ห้ามโจมตีศัตรูในตอนบังคับยานพาหนะหรือ Walker Gear, ห้ามให้คู่หูโจมตี, ห้ามขอ Supply Drop, หากใช้ Cardboard Box แล้วจะต้องไม่ออกมาจากกล่องอีกเลย และสุดท้ายคือห้ามทำเงื่อนไขที่จะเป็นการจำกัดแรงค์ของตนเอง แต่หากทำได้ก็จะได้คะแนนมา 100,000 (และก็เช่นกันว่าอาจเพิ่มมากขึ้นหากภารกิจยาวเป็นพิเศษ)


เงื่อนไขที่จะทำให้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่แรงค์ A

การใช้อุปกรณ์บางอย่างและชุดบางชุดจะส่งผลให้เราไม่มีทางได้แรงค์ S แม้ว่าจะทำคะแนนได้ถึงเกณฑ์ก็ตาม ซึ่งก็มีดังต่อไปนี้
-การใช้อุปกรณ์อย่าง Stealth Camouflage
-การสวมใส่ชุด เช่น Parasite Suit (เฉพาะพลัง Camouflage เท่านั้น หากใช้พลังด้านอื่นเช่น Armor หรือ Mist ก็จะไม่ส่งผลเป็นการจำกัดแรงค์แต่อย่างใด), Infinity Bandana, Cyborg Ninja และ Raiden
-การขอความช่วยเหลือจาก Mother Base เช่น ขอ Fire Support (การยิงสนับสนุน) ไม่ว่าจะประเภทไหนก็ตาม (อย่างไรก็ตามการขอการยิงสนับสนุนจากเฮลิคอปเตอร์ของเราในหัวข้อ Air Support นั้นสามารถใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร)
-การใช้อาวุธของ D-Walker อย่าง Fulton Extraction Ballista
-การใช้หมวกไก่ Chicken Hat


2. iDroid


2.1. ระบบการบริหารจัดการ Mother Base

Mother Base เป็นฐานทัพหลักของเรา เรียกได้ว่าทำหน้าที่สนับสนุนเราทุกทางไม่ว่าจะพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ ส่งกระสุนและของจำเป็นมาให้ในระหว่างปฏิบัติภารกิจ คอยจัดหาทรัพยากรที่จำเป็นมาให้เรา ฯลฯ ในหมวดนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการ Mother Base ที่เป็นเหมือนบ้านของเรากัน



2.1.1 Customize
หัวข้อนี้อยู่ในแท็บ Mother Base ซึ่งจะทำให้เราสามารถปรับแต่งปืนได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการติดกระบอกเก็บเสียง, ไฟฉาย, กล้องเล็ง ฯลฯ ดังนั้นหากเรามีปืนกระบอกไหนที่ชื่นชอบเป็นพิเศษก็สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ ซึ่งภายในหัวข้อนี้จะมีหัวข้อย่อยอีกนั่นคือ
-Weapons เป็นการปรับแต่งอาวุธตามใจของเรา ซึ่งเราจะสามารถผสมชิ้นส่วนอาวุธได้ตามใจชอบ เช่น ปืนแอสซอลต์ไรเฟิลที่ปกติยิงได้แต่กระสุนธรรมดาแต่เราสามารถติดพาร์ทเพื่อยิงกระสุนระเบิดเสริมได้ เป็นต้น
-Helicopter เป็นการปรับแต่งเฮลิคอปเตอร์ของเรา เช่น เสริมเกราะ เสริมอาวุธ เปลี่ยน chassis ทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้น เป็นต้น หากเราพัฒนาอุปกรณ์ใหม่ของเฮลิคอปเตอร์มาก็จะต้องมาปรับแต่งที่หัวข้อนี้
- Vehicles เป็นการปรับแต่งสีให้กับยานพาหนะทั้งหมดที่เรามี
- Buddy Equipment เป็นการปรับแต่งอุปกรณ์ให้คู่หูของเรา (โดยหลักแล้วความสำคัญของหัวข้อนี้คือการปรับแต่งอุปกรณ์ของ D-Walker) และนอกจากอุปกรณ์แล้วเรายังเปลี่ยนรูปลักษณ์คู่หูได้ด้วย เช่น สีขนของ D-Horse หรือสีขนของ D-Dog เป็นต้น
-Emblem เป็นการปรับแต่งตราสัญลักษณ์ของกองทัพเรา โดยที่สัญลักษณ์เริ่มต้นจะเป็นตัวอักษร DD แค่สองตัว แต่เมื่อเราเล่นผ่านเงื่อนไขไปเรื่อยๆ หรือได้แรงค์ใดก็ตามหลังจบภารกิจเราก็จะได้ตราสัญลักษณ์ใหม่ๆ มาใช้ปรับแต่งได้มากขึ้น
- Base Color เป็นการเปลี่ยนสี Mother Base ของเรา หากใครเบื่อสีเดิมๆ ก็เปลี่ยนได้ตลอดเวลาโดยไม่เสีย GMP
-Avatar เป็นการเปลี่ยนหน้าตาตัวละครที่เปรียบเสมือนตัวแทนของผู้เล่น ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนได้ตลอดเวลาเช่นกัน


2.1.2 Development (หมวดการพัฒนาอาวุธและอุปกรณ์)
หัวข้อนี้คือการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ ตามชื่อไม่ว่าจะเป็นปืนยาสลบ, ระเบิดมือ, แขนกล หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์เสริมของคู่หูที่เรามี เช่น เสื้อเกราะให้ D-Horse หรือชุดลอบเร้นให้ D-Dog เป็นต้น รวมถึงเราสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งและเขี้ยวเล็บให้กับเฮลิคอปเตอร์ของเราได้อีกด้วย แน่นอนว่าการพัฒนาอาวุธแต่ละชิ้นนั้นใช้เงินปริมาณมหาศาลรวมถึงจำเป็นต้องมีทหารในสังกัดที่มีความสามารถเฉพาะอย่างจึงจะพัฒนาได้ (แน่นอนว่าบางครั้งจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรอื่นๆ นอกจากเงิน) และบางชิ้นอาจต้องใช้เวลาในการพัฒนานานพอดู จึงขอให้พิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจสั่งพัฒนาอะไรลงไป มีหัวข้อย่อยดังนี้
-Weapons/Items เป็นการพัฒนาอาวุธและอุปกรณ์เสริมที่จะช่วยให้เราเล่นได้ง่ายขึ้น ยิ่งอาวุธเกรดสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งมีคุณสมบัติที่ดีขึ้นเท่านั้น
-Buddy Equipment เป็นหัวข้อสำหรับพัฒนาอุปกรณ์เสริมต่างๆ ให้แก่คู่หูของเราทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอาวุธใหม่หรือชุดใหม่ ที่จะให้ผลและความสามารถพิเศษแตกต่างกันไป
-Helicopter เป็นหัวข้อสำหรับพัฒนาอาวุธและอุปกรณ์ใหม่ๆ ให้แก่เฮลิคอปเตอร์ของเราโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเกราะเพิ่มความทนทาน หรือพัฒนาจรวดมิสไซล์ให้มีจำนวนบรรจุมากขึ้นและล็อคเป้าหมายแบบติดตามตัวได้ เป็นต้น
-Security Devices เป็นการพัฒนาอุปกรณ์ป้องกันฐานของเรา ซึ่งเราจะพัฒนาได้ก็ต่อเมื่อเริ่มเล่น FOB ได้แล้วเท่านั้น


2.1.3 Resources (ทรัพยากร) 
ในหมวดนี้เราจะสามารถดูทรัพยากรที่เราเก็บมาได้จากการออกปฏิบัติภารกิจประกอบด้วย 
-Materials (processed) คือ ทรัพยากรเช่นเชื้อเพลิงที่ผ่านกระบวนการแล้ว สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาสิ่งปลูกสร้างหรืออื่นๆ ได้ รวมถึงต้องใช้ในตอนที่เลือกอาวุธบางชนิดไปปฏิบัติภารกิจด้วย (อาวุธบางชิ้นยิ่งมีประสิทธิภาพยิ่งต้องใช้ทรัพยากรในปริมาณสูง) ซึ่งจำนวนทรัพยากรแต่ละชนิดที่จะเก็บได้สูงสุดคือ 200,000 เท่านั้น
-Materials (unprocessed) คือ ทรัพยากรที่ยังไม่ผ่านกระบวนการ จำเป็นต้องรอให้หน่วย Base Development Unit ทำการสกัดพวกมันจนสามารถใช้ได้จริงก่อน ชนิดของทรัพยากรจะเป็นเช่นเดียวกันกับทรัพยากรที่ผ่านกระบวนการแล้ว
-Medicinal Plant คือ พืชสมุนไพรที่เราเก็บได้ มีไว้ใช้เมื่อต้องการพัฒนาอาวุธและยาบางชนิด ซึ่งจำนวนพืชสมุนไพรแต่ละชนิดที่เก็บได้จะสูงสุดที่ 3,000 เท่านั้น
-Placed Weapon คือ อาวุธที่ติดตั้งไว้บนพื้นซึ่งเราสามารถขโมยมาจากฐานทัพของศัตรู 
-Vehicle คือ ยานพาหานะที่เราได้จากการขโมยมาจากศัตรู อันสามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้คือ รถจี๊ป, รถบรรทุก, รถหุ้มเกราะและรถถัง
-Walker Gear คือ บรรดา Walker ที่เรามี (ได้จากการใช้ Fulton ชิงกลับมา)
-Parasites เป็นจำนวนของปรสิตที่เรามี ซึ่งจะได้จากการใช้ Fulton จับพวก Skulls กลับมา โดยที่ปรสิตจะมี 3 ประเภทเท่านั้นคือ Mist Parasites, Camouflage Parasites และ Armor Parasites
-Nuclear Weapon เป็นอาวุธนิวเคลียร์ที่เรามีในครอบครอง หากต้องการสร้างนิวเคลียร์ก็สามารถสร้างได้จากหัวข้อนี้ (การมีนิวเคลียร์จะทำให้ผู้เล่นอื่นไม่สามารถมาบุกฐานเราเป็นการแก้แค้นได้) และหากเราต้องการกำจัดนิวเคลียร์ที่มีหรือที่ชิงมาจากผู้อื่นก็กำจัดทิ้งได้จากหัวข้อ Nuclear Waste


2.1.4 Staff Management
หัวข้อนี้อยู่ในแท็บของ Mother Base ซึ่งเป็นการมอบหมายให้ทหารของเราที่มีความสามารถต่างกันเพื่อไปประจำตำแหน่งในฝ่ายที่เหมาะสม โดยที่เราจะสามารถเลือกให้เกมจัดแจงให้โดยอัตโนมัติโดยการกด R3 (กดอนาล็อกขวาลงไป) หรือเราจะเลือกโยกย้ายเองตามความพอใจก็ได้ โดยในกรณีที่จำนวนทหารของเราใน Mother Base มีจำนวนมากเกินจะรองรับได้ ตัวเกมก็จะมีการไล่คนเก่าๆ ออกให้เองโดยอัตโนมัติ (ซึ่งคนที่โดนไล่ก็จะเป็นพวกที่ค่าสถานะต่ำกว่าอยู่แล้วจึงไม่ต้องกังวลมากนัก) อย่างไรก็ตามหากมีทหารรายใดที่เราอยากเก็บไว้เราสามารถกด L2 เพื่อล็อคตัวทหารรายนั้นเอาไว้ได้จนกว่าเราจะกด L2 อีกที โดยที่ทหารแต่ละฝ่ายมีความสำคัญต่างกันดังนี้
- Combat Unit เป็นหน่วยรบที่ไว้ใช้ส่งไปปฏิบัติภารกิจตามที่ต่างๆ ทั่วโลกในหัวข้อ Combat Deployment และทหารที่เราจัดให้อยู่ประจำหน่วยนี้ เราจะสามารถเลือกมาเล่นได้แทนที่จะเล่นเป็น Snake แต่เพียงคนเดียวเท่านั้น
- R&D Team เป็นฝ่ายวิจัยและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์หลักของเรา โดยการจะพัฒนาสิ่งใดได้จำเป็นต้องมีเลเวลของฝ่ายถึงที่กำหนดเสียก่อน รวมถึงทรัพยากรที่ต้องใช้ก็ต้องเพียงพอต่อความต้องการ และอาวุธบางชนิดก็จำเป็นต้องทำภารกิจเสริมเพื่อเก็บพิมพ์เขียวมาเสียก่อนด้วยหรือไม่ก็ต้องมีทหารประจำฝ่ายที่มีความสามารถในการสร้างอาวุธชิ้นนั้น
- Intel Team เป็นฝ่ายข่าวกรองที่จะคอยป้อนข้อมูลให้เราในระหว่างปฏิบัติภารกิจ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะปรากฏบนแผนที่ใน iDroid เช่นตำแหน่งหรือบริเวณการเดินของศัตรู ที่อยู่ของทรัพยากรที่มีให้เก็บในฉาก หรือพืชพรรณที่เราสามารถเก็บได้ เป็นต้น และยิ่งเลเวลของฝ่ายสูงขึ้นเท่าไหร่ ข้อมูลที่ได้รับมาก็จะยิ่งแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น
- Medical Team เป็นฝ่ายการแพทย์ที่ทำหน้าที่รักษาพยาบาลทหารที่บาดเจ็บหรือล้มป่วย
- Support Unit เป็นฝ่ายสนับสนุนที่จะให้การช่วยเหลือเราในระหว่างปฏิบัติภารกิจเช่นส่งอาวุธ, ส่งกระสุนหรือยิงสนับสนุนให้เรา
- Base Development Unit เป็นฝ่ายพัฒนาฐานและมีหน้าที่ในการจัดหาวัตถุดิบและแปรรูปวัตถุดิบเพื่อนำมาใช้เป็นทรัพยากรในการพัฒนาอาวุธหรือพัฒนาฐานเพิ่มเติม
- Security Team เป็นฝ่ายป้องกันฐานที่จะทำหน้าที่ในการป้องกันฐานทัพของเราจากบรรดาผู้รุกราน
อย่างไรก็ตาม เลเวลของแต่ละฝ่ายอาจลดลงได้หากมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น เช่น ทหารประจำหน่วยเกิดเจ็บป่วยจนต้องไปพักฟื้นก็จะทำให้เลเวลลดลง หรือเกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างกันก็จะทำให้ทหารที่ก่อเหตุโดนจับขังชั่วคราว เป็นต้น แน่นอนว่าในกรณีที่เราส่งทหารออกไปปฏิบัติภารกิจที่อื่นก็มีโอกาสที่ทหารของเราจะเสียชีวิตในการรบได้ด้วยเช่นกัน


2.1.5 Base Facilities (สิ่งปลูกสร้าง)
เป็นหัวข้อในการพัฒนาเพื่อขยับขยาย Mother Base ให้ใหญ่โตยิ่งขึ้น ซึ่งแต่ละฝ่ายจะสามารถพัฒนาได้สูงสุดถึง 4 ฐานด้วยกัน ในแต่ละฐานที่พัฒนาขึ้นมาก็จะทำให้เรามอบหมายทหารให้ไปประจำในแต่ละฝ่ายได้มากขึ้น (ในส่วนของการขยาย Command Platform จะให้ผลเป็นการเพิ่มจำนวนทหารของทุกฝ่ายไปพร้อมกันในทีเดียว) แน่นอนว่ายิ่งแต่ละฝ่ายขยายใหญ่มากขึ้นเท่าใด รางวัลหรือผลลัพธ์ที่แต่ละฝ่ายจะมีให้เราก็จะมากขึ้นด้วยเช่นกัน แต่การจะพัฒนาแต่ละฐานจะใช้เงินทุนและทรัพยากรมหาศาลจึงขอให้คิดอย่างถี่ถ้วน 


2.1.6 Security Settings (การจัดการระบบรักษาความปลอดภัย)
หัวข้อนี้จะเป็นการกำหนดความเข้มข้นของการรักษาความปลอดภัยให้แก่ FOB ของเราเองโดยเฉพาะ โดยที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะกำหนดความเข้มข้นให้แก่ฐานใดมากน้อยเพียงใด แต่ขอให้ระลึกไว้เสมอว่ายิ่งการป้องกันหนาแน่นเท่าใดจำนวนเงินที่ต้องใช้ก็จะเยอะตามเท่านั้น (แน่นอนว่าเราสามารถเลือกได้ด้วยว่าทีมรักษาความปลอดภัยของเราจะใช้อาวุธสังหารหรืออาวุธแบบจับเป็น)


2.1.7 PF Grade
หัวข้อนี้จะเป็นการตรวจสอบระดับความแข็งแกร่งของกองทัพของเราเมื่อเทียบกับผู้เล่นรายอื่นๆ ในระดับเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน โดยวัดจากความสามารถของทีมบุก (Combat Unit) และทีมตั้งรับ (Security Team) ซึ่งการวัดระดับนี้จะไม่ใช่เป็นการเล่นระหว่างผู้เล่นโดยตรง แต่จะเป็นการวัดอันดับโดยอัตโนมัติจากหลายปัจจัย เช่น อาวุธที่ทหารของเรามีใช้ เกรดของอาวุธและอุปกรณ์ เป็นต้น หากว่าเราไต่อันดับขึ้นไปจนเป็นที่ 1 ของในระดับเดียวกันได้ เราก็จะเลื่อนขั้นไปยังระดับต่อไป ที่สำคัญคือเราจะได้ PF Point มาใช้เพื่อแลกกับทรัพยากรหรือทหารเก่งๆ มาใช้งานได้ด้วย (กด R2 ในหน้าจอ PF Grade) 


2.1.8 Database (ฐานข้อมูล) ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ Encyclopedia และ Documentation
-Encyclopedia คือ สารานุกรมที่จะเป็นการรวบรวมรายชื่อสัตว์และพืชชนิดต่างๆ ที่เราจับได้ นอกจากนี้ยังมีการอธิบายโค้ดเนมที่เราได้รับเมื่อจบภารกิจ
-Documentation คือ แฟ้มข้อมูลที่ประกอบด้วย Blueprint หรือแบบแปลนอาวุธที่เราเก็บได้ Key items หรือไอเท็มชิ้นสำคัญ Poster ลายต่างๆ ที่เก็บได้จากผนังในฐานของเราหรือศัตรู และ Mememto Photo คือ รูปถ่ายที่ระลึกซึ่งเราจะได้จากการทำ Side Ops ที่เป็นการพาตัวทหารจาก Mother Base เก่าสมัย MSF กลับฐาน 


2.1.9 Espg. Rank
ย่อมาจาก Espionage Rank หรืออันดับความเก่งกาจในการแทรกซึมของเรา (ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับการเล่น FOB บุกฐานของผู้เล่นอื่น)


2.1.10 เป็นส่วนที่บอกรายละเอียดของสิ่งปลูกสร้างที่เรามี ทั้ง LV และจำนวนทหารที่ปฏิบัติการ โดย Waiting Room นั้นจะเป็นห้องที่ทหารจะถูกส่งไปเพื่อรอคำสั่งให้ไปประจำหน่วย Sickbay คือส่วนพยาบาล ทหารที่อยู่ส่วนนี้แสดงว่าได้รับบาดเจ็บต้องรอการฟื้นฟู ส่วนสุดท้าย Brig คือห้องขังทหารที่จับมาเพื่อรอการปรับทัศนคติก่อนส่งไปประจำการที่หน่วยต่างๆ ได้


2.2. Map (แผนที่)



ระบบแผนที่เป็นส่วนสำคัญในเกมที่ทำให้รู้ว่าเรา ศัตรู และเป้าหมายอยู่ตำแหน่งไหนของแผนที่ 


2.2.1 เป็นตัวเลือกการจัดการบนแผนที่แบ่งออกเป็น
- Place/Remove Marker มีไว้สำหรับการติ๊กตำแหน่งบนแผนที่เพื่อความสะดวกในการเดินทางด้วยการกดปุ่ม X บนแผนที่ เมื่อติ๊กและออกจากหน้าจอ iDroid แล้ว เราจะเห็นตำแหน่งที่ติ๊กพร้อมระยะทางในการเดินทางได้ทันที หากต้องการเอาจุดที่ติ๊กออก ให้เลื่อนไปตรงจุดที่ติ๊กและกด X อีกครั้ง 
- Resupply Ammo/Fulton มีไว้สำหรับเรียกการเติมกระสุนและร่ม Fulton อย่างรวดเร็ว ด้วยการกด X บนแผนที่
- Helicopter เมื่อเลือกแล้วแผนที่จะปรากฏจุดที่เฮลิคอปเตอร์สามารถลงจอดได้ หากกด X ตรงลานจอดจะทำการเรียกเฮลิคอปเตอร์
- Remove All Markers มีไว้สำหรับลบติ๊กที่เราทำทั้งหมดบนแผนที่


2.2.2 ลักษณะภูมิประเทศ
บรรทัดแรกบอกชื่อของเขตแดนที่เราปฏิบัติการอยู่ (บอกแบบกว้างๆ เช่น แอฟริกา) 
บรรทัดที่สองจะบอกสถานที่ที่เฉพาะเจาะจงลงไปมากกว่านั้น (บอกแบบเฉพาะเจาะจง เช่น อยู่ที่ค่ายไหนในแอฟริกา)
บรรทัดสุดท้ายจะให้เราเลือกรูปแบบการดูแผนที่ได้ เช่น เลือกมองจากมุมที่ทิศเหนืออยู่ด้านบน 


2.2.3 หากกดแกนอนาล็อคทางซ้ายแผนที่จะเลื่อนกลับไปยังตำแหน่งที่สเน็คอยู่ทันที 


2.2.4 หากกดแกนอนาล็อคขวาจะสามารถซูมเข้าออกแผนที่ได้อย่างรวดเร็ว


2.2.5 ปุ่ม L2 R2 มีไว้เพื่อค่อยๆ ซูมเข้าและออกแผนที่


2.2.6 Response System

สัญลักษณ์ดังกล่าว เป็นการระบุถึงการตอบสนองของทหารศัตรูที่มีต่อการกระทำ/การเล่นของเรา โดยลำดับความเข้มข้นจะจำแนกโดยสีต่างๆ นั่นคือ สีเทาหมายถึงไม่มีการตอบสนอง, สีขาวมีการตอบสนองในระดับ 1, สีส้มมีการตอบสนองในระดับ 2 และสีแดงมีการตอบสนองในระดับ 3 อันเป็นระดับที่สูงที่สุด ซึ่งสัญลักษณ์แต่ละประเภทมีรายละเอียดดังนี้

-รูปบัลลูน หากชิงตัวทหารโดยใช้บัลลูนให้ทหารรายอื่นเห็น ศัตรูจะพยายามยิงบัลลูนเพื่อช่วยเหลือเพื่อนทันทีที่เห็น
-รูปหมวก หากยิงหัวทหารบ่อยครั้ง ศัตรูจะเริ่มหาหมวกเหล็กมาใส่
-รูปกล้องวงจรปิด หากเรากำจัดทหารศัตรูหรือยึดป้อมได้โดยไม่โดนพบเจอตัวบ่อยครั้ง ศัตรูจะเริ่มมีกลยุทธ์โต้ตอบมากขึ้น เช่น ใช้กับระเบิด, ใช้ decoy เพื่อหลอกล่อเรา, เริ่มมีกล้องวงจรปิด รวมถึงศัตรูจะฟื้นจากสลบไวขึ้น, ออกค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น (เช่น อาจแยกสำรวจกันเป็นสองทางเพื่อตีขนาบเรา), บางครั้งหากเราใช้ปืนจี้ศัตรูมันอาจหันมาใช้มีดโจมตีเราแทน ฯลฯ
-รูปปืน หากเรากำจัดศัตรูหรือยึดป้อมในขณะที่อยู่ใน Alert Status หรือ Combat Status บ่อยครั้ง ศัตรูจะเริ่มใช้อาวุธหนักที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ปืนลูกซอง, ปืนกล, โล่ รวมถึงเสื้อเกราะกันกระสุน และจะจำนวนทหารมากขึ้นที่มีความสามารถการรบสูงขึ้นด้วย
-รูปจันทร์เสี้ยว หากเรากำจัดศัตรูหรือโดนพบเจอตัวในเวลากลางคืนบ่อยครั้ง ศัตรูจะเริ่มมีไฟฉายใช้งานและบางรายอาจใช้กล้องมองกลางคืน
-รูปเป้าเล็ง หากเรายิงใส่ศัตรูจากระยะไกลบ่อยครั้ง ศัตรูที่ใช้สไนเปอร์ไรเฟิลจะมีจำนวนมากขึ้นและบางครั้งอาจใช้ปืนสไนเปอร์ไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติอีกด้วย
นอกจากนั้นแล้วยังมีการตอบสนองในอีก 2 รูปแบบที่ไม่มีสัญลักษณ์ขึ้นให้เห็นนั่นคือ
-ยานพาหนะ หากเราใช้ยานพาหนะกำจัดศัตรูบ่อยครั้ง (รวมถึง D-Walker) ศัตรูก็จะเริ่มใช้อาวุธหนักอย่างร็อคเก็ตลอนเชอร์
-แก๊ส หากเราใช้ระเบิดควันหรือระเบิดแก๊สสลบบ่อยครั้ง ศัตรูก็จะเริ่มหาหน้ากากกันแก๊สมาใส่มากขึ้น


2.2.7 บอกจำนวน Fulton ที่มีติดตัว เวลาที่ใช้ในการเล่น ค่า GMP และค่าวีรบุรุษ (ค่าวีรบุรุษนี้ ยิ่งมีสูงก็จะทำให้มีทหารมาอาสาเข้ากองทัพเรามากขึ้นและคุณภาพของทหารก็จะยิ่งดีขึ้นด้วย)


2.3 Missions (ภารกิจ)



หัวข้อนี้จะเป็นการรวมภารกิจทั้งหมดที่สามารถเลือกทำได้ โดยจะมีทั้งภารกิจหลักและภารกิจย่อยเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งมีหัวข้อดังนี้

2.3.1 Mission List
เป็นหัวข้อภารกิจหลักที่จะทำให้เราผ่านเนื้อเรื่องต่อไปได้ ภารกิจเหล่านี้จะมีการคิดแรงค์ตอนจบฉากเสมอ

2.3.2 Side Op List
เป็นหัวข้อภารกิจย่อยที่ไม่มีการคิดแรงค์แต่อย่างใด จึงไม่ต้องกังวลกับรูปแบบการเล่นของตนเองมากนัก ส่วนใหญ่เป้าหมายของการเล่นภารกิจย่อยเหล่านี้จะเป็นการหาทหารฝีมือดี หรือเป็นโอกาสให้เราได้ชิงรถหุ้มเกราะและรถถังของศัตรูกลับมาใช้งานมากกว่า

2.3.3 Combat Deployment
ในหน้าจอ iDroid เมื่อกดเลือกแท็บ Missions ก็จะมีหัวข้อ Combat Deployment ขึ้นมาให้เห็น ซึ่งหัวข้อนี้จะเป็นการเลือกภารกิจเพื่อส่งทหารของเราไปปฏิบัติภารกิจตามที่ต่างๆ ทั่วโลก โดยที่ความยากง่ายและรางวัลที่ได้รับก็จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งในบางครั้งเราอาจได้รางวัลเป็นพิมพ์เขียวในการพัฒนาอาวุธด้วย หากจะกล่าวว่า Combat Deployment ถือเป็นช่องทางหลักในการหาเงิน (GMP) เพื่อมาใช้ของเราก็คงไม่ผิดนัก กรรมวิธีการเลือกเล่นก็ง่ายดายเพียงแค่เลือกภารกิจที่ต้องการจะทำแล้วก็เลือกส่งทหารของเราไปก็เรียบร้อย ซึ่งในทีแรกเกมจะมีการสุ่มทีมที่เราจะส่งไปปฏิบัติภารกิจให้แต่เราสามารถสลับสับเปลี่ยนได้เองโดยการกดปุ่มสามเหลี่ยม อย่างไรก็ตามขอให้ระลึกไว้ว่าอัตราการปฏิบัติภารกิจสำเร็จนั้นอยู่ที่ 95% เท่านั้นจะไม่มีทางสูงไปกว่านี้ ส่วนอัตราการสูญเสียต่ำสุดคือ 3% เท่านั้นจะไม่มีทางต่ำไปกว่านี้เช่นกัน (ยกเว้นเป็นภารกิจจำพวกการทำลายโรงเก็บอาวุธของศัตรูที่อัตราการสูญเสียต่ำสุดคือ 10%)

เมื่อทหารของเราปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้น ตัวเกมจะแจ้งเตือนเราบนหน้าจอก็ให้เรากดเมนู iDroid ขึ้นมาแล้วเลือกที่หัวข้อ Mother Base จะเห็นหัวข้อ Rewards เมื่อกดเข้าไปแล้วก็สามารถเลือกรับรางวัลได้ทีละอย่างหรือกดปุ่มสี่เหลี่ยมเพื่อรับรางวัลทั้งหมดในคราวเดียวกันไปได้เลย

2.3.4 FOB Missions
ในส่วนของ Forward Operating Bases หรือ FOB นั้น เป็นฐานที่มีไว้เพื่อเพิ่มพูนรางวัลและทรัพยากรจาก Mother Base ได้มากขึ้น ซึ่ง FOB ฐานแรกนั้นเราจะได้มาฟรี แต่หากจะเพิ่มมากกว่านั้นก็จะต้องใช้เงินจริงซื้อ MB Coins แล้ว อย่างไรก็ตามสำหรับ FOB นี้เราจะไม่สามารถลงไปเดินสำรวจได้อย่างเช่น Mother Base ตามปกติ แต่สิ่งสำคัญคือ FOB ของเรานั้นมีโอกาสที่จะโดนผู้เล่นคนอื่นมาบุกเพื่อช่วงชิงทรัพยากรและทหารกลับไปได้ซึ่งเราก็สามารถไปบุกกลับได้เช่นกัน

โดยหัวข้อนี้จะเป็นการเลือกดูทรัพยากรในฐานของผู้เล่นอื่นเพื่อที่เราจะไปบุกและแย่งชิงทรัพยากรกลับมา รวมถึงไว้ใช้ดูรายชื่อของผู้เล่นที่มาบุกฐานเราเพื่อให้เราตัดสินใจว่าจะบุกกลับหรือไม่อีกด้วย

2.3.5 Relationships
หัวข้อนี้จะเป็นการดูความสัมพันธ์ของกองทัพเรากับกองทัพของผู้เล่นอื่นว่าเรากำลังให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้เล่นรายใดอยู่ และมีผู้เล่นรายใดที่กำลังให้การสนับสนุนเราอยู่

2.3.6 Cassette Tapes
หัวข้อนี้ไว้ใช้เป็นการเลือกเทปเพื่อฟังข้อมูลสำคัญของเนื้อเรื่อง หรือไว้ใช้ฟังเพลงจากเทปที่เราเก็บมาได้ในระหว่างการปฏิบัติภารกิจ

2.3.7 Log
หัวข้อนี้ไว้ใช้ดูปูมบันทึกของข้อความต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนาวิทยุ, ข้อความแจ้งเตือนต่างๆ ของ iDroid เป็นต้น

2.3.8 Return To Mother Base
เป็นหัวข้อไว้กลับสู่ฐานแม่ของเราโดยเราสามารถเลือกไปลงยังฐานของส่วนงานใดก็ได้

2.4 Support
หัวข้อนี้แท้จริงแล้วจะอยู่ในหมวด Missions เพียงแต่ว่าหัวข้อ Support นี้จะปรากฏขึ้นมาให้เลือกเฉพาะตอนที่ปฏิบัติภารกิจอยู่เท่านั้น ซึ่งจะขออธิบายดังนี้




2.4.1 Supply Drop
เป็นหัวข้อในการร้องขออาวุธหรือชุดต่างๆ ที่เราต้องการจะเปลี่ยนให้มาส่งให้เราในขณะปฏิบัติภารกิจ แน่นอนว่าการขอให้เอาอาวุธมาส่งจะมีค่าใช้จ่าย (มากน้อยต่างกันไปตามแต่ละชนิดของสิ่งที่สั่งมา) โดยในหัวข้อนี้จะแบ่งย่อยเป็นดังต่อไปนี้อีก
-Ammo-Fulton เป็นการขอกระสุนมาเติมให้แก่อาวุธที่ใช้อยู่รวมถึง Fulton ด้วย (หากปืนที่ใช้เป็นปืนเก็บเสียงก็จะมีการเติมกระบอกเก็บเสียงให้ด้วย)
-Weapon/Items เป็นการขออาวุธหรืออุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งแบบเฉพาะเจาะจง (รวมถึงชุดสวมใส่ด้วย) ซึ่งหากอาวุธที่ขอมาเป็นอาวุธหมวดเดียวกับอาวุธที่เรามีก็จะเป็นการแทนที่อาวุธชิ้นนั้นไปเลย
-Loadout เป็นการขออาวุธมาแบบเป็นเซ็ต (ซึ่งเราต้องกำหนดเอาไว้ก่อนลงปฏิบัติภารกิจ) เอาไว้สำหรับคนที่จัดเซ็ตอาวุธเพื่อใช้ในสถานการณ์ต่างๆ กันมาล่วงหน้าแล้ว
-Vehicles เป็นการขอพาหนะต่างๆ ที่เรามีเพื่อมาใช้งาน เช่น รถจี๊ป รถถัง เป็นต้น

2.4.2 Buddy Support
หัวข้อนี้จะเป็นการขอเปลี่ยนคู่หูหรือปรับแต่งอุปกรณ์ของคู่หูในระหว่างการเล่นได้เลย ซึ่งในกรณีที่เรามีคู่หูรายใดอยู่และเลือกคู่หูรายใหม่มาก็จะเป็นการเปลี่ยนตัวคู่หูเก่าออกไปทันที โดยมีหัวข้อย่อยดังนี้
-D-Horse เป็นการขอให้ส่งม้าของเราลงมาในระหว่างการเล่น 
-D-Dog เป็นการขอให้ส่ง DD ลงมาในระหว่างการเล่น
-D-Walker เป็นการขอให้ส่ง D-Walker ลงมาในระหว่างการเล่น
-Quiet เป็นการขอให้ส่ง Quiet ลงมาในระหว่างการเล่น
-Change Equipment เป็นการเลือกเปลี่ยนอุปกรณ์ของคู่หูของเราในระหว่างการเล่นทันที ซึ่งเมื่อเลือกเปลี่ยนอุปกรณ์แล้วคู่หูเราจะโดนส่งตัวกลับไปครู่หนึ่ง แต่ซักพักเดียวก็จะกลับมาใหม่พร้อมกับอุปกรณ์ที่เราเลือกเปลี่ยนไป 

2.4.3 Fire Support
หัวข้อนี้เป็นการร้องขอการโจมตีสนับสนุนจาก Mother Base ซึ่งจะมีให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย (แต่การเลือกใช้การโจมตีสนับสนุนในการปฏิบัติภารกิจหลักจะทำให้แรงค์สูงสุดได้แค่ A เท่านั้น) โดยมีหัวข้อย่อยดังนี้
-Bombardment เป็นการร้องขอให้ถล่มโจมตีจุดที่เราเลือกด้วยจรวดมิสไซล์อย่างหนักหน่วง
-Smoke เป็นการร้องขอให้ยิงควันใส่จุดที่เราเลือก (เหมาะกับการใช้หลบหนีหรือบุกเข้าไปยังที่ใดโดยอาศัยควันพรางตัว)
-Sleeping Gas คล้ายกับการขอให้ยิงควันแต่จะเปลี่ยนเป็นแก๊สยาสลบแทน
-Chaff เป็นการร้องขอให้ปล่อย Chaff ใส่บริเวณที่เราเลือก (ซึ่งจะส่งผลเป็นการรบกวนวิทยุสื่อสารของศัตรู, รบกวนกล้องวงจรปิด และรวมถึงระบบนำทางของจรวดมิสไซล์ติดตามตัว เป็นต้น)
-Weather Modification เป็นการร้องขอให้ทำการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในขณะนั้นให้เหมาะกับการทำภารกิจของเรา เช่น ร้องขอพายุทรายเพื่อบดบังทัศนวิสัย หรือขอฝนตกเพื่อกลบเสียงฝีเท้า เป็นต้น

2.4.4 Helicopter
เป็นการร้องขอเฮลิคอปเตอร์ของเราให้ทำการสนับสนุน ซึ่งจะมีหัวข้อย่อยดังนี้
-Pick Up เป็นการขอให้เฮลิคอปเตอร์มารับตัวในกรณีที่ต้องการจบภารกิจ
-Air Support เป็นการขอให้เฮลิคอปเตอร์ช่วยทำการยิงสนับสนุน (แต่จะทำให้ภารกิจโดนจำกัดแรงค์แค่ A เท่านั้น)


3. Mission (ภารกิจหลัก)

สำหรับในส่วนนี้จะขอแบ่งรายละเอียดโดยเรียงลำดับตามแต่ละภารกิจในเกม และจะไม่ลงลึกในส่วนของเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะข้อมูลในส่วนดังกล่าวจะระบุลงไว้ในส่วนของ Story แทน นอกเหนือไปจากการเล่นเคลียร์ตามภารกิจหลักแล้ว แต่ละฉากจะมีสิ่งที่เรียกว่า Mission Tasks อยู่ ซึ่งหากต้องการเพียงผ่านฉากก็ไม่จำเป็นต้องเคลียร์แต่อย่างใด แต่หากสามารถเคลียร์ได้ในบางครั้งก็จะมีการบวกคะแนนภารกิจให้หรืออาจทำให้เราได้ทหารที่มีความสามารถดีๆ หรือแบบแปลนอาวุธใหม่ๆ มาใช้งานก็เป็นได้ โดยที่ในการเล่นแต่ละภารกิจในรอบแรกนั้น เกมจะยังไม่ขึ้นเงื่อนไขบอกผู้เล่นว่าในภารกิจนั้นมีเงื่อนไขพิเศษใดบ้างแต่เมื่อเล่นจบภารกิจไปแล้วรอบนึงเกมจึงจะบอกเงื่อนไขทั้งหมดให้ทราบ และเราสามารถย้อนกลับมาเล่นใหม่เพื่อเก็บเงื่อนไขที่ยังขาดได้ พึงระลึกไว้เสมอว่า “ไม่มีวิธีการเล่นที่ถูกที่สุด” ดังนั้นหากคุณคิดว่าวิธีการเล่นของคุณน่าจะใช้การได้ ก็ขอให้ลองเพราะคุณอาจพบวิธีเด็ดๆเฉพาะตัวของคุณเองก็เป็นได้

ในบางครั้งคุณอาจรู้สึกว่าแม้จะเล่นภารกิจผ่านไปแล้วแต่ก็ไม่มีภารกิจใหม่ให้เล่น หากเป็นเช่นนั้นขอให้ตรวจสอบว่ามี Side Op สำคัญ (ตัวอักษรจะเป็นสีเหลือง) ภารกิจไหนที่ยังไม่ได้ทำรึเปล่า หากมีก็ขอให้ไปเคลียร์ให้เรียบร้อย ที่สำคัญอีกอย่างคือเทปเนื้อเรื่องที่เป็นสีเหลืองก็ขอให้กดฟังให้ครบถ้วนด้วยเพื่อที่จะได้ปลดล็อคภารกิจหลักอื่นๆ ต่อไป

Mission 0: [FLASHBACK] PROLOGUE: AWAKENING 

Mission Tasks มีจำนวนทั้งหมด 2 หัวข้อนั่นคือ

1. เคลียร์ภารกิจโดยไม่เข้าสู่ Reflex Mode
สำหรับเงื่อนไขนี้ สิ่งที่ง่ายที่สุดคือการปิดระบบ Reflex ในหน้าจอ option และเมื่อผ่านฉากก็จะสำเร็จตามเงื่อนไขโดยอัตโนมัติ

2. อย่าโดน Man on Fire โจมตีแม้แต่ครั้งเดียวภายหลังจากที่ได้พบกับ Ocelot แล้ว
สำหรับเงื่อนไขนี้ สิ่งสำคัญคือการยิง Man on Fire ให้ชะงักเพื่อเป็นการขัดจังหวะการโจมตีของมัน หากคุณเลื่อนเป้าไปที่มันแล้วเห็นเป้ากลายเป็นสีแดงก็สามารถยิงใส่ให้มันชะงักได้เลยทันที แต่เนื่องจากปืนที่ใช้คือปืนลูกซองที่จังหวะในการเติมกระสุนจะค่อนข้างนานจึงต้องกะจังหวะในการเติมกระสุนให้ดีด้วย ซึ่งการโจมตีของมันที่ต้องระวังก็คือในจังหวะที่มันทำท่าชาร์จพลังขอให้ยิงใส่มันทันที หากสำเร็จมันจะยิงลูกไฟขึ้นฟ้าโดยที่เราไม่ได้รับอันตราย ส่วนการโจมตีอื่นๆจะไม่มีผลกับเงื่อนไขข้อนี้

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
ฉากนี้สามารถเก็บแรงค์ S ได้ค่อนข้างง่ายและจะให้ดีควรเล่นหลังผ่านไปแล้วรอบนึง สิ่งสำคัญคือควรเคลียร์ภารกิจให้เร็วที่สุด ดังนั้นขอให้กดข้ามฉากคัตซีนทุกฉากเพื่อย่นระยะเวลา และที่สำคัญคือหากเราสามารถเคลียร์เงื่อนไขที่ไม่ใช้ Reflex Mode ได้ก็จะทำให้มีโอกาสได้แรงค์ S ง่ายขึ้น

Mission 1: THE PHANTOM LIMB

Mission Tasks มีจำนวนทั้งหมด 6 หัวข้อนั่นคือ

1. ค้นหาสถานที่คุมขังของ Kazuhira Miller
สำหรับเงื่อนไขนี้ เราต้องมุ่งหน้าไปยัง Da Wialo Kallai โดยให้มุ่งหน้าไปยังชั้นสองของอาคารใหญ่ใจกลางหมู่บ้าน เมื่อเข้าไปในห้องจะพบกับโต๊ะที่มีอุปกรณ์ควบคุมการสื่อสาร (มีไฟสีฟ้าให้เห็น) กดสามเหลี่ยมสำรวจที่โต๊ะ เราก็จะตรวจสอบข้อมูลจนเคลียร์เงื่อนไขข้อนี้

2. ช่วยเหลือ Kazuhira Miller ออกมา
เป็นเงื่อนไขหลักที่ต้องเคลียร์เพื่อผ่านภารกิจ ซึ่ง Miller จะถูกควบคุมตัวอยู่ที่ Da Gwhandai Khar ตามเนื้อเรื่อง แต่หากทำเงื่อนไขข้อแรกมาก่อนก็จะทำให้เราทราบตำแหน่งที่แน่ชัดจนผ่านภารกิจได้ง่ายขึ้น

3. พาตัวผู้บัญชาการแห่ง Wakh Sind Barracks ออกมา
เงื่อนไขนี้ไม่สามารถเคลียร์ได้ในการเล่นรอบแรกเพราะเราจะยังไม่มี Fulton ให้ใช้งาน อย่างไรก็ตามหากเราไปที่ Wakh Sind Barracks ก็จะพบกับผู้บัญชาการที่ว่านี้ได้ในบริเวณลานด้านนอกตัวอาคารที่ใหญ่ที่สุด โดยผู้บัญชาการจะสวมหมวกเบเรต์สีแดงและจะไม่เดินเคลื่อนที่ไปไหนเลย

4. จบภารกิจโดยไม่โดนพวก Skulls พบตัว
เงื่อนไขนี้อาจฟังดูยากแต่สามารถเคลียร์ได้ตั้งแต่การเล่นรอบแรก ในตอนที่พวก Skulls ปรากฏตัวภายหลังจากที่เราช่วยเหลือ Miller ออกมาได้นั้นพวกมันจะโผล่ออกมาทั้งหมด 4 ตัวด้วยกันโดยมี 2 ตัวยืนขวางอยู่บริเวณทางลาดด้านซ้าย ส่วนอีก 2 ตัวยืนขวางอยู่ที่ปลายสะพานตรงกลาง วิธีผ่านเงื่อนไขคือให้เรารออยู่ที่ปลายสะพานอีกฝั่งหนึ่งจนพวก Skulls เริ่มเดินเข้ามายังบริเวณสะพานก็ให้เราอาศัยจังหวะนี้วิ่งลงทางลาดด้านขวาลงไปจนขึ้นไปโผล่อีกฝั่งหนึ่ง โดยใช้ตัวสะพานให้เป็นประโยชน์เพื่อการบดบังสายตาของพวก Skulls จากนั้นก็ไปสู่จุดรับตัวได้โดยสะดวก

5. เก็บเพชรดิบที่ซ่อนอยู่ในบริเวณ Spugmay Keep
เงื่อนไขนี้สามารถเคลียรได้ตั้งแต่เริ่มต้นภารกิจนี้ จุดเริ่มต้นของภารกิจของเราคือที่ Spugmay Keep ดังนั้นเมื่อเราเริ่มบังคับตัวละครได้ ขอให้เราหันหลังกลับเข้าสู่ซากปรักหักพังด้านหลัง ลองมองบริเวณผาสูงด้านข้างให้ดีจะมีจุดหนึ่งที่มีรอยแยกบนหน้าผาให้เราสามารถปีนขึ้นไปได้ ที่ด้านบนสุดจะมีเพชรดิบที่ว่าให้เก็บ เมื่อเก็บมาก็เป็นอันเคลียร์เงื่อนไข

6. พาตัวคนขับรถบรรทุกสัมภาระออกมา
เงื่อนไขนี้จำเป็นต้องมี Fulton เสียก่อนจึงจะเคลียร์ได้ โดยในภารกิจนี้จะมีรถบรรทุกที่ขับเวียนวนไปมาระหว่างหมู่บ้านและศูนย์บัญชาการ แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือให้เรามุ่งหน้าไปที่ Da Wiallo Kallai และพยายามหลบซ่อนตัวอยู่ใกล้กับบริเวณอาคารใหญ่สุดของหมู่บ้าน ไม่นานนักจะมีรถบรรทุกคันดังกล่าววิ่งผ่านมาและแวะจอด เมื่อคนขับลงมาก็จัดการทำให้สลบและกดใช้ Fulton พาตัวกลับไปได้เลย

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
สำหรับฉากนี้ขอแค่เล่นแบบระมัดระวังไม่ให้โดนพบตัวและรีบผ่านอย่างรวดเร็วก็เพียงพอ ดังนั้นเริ่มมาก็สามารถควบม้าไปยังจุดที่ Miller อยู่ได้เลยทันที ที่สำคัญคือเมื่อเรากลับมาเล่นภารกิจนี้ในรอบหลัง เราจะสามารถกดเปลี่ยนจุดลงจอดของเฮลิคอปเตอร์ได้แล้ว หากเราเลือกให้ฮ.ลงจอดที่อื่นก็จะสามารถเลี่ยงการเผชิญกับเหล่า Skulls ได้เลยและยังย่นเวลาได้อีกด้วย


Mission 2: [FLASHBACK] DIAMOND DOGS 

Mission Tasks มีทั้งหมดจำนวน 5 หัวข้อนั่นคือ

1. ผ่านการฝึกฝนการใช้ Fulton
เงื่อนไขนี้ไม่มีอะไรยากเพราะ Ocelot จะบอกให้เราฝึกการใช้งานกับทหารของเราบนฐานอยู่แล้ว ก็จัดการทำให้ทหารของเราสลบแล้วเข้าไปกดสามเหลี่ยมเพื่อใช้ Fulton เป็นอันจบ

2. จับทหารเพื่อเพิ่มเลเวลของฝ่าย R&D
เงื่อนไขตรงไปตรงมาเช่นเคย เพราะหลังจากผ่านเงื่อนไขแรกมา Ocelot ก็จะบอกให้เราจับทหารเพิ่มเติมทันที ไม่นานนักเงื่อนไขก็สำเร็จได้โดยง่าย

3. กดสร้างกล่องและผ่านการฝึกฝนจนครบถ้วน
หลังจากที่ฝ่าย R&D ของเราเลเวลขึ้นแล้ว ให้เรากด iDroid เพื่อสร้างกล่องมาใช้งาน จากนั้นก็กดให้ฝ่ายสนับสนุนส่งกล่องมาให้เราเก็บก็เป็นอันเสร็จสิ้น

4. ผ่านการฝึกฝนการจับศัตรูล็อคคอ
เงื่อนไขการผ่านตรงตัวตามชื่อ เพียงเข้าไปจับทหารของเราซักคนมาล็อคคอก็เป็นอันเสร็จสิ้น

5. ผ่านการฝึกฝนการโจมตีศัตรูด้วยมือเปล่า
เงื่อนไขนี้ขอแค่เข้าไปประชิดตัวทหารของเราแล้วกดปุ่ม R2 เพื่อโจมตีต่อเนื่องก็พอ

ภารกิจนี้ไม่สามารถเก็บแรงค์ S ได้ 


Mission 3: A HERO’S WAY

Mission Tasks มีทั้งหมด 5 หัวข้อนั่นคือ

1. กำจัดผู้บัญชาการของหน่วยสเปซนาซ
เงื่อนไขนี้เป็นเงื่อนไขหลักของภารกิจนี้ หากเราทำสำเร็จก็สามารถจบภารกิจได้เลยทันที โดยวิธีการกำจัดนี้จะโดยการสังหารทิ้งหรือลักพาตัวกลับฐานก็ได้ทั้งนั้น ซึ่งผู้บัญชาการที่ว่าสามารถสังเกตเห็นได้อย่างง่ายดายจากหมวกเบเรต์สีแดงที่ใส่และจะยืนอยู่ภายในตัวอาคารของ Da Shago Kallai

2. กำจัดผู้บัญชาการของหน่วยสเปซนาซที่ระยะทางเกินกว่า 100 เมตร
เงื่อนไขนี้จะขอแนะนำให้ทำเมื่อเราสามารถพัฒนาปืนสไนเปอร์ไรเฟิลมาใช้งานได้แล้ว โดยขอให้จดจำตำแหน่งที่ผู้บัญชาการอยู่แล้วมุ่งหน้าไปบริเวณทิศเหนือของ Da Shago Kallai ก็จะมีตำแหน่งที่ช่วยให้เล็งยิงได้ง่าย

3. ลักพาตัวผู้บัญชาการของหน่วยสเปซนาซกลับมา
เงื่อนไขนี้จะทับซ้อนกับเงื่อนไขข้อแรก หากทำเงื่อนไขข้อนี้สำเร็จก็จะเป็นการทำเงื่อนไขข้อแรกสำเร็จไปด้วยโดยปริยายเช่นกัน แต่การจะพาตัวกลับมาจำเป็นต้องออกมานอกตัวอาคาร จึงจำเป็นที่จะต้องกำจัดบรรดาทหารศัตรูรอบนอกให้หมดก่อนก็จะเป็นการดี

4. เก็บพืช haoma ในทะเลทรายซึ่งอยู่ระหว่าง Shago Village และ Spugmay Keep
พืช haoma จะอยู่บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของ Da Shago Kallai เมื่อเก็บมาก็จะผ่านเงื่อนไข หากจะทำเงื่อนไขนี้ขอแนะนำให้พา DD มาด้วยก็จะช่วยให้ง่ายขึ้น ข้อสำคัญประการหนึ่งคือหากต้องการจะเก็บเงื่อนไขนี้ควรต้องทำก่อนจะกำจัดผู้บัญชาการของหน่วยสเปซนาซเพราะทันทีที่เรากำจัดเขาไปแล้วบริเวณพื้นที่ซึ่งมีพืช haoma นี้จะกลายเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ทันที (เพราะจะถือเป็นการเคลียร์ภารกิจเลย) แต่พืช haoma เช่นว่านี้จะมีอยู่แค่ 2 จุดภายในบริเวณทะเลทรายดังนั้นหากเก็บมาครบทั้ง 2 จุดก็จะผ่าน สามารถดูตำแหน่งได้จากรูปด้านล่าง








5. เก็บแร่ซึ่งแปรรูปแล้วที่ซ่อนอยู่ใน Shago Village
แร่นี้ จะซ่อนอยู่ใต้บริเวณสะพานใหญ่ก่อนเข้าสู่ตัวหมู่บ้าน โดยสะพานที่ว่าจะอยู่บริเวณตะวันตกของหมู่บ้าน เมื่อเก็บมาก็จะผ่านเงื่อนไข สามารถดูตำแหน่งได้จากรูปด้านล่าง






กลวิธีการเก็บแรงค์ S 
สำหรับภารกิจนี้ วิธีการเก็บแรงค์ S อย่างง่ายคือการควบม้าไปยังบริเวณทิศเหนือของ Da Shago Kallai แล้วใช้ปืนสไนเปอร์ไรเฟิลซุ่มยิงผู้บัญชาการที่อยู่ในอาคารได้เลย เมื่อจัดการแล้วก็ควบม้าออกจากพื้นที่ภารกิจเป็นอันเรียบร้อย


Mission 4: C2W 

Mission Tasks มีทั้งหมด 6 หัวข้อนั่นคือ

1. ตรวจหาอุปกรณ์สื่อสารใน Eastern Communications Post
เงื่อนไขนี้ ขอแค่เราใช้กล้อง Int. Scope ส่องกล้องดูจานดาวเทียมจำนวนทั้งหมด 3 จุดภายในบริเวณของ Eastern Communications Post ได้ก็เป็นอันผ่าน

2. ทำลายอุปกรณ์สื่อสารภายใน Eastern Communications Post
เงื่อนไขนี้ เราต้องทำลายอุปกรณ์สื่อสาร (หรือก็คือตู้ที่ติดกับจานดาวเทียมที่กล่าวถึงในข้อก่อนหน้านี้) ทั้ง 3 จุด เมื่อทำลายครบก็เป็นอันผ่านเงื่อนไข

3. หาเพชรดิบที่ซ่อนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับ Eastern Communications Post ให้พบ
เพชรดิบที่ว่าจะซ่อนอยู่ในบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของ Eastern Communications Post โดยจะอยู่ภายในบริเวณช่องทางหุบเขาและซ่อนอยู่ในแถบผาหินบริเวณนั้น ดูตำแหน่งได้ตามรูปด้านล่าง (จุดมาร์คเกอร์ B)






4. ทำลายเครื่องส่งสัญญาณภายใน Eastern Communications Post
เครื่องส่งสัญญาณที่ว่าจะอยู่ในตัวอาคารหลักใกล้กับธงชาติของสหภาพโซเวียต เมื่อทำลายได้ก็จะผ่านเงื่อนไข (พวกอาวุธสีฟ้า เช่น ปืนยาสลบหรือกระสุนยางจะไม่สามารถยิงทำลายเครื่องส่งสัญญาณได้)

5. พาตัวเชลยศึกใน Wialo Village ออกมา
เชลยศึกที่จะต้องช่วยเหลือจะมีอยู่สองคน เมื่อไปถึง Wialo Village แล้วหากต้องการทราบตำแหน่งที่อยู่ของเชลยศึกอย่างง่ายดาย ก็ขอให้จับศัตรูในบริเวณนั้นล็อคคอแล้วรีดข้อมูลเอาแล้วศัตรูจะยอมบอกตำแหน่งให้เราเอง

6. ชิงตู้คอนเทนเนอร์เก็บวัตถุดิบในบริเวณ Eastern Communication Tower กลับมา
ตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวจะมีทั้งหมดสองตู้ หากเห็นตู้คอนเทนเนอร์ก็ขอให้กด R1 เพื่อใช้กล้องสำรวจดู เพราะตู้ที่สามารถชิงกลับมาได้ก็จะถูกระบุตำแหน่งให้เราเห็น อย่างไรก็ตามหากเป็นการเล่นภารกิจนี้ในรอบแรกจะยังไม่สามารถชิงตู้กลับไปได้แน่นอน จำเป็นต้องพัฒนา Fulton จนสามารถยกของหนักได้เสียก่อน

กลวิธีการเก็บแรงค์ S 
เริ่มต้นมาก็ขอให้มุ่งหน้าไปยัง Eastern Communications Post ทันที จากนั้นลอบเข้าไปในตัวอาคารที่มีธงชาติสหภาพโซเวียตจากทางด้านหลังอาคารที่มีช่องให้เราผ่านเข้ามาในตัวอาคารได้ เมื่อพบกับเครื่องส่งสัญญาณก็ใช้ C4 ติดเอาไว้จากนั้นรีบหลบออกมาจากพื้นที่ดังกล่าว กดเรียกฮ.ให้มารับ จากนั้นก่อนจะหนีออกจากพื้นที่ภารกิจก็กดระเบิด C4 เสียแล้วเราก็จะสามารถหนีออกมาได้โดยไม่โดนพบตัว

Mission 33: C2W (SUBSISTENCE)*
*Mission นี้เราจะได้เล่นก็ต่อเมื่อหลังจากจบ Mission ที่ 31 แล้ว ภารกิจจะคล้าย Mission C2W แบบเดิม แต่จะเพิ่มระดับความยากเข้าไปนั่นคือเราจะไม่มีอาวุธติดตัวเลยนอกจากแขนกลเพียงอย่างเดียว และเราต้องทำลายจานดาวเทียม 3 แห่งที่ตั้งอยู่บนหลังคาให้ได้ 

การจะทำลายจานดาวเทียมส่งสัญญาณนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดคือเราต้องชิงอาวุธเครื่องยิงจรวดที่ศัตรูในค่ายจะพกติดตัว โดยเครื่องยิงจรวดจะมีกระสุนเพียง 1 นัด ต่อ 1 กระบอกเท่านั้น นั่นเท่ากับว่าเราต้องชิงอาวุธจากทหาร 3 นาย ถึงจะเพียงพอต่อการทำลายจานดาวเทียม (คุณสามารถใช้อาวุธอื่นจากศัตรูทำลายจานดาวเทียมก็ได้ แต่มันจะใช้กระสุนหลายนัดในการทำลายและทำให้คุณเสียเวลา)

Mission 5: OVER THE FENCE

Mission Tasks มีทั้งหมด 5 หัวข้อนั่นคือ

1. พาตัววิศวกรที่โดนจับตัวไปออกมา
ถือเป็นเงื่อนไขหลักของภารกิจนี้ โดยวิศวกรคนดังกล่าวจะถูกควบคุมตัวเอาไว้ในห้องขังใต้ดินของ Wakh Sind Barracks หากจะเข้าไปช่วยก็ต้องสะเดาะกุญแจประตูเสียก่อนโดยการกดปุ่มสามเหลี่ยมค้างหรือจะรัวปุ่มเพื่อสะเดาะได้เร็วขึ้นก็ได้

2. ใช้ Fulton ช่วยวิศวกรออกมาผ่านทางเพดานของห้องใต้ดิน
ฝั่งตรงกันข้ามกับห้องที่วิศวกรโดนจับตัวอยู่จะมีห้องเก็บของ ขอให้มองบนเพดานก็จะเห็นเพดานส่วนนึงที่ถล่มลงมาซึ่งเราสามารถพาวิศวกรมาตรงจุดนี้แล้วใช้ Fulton พาตัวออกไปได้เลย (สังเกตที่เปอร์เซนต์ในการช่วยเหลือ หากขึ้นเป็น 100% ก็พาออกไปได้ทันที)

3. ช่วยเหลือเชลยศึกที่วางแผนจะหนีออกจาก Wakh Sind Barracks ออกมา
แถวบริเวณใกล้กับประตูหน้าของ Wakh Sind Barracks ขอให้สำรวจบริเวณโดยรอบก่อนทางเข้า จะเห็นเชลยศึกคนดังกล่าวในบริเวณนั้น (แถวด้านบนกำแพงรอบนอกของ Wakh Sind Barracks) ช่วยออกมาก็เป็นอันเสร็จพิธี

4. ชิงรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ขับไปมาระหว่างจุดตรวจออกมา
ภายในขอบเขตพื้นที่ของภารกิจนี้จะมีรถขับเคลื่อนสี่ล้อวิ่งไปมาระหว่างจุดตรวจ โดยจะแวะจอดในแต่ละจุดเป็นระยะรวมถึงบริเวณหน้าประตูทางเข้าของ Wakh Sind Barracks ด้วย จังหวะที่รถหยุดนี่เองก็สามารถใช้ Fulton เพื่อชิงรถกลับไปได้ทันที อย่างไรก็ตามเงื่อนไขนี้จะทำไม่ได้จนกว่าจะพัฒนา Fulton จนสามารถชิงรถได้แล้ว

5. เก็บพิมพ์เขียวใน Wakh Sind Barracks
พิมพ์เขียวจะมีลักษณะเหมือนกล่องเอกสารสีเทา โดยสามารถไปเก็บได้ในโรงนอนของทหารที่อยู่บริเวณด้านทิศตะวันออกของอาคารหลัก (โรงนอนจะเป็นอาคารเล็กเรียงกันหลายอาคาร) พิมพ์เขียวจะอยู่ในอาคารเล็กด้านในสุด

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
จากจุดเริ่มต้นภารกิจบริเวณด้านล่างของ Wakh Sind Barracks ขอให้มุ่งหน้าเข้าตามทาง โดยก่อนจะถึงประตูหน้านั้น เราจะสังเกตเห็นหน้าผาบริเวณรอบนอกที่จะมีอยู่จุดหนึ่งให้เราสามารถปีนขึ้นไปได้ ขอให้ใช้รอยแยกตรงนี้เพื่อลอบเข้าไปช่วยเหลือวิศวกร จากนั้นช่วยวิศวกรด้วย Fulton ผ่านเพดานแล้วหนีออกมาได้เลย

Mission 6: WHERE DO THE BEES SLEEP? 

Mission Tasks มีทั้งหมด 6 หัวข้อนั่นคือ

1. ค้นหา Honey Bee ให้พบ
ถือเป็นเงื่อนไขหลักของภารกิจนี้ โดย Honey Bee ก็คือร็อคเก็ตลอนเชอร์ที่ซ่อนอยู่ใน Da Smasei Laman นั่นเอง วิธีที่จะช่วยให้สามารถรู้ตำแหน่งของ Honey Bee ได้โดยง่ายก็คือการช่วยเหลือเชลยศึกที่เป็นใบ้ออกมาด้วย Fulton หรือวิธีใดก็ได้ แล้วตำแหน่งของ Honey Bee ก็จะปรากฏให้เห็นบนแผนที่ โดยที่ Honey Bee จะแอบซ่อนอยู่หลังลังในห้องหนึ่งตรงบริเวณถ้ำใต้ Da Smasei Laman

2. กำจัดพวก Skulls
เงื่อนไขนี้หากเป็นการเล่นรอบแรกจะค่อนข้างลำบาก หากเป็นไปได้กลับมาทำเงื่อนไขในรอบหลังจะดีกว่า หรือหากใครอยากเคลียร์เงื่อนไขนี้ตั้งแต่รอบแรกก็ใช้ Honey Bee ยิงใส่พวก Skulls ได้เลยโดยความแรงของ Honey Bee จะทำให้เรากำจัด Skulls ได้ภายในสองนัด แต่ผลเสียคือจะทำให้เราไม่สามารถเคลียร์เงื่อนไขอีกข้อหนึ่งที่ห้ามยิงกระสุนของ Honey Bee กระนั้นหากไม่ใช้ Honey Bee ในการต่อสู้แล้วมีข้อแนะนำในการรับมือกับพวก Skulls ดังนี้
- เมื่อเริ่มการต่อสู้ขอให้ใช้กล้องระบุตัว Skulls ทั้ง 4 ทันทีเพื่อให้การต่อสู้ของเราง่ายขึ้น และอุปกรณ์ที่สำคัญอีกอย่างที่เหมาะกับการต่อสู้นี้ก็คือ Night Vision Goggles ที่จะทำให้เราเห็นตัว Skulls ได้ง่ายขึ้นท่ามกลางสภาวะหมอกหนาตลอดการต่อสู้
- หากเราวิ่งหนีกลับเข้ามาภายในตัวอาคารของ Da Smasei Laman แล้ว ขอให้พยายามวิ่งขึ้นไปด้านบนเพื่อล่อพวกมันมาสู่ทางแคบที่จะช่วยให้เรามีที่กำบังมากขึ้น แล้วใช้อาวุธที่สามารถทำลายในวงกว้าง เช่น ระเบิดมือ โจมตีพวกมันไปพร้อมกันได้ในทีเดียว
- พวก Skulls จะมีรูปแบบการโจมตีอย่างหนึ่งที่เป็นการวิ่งเข้าประชิดตัวเราจากนั้นก็กระโดดใช้มีดดาบฟัน แต่ในจังหวะที่มันโจมตีเราจะสามารถกดปุ่ม R2 เพื่อทำการโจมตีสวนได้ ซึ่งหากเรากดได้สำเร็จแล้ว Skull จะตกเป็นเป้านิ่งให้เรายิงกระหน่ำโจมตีและจัดการมันได้ง่ายดาย

3. เก็บ Honey Bee กลับมาโดยไม่ยิงกระสุนออกไปแม้แต่นัดเดียว
เงื่อนไขนี้ตรงตามชื่อ ขอแค่ไม่เผลอยิงออกไปก็เป็นอันผ่าน

4. ช่วยเหลือเชลยศึกใบ้ออกมา
บริเวณแรกที่เราจะพบกับเชลยศึกใบ้คนนี้ได้ก็คือตรง Mountain Relay Base ที่เชลยผู้นี้จะโดนทหารศัตรูราว 3-4 นายซ้อมอยู่ใกล้กับรถจี๊ป หากว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ไวพอ เราก็สามารถจัดการทหารศัตรูและช่วยเชลยศึกออกไปได้เลยทันที แต่หากรอนานเกินไปเชลยศึกจะถูกพาตัวไปยัง Da Smasei Laman แทน (แต่นั่นก็เป็นเป้าหมายที่เราต้องไปอยู่แล้ว) ซึ่งเมื่อเชลยศึกถูกพามาที่ Da Smasei Laman แล้วสักพักหนึ่งพวกทหารศัตรูก็จะคุมตัวเชลยศึกไปยังที่ซ่อนของ Honey Bee ให้เราเอง แต่หากรอนานมากเกินไปสุดท้ายเชลยศึกก็จะโดนทหารศัตรูสังหารไปด้วย

5. พาตัวสไนเปอร์ 2 รายที่ Mountain Relay Base ออกมา
เมื่อมาถึง Mountain Relay Base แล้ว เราจะสังเกตเห็นสะพานขนาดใหญ่พร้อมกับบันไดทางเดินที่ติดอยู่กับสะพานเพื่อให้เดินลงไปด้านล่างได้ สไนเปอร์ 2 รายดังกล่าวมักจะเดินไปเดินมาในบริเวณบันไดทางเดินที่ว่านั่น จัดการพาตัวออกมาก็เป็นอันเรียบร้อย

6. ทำลายฮ.รบของศัตรู
ฮ.รบลำนี้จะบินวนไปมาคอยตรวจตราอยู่บริเวณพื้นที่ด้านหน้าก่อนเข้าเขตของ Da Smasei Laman ซึ่งเราสามารถทำเงื่อนไขนี้ได้ง่ายๆ หากว่าหลังเก็บ Honey Bee แล้วย้อนออกมายิงทำลายฮ. แต่ก็จะทำให้ไม่สามารถเคลียร์เงื่อนไขข้ออื่นได้ ควรติดอาวุธประเภทจรวดมิสไซล์ของตนเองมาแล้วยิงทำลายฮ.ลำนี้ไปก่อนที่จะไปเก็บ Honey Bee จะดีกว่า

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เช่นเคยที่การเล่นเคลียร์โดยใช้เวลาอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการได้แรงค์ S แต่ขั้นตอนที่ควรทำก็คือช่วยเหลือเชลยศึกใบ้ออกมาตั้งแต่ที่ Mountain Relay Base เลย จากนั้นเมื่อได้ Honey Bee มาแล้วก็อย่าใช้เด็ดขาด และรีบกำจัดพวก Skulls ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ (หากสามารถโจมตีสวนได้ก็จะจัดการได้อย่างรวดเร็วมาก) สุดท้ายคือทำลายรถ anti-air radar ใน Da Smasei Laman ทิ้งไปซะแล้วเรียกฮ.ให้มารับใน Da Smasei Laman ได้เลย

Mission 7: RED BRASS

Mission Tasks มีทั้งหมด 7 หัวข้อนั่นคือ

1. กำจัดผู้บัญชาการกองทหารที่ประจำอยู่ ณ Wialo Village (Da Wialo Kallai)
2. กำจัดผู้บัญชาการกองทหารที่ประจำอยู่ ณ Shago Village (Da Shago Kallai)
3. กำจัดผู้บัญชาการกองทหารที่ประจำอยู่ ณ Wakh Sind Barracks
ทั้งสามคนจะไปประชุมกันในอาคารซึ่งอยู่ใน Wialo Village แต่ทั้งสามจะพยายามหนีกลับฐานที่มั่นของตนเองทันทีหากว่าเราโดนพบเจอตัวหรือทำอะไรที่ทำให้ทหารแตกตื่น ซึ่งมันก็จะทำให้ภารกิจถูกลากยาวออกไปอีก โดยในตอนเริ่มต้นภารกิจนี้ เราจะเลือกจุดลงได้ทั้งหมด 6 จุด หากต้องการที่จะซุ่มโจมตีผู้บัญชาการที่มุ่งหน้าไปยัง Wialo Village ก็ให้เลือกจุดลงจอดที่อยู่ใกล้ Wakh Sind Barracks หรือ Shago Village ได้เลย

4. ลักพาตัวผู้บัญชาการและทหารทุกนายที่อยู่ในรถกลับมา
การจะทำเงื่อนไขนี้ ให้เราลงที่จุดปล่อยตัวใกล้กับ Wakh Sind Barracks เพื่อรอรถของผู้บัญชาการดังกล่าวมาถึง เราสามารถใช้ D-Horse ให้ยืนขวางถนนได้เพราะรถจะหยุดจอดและพยายามไล่ D-Horse ออกไป ซึ่งจะเป็นโอกาสให้เราเคลียร์เงื่อนไขนี้ได้ ตราบใดที่ผู้บัญชาการและทหารติดตามอีก 3 นายไม่ตายและเรา Fulton กลับมาได้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

5. ลักพาตัวผู้บัญชาการทั้งสามกลับมา
เงื่อนไขนี้ไม่มีอะไรมาก ขอแค่ไม่มีผู้บัญชาการรายไหนตายไปและโดน Fulton กลับมาหมดก็เป็นอันเรียบร้อย

6. ฟังบทสนทนาของผู้บัญชาการทั้งสามจนจบ
เงื่อนไขนี้เราต้องรอให้ผู้บัญชาการทั้งสามมาถึงจุดนัดพบที่ Wialo Village แล้วคอยแอบฟังบทสนทนาตั้งแต่ต้นจนจบก็จะผ่าน

7. ช่วยเหลือเชลยศึก 2 รายที่ Da Ghwandai Khar ออกมา
เงื่อนไขนี้อาจทำให้เราเสียเวลาเล็กน้อย เพราะ Da Ghwandai Khar นั้นไม่ได้อยู่ในเส้นทางที่เราต้องผ่านเพื่อปฏิบัติภารกิจตามปกติ วิธีการสืบหาที่อยู่ของเชลยศึกโดยง่ายก็คือการรีดข้อมูลจากทหารภายในบริเวณดังกล่าว โดยทั้ง 2 จะโดนจับตัวอยู่ในอาคารจึงต้องแบกออกมาด้านนอกก่อนแล้วค่อย Fulton ออกมา

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
ความรวดเร็วในการผ่านคือหัวใจสำคัญของภารกิจนี้ ดังนั้นเริ่มต้นมาขอให้ลงที่จุดปล่อยตัวใกล้กับ Wakh Sind Barracks เพื่อดักจู่โจมรถของผู้บัญชาการพร้อมทหารอีก 3 นายเลยทันที (ใช้วิธีปล่อย D-Horse ให้ขวางทางเอาและ Fulton ทั้งคนและรถไปพร้อมกันเลยก็ได้) จากนั้นรีบมุ่งหน้าไปดักเล่นงานผู้บัญชาการอีกรายที่มาจาก Da Shago Kallai ให้เรียบร้อย แล้วค่อยตามไปจัดการกับผู้บัญชาการคนสุดท้ายที่ Da Wialo Kallai เป็นอันเสร็จสิ้น

8: OCCUPATION FORCES

Mission Tasks มีทั้งหมด 7 หัวข้อนั่นคือ

1. เก็บ deployment plan มา
เงื่อนไขนี้คือการเก็บ intel ที่จะระบุเส้นทางการเดินทางของขบวนรถให้เราทราบ โดยเมื่อเก็บแล้วขบวนรถก็จะเริ่มออกตัวทันที อาคารที่เราสามารถเก็บ intel ได้ก็คืออาคารที่มีธงชาติสหภาพโซเวียตอยู่ใกล้ๆกันนั่นเอง

2. กำจัดผู้พันทหาร
เป็นเงื่อนไขหลักของภารกิจนี้ ผู้พันทหารคนดังกล่าวจะอยู่ในรถบรรทุกและได้รับการคุ้มกันโดยรถถังจำนวน 2 คัน อย่างไรก็ตามหากเรามีอาวุธอย่างร็อคเก็ตลอนเชอร์ก็จะสามารถยิงถล่มใส่รถบรรทุกให้ระเบิดจนสังหารผู้พันไปพร้อมกับรถได้เลย

3. ทำลายรถถังทั้งหมด
รถถังที่ต้องทำลายมีจำนวน 2 คัน ซึ่งก็คือรถถังที่คุ้มกันผู้พันทหารอยู่นั่นเอง นอกจากการทำลายรถถังแล้วจะใช้วิธี Fulton ออกมาก็ได้เช่นกัน

4. ลักพาตัวผู้พันทหารกลับมา
เงื่อนไขนี้คล้ายกับการให้กำจัด แต่หากเราสามารถใช้ Fulton จับตัวกลับมาได้ก็จะเป็นการผ่านเงื่อนไขที่ให้กำจัดผู้พันทหารไปด้วยเลยเช่นกัน และหากเราพัฒนา Fulton มาแล้วเรายังสามารถจับผู้พันกลับไปพร้อมกับรถบรรทุกได้เลย

5. กำจัดผู้พันทหารและรถถังทั้งหมดก่อนจะไปถึง Da Smasei Laman
เงื่อนไขนี้อาจค่อนข้างลำบากในการเล่นรอบแรก แต่หากคุ้นเส้นทางแล้วเราสามารถไปดักรอขบวนรถล่วงหน้าระหว่างเส้นทางถนนหลักเพื่อซุ่มโจมตีได้ วิธีที่แนะนำมีดังนี้
- ขอให้ปล่อยตัว D-Horse เพื่อขวางขบวนรถไว้ จากนั้นก็ใช้ C4 วางดักบนถนนเพื่อรอให้รถถังเคลื่อนขบวนมา พอรถถังคันแรกเข้ามาใกล้ C4 ที่วางไว้ก็กดระเบิดทันทีเพื่อให้รถถังหยุดอยู่กับที่ ซึ่งรถบรรทุกและรถถังที่ตามมาก็จะหยุดนิ่งไปไหนไม่ได้เช่นกัน
- ใช้ร็อคเก็ตลอนเชอร์ยิงอัดรถบรรทุกทันทีเพื่อสังหารผู้พันทหารไปพร้อมกับทำลายรถ
- ใช้ร็อคเก็ตลอนเชอร์ทำลายรถถังคันที่สองไป โดยพยายามหาที่กำบังหลบกระสุนปืนใหญ่ด้วย หากรถถังคันแรกยังไม่ระเบิดก็หันกลับมาทำลายมันซะ
สิ่งสำคัญคือพยายามซุ่มโจมตีให้ไกลจาก Qarya Sakhra Ee มากพอที่จะไม่มีทหารวิ่งมาเสริมกำลังเพราะจะทำให้เราปฏิบัติภารกิจได้ยุ่งยากมากขึ้น

6. ช่วยเหลือเชลยศึกใน Qarya Sakhra Ee ออกมา
เชลยศึกจะอยู่ภายในอาคารหนึ่งในบริเวณนี้ หากต้องการทราบตำแหน่งง่ายๆก็ใช้วิธีรีดข้อมูลจากทหารศัตรูได้โดยง่าย

7. ชิงรถถังออกมาทุกคัน
เงื่อนไขนี้ตรงตามชื่อ แทนที่จะทำลายทิ้งก็ให้ใช้ Fulton ชิงกลับมาแทน ซึ่งจะทำให้เป็นการผ่านเงื่อนไขข้อที่ให้ทำลายรถถังไปด้วยเช่นกัน

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เริ่มต้นมาขอให้เราเลือกลงจุดปล่อยตัวที่อยู่ทางตะวันตกของ Qarya Sakhra Ee แล้วรีบควบม้าไปดักขวางทางไว้แต่ต้นเลย ขอให้ปล่อย D-Horse ขวางถนนไว้เช่นเคย จากนั้นหาจังหวะใช้ Fulton ชิงพาหนะทั้งหมดกลับมาเป็นอันเสร็จสิ้น หากกลัวโดนพบเจอตัวใช้ระเบิดควัน (Smoke Grenade) ปาเพื่อบดบังทัศนวิสัยของศัตรูด้วยก็ได้

Mission 49: OCCUPATION FORCE (SUBSISTENCE)

Mission นี้จะมี Task เหมือนเดิมทุกประการ ต่างแค่ว่าจะเพิ่มเงื่อนไขใหม่นั่นคือคุณจะไม่มีอาวุธและอุปกรณ์อะไรติดตัวเลยนอกจากแขนกล (ที่สามารถสแกนที่อยู่ศัตรูและล่อศัตรูให้เดินเข้ามา) ส่วนอาวุธที่จะกำจัดรถถังคุณต้องหาเองโดยการจับตัวศัตรูในฉาก 

อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำว่าการเล่นแบบ Stealth จะง่ายกว่าการทำลายรถโดยตรงมากกว่าและทำให้ได้คะแนนมากกว่าด้วย วิธีการก็คือให้คุณเลือกจุดลง ฮ. ตามภาพ



เมื่อลงแล้วให้เดินขึ้นมาบนถนนแล้วเลี้ยวขวาบนถนนทางที่ตรงไปยังหมู่บ้านซึ่งเราจะไปเจอแฟ้มข้อมูลนั้นเราจะเห็นสถานีสังเกตการณ์ (ที่มีหอสังเกตการณ์ตั้งอยู่) ในจุดนี้จะมีทหารประจำการเพียง 2 คน ให้กำจัดโดยวิธีการทำให้สลบด้วยการล็อคคอ จากนั้นปล่อยเอาไว้แล้วเดินทางไปเอาแฟ้มข้อมูลในหมู่บ้านอย่างที่เคยทำมาแล้ว อย่าให้โดนจับตัวได้เด็ดขาด 

ทันทีที่สำรวจแฟ้มข้อมูลและรถทั้ง 3 คัน กำลังมุ่งหน้ามา ให้ตรงกลับไปที่สถานที่เราล้อคคอทหาร 2 นาย นำร่างทหารนายหนึ่งมาวางไว้บนถนนที่รถทั้ง 3 กำลังมุ่งหน้ามา ให้เราหมอบซุ่มอยู่ข้างทางจนกระทั่งรถมาถึง มันจะหยุดตรงหน้าร่างทหารให้รีบฉวยจังหวะนี้วิ่งไปติดบัลลูนฟุลตอนรถถังคันท้ายสุด จากนั้นวิ่งมาติดบัลลูรถบรรทุก (ควรนั่งยองและติดบัลลูนที่ข้างตัวรถบรรทุกจะดีที่สุด เพราะหากวิ่งไปติดหลังรถบรรทุกเราอาจจะเผลอกดพลาดเป็นการขึ้นท้ายรถบรรทุกแทน) แล้วให้ติดบัลลูที่รถบรรทุกคันแรก แล้วให้วิ่งหนีออกจาก Hot Zone เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ

Mission 9: BACKUP, BACK DOWN 

Mission Tasks มีทั้งหมด 8 หัวข้อนั่นคือ

1. ทำลายรถหุ้มเกราะ
เงื่อนไขนี้ถือเป็นเงื่อนไขหลักของภารกิจนี้ ซึ่งการใช้ Fulton ชิงรถกลับไปก็ถือเป็นการทำตามเงื่อนไขเช่นกัน

2. ทำลายรถหุ้มเกราะ/รถถังหรือฮ.จู่โจมจำนวนหลายคัน/ลำ
การจะทำเงื่อนไขนี้สำเร็จ ขอเพียงทำลายหรือใช้ Fulton ชิงรถกลับไปอย่างน้อย 2 คันก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

3. ทำลายรถหุ้มเกราะทั้งหมดโดยไม่เรียกใช้คำสั่ง Resupply หรือขอการยิงสนับสนุนเลย
เงื่อนไขนี้ควรทำภายหลังจากที่อัพเกรด Fulton มาระดับนึงแล้ว ที่สำคัญคือเงื่อนไขนี้หมายถึงรถหุ้มเกราะจำนวน 7 คันแรกเท่านั้นไม่รวมรถหุ้มเกราะและฮ.รบที่จะปรากฏตัวภายหลังจากจัดการกับ 7 คันแรกไปแล้วภายในเวลาที่กำหนด

4. เก็บอาวุธที่อยู่บนหลังรถบรรทุก
เมื่อเริ่มปฏิบัติภารกิจไปครู่หนึ่ง Ocelot จะติดต่อมาหาเราและบอกว่ามีรถบรรทุกที่ลำเลียงอาวุธหนักอยู่และให้เราสามารถไปชิงมาใช้ได้ (CGM 25) โดยเราไม่จำเป็นต้องทำลายรถบรรทุกแต่อย่างใด ขอแค่ปีนขึ้นหลังรถและเก็บอาวุธมาก็เพียงพอแล้ว (แต่ควรระวังอย่า Fulton รถบรรทุกไปโดยที่ยังไม่ได้เก็บอาวุธมา ไม่งั้นอาวุธจะลอยติดไปกับรถเลยและทำให้เราทำเงื่อนไขไม่ผ่าน) สิ่งที่ควรทราบคือรถบรรทุกคันนี้จะวิ่งมาจากทางทิศเหนือของ Yakho Oboo Supply Outpost ดังนั้นเมื่อเห็นสัญลักษณ์บนแผนที่แล้วให้เรารีบควบม้าไปดักรอก่อนเลย เพราะหากปล่อยไว้รถบรรทุกอาจขับสวนกับรถหุ้มเกราะที่มาจากอีกทางหนึ่งซึ่งจะทำให้เราปฏิบัติภารกิจได้ยากขึ้น

5. ชิงรถหุ้มเกราะกลับมา
ขอแค่สามารถใช้ Fulton จับรถหุ้มเกราะกลับมาได้ซักคันก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

6. ลักพาตัวทหาร 4 นายที่ตามหาเชลยศึกกลับมาฐาน
ทหาร 4 นายที่ว่าจะอยู่ทางตะวันออกของ Lamar Khaate Palace โดยจากตรง Lamaar Khaate Palace นั้นให้เราวิ่งไปทางตะวันออกข้ามทะเลทรายไปจนถึงบริเวณชะง่อนผา เมื่อพบแล้วก็ใช้ Fulton จับกลับมาเป็นอันเรียบร้อย อย่างไรก็ตามเราต้องรีบจับทหาร 4 นายนี้กลับมาเพราะหากปล่อยนานไปทหารพวกนี้จะตามไปสังหารเชลยศึกที่หลบหนีและทำให้เราไม่สามารถเคลียร์เงื่อนไขข้ออื่นได้

7. ช่วยเหลือเชลยศึกจำนวน 6 รายออกมา
เชลยศึกทั้ง 6 รายอยู่ตามตำแหน่งดังต่อไปนี้
- ในห้องเดี่ยวข้าง Lamar Khaate Palace





- แถวบริเวณกลางทะเลทรายด้านตะวันออกของ Lamar Khaate Palace





- แถวบริเวณแนวช่องผาทางด้านตะวันออกของ Lamar Khaate Palace ซึ่งเราต้องรีบช่วยเหลือไม่เช่นนั้นพวกทหารจะตามไปสังหารเสียก่อน





- อยู่ใกล้กับแม่น้ำแถวบริเวณทิศเหนือของ Lamar Khaate Palace





- อยู่ในห้องขังใต้ดินของ Wakh Sind Barracks





- ถูกลำเลียงมาบนรถจี๊ป ซึ่งรถจะวิ่งมาจากทางทิศเหนือของ Yakho Oboo Supply Outpost และจะวิ่งไปทางตะวันออกของ Wakh Sind Barracks



8. ชิงรถถัง 3 คันกลับมา
เงื่อนไขนี้จะสามารถทำได้เมื่อเราจัดการกับรถหุ้มเกราะ 7 คันแรกไปภายในเวลาที่กำหนด โดยรถถัง 3 คันจะโผล่มาพร้อมกับฮ.รบของศัตรู สำหรับฮ.รบนั้นขอให้ใช้อาวุธหนักที่เราเตรียมมายิงทำลายไปได้เลย (หรือจะใช้ CGM 25 ที่มีให้เก็บในฉากนี้ก็ได้)

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
ภารกิจนี้สิ่งสำคัญไม่ใช่ความเร็วในการผ่านฉาก แต่อยู่ที่ว่าเรากำจัดหรือใช้ Fulton ชิงยานเกราะกลับมาได้มากแค่ไหน วิธีที่แนะนำคือขอให้เราเริ่มที่จุดปล่อยตัวทางทิศเหนือของ Yakho Oboo Supply Outpost เพราะยานเกราะทุกคันจะต้องวิ่งผ่านมายังเส้นทางนี้และมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ จากนั้นขอให้ใช้ม้าของเราให้เป็นประโยชน์โดยปล่อยม้าขวางถนนเอาไว้เพื่อล่อให้รถหุ้มเกราะแต่ละคันต้องหยุดจอด เมื่อได้จังหวะแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปใช้ Fulton จับรถกลับมาเลย ยิ่งไปกว่านั้นหากเราไม่ร้องขอ Re-supply ก็จะได้คะแนนเพิ่มอีกด้วย


Mission 34: BACKUP, BACK DOWN (EXTREME) 

Mission นี้จะมีภารกิจเหมือนกับ Mission 9 ทุกประการ เพียงแต่ในระดับ Extreme นั้นเกมจะไม่อนุญาตให้คุณใช้หมวกไก่และไม่ให้คุณใช้การโต้ตอบฉับพลัน Reflex ด้วย อีกทั้งรถถังในภารกิจนี้จะมีเกราะที่หน้าขึ้นและทำลายยากขึ้น ดังนั้นทางที่ดูที่สุดคือการติดบัลลูนและนำพวกมันกลับไปที่ฐาน ฉะนั้นคุณควรทำภารกิจนี้เมื่อคุณมีบัลลูนฟุลตอนแบบ + Cargo 2 ซึ่งทำให้มันยกของหนักอย่างยานพาหนะได้แล้ว และคุณควรจะนำ D-Horse มาเป็นคู่หูด้วย และหากคุณมีรถหุ้มเกราะหรือรถถังในครอบครองให้คุณนำติดตัวมาด้วย

วิธีการผ่าน Mission นี้ให้ง่ายที่สุดแต่กินเวลาค่อนข้างนานคือให้เลือกจุดลง ฮ. ที่บริเวณทางทิศเหนือของแผนที่วึ่งจะเป็นจุดที่รถหุ้มเกราะทุกคันต้องผ่าน สิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแค่นำ D-Horse มายืนที่กลางถนน ส่วนตัวคุณให้ไปหมอบเลยหน้า D-Horse ไปไม่ไกลนัก จากนั้นให้คุณรอจนกระทั่งมีรถหุ้มเกราะวิ่งมาทันทีที่มันวิ่งผ่านให้คุณลุกและวิ่งตามมันไปด้านหลังทันที (รถจะไม่สังเกตเห็นคุณแม้ว่าคุณจะวิ่งโดยใส่ชุด Battle Suit ก็ตาม) พอรถมาหยุดอยู่หน้า D-Horse มันจะหยุดและทำการบีบแตรเพื่อไล่ D-Horse ให้อาศัยจังหวะนี้รับผูกบัลลูนเพื่อนำมันกลับฐาน จากนั้นขึ้น D-Horse หรือใช้คำสั่งเรียกมันมายืนกลางถนนอีกครั้งและทำแบบเดิมไปจนกระทั่งเหลือรถ 2 คันสุดท้าย

รถ 2 คันสุดท้ายจะวิ่งมาใกล้กันทำให้การใช้ D-Horse เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ถ้าคุณมีรถถังใหขับรถถังมาขวางกลางถนนจะทำให้รถทั้ง 2 ไม่สามารถวิ่งต่อได้ หรือหากคุณมี EMN-Mine ให้จัดการวางมันบนพื้นเมื่อรถที่นำมาคันแรกถูกช็อตจาก EMN ให้คุณติดบัลลูนใส่รถคันที่ตามหลังมาก่อน แล้วให้ติดบัลลูนใส่รถคันที่ถูก EMN ภายหลัง ก็จะจบภารกิจนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

Mission 10: ANGEL WITH BROKEN WINGS 

Mission Tasks มีทั้งหมด 5 หัวข้อนั่นคือ

1. พาตัวเชลยศึกมูจาฮิดีนชื่อ Malak ออกมา
เงื่อนไขนี้ถือเป็นเงื่อนไขหลักของภารกิจในคราวนี้ แต่มีข้อควรระลึกคือ Malak นั้นบาดเจ็บหนักจึงไม่สามารถใช้ Fulton ช่วยเหลือออกมาได้ จำเป็นต้องช่วยออกมาทางพื้นดินหรือทางฮ.เท่านั้น โดยที่ Malak จะถูกจับตัวอยู่ที่ Lamar Khaate Palace ในทีแรกและเมื่อเราไปถึงก็จะถูกลำเลียงไปยัง Yakho Oboo Supply Outpost ทันที จึงขอให้ใช้จังหวะนี้ใช้กล่องส่องทางไกลระบุตัวของ Malak ก่อนเพื่อง่ายแก่การตามหาในภายหลัง

2. ชิงรถหุ้มเกราะที่ทำหน้าที่คุ้มกันออกมา
รถหุ้มเกราะคันที่ว่าก็คือรถที่ขับตามรถจี๊ปซึ่งลำเลียง Malak ออกจาก Lamar Khaate Palace ไปยัง Yakho Oboo Palace นั่นเอง หากเราสะกดรอยตามรถทั้ง 2 คันไปเรื่อยๆ จะมีจังหวะที่รถจะหยุดอยู่บริเวณสะพานเพราะเจอกับฝูงแกะจำนวนมากขวางทาง เราสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อใช้ Fulton ชิงรถหุ้มเกราะออกมาได้เลย

3. พาตัวเชลยศึกทั้ง 3 คนที่ Lamar Khaate Palace ออกมา
เงื่อนไขนี้ต้องอาศัยความรวดเร็วพอสมควร เพราะหากใช้เวลานานเกินบรรดาเชลยศึกจะโดนสังหาร ซึ่งเชลยศึก 2 รายจะอยู่ภายในตัวอาคาร ส่วนอีกรายจะอยู่ในส่วนของห้องขนาดเล็กด้านข้าง ก่อนอื่นขอให้รีบมุ่งหน้าไปช่วยเหลือเชลยศึกที่อยู่ในตัวอาคารก่อนเพราะทั้ง 2 รายจะโดนประหารภายหลังจากที่เรามาถึงที่นี่ไม่นานนัก โดยวิธีการช่วยเหลือเชลยศึกนั้นหากไม่ต้องการทำให้ทหารด้านนอกแตกตื่นก็หาบริเวณที่เพดานอาคารเป็นรอยโหว่แล้วจัดการ Fulton เชลยศึกผ่านเพดานออกมาได้เลย

4. พาตัวเชลยศึกทั้ง 2 คนที่ Yakho Oboo Outpost ออกมา
เชลยศึกทั้ง 2 จะถูกขังอยู่ในห้องตรงบริเวณมุมขวาบนของตัวอาคาร ซึ่งในห้องใกล้เคียงกันจะมีรอยโหว่บนเพดานให้เราใช้ Fulton ช่วยเหลือออกมาได้ง่ายดาย

5. ฟังบทสนทนาสุดท้ายระหว่างคนขับรถบรรทุกและ Malak
บทสนทนานี้จะเกิดขึ้นที่ Yakho Oboo Outpost เท่านั้น โดยเมื่อเรามาถึงขอให้หาจุดซุ่มและใช้กล้องส่องทางไกลตามจับตาดู Malak เอาไว้ เพราะกล้องมีไมค์ที่จับเสียงจากระยะทางไกลได้ หากเราเห็นซับไตเติลขึ้นด้านล่างของจอก็แสดงว่าเราทำถูกต้องแล้ว ใช้กล้องจับตาดูจนจบบทสนทนาก็เป็นอันผ่าน

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เริ่มต้นภารกิจมาขอให้รีบควบม้าไปยัง Lamar Khaate Palace และหาจังหวะลอบใช้ Fulton ชิงรถหุ้มเกราะและรถจี๊ปออกไปทันที จากนั้นก็แบกตัว Malak ออกมายังจุดรับตัวที่ใกล้ที่สุดก็เป็นอันเรียบร้อย

Mission 11: CLOAKED IN SILENCE 

Mission Tasks มีทั้งหมด 4 หัวข้อนั่นคือ

1. กำจัด Quiet
วิธีกำจัด Quiet นั้นคือทำให้เกจพลังของเธอหมดลง โดยเธอจะมีเกจพลังชีวิต (สีแดง) และเกจความมึนงง (สีฟ้า) โดยหากใช้อาวุธสังหารก็จะลดพลังชีวิตของเธอ แต่หากใช้อาวุธจำพวกปืนยาสลบก็จะไปลดเกจความมึนงงแทน ขอแค่เกจพลังหลอดใดหมดลงก็เพียงพอ วิธีในการสู้กับเธอมีข้อแนะนำดังนี้
- ใช้กล้องส่องระบุตำแหน่งตัวเธอ หากเราใช้กล้องส่องเพื่อหาตัวเธอ ในบางครั้งเราจะได้ยินเสียงฮัมเพลงนั่นแปลว่าเธออยู่ในบริเวณแถวนั้นที่กล้องของเราส่องอยู่ และในบางครั้งเราอาจเห็นแสงไฟกะพริบ ขอให้ระลึกว่านั่นคือแสงสะท้อนจากกล้องของเธอเองดังนั้นหากเรามองไปตรงจุดนั้นก็จะเจอเธอแน่นอน
- กล้อง Night Vision Goggles จะช่วยให้เห็น Quiet ได้ง่าย แม้ว่าเธอจะใช้ความสามารถล่องหนก็ตาม
- วิธีการสู้กับเธอมีหลายวิธี วิธีแรก หากเรามีสไนเปอร์ไรเฟิลติดมาด้วยก็จะกลายเป็นการดวลกันระหว่างสไนเปอร์ไปโดยปริยาย ซึ่งหากเราสู้ด้วยวิธีนี้ขอให้ระบุตำแหน่งที่ชัดเจนของเธอให้ได้ก่อน จากนั้นออกจากที่กำบังแล้วรีบหลบทันทีเพื่อล่อให้เธอยิงพลาด ในจังหวะนี้เธอจะต้องทำการคัดปลอกกระสุนออกแต่ก็เป็นจังหวะให้เราโจมตีได้เช่นกัน 
- วิธีการสู้กับเธอ วิธีที่สอง คือการใช้สไนเปอร์ไรเฟิลยิงทำลายสิ่งก่อสร้างเพื่อให้ถล่มทับเธอ สิ่งก่อสร้างที่เราสามารถยิงได้จะขึ้นเป็นสีส้มเมื่อกดใช้ Night Vision Goggles โดยความเสียหายจากสิ่งก่อสร้างจะไปลดเกจพลังชีวิตของเธอ
- วิธีการสู้กับเธอ วิธีที่สาม เมื่อเราสามารถระบุตำแหน่งของเธอได้แล้ว ให้กดใช้ iDroid เพื่อขอ Supply Drop ให้หล่นใส่หัวเธอได้เลย เพียงแค่ 2 ครั้งก็จะทำให้เราชนะได้อย่างรวดเร็ว (วิธีนี้จะไปลดเกจสีฟ้าของเธอ)

2. ตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับ Quiet
เงื่อนไขนี้จะทำได้ภายหลังจากชนะเธอแล้ว ในตอนที่ Big Boss ยืนจ่อปืนใส่ Quiet ที่นอนนิ่งกับพื้นนั้น หากกด R2 ก็จะเป็นการลั่นไกสังหารเธอ แต่หากไม่ทำอะไรเลยซักครู่หนึ่ง Big Boss ก็จะลดปืนลงและจับ Quiet กลับฐาน แต่หากต้องการได้ Quiet มาเป็นคู่หูก็ต้องไว้ชีวิตเธอ

3. จัดการ Quiet โดยไม่ใช้อาวุธสังหารกับเธอ
บรรดาอาวุธสีฟ้าทั้งหลายเช่นปืนยาสลบหรือปืนกระสุนยางก็ได้หมด หรือวิธีง่ายกว่านั้นก็คือการขอ Supply Drop ให้หล่นใส่หัวเธอ

4. กำจัด Quiet โดยใช้การโจมตีที่ไม่ใช่ปืน
ใช้กล่อง Supply Drop หย่อนใส่หัวเธอก็เป็นอันเรียบร้อย

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
หากใช้ทริคในการขอให้ Supply Drop หย่อนใส่หัวเธอแล้วก็จะผ่านภารกิจได้อย่างรวดเร็วพร้อมกับได้แรงค์ S อย่างง่ายดาย

Mission 40: Cloaked in Silence (EXTREME) 

เช่นเดียวกับ Mission ที่ 11 คุณจะต้องเอาชนะ Quiet ให้ได้ แต่ในครั้งนี้คุณจะไม่สามารถใช้หมวกไก่ได้ รวมถึง Quiet สามารถที่จะยิงคุณตายภายในนัดเดียวแม้คุณจะใส่ Battle Suit ก็ตาม ทำให้การต่อสู้นี้เป็นเรื่องที่ยากมาก 

อย่างไรก็ตามยังพอมีวิธีที่จะเอาชนะ Quiet ได้ หากคุณมียานพาหนะประเภทรถถัง ให้ใช้มันในภารกิจนี้เพราะตราบใดที่คุณอยู่ในรถถังคุณจะไม่ถูกกระสุนของ Quiet แต่จะมีปัญหาเรื่องการเคลื่อนที่ที่ช้าและการโจมตี Quiet จากระยะไกล อีกวิธีนั้นคุณจำเป็นจะต้องมีอาวุธประเภทไรเฟิล ไม่ว่าจะเป็นไรเฟิลประเภทโจมตีโดยตรงหรือไรเฟิลยาสลบก็ตาม ให้วิ่งเข้าหาที่กำบังและให้เล็งปืนจากที่กำบัง เมื่อคุณเล็งปืนหัวคุณจะโผล่พ้นที่กำบังและ Quiet จะสามารถยิงใส่คุณได้ ให้คุณกดเล็งปืนเพียงเสี้ยวอึดใจเพื่อล่อให้ Quiet ยิงใส่คุณ เมื่อพลาดเธอจะเสียเวลาเติมกระสุนจังหวะนี้ให้รีบเล็งที่ตัวเธอแล้วยิงไรเฟิลใส่ทันที เมื่อเธอเปลี่ยนสถานที่ให้ใช้กล้องจับตาเธออย่าให้คลาดสายตาเพราะหาก Quiet ไปประจำตำแหน่งที่คุณคาดเดาไม่ได้คุณจะตายด้วยกระสุนเพียงนัดเดียวทันที

อีกวิธีหนึ่งคือให้คุณพัฒนา Rocket Arm เพื่อใช้ในการยิงและบังคับทิศทางเข้าชน Quiet จนชนะ 

สำหรับทริคการใช้ Supply Drop หย่อนใส่หัวของเธอนั้นจะค่อนข้างทำได้ลำบากกว่าเดิม เพราะหากเราหลบหลังที่กำบังและกดสั่งให้กล่องมาหย่อนใส่นั้นเธอจะไหวตัวทันและหลบหนีไปทันที แต่ยังพอมีวิธีหลอกล่อให้เธอไม่กระโดดหนีอยู่นั่นคือการใช้โล่มาแทนอาวุธชนิดอื่น วิธีการก็คือเมื่อเรากดสั่ง Supply Drop มาแล้วให้เราพยายามหลอกล่อให้เธอยิงเข้าใส่เราโดยการโผล่หัวให้เธอเห็นแล้วรีบย่อหลบทันที จากนั้นพอ Supply Drop ใกล้จะมาถึงเป้าหมาย (ระยะห่างเหลือราว 20 เมตร) ก็ให้เรากดใช้โล่แล้วยืนประจันหน้ากับเธอเพื่อให้เธอยิงเข้าใส่ ผลคือเธอจะยิงเราไม่เข้าเพราะเราจะปลอดภัยอยู่หลังโล่ ซึ่งในขณะที่เธอพยายามยิงเราเธอจะไม่กระโดดหนีเลยและก็จะยังคงโดนกล่องหล่นใส่หัวตามเคย (แต่จำนวนครั้งจะมากกว่าเดิมซึ่งอาจทำให้คุณสิ้นเปลือง GMP พอสมควร) และเมื่อคุณสามารถเอาชนะ Quiet ได้แล้ว คุณจะสามารถพัฒนา Costume Sniper Wolf ของเธอได้ สำหรับผู้ที่อยากเห็นรูปแบบการเอาชนะเธอในระดับ EXTREME สามารถดูได้ตามคลิปด้านล่าง



Mission 12: HELLBOUND

Mission Tasks มีทั้งหมด 6 หัวข้อนั่นคือ

1. ติดต่อกับ Dr.Emmerich ให้ได้
เป็นเงื่อนไขหลักของภารกิจที่ยังไงก็ไม่มีทางพลาดแน่นอน โดยในตอนเริ่มต้นภารกิจนี้ขอให้ย้อนกลับเข้าไปในโกดังแล้วมุ่งหน้าขึ้นไปบนทางเดินด้านบนทางฝั่งขวา บนโต๊ะจะมีเอกสารที่เราสามารถสแกนได้และจะทำให้เราทราบตำแหน่งของ Dr.Emmerich (Huey) ในทันทีซึ่งจะช่วยย่นเวลาในการเล่นของเราได้มาก (ระวังทหาร 2 นายที่เดินตรวจตราในนี้ด้วย)

2. พาตัว Dr.Emmerich ออกมา
การช่วยเหลือ Dr.Emmerich นั้นจะไม่สามารถใช้ Fulton เพื่อช่วยเหลือออกมาได้จะต้องแบกและพากลับไปด้วยเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น

3. ใช้ Fulton ชิง Walker Gear จำนวนทั้งหมด 3 คันใน Central Base Camp
เงื่อนไขนี้อาจฟังดูง่ายแต่จะลำบากเล็กน้อยตรงที่การจะกำจัดคนขับได้จะต้องอ้อมเข้าด้านหลังของ Walker Gear ซึ่งจะใช้ปืนยาสลบหรือเข้าไปกด R2 เพื่อกระชากคนขับลงมาก็ได้เช่นกัน 

4. ช่วยเหลือ Dr.Emmerich ออกมาโดยที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ
เงื่อนไขนี้ขอแนะนำให้จัดการกับบรรดาทหารที่อยู่ใน Central Base Camp ให้หมดก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้พลาดโดนเจอตัวในตอนที่พา Dr.Emmerich หนีออกมา (จะหนีออกมาโดยขับ Walker Gear หรือแบกออกมาตามปกติก็ได้ทั้งนั้น) อย่างไรก็ตามปัญหาของเงื่อนไขนี้คือการเผชิญหน้ากับ Sahelanthropus ที่จะปรากฏตัวก่อนจบภารกิจ เพราะหากโดนปืนกลแม้แต่นัดเดียวก็จะทำให้เงื่อนไขนี้ล้มเหลวได้ทันที จึงขอแนะนำว่าเมื่อจบคัตซีนที่เจอกับ Sahelanthropus แล้ว ขอให้กด L3 แล้วรีบวิ่งลอดใต้ขาของมันออกมาเลย จากนั้นหาที่กำบังเพื่อหลบสายตาของ Sahelanthropus แล้วเราก็จะสามารถวิ่งออกมาสู่จุดรับตัวได้อย่างไม่ยากเย็น อย่างไรก็ตามรูปแบบการโจมตีของ Sahelanthropus มีดังต่อไปนี้
ปืนกล ลักษณะการโจมตีคล้ายกับปืนกลของศัตรูทั่วไป แต่ด้วยความที่เราต้องเคลียร์เงื่อนไขที่ไม่ให้ Huey บาดเจ็บนี่เองจึงเป็นการโจมตีที่เรียกได้ว่าอันตรายพอควรแม้ว่าพลังโจมตีใน 1 นัดจะไม่แรงมากก็ตาม
โจมตีประชิด มันจะสามารถเหยียบเราหรือต่อยพื้นได้ แต่หากเราไม่เข้าใกล้มันก็จะไม่ใช้การโจมตีนี้
ปล่อย pods มันจะทำการปล่อย pods จำนวน 4 ชิ้นออกมาลอยกลางอากาศเพื่อทำการตรวจจับหาเรา ซึ่งถ้าเลเซอร์ของ pods นี้โดนตัวเราเมื่อไหร่ Sahelanthropus ก็จะพบเราทันที แต่เราสามารถทำลาย pods ได้โดยใช้อาวุธที่ไม่ใช่ประเภทปืนยาสลบหรือกระสุนยาง
The Third Boy เมื่อ Sahelanthropus เจอตัวเราแล้ว The Third Boy ก็จะลอยมาปรากฏตัวใกล้ๆกับบริเวณหัวของมัน หากเราสามารถยิงเด็กคนนั้นได้ก็จะทำให้มันตรวจจับเราไม่พบ

5. เก็บโปสเตอร์ Glamor Model (Vertical) ใน Central Base Camp มา
โปสเตอร์ดังกล่าวเป็นโปสเตอร์นางแบบแนวตั้ง ที่ติดอยู่ภายในโกดังขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของอาคารใหญ่ที่เราต้องเข้าไปพบกับ Huey นั่นเอง เมื่อเก็บมาก็เป็นอันผ่าน

6. เก็บพิมพ์เขียวที่อยู่ใน Central Base Camp มา
พิมพ์เขียวที่เราต้องเก็บจะอยู่ในอาคารขนาดใหญ่ฝั่งตะวันออก (ใน Central Base Camp จะมีอาคารใหญ่ทั้งหมด 3 อาคาร โดยที่อาคารกลางจะมีสภาพที่ผุพังแล้ว) ซึ่งพิมพ์เขียวจะอยู่บนชั้นวางภายในอาคารใหญ่ดังกล่าว หากต้องการระบุตำแหน่งของพิมพ์เขียวให้ง่ายขึ้นก็สามารถจับทหารศัตรูมารีดข้อมูลได้

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
วิธีจะได้แรงค์ S ในฉากนี้คือต้องเร็วและเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งหากเป็นไปได้นับตั้งแต่เริ่มต้นภารกิจจนมาถึง Central Base Camp นั้นขอให้เลี่ยงการปะทะกับบรรดา outpost ต่างๆ ให้มากที่สุด วิธีการย่นระยะเวลาที่ขอแนะนำก็คือการใช้ Fast Travel จากพื้นที่เริ่มต้นไปยัง Central Base Camp ในทันที (แต่พึงระลึกว่าการจะใช้กล่องเพื่อ Fast Travel นั้น ศัตรูต้องไม่อยู่ในสภาวะระวังภัย) รวมถึงพยายามให้ Huey ไม่ได้รับบาดเจ็บด้วย ซึ่งหากเราจัดการกับศัตรูในฐานไปล่วงหน้าแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก สิ่งสำคัญคือการหลบหนีจากสายตา Sahelanthropus แต่ขอให้ใช้วิธีที่บอกไปก่อนหน้านี้ก็จะผ่านได้โดยง่าย 

Mission 13: PITCH DARK

Mission Tasks มีทั้งหมด 6 หัวข้อนั่นคือ

1. ปิดปั๊มส่งน้ำมัน
เป็นเงื่อนไขหลักของฉากนี้ กดปุ่มสามเหลี่ยมที่แผงควบคุมภายใน Mfinda Oilfield ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

2. ทำลายถังแยกน้ำมัน
การจะทำลายถังนี้จำเป็นต้องใช้ระเบิด ซึ่งแนะนำให้ใช้เป็น C4 เพื่อให้เราสามารถหนีจนพ้นระยะของระเบิดได้ก่อน

3. พาตัวทหารเด็ก 4 รายที่ฝึกซ้อมอยู่ที่ Masa Village กลับมา
เงื่อนไขนี้ค่อนข้างยุ่งยาก แม้ว่า Bwala ya Masa หรือ Masa Village จะเป็นสถานที่แรกที่เรามาถึงตอนเริ่มภารกิจก็ตาม เพราะหากต้องการพาตัวทหารเด็กเหล่านี้กลับมาก็จำเป็นต้องจัดการบรรดาทหารศัตรูในบริเวณหมู่บ้านให้หมดก่อน ซึ่งมีข้อควรระลึกดังนี้
- เราไม่สามารถสังหารทหารเด็กได้ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเกมโอเวอร์ทันที จึงต้องใช้ปืนยาสลบหรืออาวุธที่ไม่ทำให้ถึงตายเท่านั้น หรือใช้ CQC โจมตีก็ได้ (แต่เราไม่สามารถใช้ CQC ล็อคคอทหารเด็กได้นะ)
- การพาตัวทหารเด็กออกมานั้นจะยังไม่สามารถใช้ Fulton ได้จนกว่าเราจะอัพเกรด Fulton มามากกว่าเดิมแล้ว (ซึ่งในการเล่นรอบแรกยังไงก็พาตัวออกมาด้วย Fulton ไม่ได้แน่นอน) จึงต้องใช้วิธีแบกไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์แทน หรือจะใช้วิธีพาทหารเด็กมานั่งในรถก่อนจะใช้ Fulton เพื่อนำรถกลับไปพร้อมกับทหารเด็กก็ได้เช่นกัน
- หากเราทำให้บรรดาทหารแตกตื่น หรือโจมตีทหาร 2 นายที่ฝึกสอนทหารเด็กอยู่ พวกเด็กก็จะวิ่งหนีเลียบแม่น้ำไปทันทีและไม่นานนักพวกเด็กก็จะออกจากพื้นที่ภารกิจไปทำให้เราไม่สามารถเคลียร์เงื่อนไขได้

4. ออกมาจากพื้นที่ภารกิจก่อนที่ทางเข้าออก Mfinda Oilfield จะโดนปิด
เงื่อนไขที่จะถือว่าทางเข้าออกโดนปิดก็คือเมื่อ Walker Gears เดินมาประจำตำแหน่งตรงบริเวณประตูทางเข้าออก ซึ่งพวก Walker Gears จะยังไม่ปรากฏตัวจนกว่าเราจะระเบิดถังแยกน้ำมัน ดังนั้นการกำจัดศัตรูภายใน Mfinda Oilfield ให้หมดก่อนก็จะเป็นการดี สิ่งสำคัญคือในกรณีที่เราระเบิดถังแยกน้ำมันในขณะที่ยังอยู่ในพื้นที่ของ Mfinda Oilfield นั้นจะมีคัตซีนที่ทหารจะรีบมุ่งหน้ามายัง Mfinda Oilfield ซึ่งเมื่อคัตซีนจบลงเราจะยังอยู่ในบริเวณพื้นที่ด้านในของ Mfinda Oilfield ดังนั้นจากจุดนี้ขอให้มองหาตู้คอนเทนเนอร์แล้วกระโดดขึ้นบนคอนเทนเนอร์แล้วกดใช้ Fulton จากนั้นก็กดสามเหลี่ยมค้างเพื่อหนีออกมาพร้อมตู้คอนเทนเนอร์ไปเลยก็จะเป็นอันผ่านเงื่อนไข

5. จับนก lappet-faced vulture ที่อยู่ในหมู่บ้านเก่าซึ่งโดนไฟไหม้ออกมา
หมู่บ้านเก่าที่ว่านี้อยู่ในบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของ Mfinda Oilfield โดยเราต้องใช้ปืนยาสลบยิงมันเสียก่อนแล้วจึงค่อยใช้ Fulton จับกลับมา วิธีที่จะหาตัวมันให้พบโดยง่ายก็คือนำ DD มาเป็นคู่หูแล้วให้ DD คอยบอกตำแหน่งให้เรา โดยสำหรับผู้ที่หาตำแหน่งไม่เจอสามารถดูได้จากรูปด้านล่าง





6. ชิง Walker Gears ทั้ง 4 เครื่องที่ปิดทางเข้าออกของ Mfinda Oilfield กลับมา
เงื่อนไขนี้ค่อนข้างตรงตัว แต่หากต้องการจัดการกับบรรดาทหารที่บังคับก็สามารถใช้ระเบิดควัน หรือระเบิดยาสลบได้โดยง่าย

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
ความเร็วในการเคลียร์คือเงื่อนไขสำคัญในการได้แรงค์ S ดังนั้นขอให้รีบวิ่งไปที่ Mfinda Oilfield เพื่อปิดปั๊มส่งน้ำมัน จากนั้นวิ่งออกมาให้ไกลจาก Mfinda Oilfield แล้วใช้ร็อคเก็ตลอนเชอร์ยิงถล่มใส่ถังแยกน้ำมันได้เลยแล้วก็หนีออกมาโดยสะดวก

Mission 44: PITCH DARK (TOTAL STEALTH)

เงื่อนไขภารกิจและ Mission Task ทุกอย่างจะเหมือนเดิมทุกประการ เพียงแต่ในคราวนี้คุณจะไม่สามารถโดนพบเจอตัวได้เลยหาไม่แล้วจะเกมโอเวอร์ทันที ดังนั้นแม้ว่าความเร็วในการผ่านฉากจะเป็นสิ่งสำคัญแต่การเล่นแบบระมัดระวังตัวนั้นสำคัญกว่า จึงขอแนะนำให้นำ D-Dog มาเป็นคู่หูและหากเป็นไปได้พยายามเลี่ยงการปะทะกับศัตรูเพราะจะเสี่ยงที่จะโดนเจอตัวได้ง่าย หากจะวิ่ง sprint ก็ขอให้แน่ใจว่าบริเวณโดยรอบนั้นไม่มีศัตรูอยู่เพื่อเลี่ยงการเล่นใหม่โดยไม่จำเป็น นอกจากนั้นคุณก็สามารถใช้กลวิธีอื่นๆ ตามเดิมได้เลย หากต้องการหลบหนีออกมาโดยปลอดภัยแล้ว ขอให้เหลือตู้คอนเทนเนอร์ไว้ซักตู้นึงเพื่อใช้หลบหนีภายหลังจากที่วางระเบิดถังแยกน้ำมันแล้วก็จะเป็นการดีเพราะคุณจะจบภารกิจได้ไวกว่าการพยายามหลบสายตาของ D-Walker ที่ศัตรูจะบังคับมาในตอนท้ายของภารกิจแน่นอน ส่วน Mission Task อื่นที่เหลือนั้น หากเก็บแรงค์ S ได้แล้วค่อยย้อนกลับมาทำโดยใช้อุปกรณ์พิเศษ เช่น Stealth Camouflage ไปเลยก็จะสะดวกขึ้นมาก


Mission 14: LINGUA FRANCA 

Mission Tasks มีทั้งหมด 7 หัวข้อนั่นคือ

1. ระบุตัวล่ามภาษา Afrikaans 
เงื่อนไขนี้ขอแค่ใช้กล้องส่องดูตัวล่ามให้พบก็เพียงพอ แต่เงื่อนไขนี้จะผูกอยู่กับเงื่อนไขข้ออื่นๆ อีกหลายข้อต่อไปจึงจะขอแนะนำไปในคราวเดียวดังนี้ว่าจากจุดเริ่มต้นภารกิจ (จุดใดก็ตาม) ให้มุ่งหน้าไปยัง waypoint ที่กำหนดทันที และระบุตัวทั้งเชลยศึกและบรรดาทหารรอบตัว ทหารหนึ่งในนั้นคือล่ามคนดังกล่าว เมื่อเราทราบตัวล่ามแล้วก็ขอให้คอยย่องตามไม่ให้รู้ตัวและคอยใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูเพื่อฟังบทสนทนาที่ล่ามทำการสอบสวนเชลยศึกด้วย และหลังจากที่ล่ามสอบสวนเสร็จขอให้รีบช่วยเชลยศึกทันทีไม่เช่นนั้นเชลยศึกจะโดนสังหาร ซึ่งตำแหน่งของเชลยศึกแต่ละรายที่จะโดนสอบสวนเป็นไปตามลำดับดังนี้คือ คนแรกอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Kiziba Camp ใต้เพิงถัดจากตัวอาคาร คนที่สองจะอยู่ใกล้กับเตนท์บริเวณหอสังเกตการณ์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Kiziba Camp แต่จะโดนพาตัวไปยังตำแหน่งของคนที่สามในเวลาไม่นาน ซึ่งคนที่สามจะอยู่ในบริเวณที่มีกรงเหล็กกลางแจ้ง เมื่อล่ามทำการสอบสวนหมดก็จะมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของ Viscount ทันที

2. ระบุตัวตนของ Viscount
เงื่อนไขนี้จะสำเร็จได้เราต้องเข้าใกล้ตัว Viscount ในระยะหนึ่ง โดยในตอนเริ่มต้น Viscount จะโดนจับตาดูอยู่ใต้กระโจมแถบตะวันออกเฉียงเหนือของ Kiziba Camp แต่พอเข้าช่วงเวลากลางคืนแล้ว Viscount จะถูกพาตัวไปยังบ้านในแถบตะวันตกและจะถูกล่ามสอบสวน ซึ่งภายหลังการสอบสวนนั้นหากเราไม่รีบช่วยเหลือ Viscount ก็จะโดนสังหารไป

3. พาตัว Viscount ออกมา
เมื่อใช้ Fulton ช่วยเหลือออกมาก็เป็นอันผ่าน

4. ระบุตำแหน่งของเชลยศึกทั้ง 4 รายจาก intel file
เงื่อนไขนี้เราต้องมุ่งหน้าไปยังอาคารใหญ่ที่สุดในบริเวณของ Kiziba Camp เพื่อใช้ iDroid สำรวจข้อมูลและระบุตำแหน่งของเชลยศึกทั้ง 4 รายดังกล่าว เมื่อสำรวจแล้วก็จะผ่าน

5. ช่วยเหลือเชลยศึกทั้ง 3 รายที่ Kiziba Camp ออกมา
สามารถดูเงื่อนไขของข้อแรกและปฏิบัติตามนั้นได้เลย

6. ชิงตู้คอนเทนเนอร์วัตถุดิบที่ Kiziba Camp ออกมา
ตู้คอนเทนเนอร์วัตถุดิบที่ Kiziba Camp นี้มีจำนวนทั้งหมด 2 ตู้ด้วยกัน ขอแค่ชิงกลับมาตู้ใดตู้หนึ่งได้ก็เป็นอันผ่านเงื่อนไข

7. ฟังการสอบสวนของเชลยศึกทั้ง 4 ราย
ทำตามเงื่อนไขข้อแรกได้เลย สิ่งสำคัญคือหากซับไตเติลของประโยคสุดท้ายในการสอบสวนแต่ละครั้งขึ้นมาให้เห็นเมื่อไหร่ก็เป็นอันผ่านเงื่อนไขแล้ว ข้อควรระลึกคือเมื่อเริ่มภารกิจนี้มาหากเราวิ่งตรงมาที่จุด way point ทันทีก็จะได้พบกับเชลยศึกที่อยู่ใกล้กับล่ามแปลภาษา ซึ่งเชลยศึกคนนี้จะยังไม่โดนสอบสวนในตอนนี้หากแต่จะโดนพาตัวไปหาเชลยศึกคนที่ 3 ที่โดนขังอยู่ในกรงเหล็ก ซึ่งหากจะฟังการสอบสวนให้ครบเราต้องยังไม่ช่วยเชลยศึกรายนี้แม้ว่าจะมีโอกาสช่วยได้ก็ตาม ดังนั้นเมื่อเชลยศึกโดนพาตัวไปแล้วขอให้เราสะกดรอยตามล่ามไปก่อนเพื่อไปฟังการสอบสวนจากเชลยศึกคนแรกตามที่บอกไว้ในวิธีทำเงื่อนไขข้อแรกแทน

ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งคือพยายามอย่าทำอะไรที่จะเป็นการขัดจังหวะบทสนทนาหรือการเดินของล่ามและทหารศัตรูรายอื่นๆ เด็ดขาดเพราะจะทำให้เงื่อนไขไม่สำเร็จ ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดในการผ่านเงื่อนไขนี้ก็คือต้องยอมปล่อยให้เชลยศึกทุกคนนอกจาก Viscount โดนประหารไปซะ (เพราะการพยายามช่วยเหลือเชลยศึกอาจทำให้ศัตรูตกอยู่ในภาวะระวังตัว จนบทสนทนาไม่ครบได้)

*ภารกิจนี้มีข้อควรระวังอยู่ตรงที่อาจมีกรณีที่บั๊กจนทำให้ไม่สามารถเคลียร์ Task แอบดักฟังหรือ Task ชิงตู้คอนเทนเนอร์ได้ วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือเริ่มต้นมาในตอนที่เจอกับเชลยศึกซึ่งอยู่ใกล้กับล่ามแปลภาษานั้น ให้เราดักฟังบทสนทนาตั้งแต่จุดนี้ด้วย จากนั้นก็ดักฟังบทสนทนาตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ส่วน Task ชิงตู้คอนเทนเนอร์นั้นในบางครั้งแม้ชิงกลับมาตู้เดียวก็ยังไม่ถือว่าผ่านเงื่อนไขก็ขอให้ดำเนินการชิงตู้ที่สองกลับมาด้วยก็จะผ่านได้*

กลวิธีในการเก็บแรงค์ S
การเก็บแรงค์ S ของฉากนี้หากทำในการเล่นรอบหลังก็จะทำให้ง่ายขึ้นเพราะเรารู้ตำแหน่งของ Viscount แล้ว ดังนั้นเมื่อเริ่มฉากมาขอให้รีบวิ่งไปยังจุดที่ Viscount อยู่ทันที กำจัดทหารศัตรูที่เฝ้าอยู่แล้วใช้ Fulton ช่วย Viscount ออกมาและรีบวิ่งออกนอกพื้นที่ภารกิจก็เป็นอันว่าได้แรงค์ S มาอย่างง่ายดาย

Mission 15: FOOTPRINTS OF PHANTOMS 

Mission Tasks มีทั้งหมด 5 หัวข้อดังนี้

1. กำจัด Walker Gears ทั้งหมด
Walker Gears ในฉากนี้มีทั้งหมด 4 เครื่อง โดยจากจุดเริ่มต้นภารกิจให้วิ่งไปทางตะวันออกเรื่อยๆ จนถึง Ditadi Abandoned Village โดยพวก Walker Gears นั้นจะอยู่บนเนินเขา ดังนั้นขอให้เราหาทางขึ้นไปบนชะง่อนผาด้านบนเพื่อทำการตรวจสอบสภาพพื้นที่และระบุเป้าหมายรวมถึงศัตรูเสียก่อน กำจัดบรรดาทหารที่เดินอยู่บริเวณโดยรอบแล้วค่อยทำลายหรือใช้ Fulton จับ Walker Gears ทั้งหมดกลับมาก็เรียบร้อย

2. ช่วยเหลือเชลยศึก 2 รายที่โดนจับอยู่ที่ Ditadi Abandoned Village
ในเตนท์บริเวณนั้นจะมีเชลยศึกรายหนึ่ง ส่วนอีกรายหนึ่งจะอยู่ในซากบ้านเก่า แต่การที่เราช่วยใครคนใดคนหนึ่งออกมาเลยทันทีจะทำให้ทหารศัตรูเข้าสู่สภาวะระวังตัวทันที จึงขอให้จัดการกับศัตรูบริเวณใกล้เคียงให้หมด หรือกำจัดศัตรูทั้งหมู่บ้านก่อนเลยก็จะดี

3. ชิง Walker Gears ทั้งหมดกลับมา
ใช้ Fulton ชิงกลับมาแทนที่จะทำลายทิ้งก็เป็นอันเรียบร้อย

4. เก็บพืช Digitalis (Lutea) ในบริเวณ Ditadi Abandoned Village
เงื่อนไขนี้หากเลือก DD มาเป็นคู่หูด้วยก็จะเก็บได้ง่ายขึ้นมาก โดยตำแหน่งของพืชชนิดนี้จะอยู่ด้านหลังภูเขาของค่ายทหารศัตรู หากคุณเลือกที่จะอ้อมเข้าด้านหลังค่ายก็จะมีทางให้ปีนขึ้นบนยอดเขาเพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ซึ่งพืช Digitalis (Lutea) นี้ก็จะพบเจอได้ก่อนปีนขึ้นเขานั่นเอง

5. ชิงรถบรรทุกใน Ditadi Abandoned Village กลับมา
รถบรรทุกคันนี้จะอยู่ตรงบริเวณถนนใหญ่ใกล้ๆ กับหมู่บ้าน สามารถใช้ Fulton ชิงกลับไปได้หรือจะขับออกนอกพื้นที่ภารกิจก็ได้เช่นกัน

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
วิธีที่เร็วที่สุดคือการเล่นในรอบหลังภายหลังจากที่เราเคลียร์เงื่อนไขอื่นๆ หมดแล้ว ก่อนอื่นขอให้เราทำลายรถ anti-air radar ที่อยู่บริเวณหมู่บ้านไปเสียก่อน จากนั้นเลือกจุดลงจอดใกล้กับหมู่บ้านแล้วใช้ปืนแกตลิ่งติดฮ.ของเราจัดการยิงทำลาย Walker Gears ทั้งหมดจากบนฟ้าได้เลย

Mission 36: Footprints of Phantoms (TOTAL STEALTH)

ภารกิจนี้จะมี Task เหมือนกับ Mission 15 ทุกประการ ต่างแค่เกมจะเพิ่มความยากขึ้นโดยหากคุณถูกพบตัวเพียงครั้งเดียว เกมจะ over ทันที และทหารที่เฝ้า Walker จะมีทหารที่สวมเกราะมากขึ้น อีกทั้งเกมจะไม่ให้ใช้หมวกไก่เพื่อความง่ายของเกมและไม่ให้ใช้ Reflex คุณควรกลับมาทำภารกิจนี้ภายหลังเมื่อมีอุปกรณ์ที่ดีอย่าง Wormhole Fulton แล้วเพราะจะทำให้สามารถนำ Walker ทั้ง 4 กลับไปที่ฐานได้รวดเร็ว ที่สำคัญและขาดเสียไม่ได้คือการนำคู่หูอย่าง DD มาด้วยเพราะจะช่วยให้ชีวิตคุณสะดวกขึ้นได้มาก และด้วยความที่ทหารศัตรูในภารกิจนี้ค่อนข้างจะกระจุกตัวอยู่ใกล้กัน หากใช้แขนกลเป็น Stun Arm Grade 4 มาด้วยก็จะช่วยจัดการให้ศัตรูสลบได้ครั้งละ 5-6 คนเลยทีเดียว

Mission 16: TRAITOR’S CARAVAN 

Mission Tasks มีทั้งหมด 8 หัวข้อนั่นคือ

1. ระบุตำแหน่งของยานเกราะคุ้มกัน
เงื่อนไขนี้สำเร็จได้โดยการใช้กล้องส่องทางไกลระบุรถคันดังกล่าวให้ได้ก็พอ

2. ระบุตำแหน่งของรถบรรทุกลำเลียง
เงื่อนไขสำเร็จได้โดยการใช้กล้องส่องทางไกลระบุรถคันดังกล่าวได้เช่นกัน โดยจากจุดเริ่มภารกิจขอให้ไปทางตะวันออกจนเจอกับบริเวณแคมป์แห่งหนึ่งซึ่งในเตนท์บริเวณนั้นจะมี intel file ที่ระบุเส้นทางเดินรถให้เราบนแผนที่ (หรือจะรีดข้อมูลจากทหารก็ได้เช่นกัน) จากนั้นให้เรามุ่งหน้าไปยังบริเวณพื้นที่ของ Nova Braga Airport ทันที เพราะรถเป้าหมายจะต้องมุ่งหน้าไปที่นั่น

3. ชิงรถบรรทุกลำเลียงออกมา
ใช้ Fulton หรือจะขับออกมาจากพื้นที่ภารกิจก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือเมื่อเราเข้าใกล้รถบรรทุกลำเลียงคันเป้าหมายนี้แล้วจะเป็นการเปิดฉากสู้กับพวก Skulls ทันที

4. กำจัดพวก Skulls ทั้งหมด
เงื่อนไขนี้จะสังหารพวก Skulls หรือจะใช้ Fulton จับกลับไปก็ได้ (แต่การจะ Fulton ได้ก็จำเป็นต้องกลับมาเล่นภารกิจนี้ซ้ำในภายหลัง ซึ่งเราทำไม่ได้ในการเล่นฉากนี้รอบแรกแน่นอน) โดยการต่อสู้กับพวก Skulls นี้จะคล้ายกับการต่อสู้ใน Mission 6 ซึ่งจะขออธิบายรูปแบบการโจมตีของพวกมันดังนี้
- ใช้ปืนยิง เป็นการโจมตีธรรมดาที่ไม่ได้รุนแรงอะไรมากนัก แต่ก็ไม่ควรวางใจหากเป็นไปได้พยายามวิ่งตลอดเวลาไม่ให้เป็นเป้านิ่งดีกว่า
- การโจมตีระยะประชิด พวก Skulls จะมีมีดดาบไว้ใช้โจมตีเราในระยะประชิด เราจะโผตัวหนีหรือจะกด R2 ในจังหวะที่มันโจมตีเพื่อทำการโจมตีสวนก็ได้ หากสำเร็จก็แค่ยิงซ้ำไม่กี่ทีพวกมันก็จะร่วงแน่นอน
- หินพุ่งจากพื้น พวก Skulls จะมีการโจมตีที่ทำให้หินพุ่งขึ้นมาโจมตีเราจากพื้นได้ ที่สำคัญคือหินจะระเบิดตัวเองภายในเวลาไม่กี่วินาทีซึ่งหากอยู่ในระยะก็จะทำให้บาดเจ็บหนักได้
- ขว้างหินเข้าใส่ พวก Skulls สามารถใช้พลังจิตยกหินและขว้างใส่เราได้ แต่เราสามารถยิงทำลายหินได้ด้วยอาวุธที่เรามี หรือหากเรายิง Skulls ที่ใช้ท่านี้หินก็จะแตกตัวทันทีเช่นกัน
- พุ่งเข้าใส่ การโจมตีนี้พวก Skulls จะพุ่งเข้าประชิดเราเพื่อโจมตีระยะประชิด ก็หลบหรือดักรอโจมตีสวนซะ
- โล่หิน เมื่อมันได้รับบาดเจ็บไปถึงจุดหนึ่งก็จะเรียกโล่หินขึ้นมาปกป้องตัวเอง ซึ่งเราจะใช้ระเบิดทำลายโล่มันทิ้งก็ได้
- ควบคุมทหาร พวก Skulls มีความสามารถในการควบคุมทหารรายอื่นที่ยังมีชีวิตอยู่บริเวณนั้นให้เป็นลูกน้องได้ แต่ทหารพวกนี้จะโจมตีเราในระยะประชิดเท่านั้น ขอแค่ทิ้งระยะไว้ก็พอ

สิ่งสำคัญในการต่อสู้ครั้งนี้คือพวก Skulls จะมีเกจพลังสีชมพูที่ครอบเกจพลังชีวิตสีแดงตามปกติอยู่ ซึ่งเกจชมพูนี้คือเกราะของพวกมัน และเราจะไม่สามารถทำอันตรายมันได้เลยจนกว่าเกราะจะหายไปหมด ซ้ำร้ายเกราะมันยังฟื้นฟูตัวเองได้ในเวลาไม่นาน ดังนั้นพวกอาวุธหนักอย่างร็อคเก็ตลอนเชอร์หรือปืนกลหนักจึงถือเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพมากในการต่อสู้ครั้งนี้

5. พาตัวคนขับรถบรรทุกลำเลียงออกมา
หากเรากำจัดพวก Skulls จนหมดแล้ว บรรดาทหารทั้งหมดในบริเวณนั้นจะล้มฟุบสลบลงกับพื้นทันที ทำให้เราสามารถใช้ Fulton พาตัวกลับมาได้โดยสะดวก (อย่าเผลอฆ่าไปตอนที่สู้กับ Skulls เป็นพอ)

6. ระบุเส้นทางของขบวนรถคุ้มกันโดยเก็บ intel file
เงื่อนไขนี้สำเร็จได้โดยง่ายตามคำอธิบายของเงื่อนไขข้อที่ 2

7. ฟังบทสนทนาทั้งหมดของคนขับรถบรรทุกลำเลียงและทหารยามประจำจุดต่างๆ
บทสนทนาที่ต้องแอบฟังมีทั้งหมด 3 จุดด้วยกัน จุดแรกคือบริเวณ Nova Braga Airport จุดที่สองคือบริเวณ outpost ที่อยู่ระหว่าง Nova Braga Airport และ Kiziba Camp และจุดสุดท้ายคือที่ Kiziba Camp ข้อควรระวังคือการฟังบทสนทนาจะต้องใช้กล้องส่องทางไกลซูมเพื่อดักฟัง เพราะหากเราเข้าใกล้รถบรรทุกลำเลียงมากเกินไปก็จะเป็นการเริ่มต่อสู้กับพวก Skulls ในทันที

8. พาตัวทหารของ Zero Risk Securities จำนวน 3 รายออกมา
ทหารที่ว่านี้จะยืนเฝ้าระวังอยู่บริเวณถนนตรงกลางระหว่างเส้นทางจาก Nova Braga Airport ไปยัง outpost ก่อนถึง Kiziba Camp ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ไม่ยากเพราะทหารพวกนี้ใส่ยูนิฟอร์มสีน้ำเงิน

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เวลาเป็นสิ่งสำคัญในการได้แรงค์ S ดังนั้นเริ่มภารกิจมาขอให้เรารีบไปที่ Nova Braga Airport และรีบจัดการกับ Skulls ทั้ง 4 โดยเร็ว จากนั้นก็ชิงรถบรรทุกลำเลียงออกมาและรีบออกจากพื้นที่ภารกิจได้เลย

Mission 37: TRAITOR’S CARAVAN (EXTREME)

ภารกิจนี้จะมีเป้าหมายเหมือน Mission 16 ทุกประการ ต่างแค่ว่าเราไม่สามารถใช้หมวกไก่กับเข้าสู่สถานะ Reflex ได้ นอกจากนี้พวก Skull จะมีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาลทั้งพลังชีวิตและพลังโจมตี ดังนั้นการกำจัดพวกมันจะยากมาก หากคุณต้องการเพียงผ่านภารกิจนี้ให้ใส่ชุด Battle Suit และดำเนินภารกิจไปตาม Mission 16 แต่ทันทีที่พวก Skull ปรากฎตัวออกมา ให้รีบใช้บัลลูนนำรถบรรทุกกลับฐาน จากนั้นเรียก D-Horse หรือขึ้น D-Walker ควบหนีออกจากบริเวณ Hot Zone ทันที ก็จะจบภารกิจได้

อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการทำ Task ที่ให้กำจัดพวก Skull คุณจะต้องใช้ D-Walker ที่มีการอัพเกรด Gatling Gun จนบรรจุกระสุนได้มากเกิน 1,000 นัดขึ้นไป และใช้มันต่อสู้ คุณอาจกำจัด Skull ได้ 3 ตัว โดยตัวสุดท้ายให้คุณพยายามตอบโต้การโจมตีระยะประชิดของมันด้วยการกดปุ่ม R2 ให้ได้ เพื่อเปิดโอกาสให้คุณยิงมัน มันจะใช้เวลานานและคุณอาจต้องเรียกกระสุนสำรองมาส่งให้หลายครั้ง 

Mission 17: RESCUE THE INTEL AGENTS

Mission Tasks มีทั้งหมด 6 หัวข้อนั่นคือ

1. ช่วยเหลือสมาชิก Intel Team ที่หนีอยู่ในป่าทางเหนือของแคมป์ออกมา
สมาชิกคนดังกล่าวจะอยู่ในบริเวณป่าทางเหนือใกล้กับแม่น้ำ โดยในบริเวณนั้นจะมีทหารออกไล่ล่าอยู่ด้วย ดังนั้นหากเราใช้เวลานานเกินไปเขาก็จะถูกสังหารในที่สุด หากเจอตัวแล้วก็ขอให้รีบใช้ Fulton ช่วยเหลือออกมาทันที

2. ช่วยเหลือสมาชิก Intel Team ที่โดนจับตัวอยู่ที่ Kiziba Camp ออกมา
สมาชิกรายนี้ต่างจากรายแรกตรงที่เราไม่สามารถใช้ Fulton ช่วยออกมาได้ จำเป็นต้องพาตัวไปที่เฮลิคอปเตอร์โดยตรงเท่านั้น โดยจะโดนจับตัวอยู่ที่ Kiziba Camp บริเวณกรงเหล็กกลางแจ้ง แต่เขาไม่ได้โดนขังในกรงหากแต่จะโดนจับมัดอยู่ในหลุมใต้พื้นไม้ในบริเวณใกล้เคียงแทน หากไม่รีบช่วยเหลือก็จะโดนสังหารเช่นเดียวกัน

3. พาตัวเจ้าหน้าที่ CFA 2 รายออกมา
เจ้าหน้าที่ CFA ที่ว่าคือ 2 คนที่ได้รับหน้าที่ให้มาจัดการกับสมาชิก Intel Team รายที่ 2 นั่นเอง โดยในตอนเริ่มต้นพวกเขาจะอยู่ในบริเวณถนนใหญ่ในแถบทางตอนเหนือของ Kiziba Camp และจะเริ่มออกเดินทางไปทำหน้าที่ภายหลังเริ่มภารกิจไม่นานนัก แต่เราไปดักพาตัวออกมาจากจุดเริ่มต้นเลยก็ได้ (สามารถใช้กล้องเพื่อระบุตัวเป้าหมายได้)

4. ช่วยเหลือเชลยศึกที่ถูกจับอยู่ใน Kiziba Camp
เชลยศึกคนนี้จะโดนจับตัวอยู่ในอาคารบริเวณทางตอนเหนือของ Kiziba Camp สามารถรีดข้อมูลจากศัตรูเพื่อหาที่อยู่ของเชลยศึกรายนี้ได้

5. พาตัวกำลังเสริมทั้ง 4 รายออกมา
กำลังเสริมที่ว่านี้จะอยู่กันในบริเวณถนนใหญ่ทางตอนเหนือของ Kiziba Camp แต่เมื่อเริ่มภารกิจทั้ง 4 รายก็จะนั่งรถกันมาทั้งหมด 2 คันเพื่อมุ่งหน้าเข้าป่าและไล่ล่าสมาชิก Intel Team รายแรก เราสามารถดักพาตัวได้กลางทางหรือจะรอจนทั้ง 4 เริ่มออกค้นหาสมาชิก Intel Team ก็ได้เช่นกัน

6. พาตัวคนขับรถบรรทุกออกมา
ภายหลังจากเริ่มภารกิจไม่นานนัก จะมีรถบรรทุกขับจาก Mfinda Oilfield มายังบริเวณ Kiziba Camp และจะจอดอยู่บริเวณทางใต้ของ Kiziba Camp เป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะขับต่อไปยัง outpost ในแถบตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเราจะดักพาตัวในตอนไหนก็แล้วแต่สะดวก

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
การเคลียร์อย่างรวดเร็วจะทำให้ได้แรงค์ S ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นเริ่มภารกิจมาขอให้ใช้ D-Horse ควบไปหาสมาชิก Intel Team ที่โดนจับตัวอยู่ที่ Kiziba Camp จากนั้นพาเขาขึ้นหลังม้าและควบม้าต่อไปยังสมาชิก Intel Team ที่หลบหนีอยู่ในป่าแล้วจัดการ Fulton ออกมาซะ ที่เหลือก็แค่ควบ D-Horse ออกจากพื้นที่ภารกิจก็เป็นอันเรียบร้อย

Mission 18: BLOOD RUNS DEEP

Mission นี้จะมี Task ทั้งหมด 8 หัวข้อคือ

1. กำจัดนายทหาร อดีตกลุ่มกบฏ Mbele (ภารกิจหลัก)
ภารกิจนี้ Quiet เหมาะมากกับการเลือกมาเป็นคู่หูในการบุก ซึ่งการลอบสังหารทหารนายนี้ ทำได้โดยเดินทางไปที่ Bampeve Plantation เป้าหมายของเราเป็นทหารที่ใส่เสื้อยืด "สีขาว" หาไม่ยาก แต่เขาก็ไม่อยู่นิ่ง พยายามลอบเข้าหาเงียบๆ ถ้าอยากจับตัวเป็นๆ กลับไป เพื่อเคลียร์ Task ข้อที่ 4 ไปด้วยเลยในทีเดียว อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเลือก Quiet มาด้วย แล้วเลือกจับ/ไม่เลือกฆ่า ก็อย่าลืมสั่งให้เธออยู่ในสถานะ scout เพื่อไม่ให้เธอลั่นไกส่องใครโดยพลการ

2. กำจัดนักโทษ 5 ราย ซึ่งถูกขังอยู่ในเหมือง Kungenga (ภารกิจหลัก)
นี่คือจุดมุ่งหมายสำคัญที่สุดของภารกิจนี้ ทว่า..ต่อมาความจริงก็เปิดเผยว่า นักโทษเหล่านั้นเป็นเพียงเด็กชายตัวน้อย ซึ่งบิ๊กบอสตัดสินใจพาตัวไปสู่ที่ปลอดภัย นั่นคือ Mother Base ทีนี้ ก่อนจะเจอตัวพวกเขา คุณต้องบุกเข้าสู่เหมืองเพชร ซึ่งพื้นที่ค่อนข้างกว้าง แต่ทหารเฝ้ามีไม่มากนัก ถ้ามี Quiet จะสะดวกมาก อย่ากลัวที่จะลงไปลุยบนพื้น ค่อยๆ เคลื่อนที่ไปทีละจุด หรืออาจเดินขึ้นเนินทางขวาข้างป้อมยามประตูหน้า ตรงจุดนี้ก็สามารถใช้สไนเปอร์ของคุณเอง ส่องเก็บทหารได้ยกฐานเลยทีเดียว

3. พาตัวเชลยเด็กที่พบทั้งหมด กลับสู่ฐานอย่างปลอดภัย (ภารกิจหลัก)
จากข้อที่แล้ว เมื่อบิ๊กบอสตัดสินใจพาตัวเด็กทุกคนไปด้วย ตัวเกมก็จะกำหนดให้เด็กวิ่งตามมาเป็นระยะๆ แต่มีคนหนึ่งบาดเจ็บ ต้องแบกไปด้วย ฉะนั้น ปืนสั้นคืออาวุธสำคัญที่สุด ถ้ากระสุนใกล้หมดให้เรียก Supply Drop ก่อนลุย จำไว้ว่าคุณสามารถวางเด็กลงก่อนก็ได้ ข้อสำคัญคืออย่าวิ่งเร็วมาก เพราะเด็กที่เหลือจะไม่ยอมตามมา ต้องค่อยๆ วิ่งนำไปทีละจุด ทั้งนี้ หลังพาเด็กออกจากประตูห้องขัง อย่ากลับทางเก่าที่เข้ามา ให้เดินไปอีกทาง เพื่อเรียกฮ.มารับ แนะนำให้ดูแผนที่ประกอบตลอดทาง

4. ลักตัวนายทหาร อดีตกลุ่มกบฏ Mbele กลับฐาน
เล่นตามที่นำเสนอไปในข้อ 1 แนะนำให้เข้าทางทิศใต้ พยายามใช้กล้องส่องระบุตำแหน่งทหารให้หมดเสียก่อน ที่สำคัญคือ บริเวณนี้จะมียานเกราะให้ขนกลับได้ด้วย 1 คัน

5. จบภารกิจด้วยการพาทหารเด็กเหล่านั้นขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับโดยไม่ให้ศัตรูพบเห็นตัว
Task นี้ยากที่สุดใน 8 ข้อ แนะนำให้ใช้แว่นมองกลางคืนเพื่อให้เห็นศัตรูได้โดยเร็ว โดยก่อนถึงฮ. จะมีทหารทั้งหมด "4 กลุ่ม" ชุดแรกเจอตรงทางออกจากถ้ำ กลุ่มนี้ง่ายเพราะเราจะเห็นแต่ไกล (อย่าลืมว่าเรามี Quiet อยู่ด้วย) จากนั้นชุดที่สองมีพลทหาร 2 นายวิ่งเข้าหา พอผ่านมาได้ถึงทางน้ำเล็กๆ จะเจอกลุ่มสามซึ่งมีจำนวนหลายคน ควรวางเด็กลงก่อนเข้าปะทะ กลุ่มสุดท้ายเป็นพวกแม่นปืน จะดักตอนเราใกล้จะขึ้นฮ.

6. ทำลายเฮลิคอปเตอร์ของข้าศึก
ยิงทำลายได้หลายวิธี ใช้ร็อคเก็ตลอนเชอร์ส่องเลยก็ได้ หรือโยนระเบิดมือแล้วให้ Quiet ยิงส่งไปโดนก็ได้ แต่อย่าลืมว่า จัดการได้เมื่อไหร่ ศัตรูจะเข้าสู่โหมดระวังภัยทันที

7. ลักพาตัวพลซุ่มยิง (sniper) จำนวน 5 นาย ที่กระจายกันอยู่บริเวณเหมือง Kungenga, ด่านทหารด้านตะวันออกเฉียงเหนือ และทางตะวันตกเฉียงใต้
ทั้ง 5 นายที่ว่าจะอยู่ห่างจากบริเวณตำแหน่งที่บอกเอาไว้ในหัวข้อพอสมควร ซึ่งสามารถดูตำแหน่งได้จากรูปด้านล่าง





8. จัดการขโมยยานเกราะทั้งหมด 3 คัน กลับมาด้วย
ทั้งหมดจะวิ่งบนถนนสายหลักใกล้ๆ เหมือง โดยคันแรกเราจะเจอช่วงต้นภารกิจ อีกสองคันก็หาไม่ยาก ให้เคลื่อนที่ตามเส้นทางถนนเข้าสู่เหมืองเป็นพอ

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เงื่อนไขการเก็บมีสองข้อ คือ ลักพาตัวนายทหาร รวมทั้งเด็กทั้งหมด โดยไม่ถูกพบตัว จากนั้นหลบออกจากพื้นที่ด้วย Fulton Cargo +2 หรือปีนขึ้นตู้คอนเทนเนอร์แล้วติดตั้ง Fulton เพื่อบินกลับฐาน ทีนี้การจะพาเด็กออกมาโดยไม่มีใครพบนั้นควรย้อนกลับมาเล่นหลังผ่านมิชชั่น 26 ไปแล้ว เพราะเราจะได้อัพเกรด Fulton Children มาใช้ เทคนิคการเคลียร์ก็คือ เล่นฉากนี้ตอนกลางคืน จุดแรกนายทหารจะเปิดไฟทำงานอยู่ในบ้าน โดยทหารยามมีน้อย จัดการง่าย จากนั้นเข้าหาเด็กจากอีกด้านของเหมือง (หรือก็คือทางที่เราออกมาตอนเล่นครั้งแรก) ระหว่างทางแนะนำให้ใช้ม้าแล้วเอี้ยวตัวหลบเอา เมื่อเจอกลุ่มเด็กให้ใช้ปืน Tranquilize ยิงให้สลบให้หมด แล้วติด Fulton ออกมาได้เลย จากนั้นค่อยหาตู้คอนเทนเนอร์ (อยู่ทางทิศเหนือ) เพื่อจบภารกิจ

Mission 19: ON THE TRAIL

ภารกิจนี้มี Task ให้เราทำทั้งหมด 7 หัวข้อคือ

1. กำจัด Major (ภารกิจหลัก)
ภารกิจนี้มีจุดหมายหลักคือกำจัดผู้บัญชาการของ PF คือ Major ซึ่งเราจะพบตัว Major ได้ก็ด้วยการตามตัวผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาไปยังจุดนัดพบ เริ่มแรกให้มุ่งตรงไปยังป้อมทหารที่ขึ้นในแผนที่ว่าเป็นเป้าหมายหลักของภารกิจ เมื่อไปถึงแล้วให้ทิ้งระยะห่างจากสายตาของทหารในค่ายแล้วใช้กล้องส่องทางไกลขึ้นซูมเข้าไป ให้ซูมหาทหารที่ยืมจับกลุ่มกันข้างรถจี๊บ สักพักเราจะระบุตัวตนได้ว่าทหารคนไหนจะไปพบ Major ที่จุดนัดพบ (วิธีสังเกตคือเมื่อใช้กล้องซูมแล้ว ทหารคนไหนมีสามเหลี่ยมสีแดงบนหัวและมีวงกลมสีเหลือง คนนั้นคือเป้าหมาย) เมื่อพบแล้วไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ให้รอจนกว่าทหารนายนั้นขึ้นรถและขับออกจากป้อม

ให้เราวิ่งหรือขึ้นหลัง D-Horse ตามไปเรื่อยๆ ระหว่างทางทหารนายนี้จะมีการสับเปลี่ยนรถจี๊บตามสถานีเพื่อหลอกสายตาเรา แต่ถ้าคุณได้ระบุตัวตนเขาแล้วก็ไม่เป็นไปหา ให้คุณติดตามเขาไปเรื่อยๆ โดยพยายามทิ้งระยะห่าง อย่าให้ทหารนายนั้นเกิดผิดสังเกตไม่เช่นนั้นเขาจะลงจากรถและทำให้คุณเสียเวลามาก 

ติดตามเขาไปจนกระทั่งเขาไปพบกับ Major ทั้งสองจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันและจะขึ้นรถเพื่อไปยังป้อมรักษาการณ์อีกแห่ง คุณสามารถสังหาร Major ในขณะที่เขาคุยกับลูกน้องได้ทันที เมื่อ Major ตายจะถือว่าคุณทำภารกิจเสร็จสิ้น

2. ลักตัว Major กลับไปที่ฐาน (ภารกิจหลัก)
คุณสามารถลักพาตัว Major กลับไปที่ฐานได้หลังจากที่เขาคุยกับลูกน้องเสร็จแล้ว เขาและลูกน้องจะขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อ จังหวะนี้หากคุณมีบัลลูน Fulton ที่ยกรถได้ให้คุณย่องไปด้านหลังรถแล้วติดบัลลูนที่รถของ Major จะถือว่าคุณสามารถลักพาตัวได้ทั้งคนและรถ แต่ถ้าคุณไม่มีบัลลูนแบบนี้ ให้ติดตาม Major ไปอีกสักพักจะเกิดเหตุการณ์ที่เฮลิคอปเตอร์ของฝ่าย Major ถูกสอยร่วงที่ป้อมรักษาการณ์ Major และทหารทุกนายจะลงจากรถและเข้าสถานะ Alert ให้เราหาโอกาสตอนที่ Major อยู่คนเดียวทำให้เขาสลบและใช้บัลลูนลักพาตัวเขาไป

3. ระบุตัวตนของผู้ใต้บังคับบัญชาของ Major
ช่วงแรกของภารกิจที่เดินทางไปยังป้อมรักษาการณ์ ใช้กล้องส่องแช่ที่ตัวของลูกน้อง Major (ใครสักคนที่ยืนจับกลุ่มข้างรถจี๊บ) สักครู่จนมีรายละเอียดขึ้นทางขวาของหน้าจอก็จะทำ Task นี้ สำเร็จง่ายดาย

4. ระบุตัวตนของ Major
ใช้กล้องส่องแช่ที่ตัวของ Major สักครู่ เมื่อกล้องขึ้นรายละเอียดของ Major ด้านขวาก็จะทำสำเร็จ

5. ลักตัวผู้ใต้บังคับบัญชาของ Major กลับไปที่ฐาน
เช่นเดียวกับกรณีของ Major หากคุณมีบัลลูนที่ยกรถได้ ให้คุณรอจังหวะที่ Major ขึ้นรถพร้อมกับลูกน้อง แล้วให้คุณติดบัลลูนที่รถของลูกน้องคนนี้เพื่อลักพาตัวทั้งคนและรถ

6. พาตัวนักโทษที่ Munoko ya Nioka Station กลับไปที่ฐาน
ไปที่ Munoko ya Nioka Station โดยให้เข้าอาคารที่อยู่ตรงข้ามกับหอรักษาการณ์จะพบนักโทษให้พาตัวเขากลับฐานด้วยบลลูน Fulton

7. ฟังบทสนทนาของ Major กับผู้ใต้บังคับบัญชาให้จบ 
ให้ติดตามลูกน้องของ Major จนเขาพาไปพบกับ Major และฟังบทสนทนาของทั้งคู่ให้จบก็จะทำ Task นี้สำเร็จ

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เงื่อนไขก็คือ เคลื่อนที่ตรงไปยังเป้าสังหารโดยตรงแล้วจัดการทันที ซึ่งถ้าเล่นรอบแรกไปแล้ว เราก็จะรู้ตำแหน่งของ Major แนะนำให้ขี่ D-Horse พร้อมแบก Rocket Launcher ไปส่องจัดการพร้อมเหล่าบอดี้การ์ดได้เลย ซึ่งตรงจุดนั้น พอเดินอีกไม่เท่าไหร่ก็จะออกจาก hot zone ผ่านฉากได้แรงค์ s อย่างง่ายดาย


Mission 20: VOICES

ภารกิจนี้มี Task ให้เราทำทั้งหมด 6 หัวข้อคือ

1. นำตัว Shabani ออกมา (ภารกิจหลัก)
ภารกิจหลักของเราในครั้งนี้คือเดินทางไปยัง Ngumba Industrial Zone เพื่อนำตัว Shabani กลับมาให้ได้ ซึ่งวิธีเดียวที่จะผ่านไปถึง Ngumba Industrial Zone ได้คือต้องเดินทางผ่าน Munoko ya Nioka Station เท่านั้น ซึ่งเมื่อคุณถูกนำตัวมาส่งคุณจะอยู่บริเวณด้านหน้าของสถานีนี้อยู่แล้ว ให้ใช้เนินข้างทางเข้าเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ เดินทางไปที่ท้าย Munoko ya Station จะพบรถบรรทุกอยู่คันหนึ่งคุณสามารถลักลอบขึ้นด้านหลังเพื่อให้คนขับพาคุณไปส่งที่ด้านหน้าสถานีรักษาการณ์อีกแห่งหนึ่งได้ 

เมื่อรถจอดแล้วให้จัดการคนขับรถและฝ่าสถานีรักษาการณ์ที่อยู่ใกล้ๆ (เป็นสถานีธรรมดาคล้ายสถานีทั่วไป) ที่ท้ายสถานีเราจะพบเตนท์แห่งหนึ่งให้เข้าไปจะพบแฟ้มบนโต๊ะ จัดการสแกนมันเราจะได้ตำแหน่ง Ngumba Industrial Zone บนแผนที่ ให้เดินไปตามทางบนแผนที่ผ่านบริเวณที่เป็นป่าซึ่งมีการฝึกซ้อมของทหารอยู่ ไม่ไกลจากนั้นคุณจะพบอาคารที่คล้ายอุโมงค์เมื่อเดินพ้นอุโมงค์แล้วคุณจะมาถึง Ngumba Industrial Zone ให้เดินทางเข้าไปยังเตนท์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านในสุด (บริเวณนี้ไม่มีศัตรู) เมื่อชมคัทซีนในนั้นจบแล้วเราจะได้เผชิญหน้ากับ Man on Fire และเด็กที่คอยบงการ

เมื่อสามารถบังคับตัวละครได้อีกครั้งให้รีบวิ่งนีออกมาจากเตนท์และวิ่งกลับไปยังอุโมงค์ อุโมงค์จะถูกถล่มจนไม่สามารถออกได้ ทำให้คุณต้องค่อสู้กับ Man on Fire เพื่อสลัดเขาให้หลุด อย่าเสียเวลากระหน่ำยิงใส่เขาเพราะ Man on Fire จะดูดซับกระสุนทั้งหมดและพร้อมจะระเบิดพลังของเขาออกมารอบตัว ให้ใช้วิธีการมองหาแทงค์น้ำที่อยู่ในอาคารใกล้ๆ ล่อให้ Man on Fire เดินมาใกล้ๆ ยิงแทงค์น้ำให้ระเบิด หรือจะเลือกยิงแทงค์น้ำขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่บนโครงเหล็กก็ได้ (ต้องใช้อาวุธที่มีพลังทำลายสูงพอสมควร เช่น ปืนยิงจรวด) หากทำสำเร็จ Man on Fire จะหยุดชะงักไปชั่วคราวให้รีบเรียกเฮลิคอปเตอร์มารับคุณก่อนที่เขาจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เป็นอันจบภารกิจ ซึ่งสำหรับรูปแบบการโจมตีของ Man on Fire นั้นไม่มีอะไรซับซ้อนดังนี้
- ยิงลูกไฟ มันจะปล่อยลูกไฟใส่เรา ซึ่งการวิ่งเร็วหรือโผก็จะหลบได้อย่างง่ายดาย
- เรียกเสาเพลิง ก่อนมันใช้ท่านี้จะมีเอฟเฟคต์บอกเรา แค่หลบให้พ้นระยะโจมตีก็พอ
- จับกอด มันจะพยายามจับเราเมื่ออยู่ใกล้ หากโดนเข้าไปก็จะเกมโอเวอร์ทันที ขอให้รีบโผหลบ
- โจมตีสวน มันจะใช้ท่านี้เมื่อเรายิงอาวุธจำพวกระเบิดเข้าใส่มันโดยตรง เพราะมันจะดูดซับระเบิดพร้อมปล่อยท่าโจมตีสวนในทันที หลีกเลี่ยงได้โดยการไม่ใช้อาวุธจำพวกระเบิดโจมตีมันก็เพียงพอ

2. โจมตีเด็กที่อยู่กับ Man on Fire ให้สำเร็จ
เมื่อคุณสามารถโจมตี Man on Fire ด้วยน้ำจนเขาขดตัวอยู่บนพื้นแล้ว คุณจะพบเด็กที่ใช้พลังจิตลอยไปมาอยู่เหนือเขา คุณไม่สามารถยิงเพื่อโจมตีเด็กคนนี้ได้เพราะเขาจะหายตัวไปมา วิธีที่ทำได้คือให้คุณรีบเรียก Supply Ammo ให้บินมาทิ้งสเบียงใส่บนหัวของเด็ก กล่องสเบียงจะหล่นใส่หัวจนเด็กหายไป หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือใช้อาวุธโจมตีเด็กตามปกติให้ได้ถึง 20 ครั้ง แต่คุณจะมีเวลาเพียง 30 วินาทีเท่านั้นก่อนที่เด็กจะปลุก Man on Fire ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

3. สู้กับ Man on Fire 
การสู้กับ Man on Fire ตามเงื่อนไขนี้คือการทำให้มันไม่สามารถลุกขึ้นมาต่อกรกับเราได้อีก ซึ่งจะสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกันดังต่อไปนี้
- ใช้บ่อเก็บน้ำในบริเวณนั้นให้เป็นประโยชน์ หากเราสามารถทำให้มันกระเด็นตกลงไปในบ่อน้ำได้ก็จะเป็นการจบการต่อสู้ในทันที ซึ่งการทำให้มันกระเด็นก็เช่นล่อให้มันเดินมาใกล้บ่อน้ำแล้วยิงถังเชื้อเพลิงเพื่อส่งร่างมันลงไป, ใช้รถบริเวณนั้นขับชนมันให้กระเด็นตกลงไปในบ่อน้ำตรงๆ หรือจะใช้อาวุธจำพวกระเบิดก็ได้ (แต่การใช้ระเบิดโจมตีมันโดยตรงนั้นจะไม่เป็นผลเพราะมันจะดูดซับระเบิดทั้งหมด ต้องยิงข้างตัวมันให้โดนแรงระเบิดกระแทกแทน) แน่นอนว่าอาวุธจำพวกปืนลูกซองที่ยิงในระยะประชิดก็ทำให้มันกระเด็นตกบ่อน้ำได้เช่นกัน
- กระแทกมันให้ตกหน้าผา โดยการใช้รถพุ่งชน หรือใช้ระเบิดดังวิธีที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ รวมถึงปืนลูกซองก็ได้เช่นกัน
- จับมันกลับมาโดยใช้ Fulton ก็ได้ ซึ่งการจะทำตามนี้ได้ก็จำเป็นต้องกำจัดเด็กที่ลอยตัวไปมาตามเงื่อนไขด้านบนเสียก่อน แต่ถ้าเมื่อใดที่เราพัฒนา Wormhole Fulton มาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องสนใจกับเด็กลอยตัวเลย เมื่อ Man on Fire ทรุดลงกับพื้นก็สามารถจับมาได้ทันที
- ใช้ Stun Arm ที่ชาร์จจนเต็มที่ (ขั้น 3) แล้วโจมตีใส่มันจะทำให้มันร่วงลงกับพื้นในบัดดล

4. หาเส้นทางไปยัง Ngumba Industrial Zone ด้วยการสำรวจแฟ้ม
แฟ้มนี้จะอยู่ในเตนท์ท้ายสถานีถัดจาก Munoko ya Nioka Station

5. นำตัวสุนัขป่าใกล้ Ngumba Industrial Zone กลับฐาน
เงื่อนไขข้อนี้จะเหมาะที่สุดหากเราเลือก DD มาเป็นคู่หู เพราะสุนัขป่าพวกนี้เราจะต้องเจอในระหว่างเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยัง Ngumba Industrial Zone อยู่แล้ว

6. ฟังบทสนทนาเกี่ยวกับ bodies at Munoko ya Nioka Station
เงื่อนไขนี้จำเป็นต้องดักฟังบทสนทนาของคนขับรถบรรทุกจำนวนทั้งหมดสามบทสนทนาด้วยกัน โดยเริ่มแรกคนขับจะอยู่ที่ Munoko ya Nioka Station ซึ่งเราจำเป็นต้องลอบตามไปไม่ให้ใครรู้ตัว จุดแรกที่คนขับจะจอดและมีบทสนทนาคือตรงด่านตรวจบริเวณทางตอนเหนือ และบทสนทนาที่สองก็คือบริเวณด่านตรวจที่อยู่ทางตอนเหนือไกลออกไปอีกก่อนถึงสะพานขาด และจุดสุดท้ายคืออยู่ในด่านตรวจสุดท้ายก่อนถึงอุโมงค์ที่นำไปสู่ Ngumba Industrial Zone

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เริ่มฉากมาให้รีบมุ่งหน้าไปยัง Ngumba Industrial Zone ทันทีโดยไม่ให้ใครพบตัว จากนั้นรีบกำจัด Man on Fire โดยที่อย่าลืมโจมตีเด็กที่ลอยตัวด้วยเพื่อเพิ่มคะแนนหลังจบฉาก จากนั้นรีบออกจากพื้นที่ทันทีก็เป็นอันเรียบร้อย

Mission 21: THE WAR ECONOMY 

คู่หูที่แนะนำ: Quiet ที่มีปืนยิงยาสลบเก็บเสียงแล้ว, D-Dog
อุปกรณ์ที่ควรต้องมี: บัลลูน Fulton ที่พัฒนา Wormhole Fulton Upgrade เพื่อใช้ยกของหนักอย่างตู้คอนเทนเนอร์, ชุด Suit แบบ Sneaking ที่จะทำให้ทหารไม่ได้ยินเสียงเดินของ Snake 

ภารกิจนี้มี Task ให้เราทำทั้งหมด 8 หัวข้อคือ

1. กำจัดเจ้าหน้าที่ CFA ที่จะเจรจาการค้าอาวุธกับนายหน้าค้าอาวุธสงคราม (ภารกิจหลัก)
หน้าที่หลักของคุณในภารกิจนี้คือกำจัดเจ้าหน้าที่ CFA ที่คอยการเจรจาค้าอาวุธที่สนามบิน Nova Braga Airport ให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีจับเป็นหรือจับตาย โดยที่สนามบินจะมีการคู้มกันที่เข้มแข็งมาก มีทั้งหน่วย Sniper และหน่วยทหารที่บังคับ Walker อีกหลายตัวด้วยกัน 

ในตอนเริ่มต้นภารกิจคุณจะจะสามารถเลือกที่ลงจอดของเฮลิคอปเตอร์ได้ 2 ที่ ที่หนึ่งคือบริเวณเขตเลยสนามบินออกไปไม่ไกลนัก และอีกที่คือลงจอดที่สนามบินโดยตรง (คุณจะต้องทำลายเครื่องส่งสัญญาณที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสนามบินก่อน) หากคุณเลือกจะลงจอดที่สนามบินคุณจะต้องต่อสู้กับทหารทั้งสนามบินที่ติดอาวุธหนักจำนวนมาก วิธีที่ได้ผลที่สุดคือเลือกลงจุดที่ไกลสนามบินออกไปแล้วใช้วิธีเดินเท้าลักลอบเข้าไป

เมื่อลงจาก ฮ. แล้วด้านหน้าจะเป็นอาคารที่ตั้งอยู่ก่อนไปถึงลานบินของสนามบิน วิธีผ่านอาคารแห่งนี้จะต้องคอยระวังกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตามเสาและอาคารด้วย การใช้ปืนเก็บเสียงทำลายก็เป็นวิธีที่ดี หลังจากผ่านอาคารมาจนเจอลานบินแล้ว ด้านหน้าของคุณจะเป็นหอบังคับการบินที่นั่นจะเป็นที่ที่เจ้าหน้าที่ CFA จะคุยธุระกับนายหน้าค้าอาวุธ ให้คุณหมอบตัวจนแนบไปกับพื้นแล้วคลานลัดลานบินไปที่หอ เพราะหากคุณใช้วิธีย่อตัวเดินหน่วย Sniper ที่อยู่บนหอจะจับคุณได้อย่างง่ายดาย ให้ใช้กล้องส่องทางไกลระบุตัวตนของ Sniper ที่อยู่บนหอซึ่งจะมีสองคนประจำการอยู่ทางปีกซ้ายและขวาของอาคาร ถ้าคุณนำ Quiet ที่พกปืนยาสลบเก็บเสียงมา ให้สั่งเธอด้วยการ กด L1 เลือก Tranquilize Quiet จะทำให้ Sniper บนหอสลบและทำให้เราคลานเข้าไปใกล้หอง่ายขึ้น

เมื่อมาถึงหน้าหอแล้วคุณจะพบว่ามีเฮลิคอปเตอร์มาส่งนายหน้าค้าอาวุธที่บนตึก ไม่ต้องสนใจ ให้คลานแล้วคอยหลบเหล่า Walker กับทหารราบเพื่อเดินเข้าหอไป จากนั้นขึ้นบันไดไปชั้นสอง หากคุณทำเวลาได้ดีพอคุณจะพบเจ้าหน้าที่ CFA และนายหน้าค้าอาวุธเจรจารธุรกิจด้วยกันสองคนและเริ่มต้นเดินออกจากอาคาร คุณสามารถใช้ปืนเก็บเสียงหรืออาวุธอื่นๆ กำจัดทั้งสองคนได้ทันที จากนั้นให้หาทางออกจาหอจนกระทั่งพ้นจากเขตอันตรายก็จะจบภารกิจ

2. ระบุตัวตนของเจ้าหน้าที่ CFA 
หากคุณทำตามวิธีที่บอกข้างต้นและเข้าไปที่หอบังคับการได้เร็วพอ ให้คุณใช้กล้องส่องทางไกล (กด R1) ระบุตัวตนของเจ้าหน้าที่ CFA เพียงเท่านี้ก็จะถือว่าทำ Task สำเร็จ

3. ลักพาตัวเจ้าหน้าที่ CFA กลับไปที่ฐาน
เมื่อคุณขึ้นไปบนชั้นสองของหอจนพบนายหน้าค้าอาวุธกับเจ้าหน้าที่ CFA คุยกัน ให้รอจนกระทั่งทั้งสองเดินออกจากหอ จากนั้นทำให้สลบแล้วใช้บัลลูนลักพาตัวทั้งคู่ หรือจะทำให้ทั้งคู่สลบแล้วแบกออกจากอาคารเพื่อทำการติดบัลลูนทีละคนก็ได้ 

4. ระบุตัวตนของนายหน้าค้าอาวุธ
คุณสามารถระบุตัวตนของเขาได้ตั้งแต่เฮลิคอปเตอร์มาส่งตัวเขาที่หอ ใช้กล้องส่องทางไกลและทำการซูม (กดปุ่มทิศทางขึ้นเพื่อซูม) พอกล้องจับตัวเขาได้สักครู่ก็จะถือว่าทำการระบุตัวตนสำเร็จ หรือคุณจะรอระบุตัวตนของเขาไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ CFA ในอาคารเลยก็ได้

5. ลักพาตัวนายหน้าค้าอาวุธกลับฐาน
เช่นเดียวกับการลักพาตัวเจ้าหน้าที่ CFA กลับฐาน เมื่อคุณเจอเข้าสองคน ให้รอจนกว่าพวกเขาจะเดินออกจากอาคาร ทำให้สลบแล้วติดบัลลูน 

6. ฟังบทสนทนาระหว่างเจ้าหน้าที่ CFA และนายหน้าค้าอาวุธจนจบ
บทสนทนาจะเริ่มเมื่อทั้งคู่พบกันที่ชั้นสองของหอ ให้คุณคอยฟังบทสนทนาและเดินตามทั้งสองไปเรื่อยๆ จนกระทั้งมีข้อความปรากฏขึ้นที่ด้านซ้ายล่างของหน้าจอว่า task สำเร็จ 

7. ชิง Blueprint จากเฮลิคอปเตอร์ที่มาส่งตัวพ่อค้าอาวุธ
วิธีนี้จำเป็นที่คุณจะต้องใช้อาวุธทำลายล้างสูงยิงใส่เฮลิคอปเตอร์จนมันพุ่งลงพื้น ให้ตามไปที่ซากของมันจะพบแบบแปลน Blueprint อยู่

8. ใช้บัลลูน Fulton นำตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุทรัพยากรในโรงเก็บเครื่องบิน Nova Braga Airport
คุณจำเป็นต้องมีบัลลูน Fulton ที่พัฒนา Wormhole Fulton Update แล้ว ให้ไปที่บริเวณทิศใต้ของสนามบิน Nova Braga Airport คุณจะพบตู้คอนเทนเนอร์ ให้ติดบัลลูนเพื่อนำมันกลับไปที่ฐาน

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เพื่อการจบภารกิจที่รวดเร็ว เริ่มต้นมาขอให้รีบพุ่งไปที่เจ้าหน้าที่ CFA และพาตัวกลับมาทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอพ่อค้าอาวุธมาเยือน หรืออีกวิธีหนึ่งก็โดยการชิงตู้คอนเทนเนอร์ในโรงเก็บเครื่องบินกลับมาเพื่อเพิ่มคะแนนหลังจบฉากในระหว่างที่รอพ่อค้าอาวุธมาเยือน จากนั้นค่อยไปจับทั้งพ่อค้าอาวุธและเจ้าหน้าที่ CFA กลับมาก็เป็นอันเรียบร้อย

Mission 47: THE WAR ECONOMY (TOTAL STEALTH) 

เช่นเดียวกับภารกิจชื่อเดียวกัน Task ของภารกิจนี้จะคล้ายกันทุกประการ ยกเว้นแต่เกมจะเพิ่มเงื่อนไขว่าห้ามให้ศัตรูพบตัวเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น Game จะ Over ทันที อีกทั้งยังเพิ่มทหารที่สวมเกราะหนามาเดินลาดตระเวนด้วย อย่างไรก็ตามวิธีการผ่านจะคล้ายกับการเล่นรอบธรรมดา

Mission 22: RETAKE THE PLATFORM
ภารกิจนี้คุณจะได้รับเมื่อตอนเริ่มต้นปฏิบัติ mission ที่ 21 โดย Kaz จะติดต่อเข้ามาบอกว่ามีทหารหน่วยหนึ่งได้ทำการยึดครองฐานฐานหนึ่งของเราเอาไว้ และหน้าจอภารกิจหลักจะขึ้น Mission ที่ 22 ให้เลือกเพื่อเริ่มต้นภารกิจได้ทันที

คู่หูที่แนะนำ: Mission นี้ไม่อนุญาตให้คุณใช้คู่หูหรือกำลังเสริม
อุปกรณ์ที่ควรมี: หากต้องการยึดฐานคืนด้วยกำลังอาวุธแนะนำให้มีชุด Battle Suit ของ Snake เนื่องจากทหารกลุ่มนี้มีจำนวนมาก

ภารกิจนี้ไม่มี Task ให้ทำ ยกเว้นเป้าหมายหลักเพียงอย่างเดียวคือกำจัดหัวหน้าทหารที่นำการบุกยึด จะใช้วิธีทำให้สลบหรือฆ่าให้ตายก็ได้ 

ภารกิจนี้จะมีความยากลำบากที่เราไม่สามารถใช้งานคู่หูหรือกำลังเสริมทางเฮลิคอปเตอร์ได้ อีกทั้งเส้นทางของอาคารที่ซับซ้อนจะทำให้คุณหลงทาง หากคุณต้องการเล่นแบบลอบเร้นให้คุณใช้วิธีการจี้ตัวทหารด้วยการล้อคคอแล้วถามตำแหน่งที่อยู่ของทหารคนอื่น อย่าพยายามเสียกระสุนยาสลบกับทหารมากเกินไปจนปลอกเก็บเสียงหลุด เพราะผู้บุกรุกมีเป็นจำนวนมาก นั่นหมายความว่าพวกเขาจะปลุกทหารที่หลับได้อย่างรวดเร็ว ให้ใช้วิธีติดบัลลูนทหารเพื่อป้องกันการถูกปลุก (ทหารในฉากนี้หลายคนมีค่า Status ที่สูง) และใช้วิธีคลานไปกับพื้นเรื่อยๆ ถึงแม้มันจะกินเวลานานก็ตาม

ส่วนที่ยากที่สุดของภารกิจนี้น่าจะเป็นการหาทางปีนอาคารขึ้นไปชั้นบนสุด หลักการที่จะทำให้ผ่านไปได้คือเมื่อคุณขึ้นบันไดจนไม่พบบันไดที่จะไปต่อแล้ว ให้คุณมองไปรอบๆ หากพบท่อคุณสามารถเข้าไปใกล้ๆ กดสามเหลี่ยมเพื่อปีนท่อไปยังส่วนอื่นๆ ได้ เมื่อขึ้นถึงชั้นบนสุดแล้ว ให้ใช้กล้องส่องสำรวจทหารที่อยู่บนนั้นคุณจะพบทหารนายหนึ่งที่คอยสั่งการคนอื่น หากคุณทำให้ทหารนายนั้นสลบหรือฆ่าเขาได้ ทหารคนอื่นจะยอมแพ้ทันทีและคุณจะได้หัวหน้าทหารคนนั้นเข้ามาร่วมทีมด้วยซึ่งเขามีค่า Status ที่น่าพอใจมาก (ในกรณีที่คุณใช้วิธีทำให้เขาสลบ)

Mission 23: THE WHITE MAMBA

ภารกิจนี้มี Task ให้เราทำทั้งหมด 5 หัวข้อคือ

1. จับตัว White Mamba (ภารกิจหลัก) 
มิชชั่นนี้มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากที่เคยเจอมา นั่นก็คือ กองกำลังส่วนตัวของ "งูแมมบ้าขาว" (หรือ Eli) เป็นกองทหารเด็ก ซึ่งบิ๊กบอสจะไม่ยอมทำร้ายเด็ก ดังนั้น เราทำได้แค่ยิงปืนยาสลบ หรือปืน Stun เท่านั้น จับล็อกก็ไม่ได้เช่นกัน (แต่ CQC ให้สลบได้) แนะนำให้เลือกคู่หูเป็น Quiet ที่พกปืน tranquilizing sniper มาด้วยจะทำให้ภารกิจนี้ง่ายดายขึ้นทันที 

โดยตัวเป้าหมาย Eli นั้นหาไม่ยากเลย เพราะเขาจะอยู่แต่เฉพาะในซากเรือเก่า ซึ่งเปรียบเสมือนห้องของผู้บัญชาการใหญ่ ระหว่างทางมีทหารเด็กรายล้อมอยู่จำนวนมาก เน้นยิงปืนให้สลบแล้วเคลื่อนที่ต่อ เมื่อเจอ Eli หากเขารู้ตัวแล้วจะยุ่งยากเล็กน้อย เพราะต้องวิ่งไล่ เทคนิคที่ใช้ได้ผลคือพุ่งตัวให้กระแทกจนล้มบ่อยๆ สลับกับใช้ปืน tranquilizing ก็จะจับตัวได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่อยากลองสู้กับ Eli ดูแบบซึ่งๆหน้า (ซึ่งการต่อสู้จะเริ่มทันทีเมื่อเราเดินขึ้นบันไดไม้ตรงกลางเรือ หากต้องการกำจัด Eli แบบหมดทางสู้ต้องขึ้นทางอื่นแทน) เราจะขออธิบายรูปแบบการต่อสู้ของ Eli ดังนี้
- ในขั้นแรก Eli จะมุ่งแต่เข้ามาโจมตีประชิดเราเท่านั้น แต่เราสามารถโต้กลับได้ง่ายๆ โดยการดักรอโจมตีสวนด้วย CQC จากการกดปุ่ม R2 ในจังหวะที่ Eli กำลังโจมตี เมื่อโจมตีไปได้ซักพัก Eli ก็จะเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีไปยังขั้นต่อไป
- ขั้นที่สอง Eli จะเริ่มวิ่งไปหลบซ่อนและพยายามหาทางซุ่มโจมตีเรา และในตอนที่เราเจอตัวแล้ว Eli ก็จะเคลื่อนที่ได้อย่างว่องไวเพื่อหาทางโจมตีเราแบบไม่รู้ตัวตามเดิม ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำก็คือพยายามสังเกตให้เจอว่า Eli ซ่อนตัวอยู่ที่ไหนจากนั้นซุ่มเข้าด้านหลังและโจมตีด้วย CQC หรือปืนยาสลบ หรือจะใช้วิธีวิ่งเข้าประชิดแล้วอัดด้วย CQC ก็ได้ ในบางครั้ง Eli อาจพยายามปาขวดใส่เราแต่เราสามารถกด R2 เพื่อปัดขวดทิ้งได้โดยง่าย เมื่อโจมตีไปครู่หนึ่ง Eli ก็จะเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีไปยังขั้นต่อไป
- ขั้นสุดท้าย Eli จะมีรูปแบบการโจมตีคล้ายในขั้นที่สอง แต่สิ่งที่ต่างก็คืออาจมีการขว้างระเบิดเพลิงใส่เราด้วย วิ่งเข้าประชิดแล้วซัดให้หมอบด้วย CQC ได้เลย

2. ลักตัวนักโทษที่ถูกจับอยู่ที่ Masa Village
เชลยศึกรายนี้ถูกจับตัวอยู่ในบ้านทางเหนือของพื้นที่ Bwala ya Masa หาไม่ยาก เพราะมักมีทหารยามเฝ้าอยู่ตลอด

3. จับตัว White Mamba โดยไม่ให้โอกาสขัดขืนแม้แต่นิดเดียว
เทคนิคก็คือ ระหว่างทางที่ไปจนถึงตัว Eli ห้ามทำทหารเด็กแตกตื่น จากนั้นใช้ปืน tranquilizing ยิงที่ด้านหลังของศีรษะ ทีเดียวสลบจับตัวได้เลย หรือให้เราเดินออกมาตรงบริเวณขอบท่าเรือตรงทางเดินไม้ที่อยู่ห่างจากเรือของ Eli ไม่ไกลนัก จากนั้นใช้ปืนสไนเปอร์ยาสลบยิงใส่ Eli ให้สลบได้ทันทีเช่นกัน

4. ตามหาเพชรซึ่งอยู่บริเวณ Masa Village แล้วนำกลับมา
เพชรเป้าหมาย อยู่ในเต๊นท์สีเขียว ที่ด่านทหารทาง "ทิศเหนือ" ของ Masa Village

5. จับตัวทหารเด็ก 20 คน
ควรทำ Task นี้เมื่อมี child fulton แล้ว และควรใช้ไอเท็มเสริมพวก ระเบิด Stun หรือระเบิดควัน เพราะเด็กมักอยู่กันเป็นกลุ่ม

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เงื่อนไขค่อนข้างเป็นมิตรต่อคนที่ชอบซุ่มยิง เพราะข้อกำหนดที่จะได้ระดับ S คือต้องทำให้ข้าศึกสลบจากระยะไกล แล้วพาตัวหนีโดยไม่ถูกพบตัว แนะนำให้ทำภารกิจตอนกลางคืน พร้อมกับใช้ปืนสไนเปอร์ tranquilizing แล้วเคลื่อนที่ติดขอบหน้าผาทางขวาไปตลอดทาง ผ่านตัวเมืองแบบเงียบเชียบหลีกเลี่ยงการปะทะ จนถึง "ทางเดินไม้" ที่ปลายสุดยื่นไปริมแม่น้ำ ให้เดินไปจนสุดทางแล้วหันหน้ากลับไปทางซากเรือ จะเห็นหัว Eli พอดิบพอดี ให้ยิงจนสลบแล้วค่อยย่องไปพาตัวออกมาก็จะผ่านฉากรับแรงค์ S โดยง่าย (แต่ควรใช้ปืนยาสลบเก็บเสียงจะดีกว่าเพราะในบางครั้ง Eli อาจรู้ตัวและหลบกระสุนเราได้)

Mission 24: CLOSE CONTACT

ภารกิจนี้มี Task ให้เราทำทั้งหมด 7 หัวข้อคือ 

1. พาตัววิศวกรชายกลับฐาน (ภารกิจหลัก)
ก่อนอื่นแนะนำว่า หากต้องการผ่าน Mission 24 เพียงอย่างเดียว การพา Quiet พร้อมปืน tranquilizing sniper จะทำให้เคลียร์ง่ายมาก เพราะภารกิจนี้ค่อนข้างสั้น แต่ถ้าอยากทำให้ครบทุก Task ควรใช้ D-Dog เพราะจะได้ช่วยตรวจจับสัตว์และพืชได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับการเข้าหาเป้าหมายรายแรก จะอยู่ที่ค่ายทหาร ตรงตำแหน่งหมายเลข 20 ในแผนที่ไอดรอยด์ ทั้งนี้ ฝ่ายชายจะอยู่ในที่โล่ง หากเห็นเราก็จะวิ่งหนี รีบจับตัวให้ได้โดยเร็วเพื่อให้ทหารยามรู้ตัว

2. พาตัววิศวกรหญิงกลับฐาน (ภารกิจหลัก)
วิศวกรหญิงจะอยู่ในเต๊นท์สีเขียวที่มีอยู่ 2 เต๊นท์ เล็งเป้าที่เต๊นท์ซึ่งมีทหารยามเฝ้า จัดการให้เงียบที่สุดแล้วอุ้มตัวเป้าหมายออกมาติดตั้ง Fulton แล้วส่งกลับฐานได้เลย

3. จับแพะ "Nubian" 6 ตัว กลับมาด้วย โดยจะอยู่บริเวณ Ngumba Industrial Zone (ด่านทหารทางตะวันตกเฉียงใต้)
แพะทั้ง 6 ตัวจะเดินหากินอยู่รอบๆ ฐานที่เราไปช่วยวิศวกรทั้ง 2 คนนั่นเอง ถ้าพา D-Dog มาด้วยจะเจอง่ายมาก

4. ขโมยรถ four-wheel drives จำนวน 2 คัน
ทั้งสองคันอยู่ภายในค่ายทหารตรงจุด 20 นี่เอง 

5. ขโมยตู้คอนเทนเนอร์ 4 ตู้ จาก Munoko ya Nioka Station 
ที่ค่ายตรงจุด 20 นี้มีอยู่สองตู้ และมีอีกสี่ตู้ที่ด่านทหารทางตะวันออกเฉียงเหนือ หรือถ้าดูแผนที่ในไอดรอยด์จะอยู่ตรงเลข 16

6. ค้นหาพืช "African Peach" ที่ขึ้นอยู่แถว Munoko ya Nioka Station
มีอยู่ 1 ต้นตรงเนินดิน ติดกับประตูปากทางเข้าทางทิศใต้ของ Munoko ya Nioka Station

7. จับตัวนก Martial Eagle ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณ Munoko ya Nioka Station
บินวนอยู่แถวจุดขึ้นลงฮ.ทางทิศเหนือ ควรให้ D-Dog ค้นหาให้

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เงื่อนไขคือห้ามถูกพบตัวจนทหารเข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อม กับช่วยเหลือเป้าหมายทั้งสองคน ขณะที่ทั้งคู่ยังอยู่ในเต๊นท์ (หมายถึงฝ่ายชายยังไม่ถูกนำตัวมาข้างนอก) ดังนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงคือความเร็ว กับไอเท็มสำคัญก็คือ Decoy วิธีการให้ใช้ D-Horse ควบไปยังพื้นที่ปลายทางให้เร็วที่สุด จากนั้นซุ่มเข้าทางริมขวาเลาะไปถึงเต๊นท์ที่มีทหารเฝ้าอยู่ก็ใช้หุ่น Decoy ล่อทหารออกไป แล้วย่องเข้าด้านหลังเต๊นท์เพื่ออุ้ม 2 วิศวกรออกมาได้เลย

Mission 25: AIM TRUE, YE VENGEFUL

ภารกิจนี้มี Task ให้เราทำทั้งหมด 6 หัวข้อคือ

1. ลักตัวเชลยศึก militant XO (ภารกิจหลัก)
มิชชั่นนี้เราต้องพบกับกองทหารเด็กอีกครั้ง จึงต้องใช้แทคติกแบบเดียวกับฉาก The White Mamba ฉะนั้นอย่าลืมพกอาวุธจำพวก tranquilizer มาด้วย (Stun ก็ใช้ได้ แต่อย่าลืมว่าถ้าตื่นมาแล้วจะเข้าภาวะระวังภัยทันที) ขณะที่ Buddy ซึ่งจะช่วยทำให้เคลียร์ได้ง่ายขึ้น คือ Quiet กับปืน tranquilizer sniper

ส่วนเป้าหมายแรก หาง่ายมาก เพราะ militant XO ถูกมัดอยู่ในเพิงเปิดโล่งตามตำแหน่งที่ภารกิจระบุ พยายามจัดการเด็กให้ได้ในครั้งเดียว ไม่งั้นก็ให้ใช้ไอเท็มเสริมพวกระเบิดควัน หรือ Decoy เข้าช่วย

2. ลักพาตัวหัวหน้าหน่วยทหารเด็ก (ภารกิจหลัก)
เป้าหมายเป็นทหารเด็ก "หมวกแดง" สังเกตไม่ยากเพราะเจ้าตัวคอยเดินสั่งการเด็กคนอื่นๆ ปัญหาคือทหารรายล้อมมีหลายนาย อาจใช้ซิการ์เร่งเวลาให้เป็นกลางคืน (หากเลือกเล่นกลางวัน) หรือให้ Quiet ช่วยยิง หรือช่วยดึงความสนใจก็ได้

3. ช่วยเหลือนักโทษที่หลบหนีออกมาจาก Munoko ya Nioka Station แล้วพากลับฐาน
นักโทษรายนี้จะหลบอยู่ใกล้จุดเรียกฮ.มารับ แต่จำเป็นต้องแข่งกับเวลา เพราะมีสัตว์ร้ายอยู่ใกล้ๆ (กัดทีเดียวตาย) 

4. จับตัวทหารเด็ก 12 คน
ควรกลับมาเคลียร์ Task นี้เมื่อมี Fulton สำหรับเด็กแล้ว

5. ใช้ยานพาหนะในการพาตัว หัวหน้าหน่วยทหารเด็ก กับ เชลยศึก militant XO ออกมาพร้อมกัน
ข้อนี้ไม่ยาก แต่สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือตัวเชลยศึกนั้นแม้เราจะจับขึ้นรถพร้อมกับหัวหน้าทหารเด็กแล้วใช้ Fulton จับกลับมาพร้อมกัน ก็มีโอกาสที่เชลยศึกที่บาดเจ็บอยู่หล่นลงมาจากรถได้ เพราะงั้นวิธีที่จะทำเงื่อนไขนี้คือให้เราขับรถออกจากพื้นที่ภารกิจโดยที่ทั้งสองคนอยู่ในรถมาด้วยเลยก็จะผ่านได้ 

6. ค้นหาพืช Digitalis (Purpurea) ที่ขึ้นอยู่บริเวณ Munoko ya Nioka Station
มีอยู่ 3 ต้น ขึ้นอยู่ตรงยอดเนินสูงด้านตะวันตกเฉียงใต้ ติดกรอบแผนที่ระบุขอบเขตภารกิจ

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เงื่อนไขคือ undetected หรือห้ามถูกพบตัว ปฏิบัติงานให้เงียบที่สุด ฉะนั้นควรใช้รถซึ่งจอดอยู่ในบริเวณนั้นให้เป็นประโยชน์ ค่อยๆ ย่องเข้าหาเป้าหมาย แล้วยิง tranquilizer จากนั้นอุ้มมาขึ้นรถทั้งคู่แล้วขับกลับทางที่มาเพื่อออกจาก hot zone ได้เลย

Mission 26: Hunting Down

ภารกิจนี้มี Task ให้เราทำทั้งหมด 6 หัวข้อคือ

1. กำจัดนักค้ามนุษย์ที่กำลังหลบหนีไป Savanna (ภารกิจหลัก)
ภารกิจนี้เราจะต้องค้นหาตัวนักค้ามนุษย์แล้วจัดการเขาจะด้วยวิธีฆ่าทิ้งหรือลักพาตัวกลับไปที่ฐานก็ได้ วิธีการที่ง่ายที่สุดคือวิ่งไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแผนที่ บริเวณใกล้สนามบิน Nova Braga Airport บริเวณนั้นจะเป็นจุดที่นักค้ามนุษย์และลูกน้องผู้คุ้มกันทั้ง 4 จะเริ่มออกเดินเท้าเพื่อไปยัง Kiziba Camp 

หากคุณต้องการต่อสู้กับพวกเขาซึ่งหน้าจะเป็นการต่อสู้ที่ค่อนข้างยากลำบากเพราะลูกน้องของเขาทั้ง 5 คน ต่างมีอาวุธครบมือรวมทั้งปืนยิงจรวดด้วย วิธีที่เหมาะกว่านั้นคืออาศัยสภาพภูมิประเทศแถวนั้นที่เป็นป่าพรางตัว ใช้กล้องส่องทางไกลระบุตำแหน่งพวกเขาเอาไว้ จากนั้นใช้การคลานเพื่อยิงยาสลบพวกเขาทีละคน เมื่อคุณสามารถจัดการนักค้ามนุษย์ได้ไม่ว่าจะด้วยการฆ่าหรือลักพาตัวก็ตาม ถือว่าภารกิจสำเร็จ แต่หากคุณมี Stun Arm ระดับ 5 แล้วก็ชาร์จพลังงานขั้นสูงสุดแล้วปล่อยไฟฟ้าจัดการทั้ง 5 คนไปในทีเดียวเลยก็สะดวกไม่น้อย

2. หาเส้นทางการเคลื่อนที่ของนักค้ามนุษย์จากแฟ้มข้อมูล
แฟ้มข้อมูลนี้จะอยู่ที่โต๊ะสื่อสารผ่านวิทยุที่ Ditadi Abandoned Village หากไม่แน่ใจตำแหน่งที่อยู่ ให้จับทหารนายหนึ่งล็อคคอเอาไว้กดปุ่ม L1 แล้วเลือกคำสั่ง Spit It Out เพื่อเค้นข้อมูลที่อยู่แฟ้มออกมา

3. จัดการนักค้ามนุษย์ก่อนที่เขาจะเดินเท้าไปถึง Kiziba Camp 
หากทำตามที่แนะนำข้างต้น Task นี้จะสำเร็จในตัวเอง

4. จัดการลูกน้องของนักค้ามนุษย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะด้วยการฆ่าหรือการลักพาตัวก็ตาม
ให้อาศัยการคลานเพื่อยิงปืนยาสลบและติดบัลลูนจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดเนื่องจากค่า Status ของผู้คุ้มกันแต่ละนายค่อนข้างสูง

5. ช่วยนักโทษทั้งหมดที่ Ditadi Abandoned Village 
นักโทษจะมีทั้งหมด 4 คน โดยแต่ละคนจะอยู่ในเตนท์ซึ่งจำเป็นต้องกำจัดทหารที่เฝ้าให้หมดก่อน คำแนะนำคือให้กลับมาทำ Task นี้ในภายหลังเนื่องจากต้องใช้เวลานานพอสมควร หากทำไปพร้อมกับภารกิจหลักอาจไม่ทันการได้ (หากพัฒนา Wormhole มาแล้วก็จะสะดวกมากขึ้น)

6. นำตัวหมาในที่อยู่ใกล้ Kiziba Camp กลับฐาน
หมาในจะอยู่บริเวณทางทิศตะวันตกของ Ditadi Abandoned Village หากคุณนำ D Dog มาด้วย มันจะช่วยดมกลิ่นจนรู้ตำแหน่งของหมาในได้อย่างง่ายดาย ใช้ปืนยาสลบยิงแล้วติดบัลลูนพามันกลับฐาน

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เริ่มภารกิจมาให้เราวิ่งไปหานักค้ามนุษย์ทันที แล้วจัดการพาตัวทั้งนักค้ามนุษย์และลูกน้องทั้งหมดอย่างรวดเร็วก็จะได้แรงค์ S มาเชยชมอย่างง่ายดาย

Mission 27: Root Cause

ภารกิจนี้มี Task ให้เราทำทั้งหมด 3 หัวข้อคือ

1. ช่วยเหลือสมาชิกทีม Intel (ภารกิจหลัก)
จากจุดที่เฮลิคอปเตอร์มาส่งจะเป็นเนินให้วิ่งเลาะไปทางด้านขวาตามถนนและมองไปด้านซ้ายจะพบว่าหมู่บ้านที่จับตัวสมาชิกทีม Intel อยู่ด้านล่างของเนินทำให้เราอยู่ในจุดที่ได้เปรียบมาก ใช้กล้องส่องทางไกลจับความเคลื่อนไหวทหารทุกนายและหาจังหวะลักลอกเข้าไปในหมู่บ้าน เป้าหมายของเราจะถูกจับตัวที่กระท่อมแห่งหนึ่งที่มีทหารเฝ้าอยู่ 2 คน 

อย่างไรก็ตามหากคุณเดินทางไปถึงช้าเกินไป สมาชิกคนนี้จะหนีออกจากหมู่บ่านด้วยตัวเองโดยการขึ้นรถบรรทุกที่จอดอยู่ข้างๆ ถึงตอนนี้ Kaz จะบอกให้คุณรีบตามไปช่วยเหลือเขาให้เร็วที่สุดเพราะรถบรรทุกจะเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำในป่า ให้รีบวิ่งไปให้เร็วที่สุดเพราะหากช้าเกินไปเขาจะถูกทหารลาดตระเวณสังหารและภารกิจจะล้มเหลวทันที 

2. ช่วยเหลือสมาชิกทีม Intel ก่อนที่เขาจะพบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ
วิธีที่ง่ายที่สุดคือใช้ D Horse วิ่งจากจุดเริ่มต้นไปที่ท้ายหมู่บ้านให้เร็วที่สุด กำจัดทหารที่เข้าเวรบริเวณนั้นและมุ่งหน้าไปที่รถบรรทุกใกล้หอสังเกตการณ์ จนกระทั่งเป้าหมายเดินเข้ามาใกล้แล้วให้พาตัวเขาออกจากหมู่บ้าน 

3. ออกจากเขตอันตรายไปพร้อมกับเป้าหมาย
Task นี้จะไม่อนุญาติให้คุณใช้บัลลูนพาตัวเป้าหมายกลับฐานได้ คุณต้องแบกเขาและวิ่งจนเลยเขตอันตรายไปเท่านั้น วิธีที่ทำได้คือหลังจากได้ตัวเป้าหมายแล้วให้นำตัวเขาใส่รถบรรทุกที่จอดอยู่ข้างหอสังเกตการณ์ จากนั้นให้ขับออกทางด้านหลังของหมู่บ้านไปไม่ไกล หากเราทหารไม่อยู่ในสถานะ Alert ก็จะจบ Mission ได้

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เริ่มต้นภารกิจมาก็ให้รีบวิ่งไปหาสมาชิกทีม Intel เลยทันทีแล้วแบกเขาขึ้นรถพร้อมกับขับออกจากพื้นที่ภารกิจได้เลย

Mission 28: Code Talker

ภารกิจนี้มี Task ให้เราทำทั้งหมด 6 หัวข้อคือ

1. ลอบเข้าพบกับ Code Talker (ภารกิจหลัก)
ชายชราจะอยู่ในห้องใต้ดินของแมนชั่นกลางป่า หากต้องการแค่ผ่านภารกิจ ช่วงแรกที่ต้องพบกับสไนเปอร์ Skulls ทั้ง 4 ก็สามารถวิ่งหนีทะลุผ่านไปได้ เมื่อเข้าสู่ตัวอาคารแล้ว หากไม่รู้ตำแหน่งของทางไปห้องใต้ดิน ให้ตั้งใจฟังเสียงเพลงที่เล็ดลอดออกมา หรือสังเกตตำแหน่งของ "เทียน" ตามพื้นทางเดิน ที่จะนำไปสู่ห้องใต้ดิน

2. พาตัว Code Talker กลับฐานให้ได้ (ภารกิจหลัก)
เมื่อพบแล้วจะตัดเข้าฉากคัตซีนเพื่อรับชมเนื้อเรื่อง จากนั้นก็พาตัวออกมา ทิศทางที่ง่ายที่สุดคือมุ่งขึ้นเหนือ อาจเรียก D-Walker มาช่วยหิ้วตัว Code Talker ก็จะทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น

3. พาตัว Code Talker ออกมาโดยที่เขาห้ามบาดเจ็บเด็ดขาด
ปัญหาคือข้าศึกที่เป็นพวกสไนเปอร์ ถ้าจะไม่ให้บาดเจ็บเลยอาจต้องปลีกตัวไปจัดการพวกนี้ก่อน

4. กำจัดพวก Skulls
ช่วงต้นของภารกิจ ผู้เล่นจะได้ดวลกับ Skulls หญิงทั้ง 4 ถ้ามี Quiet เป็นคู่หูจะง่ายมาก เพียงเปลี่ยนตำแหน่งซุ่มยิงของ Quiet สลับไปมาซ้ายขวา หรือก็คือสองฝั่งของหุบเขา เธอก็จะช่วยยิงเล่นงาน Skulls เหล่านี้ได้หลายนัดเลยทีเดียว จังหวะนี้ผู้เล่นคอยช่วยยิงด้วยปืนสไนเปอร์อีกแรง ก็จะผ่านไปได้

โดยรูปแบบการโจมตีและทริคที่สำคัญในการสู้กับพวก Skulls หญิงทั้ง 4 นี้จะมีดังนี้
- พยายามหลบซ่อนตัวให้พ้นจากสายตาของพวกมันตลอดเวลา เริ่มต้นการต่อสู้มาพวกมันจะยังไม่เห็นเราแน่นอน จึงขอให้เคลื่อนตัวอย่างระมัดระวังและใช้บรรดาก้อนหินอำพรางตัวในขณะเคลื่อนไหว ซึ่งหากพวกมันใกล้พบตัวเราก็จะมีสัญลักษณ์เหมือนตอนกำลังจะโดนศัตรูพบเจอตัวจึงขอให้รีบคลานกลับเข้ากำบังแล้วเปลี่ยนเส้นทางไปจุดอื่นแทน แน่นอนว่าหากมีระเบิดควัน (Smoke Grenade) ก็จะช่วยได้มากในการอำพรางตัวในยามที่ไม่มีก้อนหินใดที่สามารถใช้หลบได้
- พยายามสังเกตแสงอินฟาเรดจากกระบอกปืนของพวกมันเอาไว้เพราะจะทำให้เราระบุตำแหน่งได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญคืออย่าลืมใช้กล้องส่องเพื่อระบุตัวตนพวกมันเอาไว้ด้วย และหากเรามีคู่หูอย่าง DD หรือ Quiet มาด้วยก็จะช่วยให้ระบุตัวตนได้ง่ายขึ้น
- ทุกครั้งที่คุณโจมตีมันโดน มันจะเปลี่ยนจุดซุ่มยิงในทันที ให้รีบใช้กล้องไล่ตามดูเพื่อจะได้เดาเส้นทางที่มันจะไปซุ่มต่อได้
- หากต้องการให้การต่อสู้ง่ายขึ้น ควรติดไอเท็มอย่าง Noctocyanin มาด้วยเพราะจะช่วยให้เรารับรู้ถึงทุกอย่างรอบตัวเราได้แม้ว่าเราจะไม่ได้ใช้กล้องส่องเพื่อระบุตัวตนของสิ่งนั้นก็ตาม รวมถึง Pentazemin ไอเท็มประจำซีรีส์ที่จะช่วยให้มือเรานิ่งขึ้นในตอนที่เล็งปืนด้วย
- ในบางครั้งพวก Skulls หญิงนี้จะบุกเข้าประชิดตัวเราเพื่อโจมตี สังเกตได้จากการที่มันจะกระโดดสูงขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนลงมาใกล้บริเวณที่เราอยู่ สามารถรอให้มันโจมตีเพื่อกด R2 เป็นการโจมตีสวนได้เลยทันที

คำเตือน: หากคุณกำจัด Skull หญิงทั้งหมด ในตอนท้ายที่คุณพบ Code Talker แล้ว ทหารรอบคฤหาสถ์จะไม่ถูกควบคุมด้วย Skull (เมื่อถูกควบคุมเวลามันเห็นเราจะไม่มีการขึ้น Alert มันแค่จะพุ่งเข้ามาโจมตีเฉยๆ) ทำให้คุณต้องระวังตัวมากกว่าเดิม

5. จับตัว Skulls ให้ได้
เงื่อนไขนี้จะสามารถทำได้เมื่อเราย้อนกลับมาเล่นภารกิจนี้ซ้ำ (หากเล่นรอบแรกจะยังไม่สามารถจับตัวกลับมาได้) และไม่เกี่ยงว่าจะเป็น Fulton ธรรมดาหรือ Wormhole ทั้งสิ้น โดยการกำจัดพวก Skulls นั้นไม่เกี่ยงว่าจะใช้อาวุธสังหารหรือปืนยาสลบ ขอแค่กำจัดพวกมันได้ก็พอจากนั้นก็เข้าไปจับกลับมาได้เลย

6. ขโมยยานเกราะที่ปิดกั้นเส้นทางเข้าสู่ Lufwa Valley
ยานเกราะจะอยู่บริเวณ "สะพาน" ทางตอนเหนือของคฤหาสน์ภายหลังจากที่เราพาตัว Code Talker ออกมาแล้ว

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เงื่อนไขก็คือ ห้ามจัดการ Skulls ตั้งแต่ช่วงแรก หรือจะจัดการพวกมันไปก็ได้แต่ควรเหลือไว้อย่างน้อย 1 ตัว (เพื่อให้พวกมันเปลี่ยนทหารธรรมดาให้เป็นซอมบี้ ช่วงที่เราพา Code Talker หนี) และต้องเรียกฮ.ที่จุด LZ ทางทิศใต้เท่านั้น โดยช่วงที่เจอ Skulls ให้ใช้ Quiet ล่อความสนใจไปทางนั้น แล้วพยายามเคลื่อนที่ผ่านก้อนหินช่วงที่ Skulls ถูกยิง หรือหันเลเซอร์ไปทางอื่น พอผ่านมาได้ให้หาทางอ้อมแมนชั่นไปเข้าทางประตูหลัง เพราะที่จุดนี้มียามเฝ้าแค่ 3 นายเท่านั้น พอได้ตัวแล้วให้กด Skip คัตซีนเพื่อย่นเวลาในการทำภารกิจ พอเดินออกมาจะพบว่าทหารกลายเป็นซอมบี้แล้ว ให้วิ่งหลบไปจุดเรียกฮ.ได้เลย

Mission 48: CODE TALKER (EXTREME)

เช่นเดียวกับ Mission ที่มีชื่อเดียวกัน แต่ระดับ Extreme จะเพิ่มความยากขึ้นมานั่นคือคุณจะถูกโจมตีแรงขึ้น อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการเล่นให้ได้ Rank S โดยเร็ว วิธีที่แนะนำคือตอนเลือก Mission ให้เอารถหุ้มเกราะมาด้วยหนึ่งคันแล้วใช้มันวิ่งฝ่าป่าที่มี Skull หญิงอยู่ รถจะป้องกันคุณจากกระสุนพวกมันได้ ขับไปจนใกล้ถึงป่าทางเข้าสู่คฤหาสถ์ก็ให้ออกจากรถแล้วดำเนินภารกิจตามเดิม

Mission 29: Metallic Archaea

คู่หูที่แนะนำ: D Walker
อาวุธและอุปกรณ์ที่แนะนำ: ปืนยิงจรวด ปืนยิงระเบิด และอาวุธหนักทุกชนิด, Battle Suit

ภารกิจนี้มี Task ให้เราทำทั้งหมด 4 หัวข้อคือ

1. กำจัดพวก Skull (ภารกิจหลัก)
ใน Mission 29 คุณไม่สามารถทำอะไรอื่นได้นอกจากกำจัดพวก Skull เท่านั้น โดยพวกมันจะมีด้วยกันทั้งหมด 5 ตัว และยังมีทหารที่อยู่ใต้บงการของพวกมันอีกทั่วทั้งสนามบิน 

วิธีการต่อสู้ให้ใช้กล้องส่องทางไกลระบุที่อยู่ของพวกมันเพื่อกันความสับสน เนื่องจากพวก Skull จะเคลื่อนที่เร็วมาก ให้วิ่งหลบปืนที่มันยิงมาเรื่อยๆ พยายามหมุนหน้าจอเพื่อไม่ให้มี Skull ตัวไหนหลุดรอดจากสายตาของเรา จนกระทั่งเมื่อพวกมันทำท่าชัดาบออกมาให้เตรียมพร้อมจนกระทั่งมันพุ่งเข้ามาหาเราจะมีจังหวะให้เรากดปุ่ม R2 ให้รีบกดทันทีเพื่อทำการตอบโต้การโจมตีนั้น จะทำให้พวก Skull บาดเจ็บพอสมควรและยืนนิ่งอยู่กับที่ชั่วคราว ใช้จังหวะนี้ยิงอาวุธใส่ให้มากที่สุด หากคุณพกปืนยิงจรวดมาให้ใช้เมื่อพวกมันพุ่งไปรวมกลุ่มกัน แต่อย่ายิงซ้ำจากจุดเดิมมากเกินไปเพราะพวก Skull จะเรียกเหล็กขึ้นมาป้องกันกระสุนได้ ให้เปลี่ยนมุมของการยิงไปเรื่อยๆ

หากคุณมี D Walker คุณสามารถเอาชนะพวกมันได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากปืนกลของ D Walker จะลดพลังชีวิตของพวกมันได้รวดเร็วมากและมีกระสุนเพียงพอ (วิธี Set ให้ D Walker ติดปืนกลคุณจะต้องเข้าไปที่ iDroid แล้วเลือกหัวข้อ Customize จากนั้นเลือก D Walker เพื่อทำการติดอาวุธที่พัฒนามาแล้วให้กับมัน) สิ่งที่ต้องระวังเพียงอย่างเดียวคือพวก Skull สามารถพุ่งเข้ามาใกล้แล้วปล่อยหมอกที่จะทำให้ D Walker เป็นสนิมจนใช้งานไม่ได้ ให้เคลื่อนที่แล้วทิ้งระยะห่างจาก Skull ตลอดเวลาก็จะเอาชนะพวกมันได้ (สำหรับรูปแบบการโจมตีของพวกมันเป็นแบบเดียวกันกับใน Mission 16 ทุกประการ)

หลังจากเอาชนะแล้วให้แบก Code Talker ไปยังจุดที่เฮลิคอปเตอร์ลงจอดเป็นอันจบภารกิจ

2. นำตัว Code Talker กลับฐาน (ภารกิจหลัก)
หากคุณทำตามคำแนะนำด้านบนคุณจะต้องนำ Code Talker กลับฐานอยู่แล้ว

3. ทำภารกิจให้สำเร็จโดยไม่ถูกพวกทหารที่โดนควบคุมจับตัว
วิธีการนี้สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการขึ้น D Walker และเคลื่อนที่ไปรอบๆ แทบจะไม่มีทางที่ทหารจะจับตัวคุณได้เลย

4. นำพวก Skull กลับฐาน
หากคุณเล่นภารกิจนี้ในครั้งแรกเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะนำพวกมันกลับฐาน เนื่องจากคุณจะต้องมีบัลลูนชนิดพิเศษซึ่งจะได้เมื่อดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ ก่อน ให้คุณย้อนกลับมาทำ Task นี้ภายหลัง เมื่อคุณได้บัลลูนแบบพิเศษแล้ว ให้กำจัดพวก Skull โดยไม่จำเป็นต้องใช้ปืนยาสลบหรืออะไรทั้งนั้น ให้โจมตีจนพวกมันเลือดหมดเช่นปกติแล้วติดบัลลูนที่ร่างพวกมันได้ทันที

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เนื่องจากฉากนี้จะค่อนข้างวุ่นวายและโกลาหล จึงขอให้หาจุดซุ่มโจมตีที่จะทำให้ใครก็ตามเรามาไม่ได้ จุดที่ขอแนะนำคือหลังคาของอาคารหลักประจำสนามบิน (อยู่ตรงข้ามกับรถ anti-air radar พอดี) เพราะจุดนี้จะแทบเรียกได้ว่าปลอดภัยหายห่วง จากนั้นก็ใช้ปืนสไนเปอร์ไรเฟิลที่พลังทำลายล้างสูงที่สุดที่เรามี (อย่างเช่น Brennan LRS-46) กำจัดพวก Skulls ทีละตัวได้เลย

Mission 42 Metallic Archaea (EXTREME)

เช่นเดียวกับ Mission 2 คุณจะต้องกำจัดพวก Skull ทั้ง 4 โดยไม่ให้ Code Talker ตาย แต่ในระดับ EXTREME คุณจะต้องเจอกับ Skull ที่มีพลังชีวิตมากกว่าเดิมและคุณจะถูกโจมตีหนักขึ้นกว่าเดิมด้วย อาวุธแม้แต่ปืนยิงจรวดลดพลังชีวิตของ Skull ได้เล็กน้อย วิธีที่ง่ายที่สุดคือคุณจำเป็นต้องใช้ D-Walker ที่มีการอัพเกรด Gatling Gun ให้มีจำนวนบรรจุกระสุนมากที่สุด ได้ 1,500 นัด ยิ่งดี และสวมชุด Battle Suit เพื่อป้องกันการโจมตี

เริ่มฉากขึ้นมาคุณจะต้องรีบวิ่งไปทางขวาเพื่อขึ้น D-Walker ให้เร็วที่สุด จากนั้นถ้าปืน Gatling Gun คุณมีการบรรจุกระสุนน้อยกว่า 1,000 นัด ให้กดเรียก Supply มาลงรอไว้ก่อน แล้วล่อพวก Skull มาสู้บริเวณลานกว้างห่างจาก Code Talker พวก โอกาสที่คุณจะโจมตี Skull ได้ดีที่สุดคือตอนที่พวกมันหายตัวมาด้านข้างเพื่อปล่อยหมอก ให้เรารีบเดินถอยออกมาและกระหน่ำยิงใส่มัน ถ้ามันชักมีดออกมาเมื่อไรให้เคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ เพราะถ้าถูกโจมตีคุณจะร่วงจาก D-Walker ทันที เมื่อกระสุนหมดให้วิ่งไปจุดที่กระสุนมาส่งและสู้ต่อไป 

Mission 30: Skull Face

ภารกิจนี้มี Task ให้เราทำทั้งหมด 6 หัวข้อคือ 

1. ลอบเข้าพบ Skull Face ให้ได้ (ภารกิจหลัก)
ภารกิจนี้ค่อนข้างยาก เพราะมีทั้งทหารชุดเกราะ, หุ่น Walker Gears, รถถัง และเฮลิคอปเตอร์ โดยเฉพาะทหารยามที่มีจำนวนมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ในตัวป้อมปราการจะแบ่งออกเป็น 4 พื้นที่ พยายามย่องเข้าทางซ้ายของด่าน จนถึงกำแพงที่มีจุดให้ปีนขึ้นไปได้ จากนั้นต้องใจเย็น ค่อยๆ เคลื่อนที่ผ่านจุดกำบัง ช่วงสุดท้ายจะยากที่สุดเพราะมีทหารขวางประตู พยายามใช้ไอเท็มเข้าช่วย (เช่น camouflage ล่องหน) หรือรอให้พายุทรายซัดเข้ามาแล้วค่อยเคลื่อนที่

มีผู้เล่นบางคนรายงานว่า เมื่อสวมชุดแบทเทิลสูท ขี่ D-Walker แล้วแบกโล่ไว้ที่หลัง ก็ใช้ผ่านได้ด้วยความรวดเร็ว อย่างไรก็ดี D-Dog ยังคงเป็นบัดดี้ที่มีประโยชน์สำหรับการลอบเร้นในฉากนี้

2. เค้นข้อมูลสำคัญจาก Skull Face (ภารกิจหลัก)
เมื่อผ่านเข้าประตูสุดท้าย (ทางขึ้นไปลานจอดฮ.) จะเป็นคัตซีนเนื้อเรื่อง ซึ่ง Skull Face จะบอกเล่าข้อมูลต่างๆ ให้เราทราบเอง

3. ขโมย Walker Gears จำนวน 4 เครื่องกลับมาด้วย
คุณจะเจอตัวแรกตั้งแต่ปากทางเข้า ตัวที่เหลือจะเดินลาดตระเวนในทุกพื้นที่จนถึงประตูสุดท้าย การจะเคลียร์ให้ได้โดยไม่ Alert ทหารคนอื่นทำได้ค่อนข้างยาก ถือเป็น Task ที่เสี่ยง แนะนำให้ใช้ระเบิดควัน แล้วลงมือโดยเร็ว

4. เก็บเทปคาสเส็ตที่ OKB Zero
ตอนที่ขึ้นบันไดไปลานจอดฮ. เมื่อถึงชั้นบนสุดอย่าเพิ่งเดินไปหา Skull Face ให้เลี้ยวซ้ายมองหาลิฟท์แทน

5. ขนตู้คอนเทนเนอร์สีแดง 7 ตู้จาก OKB Zero
ตู้ทั้งหมดจะพบได้หลังผ่านประตูชั้นที่สองเข้าไปแล้ว หาไม่ยาก โดยหลังประตูโซนสองเข้าไปจะเจอ 4 ตู้วางเรียงทางขวามือ ที่เหลือจะอยู่หลังประตูสาม 

6. ลักรถถัง 3 คันจาก OKB Zero
คันแรกอยู่บนถนนหลังปากทางเข้าด้านหน้า คันที่สองอยู่ในโซนถัดไป คันสุดท้ายอยู่ท้ายอุโมงค์ 

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เงื่อนไขคือห้ามถูกพบ ฉะนั้นควรเลือกเวลากลางคืน ใช้ D-Dog คอยระบุตำแหน่งข้าศึก แล้วรีบไปที่จุดปีนทางด้านซ้ายเพื่อช่วยให้เข้าสู่พื้นที่ที่มีศัตรูน้อย จุดยากสุดคือประตูสุดท้ายก่อนเข้าไปลานจอดฮ. ที่มีหุ่น Walker Gears เฝ้าอยู่ ให้ปีนขึ้นพื้นที่ต่างระดับด้านซ้าย ไปรอตรงจุดปลายสุด หาจังหวะที่ศัตรูเผลอเพื่อโดดลงไปแล้วรีบวิ่งเข้าประตู อาจใช้วิธีปา แมกฯ กระสุน เพื่อล่อหลอกร่วมด้วย หรือหากต้องการจบฉากด้วยความรวดเร็วและไม่สนการลอบเร้น คุณสามารถเลือกใส่ชุด Battle Suit, ติด Ballistic Shield ไว้ที่หลัง จากนั้นก็ขับ D-Walker พุ่งตั้งแต่ต้นฉากไปยังปลายฉากเลยก็ได้ เพียงเวลาประมาณ 2 นาทีกว่าคุณก็จะได้แรงค์ S แน่นอน หรือหากใครอยากเก็บโบนัส No Traces ไปด้วยก็ลองวิธีตามวิดีโอด้านล่างได้เลย



Mission 31: Sahelanthropus 

ภารกิจนี้มี Task ให้เราทำทั้งหมด 3 หัวข้อคือ 

1. ทำลาย Sahelanthropus (ภารกิจหลัก)
นี่ถือเป็น Mission สุดท้ายของ Chapter 1 คุณจะต้องกำจัด Sahelanthropus ให้ได้ ให้เตรียมพร้อมด้วยการสวมชุด Battle Suit และอาวุธหนักอย่างปืนยิงจรวดเอาไว้ให้พร้อม ที่สำคัญคือเตรียมอาวุธอย่างปืนพกหรือปืนกลที่สามารถยิงได้อย่างรวดเร็วเอาไว้ด้วย 

Sahelanthropus จะมีการโจมตีหลายรูปแบบด้วยกัน คือ
-ดึงแส้ที่สามารถกลายสภาพเป็นดาบออกมาแล้วฟาดไปตามพื้น สามารถหลบได้ง่ายๆ แค่เพียงวิ่งออกจากระยะแนวยาวของแส้
-ใช้ดาบเสียบบนพื้น ทำให้มีเหล็กโผล่ขึ้นมาที่ที่เรายืนอยู่ ห้ามหยุดเคลื่อนที่ ให้วิ่งไปเรื่อยๆ จนกว่าระยะเวลาของท่าจะหมด (หินจะแทงทะลุขึ้นจากพื้นประมาณ 4 ครั้ง)
-ใช้ดาบเสียบบนพื้นจนมีแท่งเหล็กขึ้นมาล้อมรอบตัวเรา หากวิ่งชนจะเสียพลังชีวิต ให้ใช้วิธีหยิบปืนกลหรืออาวุธขนาดเบายิงใส่เหล็กจนระเบิดก่อนเพื่อเปิดทางให้วิ่งออกไปได้
-ปล่อยมิสไซล์ติดตาม ท่านี้ให้ใช้วิธีการวิ่งแบบวิถีโค้งก็จะสามารถหลบได้
-ใช้ปืนไฟเผาไปตามพื้น ท่านี้จะใช้ก็ต่อเมื่อเราอยู่ใกล้ Sahelanthropus มาก ให้วิ่งออกมาเพื่อทิ้งระยะห่าง
-ใช้ปืนกลยิงกราด ท่านี้มักจะใช้หลังจาก Sahelanthropus ใช้ท่าอย่างการฟาดแส้และดาบของมันแล้ว ไม่มีพลังโจมตีที่รุนแรงมากนัก
-Sahelanthropus จะใช้ท่านี้ก็ต่อเมื่อพลังชีวิตลดเกินกว่าครึ่งแล้ว มันจะกระโดดไปยืนบนหน้าผาแล้วเปลี่ยนรูปแบบคล้าย Sniper ในช่วงนี้ Sahelanthropus จะใช้ Rail Gun โจมตีใส่เราทันทีที่มันเห็น หากโดนโดยตรงจะทำให้ตายทันที ให้หลบหลังโขดหินจนกระทั่งมันกลับสู่รูปแบบเดิม
-พุ่งเข้าใส่เพื่อยิง Rail Gun โดยตรง ท่านี้จะเป็นท่าที่ใช้เมื่อพลังชีวิตของมันใกล้หมดแล้ว ในขณะที่ใช้ทุกอย่างรอบตัวเราจะช้าลงเหมือนเข้าสู่สถานะ Reflex ให้รีบกด L2 ใช้ปืนกลเบาหรืออาวุธที่ยิงได้อย่างรวดเร็วยิงเข้าใส่เด็กที่ลอยอยู่หน้า Sahelanthropus หากทำสำเร็จจะทำให้มันหยุดชะงักไปชั่วคราวและทำให้เราโจมตีมันได้ฟรีๆ ระยะเวลาหนึ่ง

อย่าให้ความรวดเร็วของมันเมื่อตอนชมฉาก Cinematic ทำให้เสียขวัญ เพราะเอาเข้าจริงแล้ว Saheleanthropus ไม่ได้รวดเร็วอย่างที่คิด อีกทั้งคุณยังสามารถขึ้นรถยิงจรวดและรถถังในฉากเพื่อใช้มันโจมตี Sahelanthropus ได้ด้วย แต่มันก็สามารถใช้ท่าหมอกที่ทำให้รถของเราขึ้นสนิมจนใช้งานไม่ได้เช่นกัน

2. ทำลายหัวของ Sahelanthropus 
การทำลายหัวของมันคุณจำเป็นจะต้องทำลายจุดอ่อนทั่วทั้งตัวของมันให้หมดเสียก่อน จุดอ่อนนั้นคือบริเวณหน้าท่องของมันที่มีสิ่งที่คล้ายท่อ 2 ท่อยื่นออกมา ส่วนด้านหลังนั้นจะมีกล่องที่คล้ายเครื่องยนต์ ให้ยิงทำลายท่อทั้ง 4 ใต้กล่องให้หมด จากนั้นทำลายตัวเครื่องยนต์ โจมตีบริเวณที่เป็นส่วนหัวทรงกลม และยิงส่วนปืน Rail Gun หากคุณทำลายส่วนไหนได้สำเร็จก็ตาม Kaz จะกล่าวชมเราผ่านวิทยุทุกครั้ง เมื่อทำลายหมดแล้วให้ลองโจมตีเข้าที่หัว Sahelanthropus โดยตรงจนกระทั่งระเบิด ก็จะสำเร็จ Task ข้อนี้

3.โจมตีเด็กที่ควบคุม Sahelanthropus ให้สำเร็จ
การโจมตีของ Sahelanthropus เมื่อใกล้ถูกทำลายมันจะใช้การพุ่งเข้ามาหาเราและทุกอย่างรอบตัวจะช้าเหมือนเข้าสู่โหมด Reflex ให้รีบเปลี่ยนอาวุธที่โจมตีได้อย่างรวดเร็ว กด L2 และโจมตีเด็กที่ลอยอยู่ด้านหน้า Sahelanthropus ให้ได้ก็จะทำสำเร็จ Task นี้

หลังจากกำจัด Sahelanthropus ได้ และแก้แค้น Skull Face แล้ว ก็จะถือว่าจบ Chapter แรก

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
ความเร็วในการผ่านฉากคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ได้แรงค์ S ดังนั้นมีอาวุธหนักอะไรที่เตรียมมา ถล่มใส่มันเข้าไปอย่าได้หยุดยั้ง รีบกำจัดมันให้เร็วที่สุดคุณก็จะได้แรงค์ S มาแน่นอน

Mission 50: SAHELANTHROPUS (EXTREME)

Mission นี้จะมี Task เหมือนกับ Mission 31 ทุกประการ คุณจะต้องสู้กับ Sahelanthropus แต่ในระดับ Extreme นั้น Sahelanthropus จะมีพลังชีวิตที่มากขึ้นและเราจะถูกโจมตีแรงขึ้นเช่นกัน ท่าที่ควรต้องระวังให้มากนั้นคือท่าปล่อยมิสไซล์ติดตามซึ่งมีสิทธิจะทำให้เราตายได้ รวมถึงท่าพ่นไฟบนพื้นด้วย นอกจากนี้จะใช้วิธีการสู้เหมือนกับครั้งก่อน

Mission 32: TO KNOW TOO MUCH

Mission นี้มี task ทั้งหมด 6 ข้อ คือ

1. นำเจ้าหน้าที่ CIA กลับฐานก่อนที่ทหารโซเวียตจะได้ตัวเขา (ภารกิจหลัก)
ภารกิจนี้คุณจะต้องนำตัวเจ้าหน้าที่ CIA ซึ่งหลบหนีอยู่ที่กลางทะเลทรายกลับไปให้ได้ โดยทะเลทราบนี้จะอยู่ระหว่าง Lamar Khaate Palace และ Da Shago Kallai เมื่อคุณเข้าเขตทะเลทรายนี้ไม่นานคุณจะเห็นทหารขี่ Walker มุ่งตรงไปยังเจ้าหน้าที่ CIA ซึ่งทหารเหล่านี้มีด้วยกันทั้งหมด 4 นาย ทุกคนล้วนขี่ Walker คุณสามารถปล่อยให้พวกเขาเดินไปจนเจอเจ้าหน้าที่ CIA เมื่อพบแล้วพวกเขาจะทำการเรียกรถมารับตัว ในระหว่างรอนี้พวกเขาจะยืนคุ้มกันเจ้าหน้าที่ CIA โดยยืนหันหน้าออกจากกันซึ่งเป็นจังหวะที่เราสามารถทำให้พวกเขาสลบได้โดยง่าย เมื่อจัดการทหารทั้ง 4 นายแล้ว ให้ติดฟูลตอนที่เจ้าหน้าที่ CIA จนนำตัวเขากลับฐานก็จะสำเร็จภารกิจ

2. นำตัวเจ้าหน้าที่ CIA กลับฐานก่อนที่เขาจะถูกทีมค้นหาพบตัว
การจะทำ Task นี้ได้ คุณต้องอาศัยความเร็วพอสมควร นั่นคือคุณต้องกำจัดทหารที่ขี่ Walker 4 นายให้ได้ก่อนพวกเขาพบตัวเจ้าหน้าที่ CIA หากกคุณมีไรเฟิลยาสลบที่มีที่เก็บเสียงจะทำให้งานง่ายขึ้นมาก ทันทีที่คุณเข้าเขตทะเลทรายคุณจะเห็นทหารขี่ Walker นายหนึ่งหันหลังให้คุณเปิดช่องให้คุณกำจัดเขาได้อย่างง่ายดาย จากนั้นให้รีบตรงไปกำจัดคนที่สองซึ่งจะเดินมาจากทางขวา หากคุณทำเวลาได้ดีพอ คนที่ 3 และ 4 ที่ตามมาภายหลังจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่

3. นำตัวทหารที่ออกค้นหาเจ้าหน้าที่กลับฐาน
ภารกิจนี้สามารถทำควบคู่กับภารกิจหลักตามคำแนะนำข้างต้นได้ 

4. นำตัวคนขับรถที่จะมาพาตัวเจ้าหน้าที่ CIA กลับฐาน
การทำ Task คุณต้องปล่อยให้ทหารพบตัวเจ้าหน้าที่ CIA และทำการเรียกรถมารับ ในระหว่างนี้ให้คุณจัดการทหารทั้ง 4 นาย รอจนกระทั่งมีรถขับมา ให้คุณจัดการทหารที่เป็นคนขับซึ่งมาคนเดียวแล้วติดบัลลูนนำเขากลับฐาน

5. ช่วยนักโทษที่ Shago Village และ Lamar Khaate Palace
นี่เป็น Task ที่ต้องใช้ความอดทนมากพอสมควรเนื่องจากสถานที่ทั้ง 2 ค่อนข้างห่างไกลกันมากและนักโทษถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนาพอสมควร นักโทษคนแรกที่ Shago Village จะอยู่ในอาคารชั้นแรกที่เราสามารถกระโจนข้ามหน้าต่างได้ ส่วนที่ Lamar Khaate Palace นักโทษจะอยู่ในห้องขังข้างพระราชวังที่ถูกทำลายโดยคุณต้องทำการสะเดาะกุญแจเข้าไป ทั้ง 2 กรณีนั้นหากคุณมี Fulton Wormhole จะทำให้งานง่ายขึ้นมาก เพราะมันสามารถนำนักโทษกลับไปที่ฐานได้โดยไม่ต้องนำตัวออกมานอกอาคาร

6. นำทหารโซเวียตที่ต้องการสังหารเจ้าหน้าที่ CIA กลับฐาน
หากเจ้าหน้าที่ CIA โดนจับกุมตัวและพามาสู่ Lamar Khaate Palace แล้ว ไม่นานนักทหารโซเวียตที่จะสังหารเจ้าหน้าที่ CIA ก็จะมุ่งหน้ามายัง Lamar Khaate Palace เช่นกัน โดยทหารโซเวียตรายนี้จะนั่งรถจี๊ปมาจากถนนด้านทิศเหนือ จัดการชิงตัวกลับมาก็เป็นอันผ่าน

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เริ่มภารกิจมาก็ให้รีบวิ่งไปหาเจ้าหน้าที่ CIA และช่วยกลับมาได้เลยก่อนที่บรรดาทหารทีมค้นหาจะพบตัว เมื่อช่วยได้แล้วก็ออกจากพื้นที่ภารกิจซะเป็นอันเสร็จสิ้น

Mission 33: C2W (SUBSISTENCE) ดูที่ท้าย Mission 4 C2W

Mission 34: Backup, Back Down (EXTREME) ดูที่ท้าย Mission 9 Backup, Back Down

Mission 35: Cursed Legacy

ภารกิจนี้มี Task ให้เราทำทั้งหมด 6 หัวข้อคือ 

1. นำตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุงานวิจัยของ Code Talker กลับฐาน (ภารกิจหลัก)
ภารกิจนี้คุณจะต้องนำตู้คอนเทนเนอร์ 2 ตู้กลับไปที่ฐานก่อนที่เฮลิคอปเตอร์หน่วยของไซเฟอร์จะมาเอาก่อนให้ได้ ฉะนั้นคุณจะต้องมีบัลลูนฟูลตอนที่สามารถยกตู้คอนเทนเนอร์ให้ได้เสียก่อน ตอนเริ่มภารกิจคุณสามารถเลือกลงจอด ฮ. ได้สองที่คือบริเวณด้านบนและด้านล่างเยื้องไปทางซ้ายของ Lufwa Valley ทางที่ง่ายที่สุดคือให้เลือกลง ฮ. ทางด้านล่างของแผนที่ หลังจากลงจาก ฮ. แล้วให้วิ่งตรงไปด้านหน้าจนใกล้ถึงบริเวณทางใต้ของ Lufwa Valley คุณจะเห็นตู้คอนเทนเนอร์ใบแรกพร้อมทหารเฝ้ายาม 2 นาย ให้กำจัดพวกเขาด้วยวิธีใดก็ได้ ทางที่ดีควรล็อคคอเพื่อถามตำแหน่งคอนเทนเนอร์อีกใบด้วยเพื่อความสะดวกในการเดินทาง 

หลังจากตู้คอนเทนเนอร์ใบแรกถูกนำกลับไปที่ฐานแล้ว Kaz จะรายงานมาว่า เฮลิคอปเตอร์ของไซเฟอร์กำลังมุ่งหน้าไปเอาตู้คอนเทนเนอร์ คุณมีเวลาประมาณ 9 นาที เพื่อชิงตู้ก่อนมันจะตกไปอยู่ในมือไซเฟอร์ ตู้ใบที่ 2 จะอยู่ทางใต้ Lufwa Valley เช่นกันแต่อยู่ใกล้กว่า จากจุดของตู้ใบแรกให้วิ่งข้ามสะพานไม้ไปเพื่อเข้าไปในเขตป่า จากสะพานไม้ขอให้ตรงไปเรื่อยๆ คุณจะพบว่าทางเริ่มลดระดับลงและไม่ไกลนักคุณจะพบตู้คอนเทนเนอร์ตั้งอยู่พร้อมทหารยามอีก 2 นาย เช่นกัน กำจัดทหารยามอละติดบัลลูนที่ตู้ หลังจากนั้นออกจากอาณาเขตนี้ด้วยทางเท้าหรือเฮลิคอปเตอร์ก็ถือว่าทำสำเร็จ

2. จบ Mission ด้วยการขึ้นตู้คอนเทนเนอร์ที่ติดฟูลตอนกลับฐาน
วิธีนี้สามารถทำได้ง่ายๆ เมื่อคุณเหลือตู้คอนเทนเนอร์ให้นำกลับตู้สุดท้าย ให้ปีนขึ้นยืนบนตู้แล้วกดติดบัลลูน จากนั้นให้กดปุ่มสามเหลี่ยมค้างทันทีจะทำให้บัลลูนพาคุณออกจากฉากและถือเป็นการจบภารกิจภายในตัว

3. จบ Mission ด้วยการที่ไม่มีศัตรูเห็นว่าตู้ทั้ง 2 ใบ กำลังถูกขโมย 
สำหรับเงื่อนไขนี้ก็ตามชื่อของ task เลย นั่นคือเราต้องชิงตู้กลับมาโดยที่ไม่มีศัตรูเห็นว่าเรากำลังชิงตู้หรือไม่ปล่อยให้ศัตรูรู้ตัวด้วยว่าตู้นั้นหายไป ดังนั้นควรต้องจัดการกับบรรดาศัตรูที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับตู้ให้หมดเสียก่อนแล้วจึงค่อยชิงตู้กลับมา

4. ระบุพิกัดของทหารผ่านแฟ้มข้อมูล
การทำเงื่อนไขนี้เราจำเป็นต้องสำรวจแฟ้มข้อมูลจากภายในคฤหาสน์ของ Lufwa Valley ในภารกิจนี้จะมีแฟ้มข้อมูลด้วยกัน 2 จุด โดยจุดแรกคือภายในเตนท์แถวบริเวณน้ำตกขนาดใหญ่ในบริเวณป่าแถบทิศใต้ของอาคารหลักใน Lufwa Valley ซึ่งเมื่อสำรวจแล้วจะทำให้เราทราบตำแหน่งของตู้คอนเทนเนอร์แต่จะไม่มีผลอะไรกับเงื่อนไขนี้ ส่วนอีกจุดหนึ่งนั้นอยู่ในตัวอาคารบนโต๊ะในห้องแรกที่เราเข้ามาทางประตูหน้าเลย (เข้าประตูหน้าแล้วหันซ้ายก็จะเจอทันที) ซึ่งแฟ้มข้อมูลจุดที่สองนี่ล่ะที่จะทำให้ผ่านเงื่อนไข

5. ลักพาตัวผู้บัญชาการ Zero Risk Security ที่แมนชั่นกลับฐาน
ตัวผู้บัญชาการคนดังกล่าวจะอยู่ภายในตัวอาคาร โดยปกติก็จะอยู่ในห้องแรก (ห้องเดียวกับที่มีแฟ้มข้อมูลให้สำรวจ) นั่นเอง จุดสังเกตก็คือหมวกเบเรต์สีแดง

6. เก็บเพชรที่ถูกอีกาคาบไปบริเวณป้อมทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ Lufwa Valley
การจะเก็บเพชรดังกล่าวควรเลือกจุดเริ่มภารกิจทางทิศเหนือ จากนั้นวิ่งตรงไปยังบริเวณป้อมดังกล่าว จากตรงป้อมนั้นให้เราวิ่งมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของป้อม จะมีบริเวณหนึ่งเป็นเนินซึ่งด้านบนนั้นเป็นพื้นราบและมีต้นไม้ขึ้นอยู่ราว 4-5 ต้น เพชรดังกล่าวจะอยู่บนพื้นแถวบริเวณนั้น จุดสังเกตอีกประการคือในบริเวณนั้นจะมีหมาไนอยู่ราว 3-4 ตัวที่หากเราเข้าไปใกล้มากมันก็จะกระโจนเข้าโจมตี

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
เริ่มต้นภารกิจโดยเลือกจุดเริ่มทางทิศใต้ จากนั้นรีบมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่ตู้คอนเทนเนอร์ตั้งอยู่ หากคุณสามารถชิงตู้ออกมาได้ด้วยความรวดเร็วก็จะได้แรงค์ S มาโดยง่าย


Mission 36: Footprints of Phantoms (TOTAL STEALTH) ดูที่ท้าย Mission 15: Footprints of Phantoms

Mission 37: Traitor′s Caravan (EXTREME) ดูที่ท้าย Mission 16: Traitor′s Caravan

Mission 38: Extraordinary

ภารกิจนี้จะมี Task ทั้งหมด 5 ข้อ นั่นคือ

1. นำกล่องเก็บฟิล์มกลับมาที่ฐาน (ภารกิจหลัก)
ภารกิจนี้คุณจะต้องเดินทางไปที่ Spugmay Keep เพื่อนำกล่องใส่ฟิล์มข้อมูลกลับมาซึ่งจะมีทหารลาดตระเวณทั้งหน่วยสไนเปอร์และทหารสวมเกราะคอยคุ้มกัน อีกทั้งยังมีกำลังเสริมที่กำลังเดินทางมาอีกด้วย 

ฟิล์มที่เราตามหาจะซ่อนอยู่ในที่ใดที่หนึ่งจากสถานที่ 3 แห่งคือ บริเวณหน้าทางเข้าโบราณสถานจะพบไหที่ล้มอยู่ข้างหินสี่เหลี่ยม 



ที่ที่สองที่เราจะพบฟิล์มคือที่เสาของโบราณสถานซึ่งจะมีช่องไว้วางกล่องฟิล์ม



ที่สุดท้ายคือซากปรักหักพังด้านหลังโบราณสถาน ให้ค้นหาแท่นที่มีช่องวางตามรูปจะพบกล่องฟิล์มวางอยู่



ทันทีที่คุณเก็บกล่องฟิล์มได้ถือว่าปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้น ให้ออกมาจากอาณาเขตนั้นได้ทันที 

2. ยึด Spugmay Keep 
เราจะต้องยึดโบราณสถานแห่งนี้ด้วยการกำจัดทหารทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณไม่ว่าจะเป็นการทำให้สลบหรือฆ่าให้ตาย หากคุณนำระเบิด EMN มาด้วย ให้วางมันบนตรงกลางของถนนก่อนจะเข้าไปในโบราณสถาน เพราะมันจะทำให้รถของกำลังเสริมถูกไฟฟ้าช็อตและทำให้ทหารบนนั้นหมดสติชั่วขณะ

3. นำกล่องฟิล์มมาให้ได้ก่อนกำลังเสริมจะมาถึง
ให้คุณหากล่องฟิล์มตามรูปภาพด้านบนให้เร็วที่สุด ให้เลือกจุดลง ฮ. ตำแหน่งด้านบนเพื่อความรวดเร็ว

4. ช่วยนักโทษที่ป้อมทิศตะวันออกของ Spugmay Keep
ป้อมที่นักโทษคนนี้อยู่จะอยู่ที่จุด A ตามแผนที่ ซึ่งจะเป็นคนละเส้นทางกับการไปทำภารกิจหลัก เพราะฉะนั้นคุณจะต้องรีบไปช่วยนักโทษและรีบเดินทางไปเอากล่องฟิล์มอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นทหารจะทำลายกล่องฟิล์มทิ้งก่อน หากคุณได้กล่องฟิล์มและไปช่วยนักโทษภายหลังคุณอาจออกจาก Hot Zone และทำให้ภารกิจจบสิ้นทำให้ไม่สามารถเดินทางไปช่วยนักโทษต่อได้ ทางที่ดีที่สุดคือเล่นฉากนี้สองรอบ รอบแรกนำกล่องฟิล์มกลับมารอบที่สองค่อยช่วยนักโทษ



5. นำแร้งกริฟฟอนกลับไปที่ฐาน
แร้งตัวนี้จะเกาะอยู่บนเสาขนาดใหญ่ที่ Spugmay Keep ให้เราเดินไปบนเนินด้านข้างหันมาที่เสาและส่องกล้องขึ้นไปด้านบนจะพบแร้งอยู่ตัวหนึ่งตามภาพ ใช้ปืนยาสลบยิงจนมันร่วงลงมาและติดบัลลูนนำมันกลับฐาน



กลวิธีการเก็บแรงค์ S

ความเร็วในการผ่านฉากเป็นสิ่งสำคัญพอๆกับความเงียบเชียบในการปฏิบัติภารกิจ ดังนั้นขอให้เลือกเวลาในการเริ่มภารกิจในตอนกลางคืน จากนั้นวิ่งไปยัง Spugmay Keep และใช้กล้อง Night Vision Goggles มองหาจุดซ่อนฟิล์มจาก 3 จุดที่กล่าวไว้ข้างต้น เมื่อได้แล้วก็รีบออกจากพื้นที่ภารกิจทันที

Mission 39: Over the Fence (TOTAL STEALTH) 

ภารกิจนี้คือการช่วยตัวนักวิศวกรที่สร้างแขนกลให้เราเช่นเดียวกับที่เราเคยเล่นมาก่อน แต่ครั้งนี้เกมจะเพิ่มระดับความยากขึ้นด้วยการเพิ่มเงื่อนไขว่าทันทีที่เราถูกพบตัวภารกิจจะล้มเหลวทันที 

Mission 40: Cloaked in Silence (EXTREME) ดูที่ท้าย Mission 11 Cloaked in Silence 

Mission 41: Proxy War Without End

Mission นี้จะมี Task ให้ทำทั้งหมด 7 ข้อด้วยกันคือ

1. ทำลายเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ (ภารกิจหลัก)
2. ทำลายรถถัง 2 คัน (ภารกิจหลัก)
3. ทำลายรถหุ้มเกราะ 2 คัน (ภารกิจหลัก)
ในภารกิจนี้เราจะต้องกำจัดยานพาหนะทั้ง 5 ที่กำลังเดินทางมารวมตัวกันที่สถานีรักษาการณ์แห่งหนึ่ง อุปกรณ์ที่เราไม่ควรขาดคือบัลลูนฟูลตอนที่สามารถยกยานพาหนะได้ ส่วน EMN-Mine ถ้ามีก็จะทำให้งานสะดวกขึ้น และคู่หูของคุณควรจะเป็น D-Horse

เริ่มแรกให้เราเลือกจุดลง ฮ. ที่กลางแผนที่หรือทางใต้ของ Ditadi Abandoned Village ลงมา จากนั้นให้เดินทางไปที่จุด A ตามรูปภาพ 



จะเป็นถนนที่รถหุ้มเกราะกับรถถังจะวิ่งมาถึงพร้อมกัน ให้วาง EMN ลงบนถนนหนึ่งลูก และนำ D-Horse มายืนข้างหน้า EMN หมอบหลบข้างทางรอจนกระทั่งรถ 2 คันมาถึง ทันทีที่คันแรกบีบแตรไล่ D-Horse ให้วิ่งหารถถังคันหลังเพื่อติดบัลลูนทันที (ไม่ต้องกลัวว่ารถถังจะได้ยินเสียงวิ่ง ให้ระวังอย่าปรากฏตัวด้านหน้าปากกระบอกปืนมันก็พอ) จากนั้นรถคันแรกจะวิ่งต่อไปและถูก EMN ตรึงไว้กับที่ให้รีบติดบัลลูนอีกอีกคัน (เมื่อรถถูกกระแสไฟฟ้า EMN มันจะหันหัวกระบอกปืนมันไปรอบๆ ให้ระวังการพบตัวด้วย)

จากนั้นให้วิ่งไปที่ท้ายสถานีจะพบว่ารถถังอีกคันหนึ่งมาจอดรออยู่แล้ว และมันหันหลังให้เราสามารถเข้าไปติดบัลลูนได้อย่างง่ายดายทันที

ต่อมาให้กลับมาที่ถนนเดิมที่เราจัดการรถ 2 คัน จะมีรถหุ้มเกราะอีกคันวิ่งมา ใช้ D-Horse หรือ EMN ขวางทางก็สามารถนำมันกลับไปฐานได้

สุดท้ายคือเฮลิคอปเตอร์ มันจะบินมาร่อนลงจอดที่สถานี คุณจำเป็นต้องใช้อาวุธหนักอย่างเครื่องยิงจรวดทำลายมัน หากคุณมี CGM 25 ในครอบครองจะทำให้ง่ายขึ้นมากเนื่องจากมันสามารถล็อคเป้าหมายให้ถ้าอยู่ในระยะใกล้พอ อย่างไรก็ตามถ้าคุณใช้ CGM ระดับแรกคุณจะต้องยิงมัน 2 ครั้งถึงจะทำลายมันได้ พยายามยิงมันจากทางด้านหลังจะทำให้คุณไม่เข้าสู้สถานะ Alert อีกวิธีการคือใช้ระเบิด C4 วางไว้บนพื้นดินตรงที่ที่เฮลิคอปเตอร์ลอยอยู่ โดยวางสักประมาณ 4 - 5 ลูก เพื่อความแน่นอน จากนั้นถอยออกมาแล้วกดระเบิดถือเป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ

4. นำรถหุ้มเกราะ 2 คันและรถถัง 2 คัน กลับไปที่ฐาน
หากทำตามคำแนะนำด้านบน จะสำเร็จ Task นี้ไปในตัว

5. นำตัวผู้บัญชาการยานเกราะกลับไปที่ฐาน
ผู้บัญชาการคนนี้จะอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ หากคุณต้องการจับตัวเขาจะต้องมีการเล่นที่ไม่เป็นไปตามบทสรุปด้านบนนิดหน่อย นั่นคือหลังจากจัดการรถหุ้มเกราะและรถถังทั้ง 4 คันแล้ว อย่าเพิ่งทำลายเฮลิคอปเตอร์ ให้วิ่งไปที่สนามบิน Nova Braga Airport ไปที่หอบังคับการบินที่ตั้งอยู่ข้างลานบิน (ระวังหน่วยสไนเปอร์ที่อยู่บนหลังคาอาคารด้วย) ให้ลอบเร้นขึ้นไปด้านบนหลังคาจัดการสไนเปอร์ที่ประจำการอยู่ จากนั้นให้รอจนกระทั่งเฮลิคอปเตอร์บินเข้ามาเรื่อยๆ มันจะลงจอดด้านหน้าหอบังคับการบินพอดี ไม่ช้าผู้บัญชาการจะลงจาก ฮ. ในตอนนี้ให้ยิงปืนยาสลบใส่และพาตัวเขากลับได้ทันที (ไม่ต้องกลัวว่าเฮลิคอปเตอร์ที่ลอยอยู่ใกล้ๆ จะเห็น ตราบเท่าที่เราไม่ไปโผล่ที่ด้านหน้าของมัน) 

6. เก็บเพชรที่ซ่อนโดยผู้บัญชาการยานเกราะ
เมื่อเราเข้าถึงตัวผู้บัญชาการได้แล้ว ถ้าเราล็อคตัวเขาและถามคำถามเขาจะพูดสรรเสริญเราว่าสมกับเป็นทหารในตำนาน และถ้าคุณถามต่อไปเรื่อยๆ สัก 4 ครั้ง เขาจะบอกที่ซ่อนเพชรซึ่งเป็นอาคารที่อยู่หลังรั้วหลังหอบังคับการบิน ตามรูปภาพนี้



เมื่อเดินทางไปถึงห้องในแผนที่แล้วให้วิ่งไปที่ชั้นวางของหลังห้อง ให้ยืนชิดกับชั้นวางของจะพบคำสั่งขึ้นให้เก็บเพชรได้ 



7. เก็บ Blueprint จากเฮลิคอปเตอร์
เมื่อคุณสามารถทำลายเฮลิคอปเตอร์ตามเป้าหมายได้ ให้ไปที่ซากของเฮลิคอปเตอร์จะพบของที่คล้ายกระเป๋าวางอยู่ซึ่งเป็น Blueprint ให้เก็บมา



กลวิธีการเก็บแรงค์ S
วิธีที่แนะนำคือให้เลือกจุดเริ่มภารกิจของตรงกลางฉาก จากนั้นรีบมุ่งหน้าไปยังป้อมใกล้ๆ กันนั้นเพื่อดักรอยานพาหนะทั้ง 4 ที่จะต้องผ่านมายังบริเวณนี้ ใช้ Fulton ชิงยานพาหนะของพวกมันมาให้หมดทั้ง 4 คัน จากนั้นก็ใช้ร็อคเก็ตลอนเชอร์ยิงทำลายเฮลิคอปเตอร์ไปเลย พร้อมกับหนีออกจากพื้นที่ก็เป็นอันเรียบร้อย

Mission 42: Metallic Archaea (EXTREME) ดูที่ท้าย Mission 29 Metallic Archaea 

Mission 43: Shining Lights, Even in Death 

Mission นี้ จะมี task ให้ทำทั้งหมด 2 หัวข้อด้วยกัน นั่นคือ

1. หาตัวผู้ที่ส่งสัญญาณให้พบ
2. กำจัดผู้ที่ติดเชื้อ
ภารกิจนี้มีเป้าหมายคือหาต้นตอของตัวแพร่เชื้อที่แล็บในเขตกักกันผู้ป่วยของเราและกำจัดผู้ติดเชื้อมั้งหมด ภารกิจนี้ไม่มี Rank ให้ทำและไม่มีอะไรซับซ้อนเพียงแค่คุณต้องเดินขึ้นบันไดไปถึงชั้นบนสุดของแล็บเท่านั้น โดยระหว่างทางคุณจะพบทหารที่ติดโรคร้ายมากมายจนกระทั่งถึงชั้นบนสุดคุณจะพบต้นตอของการแพร่เชื้อ เมื่อชมคัทซีนจบคุณจะได้อุปกรณ์ที่เป็นกล้องส่องผู้ติดเชื้อมา ให้ฆ่าทหารสามนายด้านหน้าเราและกดปุ่มลูกศรทางซ้ายเพื่อเป็นการเลือกอุปกรณ์ ให้เลือกกล้องที่เพิ่งได้มาจะทำให้เรามองเห็นผู้ติดเชื้อได้ โดยผู้ติดเชื้อจะมีแสงสีเหลืองสว่างที่คอคุณต้องฆ่าผู้ติดเชื้อเหล่านี้ให้หมดรวมถึงเดินกลับไปยังจุดเริ่มต้นด้วย

ระหว่างทางคุณจะพบทหารที่สวมหน้ากากกันแก๊ซพิษคนหนึ่งคุณจะพยุงเขาไปที่หน้าประตูทางออก แต่เมื่อไปถึงแล้วปรากฏว่าทหารนายนั้นกลับติดเชื้อระหว่างทาง ให้คุณวางเขาลงและสังหารเขาจึงจบภารกิจ ซึ่งหากเรากำจัดผู้ติดเชื้อทุกรายโดยไม่ปล่อยใครให้เหลือรอดก็จะผ่านเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อทันที

Mission 44: PITCH DARK (TOTAL STEALTH) ดู Mission 13: PITCH DARK

Mission 45: QUIET EXIT

Mission นี้จะทำให้คุณได้พบฉากจบที่แท้จริงของ Quiet คุณจะต้องทำเงื่อนไขในการปลดล็อคนั่นคือ

- คุณจะต้องมี Quiet เป็นคู่หู (ไว้ชีวิต Quiet ใน Mission ที่ 11) 
- Quiet จะต้องมีค่า Bond กับคุณในระดับที่สูง (ให้ใช้เธอร่วมในภารกิจบ่อยๆ)
- คุณจะต้องผ่านเหตุการณ์การระบาดของปรสิตที่ฐานครั้งที่สองและเห็นฉากที่ Huey ถูกเนรเทศแล้ว (Mission 43) 
- ไม่ใช้สัญลักษณ์ Butterfly มาเป็น Emblem (หากใช้อยู่ให้ถอดออก)
- คุณต้องเล่น Mission ทั้งหมดจนมาถึง Mission ที่ 45 

จากนั้นจะมีการรายงานจาก Kaz และ Ocelot ว่า Quiet หายตัวไป จากนั้นจึงขึ้นภารกิจตามหา Quiet ที่จะอยู่ใน Side Ops 150 เป็นภารกิจที่มีตัวอักษรสีเหลือง

คำเตือน: การทำ Mission นี้จะนำไปสู่ Mission 45 โดยอัตโนมัติซึ่งผลสุดท้ายจะทำให้ Quiet จากไปโดยถาวร ทำให้คุณไม่สามารถใช้เธอเป็นคู่หูได้อีกต่อไป เพราะฉะนั้นหากคุณยังอยากใช้เธอเป็นคู่หูต่อ อย่าทำ Mission นี้เด็ดขาด แต่ถ้าคุณตัดสินใจแล้ว ก่อนที่คุณจะเริ่มต้น Side Ops นี้ แนะนำว่าให้เตรียมตัวให้พร้อมโดยเฉพาะปืนยิงจรวดที่ควรพัฒนาให้สูงที่สุดเพราะคุณจะเจอกับคลื่นศัตรูที่หนักหน่วงมากและทันทีที่คุณเริ่มต้น Mission 45 แล้ว คุณไม่สามารถออกจากภารกิจนี้ได้นอกจาก Restart Mission นี้เท่านั้น

ใน Side Ops นี้จะไม่มีอะไรซับซ้อนมากนัก คุณแค่เดินทางไปยังเป้าหมายกำจัดทหารรักษาการณ์และเข้าไปในแคมป์เพื่อสำรวจแฟ้มข้อมูลเราจะได้รู้ที่อยู่ของ Quiet จากนั้น Mission 45 จะเริ่มโดยอัตโนมัติ 

ชุดที่แนะนำ: Parasite Suit
ไอเท็มที่แนะนำ: Parasite (Armor)
อาวุธที่แนะนำ: ปืนยิงลูกระเบิดชนิดไหนก็ได้และปืนยิงจรวด CGM 25 (เกรด 6 จะดีที่สุด)

Mission นี้ มี task ทั้งหมด 5 หัวข้อนั่นคือ

1. หาทางติดต่อ Quiet ให้ได้
ไม่มีอะไรยาก และเงื่อนไขนี้จะสำเร็จได้ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นภารกิจที่เราได้รับชมคัตซีนตอนเจอเธออีกครั้งแล้วด้วยซ้ำ

2. กำจัดหน่วยยานเกราะของโซเวียตให้สิ้นซาก
จำนวนของยานเกราะที่เราต้องเผชิญในฉากนี้มีทั้งหมด 14 คันบวกกับเฮลิคอปเตอร์รบอีก 1 ลำ จึงเป็นการต่อสู้ที่โหดหินมากๆ จึงขอแนะนำวิธีในการรับมือกับหน่วยยานเกราะดังต่อไปนี้
- ก่อนเริ่มการต่อสู้ เกมจะให้ร็อคเก็ตลอนเชอร์กับเรามา ซึ่งถ้าเราไม่ได้ติดอาวุธชนิดนี้มาเองก็ดี แต่ถ้าเราติดของเรามาเองที่พัฒนามาแล้วก็เปลี่ยนไปใช้อันนั้นจะดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง CGM 25 ที่สามารถล็อคเป้าได้และโจมตีได้หลายนัดในการยิงครั้งเดียว
- ทันทีที่เห็นรถปรากฏตัวขึ้นมาก็ขอให้รีบวิ่งเข้าไปปะทะทันทีอย่ามัวเสียเวลาใช้กล้องส่องเพื่อจับเป้าหมาย เพราะยิ่งเราเคลื่อนไหวและรีบจัดการพวกมันเท่าไหร่ โอกาสที่ Quiet จะโดนโจมตีก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น
- รถแต่ละคันที่ปรากฏตัวขึ้นมาจะมุ่งเป้าไปที่ Quiet ก่อน เราจึงสามารถวิ่งตรงเข้าไปหาแต่ละคันได้เลย แต่ก็ขอให้ระวังบรรดาทหารที่อยู่รอบๆรถในแต่ละคันด้วย
- ในตอนใกล้จบการต่อสู้ เฮลิคอปเตอร์รบก็จะโผล่ออกมา รีบจัดการมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะมันจะคอยก่อกวนเราแน่นอน หากว่าร็อคเก็ตลอนเชอร์ที่มีกระสุนไม่เพียงพอ ก็ใช้ป้อมปืนบริเวณใกล้เคียงยิงจัดการมันแทน
- สิ่งที่จะช่วยให้เล่นได้สะดวกขึ้นมากก็คือ Parasite Suit และไอเท็ม Parasite (Armor) ที่จะช่วยให้เรารับการโจมตีได้สบายและช่วยให้ง่ายขึ้นมาก 

3. เก็บเทปคาสเซ็ตของ Quiet กลับมา
เงื่อนไขนี้จะทำได้ก่อนจบภารกิจ ภายหลังจากที่ทำลายยานเกราะทั้งหมดและได้ดูคัตซีนที่ Quiet สื่อสารกับ Pequod เพื่อบอกตำแหน่งให้มารับตัวแล้ว ในตอนที่เราบังคับ Big Boss ได้อีกครั้งแทนที่เราจะรีบขึ้นคอปเตอร์กลับไป ขอให้สังเกตที่พื้นจะเห็นรอยเท้าอยู่ เดินตามรอยเท้าไปจนถึงที่สุดก็จะพบกับเทปของ Quiet ที่แขวนอยู่บนต้นไม้ เป็นอันผ่านเงื่อนไข

4. ชิงรถถัง 7 คันและรถหุ้มเกราะ 7 คันกลับมา
เงื่อนไขนี้เป็นแบบเดียวกันกับข้อ 2 เพียงแต่แทนที่จะยิงทำลายก็เปลี่ยนเป็นการพุ่งเข้าไปใช้ Fulton เพื่อชิงรถกลับมาแทน ซึ่งหากมี Wormhole Fulton ก็จะช่วยให้ง่ายขึ้นอย่างมาก สามารถดูตัวอย่างการเล่นได้ตามด้านล่าง



5. จบภารกิจโดยที่ Quiet ไม่โดนโจมตี
เป็นเงื่อนไขที่ค่อนข้างโหดหิน สิ่งที่เราควรทำก็คือรีบกำจัด (หรือจับ) บรรดารถแต่ละคันให้เร็วที่สุด เพราะพวกรถมีโอกาสที่จะโจมตี Quiet มากกว่าบรรดาทหารเดินเท้าในฉาก แต่ก็อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าเริ่มต้นมาแต่ละคันจะมุ่งความสนใจไปที่ Quiet ก่อนแน่นอน ดังนั้นหากเรารีบวิ่งเข้าไปกำจัดรถก่อนก็จะช่วยให้ทำเงื่อนไขสำเร็จได้โดยง่าย

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
ความเร็วในการผ่านฉากคือสิ่งสำคัญ รวมถึงการได้คะแนนโบนัสจากการทำเงื่อนไข 2 ประการนั่นคือการใช้ Fulton จับรถทุกคันและการจบภารกิจโดยที่ Quiet ไม่โดนโจมตี ซึ่งจะช่วยให้คะแนนหลังจบฉากมากขึ้นอีกด้วย สิ่งที่ขอแนะนำให้ใช้เป็นอย่างยิ่งสำหรับฉากนี้คือ Parasite Suit ที่ใช้พลัง Armor เพราะจะทำให้เล่นได้สะดวกง่ายขึ้นมาก

Mission 46: THE MAN WHO SOLD THE WORLD

Mission นี้การเดินเรื่องเหมือนกับ Mission 0: Awakening ทุกประการ ต่างเพียงแค่จะไม่มีฉากควบม้าให้เล่น ถือเป็น Mission ที่เปิดเผยเรื่องราวมากกว่า แต่ว่า task จะต่างกัน แม้ว่าจะมี 2 หัวข้อเช่นกันนั่นคือ

1. กำจัดทหารทั้ง 6 รายที่อยู่ในบริเวณห้องโถง
ทหารทั้ง 6 รายที่ว่าจะอยู่ในห้องโถงก่อนที่เราจะออกไปสู่ด้านนอกโรงพยาบาล จะใช้ปืนเก็บเสียงกำจัดพวกมันให้หมดหรือจะใช้ปืนกลมือก็ตามแต่สะดวก

2. โจมตี Man on Fire ทั้งหมด 20 ครั้ง
เงื่อนไขนี้ไม่มีอะไรยุ่งยาก ขอแค่ยิงมันให้โดน 20 ครั้งก็เพียงพอ แค่ระวังการโจมตีของมันที่เป็นการระเบิดพลังจนส่งกระสุนออกมาโจมตีไปทั่วบริเวณก็พอ (สามารถหลบหลังสิ่งกีดขวางได้อย่างปลอดภัย)

กลวิธีการเก็บแรงค์ S
ไม่มีอะไรยุ่งยากเลย ขอแค่ผ่านฉากด้วยความรวดเร็วก็พอ ดังนั้นขอให้กดข้ามคัตซีนทุกฉากก็จะได้มาโดยง่าย

Mission 47: THE WAR ECONOMY (TOTAL STEALTH) ดู Mission 21: THE WAR ECONOMY

Mission 48: CODE TALKER (EXTREME) ดู Mission 28: CODE TALKER

Mission 49: OCCUPATION FORCE (SUBSISTENCE) ดู Mission 8: OCCUPATION FORCE

Mission 50: SAHELANTHROPUS (EXTREME) ดู Mission 31: SAHELANTHROPUS

จำนวนของภารกิจหลักก็เป็นอันครบถ้วนทั้งหมด 50 ภารกิจตามนี้


4 รายละเอียดคู่หู

สำหรับในส่วนนี้จะเป็นรายละเอียดของคู่หูแต่ละราย รวมถึงวิธีการได้คู่หูมาช่วยปฏิบัติภารกิจด้วย ทั้งนี้ค่าความสัมพันธ์กับคู่หูจะบ่งบอกด้วยตราสัญลักษณ์ของ Diamond Dogs ซึ่งหากตราสัญลักษณ์ขึ้นจนเป็นสีขาวเต็มไปหนึ่งตรานั่นแปลว่าค่าความสัมพันธ์กับคู่หูขึ้นไป 10% แล้ว เมื่อเต็มหมดก็คือครบ 100%

D-Horse
D-Horse เป็นม้าที่เราได้มาตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งมีประโยชน์สำหรับการเดินทางไปไหนมาไหนอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญคือหากเราปล่อยม้าไว้ขวางเส้นทางของพาหนะศัตรูก็จะสามารถทำให้ศัตรูหยุดพาหนะเป็นการเปิดโอกาสให้เราจัดการได้ด้วย โดยเราสามารถสั่งการ D-Horse ได้ดังนี้
-Stay back จะเป็นการสั่งให้ม้าออกห่างจากจุดที่เราอยู่
-Whistle จะเป็นการผิวปากเรียกม้ามาหาเราในทันที (ต่อให้อยู่ห่างกันมากแค่ไหนก็จะวิ่งมาปรากฏตัวให้เห็นทันที)
-Do it (defecate) คำสั่งนี้จะใช้งานได้เมื่อค่าความสัมพันธ์สูงถึง 50% แล้ว โดยม้าจะทำการปล่อยของเสียลงกับพื้น ซึ่งหากยานพาหนะขนาดเล็กมาเหยียบเข้าก็จะทำให้ไถลได้เลย

Quiet
การจะได้ Quiet มาเป็นคู่หูนั้นเราต้องผ่านภารกิจหลักที่ 11 และเลือกที่จะไว้ชีวิตเธอ จากนั้นเล่นต่อให้ผ่านภารกิจหลักที่ 14 และเคลียร์ Side Op ที่ 111 ซะ จากนั้นในตอนที่เราจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ก็จะมีคัตซีนให้เห็นแล้วเราก็จะได้ Quiet มาเป็นคู่หูแล้ว โดยเราสามารถสั่งการเธอได้ดังต่อไปนี้
-Fire เป็นการสั่งให้เธอยิงศัตรูที่เราใช้กล้องส่องอยู่ หรือศัตรูรายใดก็ตามที่เธอเล็งอยู่
-Take Aim คำสั่งนี้ต้องมีค่าความสัมพันธ์ถึง 25% ก่อน โดยจะเป็นการสั่งเธอให้ทำการเล็งศัตรูรายใดที่เราใช้กล้องส่องอยู่ หรือรายใดก็ตามที่เธอเล็งอยู่ และเธอจะเปิดฉากยิงเมื่อเราสั่งหรือเมื่อเรายิงเข้าใส่ศัตรูรายนั้นก่อน (จะมีประโยชน์ในกรณีที่เจอกับศัตรูที่ใส่หมวกเหล็กเพราะนัดแรกของเราสามารถยิงหมวกเหล็กกระเด็นได้ แล้วจากนั้น Quiet จะซ้ำนัดที่สองเข้าหัวให้ทันที)
-Cover Me คำสั่งนี้ต้องมีค่าความสัมพันธ์ถึง 50% ก่อน โดยจะเป็นการสั่งให้เธอยิงได้ตามใจชอบ
-Cease Cover คำสั่งนี้ต้องมีค่าความสัมพันธ์ถึง 50% ก่อน โดยจะเป็นการสั่งให้เธอหยุดยิง
-Shoot this (grenade ricochet) คำสั่งนี้ต้องมีค่าความสัมพันธ์ถึง 75% ก่อน โดยจะเป็นการสั่งให้เธอยิงระเบิดที่เราขว้างไปเพื่อให้มันกระดอนเข้าใส่ศัตรู
-Quiet คำสั่งนี้เป็นการคุยกับเธอเฉยๆ แต่ปฏิกิริยาของเธอจะต่างไปตามระดับความสัมพันธ์
เราสามารถสั่งการให้ Quiet ไปซุ่มตามจุดต่างๆ ได้โดยการเปิดแผนที่ขึ้นมา จากนั้นกดปุ่มทิศทางบนหรือล่าง จะมีให้เลือกสั่งการคือ Quiet (Scout) และ Quiet (Attack) ซึ่งจะเป็นการสั่งให้เธอไปสำรวจสถานที่ล่วงหน้าหรือบุกไปซุ่มจู่โจมตามลำดับ เพียงแต่จุดที่เราจะสั่งการเธอได้นั้นจะเป็นกำหนดเอาไว้ตายตัว ไม่สามารถสั่งการให้ไปประจำตำแหน่งไหนได้เองโดยอิสระ

D-Walker
D-Walker จะมาเป็นคู่หูให้เราเรียกใช้ได้ภายหลังจบภารกิจหลักที่ 13 และเป็นคู่หูรายเดียวที่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มค่าความสัมพันธ์ แต่ความสามารถจะขึ้นอยู่กับอาวุธและอุปกรณ์ที่เราพัฒนาและติดตั้งให้ ซึ่งจะส่งผลแตกต่างกันดังต่อไปนี้
-Whistle เป็นการผิวปากเรียกให้มาหาในตำแหน่งที่เราอยู่
-Normal mode เป็นการสั่งให้กลับสู่ภาวะปกติ (จะเป็นการหยุดคำสั่งการในโหมดอื่นๆ ทั้งหมด)
-Stealth mode คำสั่งนี้จะใช้ได้เมื่อติดตั้ง Support Head จะเป็นการสั่งให้ D-Walker หยุดนิ่งอยู่กับที่และเปิดระบบพรางตัว
-Search mode คำสั่งนี้จะใช้ได้เมื่อติดตั้ง Scouting Head จะเป็นการสั่งให้ D-Walker หยุดนิ่งอยู่กับที่และเปิดระบบค้นหาศัตรู ซึ่งจะช่วยระบุตัวศัตรูได้ในรัศมี 180 เมตร แม้ว่าศัตรูจะอยู่เบื้องหลังสิ่งกีดขวางก็ตาม
-Intercept mode คำสั่งนี้จะใช้ได้เมื่อติดตั้ง Intercept Head จะเป็นการสั่งให้ D-Walker หยุดนิ่งและจู่โจมศัตรูที่อยู่ในรัศมี 60 เมตร

D-Dog
การจะได้ D-Dog มาใช้งานนั้น ก่อนอื่นเราต้องเก็บ D-Dog กลับฐานเสียก่อน โดยในเบื้องต้นเราจะพบ D-Dog ในสภาพที่ยังเป็นลูกหมาได้ใกล้กับจุดเริ่มต้นของภารกิจที่ 3, 4 และ 5 และหากเราลงพื้นที่โดยไม่ได้รับภารกิจใดเป็นพิเศษก็จะพบลูกหมาได้ในบริเวณพื้นที่ดังนี้คือ Da Shago Kallai, Eastern Communications Post และ Wakh Sind Barracks เมื่อเจอลูกหมาแล้วก็ใช้ Fulton จับกลับมาได้เลย จากนั้นเมื่อเรากลับ Mother Base ก็จะได้เห็นคัตซีนพิเศษ ต่อมาเราต้องปฏิบัติภารกิจหลักด้วยกันทั้งหมด 6 ภารกิจ (เล่นซ้ำก็ได้) แต่ใน 6 ภารกิจนั้นอย่างน้อยต้องเคลียร์ภารกิจ 3 ภารกิจจากภารกิจทั้ง 4 ดังต่อไปนี้คือ 7, 8, 9 และ 10 เมื่อเรากลับ Mother Base อีกครั้ง D-Dog ก็จะพร้อมลงสนามแล้ว

ประโยชน์ที่ดีที่สุดของ D-Dog ก็คือความสามารถในการตรวจจับศัตรู, กับระเบิด, ยานพาหนะ, พืชที่สามารถเก็บได้, อาวุธตามฉาก รวมถึงเชลยศึกภายในรัศมีทำการ ยิ่งค่าความสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้นรัศมีการตรวจจับก็จะยิ่งกว้างขึ้น โดยหากค่าความสัมพันธ์สูงกว่า 75% เมื่อไหร่จะมีระยะตรวจจับไกลถึง 120 เมตรทีเดียว โดยเราสามารถสั่งการ D-Dog ได้ดังนี้
-Wait เป็นการสั่งให้รออยู่กับที่
-Whistle เป็นการผิวปากเรียกให้มาหาเราในตำแหน่งที่อยู่
-DD เป็นการเรียกให้มาหาเราในตำแหน่งที่อยู่
-Bark คำสั่งนี้จะใช้ได้เมื่อค่าความสัมพันธ์ถึง 25% โดยจะเป็นการสั่งการให้เห่าเพื่อดึงความสนใจของศัตรู
-Keep em busy คำสั่งนี้จะเป็นการสั่งให้เข้าโจมตีศัตรูและยื้อยุดอยู่พักหนึ่ง แต่หากเราไม่เข้าไปชิงจังหวะจัดการศัตรูแล้ว D-Dog จะโดนโจมตีกลับมาและทหารศัตรูก็จะเข้าภาวะระวังภัยทันที
-Do it (kill enemy) คำสั่งนี้จะใช้ได้เมื่อใส่ชุด Sneaking (Knife) ให้ D-Dog เท่านั้น ซึ่งจะเป็นการสั่งให้โจมตีและสังหารศัตรูไปเลย
-Do it (knock out enemy) คำสั่งนี้จะใช้ได้เมื่อใส่ชุด Sneaking (Stun) ให้ D-Dog เท่านั้น จะเป็นการสั่งให้โจมตีและทำให้ศัตรูสลบ
-Do it (wound enemy) คำสั่งนี้จะใช้ได้เมื่อใส่ชุด Battle Dress ให้ D-Dog เท่านั้น จะเป็นการสั่งให้โจมตีและทำให้ศัตรูบาดเจ็บสาหัส
-Got it คำสั่งนี้จะใช้ได้เมื่อใส่ชุด Tactical (Fulton) ให้ D-Dog เท่านั้น จะเป็นการสั่งให้เข้าไปใช้ Fulton ใส่มนุษย์หรือสัตว์ที่อยู่ใกล้ที่สุดและสามารถจับตัวกลับมาได้

TOP