Wikigame

ภายหลังจากการจู่โจมของกองกำลังไม่ทราบฝ่ายอย่างเฉียบพลันที่ส่งผลให้ฐานทัพของกองกำลังทหารไร้พรมแดนอันเลื่องชื่ออย่าง Militaires Sans Frontières อันนำโดยทหารรับจ้างในตำนานอย่าง Big Boss พร้อมกับคนสนิทอย่าง Kazuhira Miller นั้นต้องพังพินาศและจมลงสู่ก้นสมุทรไปตลอดกาล กาลเวลาก็ได้ล่วงเลยไป 9 ปีจนเข้าสู่ปี 2527 พร้อมกับสภาพสังคมและการเมืองของโลกที่แปรผันไปตามกาลเวลา

ชายผู้หนึ่งลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งภายในประเทศไซปรัสพร้อมด้วยความรู้สึกมึนงงและสับสนจนจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าตนคือใครและทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ซ้ำร้ายแพทย์ผู้ดูแลจำต้องแจ้งข่าวร้ายให้ชายผู้นั้นทราบว่านอกจากเวลาที่เสียไปถึง 9 ปีเต็มอย่างไม่อาจเรียกคืนมาได้แล้ว เขายังต้องเสียแขนซ้ายไปตลอดกาลพร้อมกับได้ของแถมบนหน้าผากขวาของตนเป็นเศษโลหะที่ปักคาอยู่โดยที่ตนไม่ยินยอมพร้อมใจ มิหนำซ้ำแพทย์ยังให้ความเห็นว่าหากฝืนผ่าตัดออกมาอาจทำให้เกิดอาการเลือดคั่งในสมองแน่นอน ความสับสนมึนงงและไม่อาจทำใจยอมรับความสูญเสียได้ทำให้ชายผู้นั้นตกอยู่ในสภาวะช็อค จนแพทย์และพยาบาลต่างต้องเข้ามาดูแลอาการและช่วยให้สงบสติอารมณ์ได้ในที่สุด

ภายหลังจากที่ได้สติมาไม่กี่สัปดาห์ แพทย์ผู้ดูแลได้เข้ามากล่าวกับชายผู้นั้นอย่างร้อนรนว่ามีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่หวังจะไล่ล่าหมายเอาชีวิตของชายคนดังกล่าว แพทย์ผู้ดูแลย้ำเตือนว่านับแต่วันนี้ไปขอให้ทิ้งชื่อและทิ้งอดีตเดิมของตนให้หมดและถือกำเนิดใหม่ในนามของ Ahab แทนพร้อมกับกล่าวให้ Ahab เลือกหน้าตาใหม่ที่ตนต้องการ หากแต่ไม่ทันที่จะได้เริ่มต้นการศัลยกรรม กลับมีมือสังหารสาวผู้หนึ่งเข้ามาจัดการสังหารแพทย์ผู้นั้นไปอย่างเงียบเชียบ ส่วน Ahab ที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่อาจทำอะไรได้ด้วยความที่ร่างกายของตนยังไม่ฟื้นฟูดีพอ และเมื่อมือสังหารสาวเสร็จธุระกับแพทย์ผู้ดูแลแล้วก็มุ่งหน้าเข้ามาหา Ahab พร้อมเตรียมลั่นไกปลิดชีพ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นผู้ป่วยที่อยู่ในเตียงข้างเคียงผู้มีผ้าพันแผลพันรอบใบหน้าก็ได้เข้ามาขัดขวางเอาไว้ได้ทันท่วงที ท่ามกลางความชุลมุนนั้นมือสังหารสาวได้ถูกขวดแอลกอฮอล์ปาเข้าใส่จนชุ่มตัวก่อนจะโดนไฟแช็คแผดเผาทั้งร่างและตกหน้าต่างไปในที่สุด 

ชายผ้าพันแผลได้เข้ามาดูอาการของ Ahab พร้อมกับแนะนำตัวเองว่าชื่อ Ishmael และคอยเฝ้าดู Ahab มาเป็นเวลา 9 ปีแล้ว พลัน Ishmael ก็ได้ช่วยพยุง Ahab ขึ้นมาพร้อมกับทำการฉีด daigoxin ให้เพื่อเสริมเรี่ยวแรง ทั้งสองร่วมกันหลบหนีการตามล่าของกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่บุกเข้ามาและสาดกระสุนใส่ผู้ป่วยรวมถึงแพทย์พยาบาลทุกคนอย่างเลือดเย็นโดยไม่ไว้หน้า โดยในระหว่างที่หลบหนีนั้นทั้งสองคนได้พบกับเงาร่างของเด็กรายหนึ่งที่ลอยตัวได้ราวกับภูติผี พร้อมกับร่างหนึ่งที่รูปร่างใหญ่โตกำยำพร้อมกับเปลวเพลิงลุกท่วมตัวราวกับหลบหนีออกมาจากนรกก็ไม่ปานซึ่งดูจากพฤติกรรมเสมือนว่าเด็กลึกลับสามารถควบคุมชายผู้มีเปลวเพลิงท่วมตัวนั้นได้ตามใจสั่ง ชายผู้เปลวเพลิงท่วมตัวนั้น (Man on Fire) หมายมั่นที่จะสังหาร Ahab ให้ได้อย่างไม่ย่นย่อ แต่ก็ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ Man on Fire ปะทะกับกองกำลังไม่ทราบฝ่ายดังกล่าวจนเป็นช่องทางให้ Ishmael สามารถแย่งชิงรถพยาบาลมาเพื่อใช้รับตัว Ahab หนีออกจากความวุ่นวายในโรงพยาบาลได้สำเร็จ

ถึงอย่างนั้นคราวเคราะห์ของทั้งสองก็ไม่หมดลงง่ายๆ เมื่อกองกำลังดังกล่าวออกไล่ล่าโดยใช้เฮลิคอปเตอร์จู่โจมแต่ทั้งสองก็สามารถหลบหนีเข้าอุโมงค์ได้อย่างหวุดหวิด กระนั้นที่ปลายอุโมงค์นั้นเองทั้งสองกลับได้เจอกับการดักสกัดของกองกำลังไม่ทราบฝ่ายอีกครั้ง รถพยาบาลพุ่งเข้าชนกับแผงกั้นอย่างรุนแรงจนทำให้ Ishmael ถึงกับหมดสติไป ร้อนถึง Ahab ที่ต้องบังคับพวงมาลัยแทนอย่างช่วยไม่ได้ แต่ในที่สุดรถพยาบาลก็มีอันต้องพลิกคว่ำจนได้

เวลาผ่านไปไม่นานนัก Ahab ก็ได้สติขึ้นมาและพบว่า Ishmael นั้นหายสาบสูญไปแล้ว แต่ Ahab ก็ไม่มีเวลาห่วงคนอื่นมากนักจึงรีบคลานออกมาจากรถที่พลิกคว่ำแต่ก็ได้เจอกับเด็กลึกลับอีกครั้งโดยที่เบื้องหลังนั้นมีเฮลิคอปเตอร์จู่โจมอยู่บนฟ้า ในขณะที่ Ahab คิดว่าวาระสุดท้ายของตนใกล้มาถึงกลับมีปลาวาฬเพลิงปรากฏขึ้นมาและตะครุบเฮลิคอปเตอร์จู่โจมลำดังกล่าวจนพังพินาศเป็นจุณไป ซึ่ง Ahab ก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าสิ่งที่ตนเห็นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเป็นภาพลวงตาเพราะสมองของตนได้รับผลกระทบจากเศษโลหะที่ปักอยู่กันแน่ กระนั้น Ahab ก็ไม่รอช้าและรีบลากสังขารเตรียมหลบหนีเอาชีวิตรอดให้ไกลจากจุดที่รถพลิกคว่ำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ชายผู้หนึ่งในชุดประหนึ่งคาวบอยได้ควบม้าเข้ามาพร้อมกับยืนยันว่าตนอยู่ฝ่ายเดียวกับ Ahab ก่อนจะขอให้ Ahab รีบขึ้นมามาโดยไว แม้ว่า Ahab จะลังเลในทีแรก แต่เมื่อได้เห็นกับ Man on Fire ที่ไล่ตามอย่างกระชั้นชิดบนหลังม้าที่เปลวเพลิงโลกันตร์ลุกท่วมดุจฑูตจากนรกนั้น Ahab จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกระโดดขึ้นหลังมากับชายผู้ที่แนะนำตัวเองว่าชื่อ Ocelot ผู้นี้ทันที

Ahab ได้ใช้ปืนลูกซองที่ได้จาก Ocelot คอยยิงสกัด Man on Fire ที่ไล่ล่าอย่างไม่ลดละ จนในที่สุดด้วยสายฝนที่กระหน่ำและสาดซัดลงมาจึงทำให้ Man on Fire หมดพิษสงและยุติการไล่ล่าไปในบัดดล เมื่อปลอดภัยแล้ว Ocelot จึงพา Ahab มุ่งหน้าต่อไปยังเรือล่าวาฬเพื่อทำการพูดคุยและบอกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วง 9 ปีซึ่ง Ahab หลับใหลไปให้ฟังทั้งหมด

เรือล่าวาฬลำดังกล่าวนั้นมุ่งหน้าไปยังประเทศอัฟกานิสถาน โดยที่ในระหว่างโดยสาร Ocelot ก็ได้เล่าความเป็นมาของ Ahab ก่อนที่จะหมดสติไป 9 ปีเต็มให้ฟัง ทำให้ Ahab เริ่มระลึกได้ว่าที่แท้ตนเองก็คือชายผู้ที่เคยได้รับการขนานนามว่าเป็นทหารรับจ้างในตำนานผู้มีฝีมือการรบเก่งฉกาจที่ชื่อ Big Boss นั่นเอง พร้อมกันนั้น Ocelot ยังได้นำแขนกลอันล้ำสมัยมาให้ Big Boss ใช้เพื่อชดเชยแขนซ้ายที่เสียไปซึ่งแขนกลดังกล่าวก็สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี เสมือนเป็นแขนจริงเสียด้วยซ้ำไป นอกจากนั้นแล้ว Big Boss ก็ยังทราบอีกว่าในช่วงเวลาที่ตนหลับไปนั้น Kazuhira Miller มือขวาคนสนิทของตนได้พยายามตระเวนไปในสนามรบพร้อมกองกำลังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเพื่อหาเลี้ยงกองทัพและรวมถึงเพื่อปันความสนใจของ Cipher หรือกลุ่มองค์กรใดก็แล้วแต่ที่โจมตี Mother Base แห่งเก่าให้พุ่งเป้ามาที่ตนเพียงคนเดียวเพื่อเป็นการปกป้อง Big Boss ที่อยู่ในสภาวะไม่อาจปกป้องตนเองได้

หากแต่ทว่าในการปฏิบัติภารกิจหนึ่งในอัฟกานิสถานนั้นกองกำลังฝีมือดีของ Miller กลับถูกสังหารจนหมดสิ้นโดยไม่มีโอกาสได้ตอบโต้ ส่วน Miller ก็โดนจับตัวไปในระยะเวลาหนึ่งแล้ว ด้วยเหตุนี้หาก Big Boss จะมีโอกาสในการฟื้นฟูกองกำลังของตนและล้างแค้นผู้ที่ช่วงชิงเวลา 9 ปีไปจากชีวิตของตนก็จำเป็นต้องช่วยเหลือ Miller ออกมาให้ได้และผู้ที่จะปฏิบัติหน้าที่นั้นได้ดีที่สุดก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น Big Boss ที่ฟื้นฟูร่างกายของตนมาแล้วนั่นเอง

Big Boss ออกเดินทางไปในพื้นที่ Northern Kabul ของอัฟกานิสถานที่ตอนนี้โดนกองทัพของสหภาพโซเวียตเข้ารุกรานและยึดครอง โดยที่ Big Boss ก็ไม่รอช้าและรีบสืบข่าวจนทราบว่า Miller โดนจับตัวอยู่ที่อาคารใดใน Da Gwandai Khar แต่เมื่อ Big Boss ได้พบกับ Miller ก็อดใจหายไม่ได้เมื่อได้เห็นกับ Miller ในสภาพอิดโรยพร้อมกับสูญเสียแขนขวาและขาซ้ายของตนไป กระนั้นการที่ Miller ยังมีชีวิตอยู่ก็ทำให้ Big Boss ใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง

เมื่อเป็นเช่นนี้ Big Boss จึงได้แบก Miller พาดบ่าพร้อมกับเตรียมหลบหนีไปยังจุดนัดพบที่เฮลิคอปเตอร์รอรับทันที หากแต่เหตุการณ์พลิกผันเมื่อปรากฏก๊าซจำนวนมากปกคลุมไปทั่วบริเวณจนเฮลิคอปเตอร์จำต้องเปลี่ยนจุดรับตัวไปยังที่อื่นแทน ซึ่งนั่นก็ทำให้กลุ่มนักรบจำนวน 4 รายผู้มีรูปร่างประหลาดพร้อมกับการเคลื่อนไหวที่วิปริตผิดมนุษย์ปรากฏตัวออกมาเตรียมเล่นงาน Big Boss และ Miller ในทันที พวกมันมีความทนทานเหนือธรรมดาและความสามารถในการเคลื่อนไหวที่เกินกว่าคนปกติจะทำได้ เมื่อเป็นดังนี้ Big Boss จึงพา Miller ขึ้นหลังม้าพร้อมกับควบหนีโดยที่มีพวกมันคอยวิ่งตามในระดับความเร็วที่เทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่าม้าด้วยซ้ำ ครู่ใหญ่ Big Boss ก็สามารถสลัดหลุดการตามล่าได้ Miller จึงกล่าวว่าพวกมันคือหน่วย Skulls ที่จู่โจมกองกำลังของตนจนหมดสิ้นไปก่อนหน้านี้

หลังจากปลอดภัยจากการตามล่าแล้ว Big Boss และ Miller ก็ได้มุ่งหน้าไปยัง Mother Base แห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณนอกชายฝั่งของประเทศเซย์เชลส์ในทวีปแอฟริกา โดย Miller เรียกกองกำลังที่สร้างใหม่นี้ว่า Diamond Dogs นั่นเอง และเมื่อ Miller กลับมารักษาตัวจนเรียบร้อยพร้อมกับความช่วยเหลือของ Ocelot โดยมี Big Boss กลับมาเป็นผู้นำอีกครั้ง ทำให้ทุกคนพร้อมที่จะรับภารกิจเพื่อสร้างกองกำลังของตนให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยที่ภารกิจที่พวกเขารับนั้นมักเป็นภารกิจที่จะทำให้ต้องปะทะหรือขัดผลประโยชน์ของ Cipher โดยตรงเสมอ ซึ่งในครั้งหนึ่งทำให้ Big Boss ต้องเผชิญหน้ากับพลซุ่มยิงสาวรายหนึ่งผู้มีฉายาว่า Quiet โดยที่ในการปะทะกันนั้น Big Boss ต้องทึ่งในความสามารถทางกายภาพของเธอที่เคลื่อนไหวได้ว่องไวรวมถึงพลังขาที่สามารถกระโดดได้สูงกว่ามนุษย์ปกติ พร้อมทั้งเธอยังมีความสามารถในการล่องหนได้ในพริบตา แต่สุดท้ายแล้วในการดวลกัน Big Boss ก็เป็นฝ่ายกำชัย

แม้ว่า Quiet จะทำงานให้กับ Cipher ก็ตาม แต่ Ocelot เห็นว่าหากพาตัวกลับมาได้ก็อาจทำให้ช่วยรีดข้อมูลของ Cipher ได้ ในขณะที่ Miller ออกโรงคัดค้านสุดตัว อย่างไรก็ตามสุดท้าย Big Boss ก็ตัดสินใจพาพลซุ่มยิงสาวรายนี้กลับฐานจนได้ แต่ในระหว่างโดยสารกลับมานั้นเฮลิคอปเตอร์ของ Big Boss กลับถูกไล่ล่าโดยเครื่องบินจู่โจมอย่างไม่ลดละ และในช่วงเวลาคับขันนั้น Quiet กลับตัดสินใจใช้ปืนสไนเปอร์ไรเฟิลของตนยิงโดนศีรษะของนักบินประจำเครื่องบินจู่โจมได้อย่างแม่นยำในนัดเดียว ทั้งเธอและ Big Boss จึงรอดตายกันมาได้หวุดหวิด กระนั้นในตอนที่กลับฐาน Miller ก็ยังคงไม่ไว้วางใจ Quiet และจะสั่งการให้สังหาร ทว่า Big Boss ออกปากห้ามเอาไว้และเพียงสั่งให้ควบคุมตัว Quiet ไว้ในห้องขังเท่านั้น โดยที่ไม่นานหลังจากนั้น ทั้ง Ocelot และ Big Boss ต่างก็เห็นพ้องกันว่าหากพา Quiet ไปร่วมปฏิบัติภารกิจด้วยก็จะช่วยเหลือ Big Boss ได้มากทีเดียว

ในเวลาต่อมา Miller ได้เบาะแสที่อยู่ของ Huey Emmerich อดีตนักวิจัยของ MSF ผู้เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ Mother Base โดนโจมตีจนล่มสลาย ทำให้ Big Boss ออกปฏิบัติภารกิจเพื่อตามหาตัว Huey กลับมา และเมื่อ Big Boss ได้พบกับ Huey อีกครั้งนั้น Huey กลับมีท่าทีกังขาและไม่แน่ใจว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าของตนคือ Snake จริงหรือไม่เพราะมีอะไรบางอย่างที่ผิดแปลกไปจากเดิม แต่ก่อนจะได้สนทนาอะไรกันไปมากกว่านั้น Big Boss ก็จัดแจงนำถุงดำครอบหัวของ Huey และพาออกมาจากห้องวิจัยทันที อย่างไรก็ตามในตอนที่ Big Boss กำลังจะพา Huey หนีออกมาโดยเฮลิคอปเตอร์นั้นกลับมีเงาร่างมหึมากระโดดลงมาขวางทางเสียก่อน สิ่งนั้นคือ Metal Gear รุ่นใหม่ล่าสุดที่ Huey ทำการพัฒนาและค้นคว้าวิจัยให้กับชายผู้ปราศจากผิวหนังและมีใบหน้าดุจดั่งผีร้ายผู้มีชื่อเรียกว่า Skull Face ทว่า Huey ที่ได้เห็นผลงานของตนอันมีชื่อเรียกว่า Sahelanthropus นี้เคลื่อนไหวได้เองโดยไม่มีผู้บังคับและโดยที่ปราศจากความร่วมมือของตนแล้วก็ต้องตกตะลึงเป็นอันมากทั้งที่มันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ Big Boss คิดคือทำอย่างไรจึงจะเอาตัวรอดและพา Huey กลับไปได้อย่างปลอดภัย จึงทำให้ Big Boss อาศัยเนินเขาและอาคารในการบดบังสายตาของ Sahelanthropus พร้อมกับมุ่งตรงไปยังจุดนัดพบเฮลิคอปเตอร์อย่างไม่รอช้า ซึ่งในตอนที่ทั้งสองขึ้นเฮลิคอปเตอร์เรียบร้อยนั้น พลัน Sahelanthropus พุ่งกระโจนเข้าใส่เฮลิคอปเตอร์ประหนึ่งสัตว์ป่าพุ่งเข้าหาเหยื่อ ทำให้ Big Boss ต้องใช้ปืนแกตลิ่งประจำเฮลิคอปเตอร์กระหน่ำยิงเข้าใส่จนมันผงะล่าถอยและล้มลงนิ่งกับพื้นจนเฮลิคอปเตอร์สามารถบินหนีได้อย่างปลอดภัย

เมื่อกลับมาถึงที่ Mother Base แล้ว Huey ก็ถูกสอบสวนโดย Ocelot และ Miller อย่างหนักหน่วง หากแต่ว่า Huey ก็ยังคงยืนยันเสียงแข็งว่าตนไม่ได้เป็นคนทรยศที่ทำให้ Mother Base เก่าต้องล่มสลาย และที่ตนรอดมาได้ก็เพราะ Skull Face บังคับให้ตนให้ความร่วมมือในการวิจัย Metal Gear รุ่นใหม่ซึ่งก็คือ Sahelanthropus เท่านั้น แม้ว่า Ocelot จะใช้ยาพูดความจริงฉีดเข้าใส่ Huey แล้วก็ตามที แต่ Miller และ Ocelot เองก็คิดว่าอาจเป็นเพราะ Huey ได้รับสารที่ทำให้ยาพูดความจริงไม่มีผลมาก่อนหน้านี้ก็เป็นได้ ถึงอย่างไรก็ตามทุกคนต่างก็ลงความเห็นตรงกันว่าไม่สามารถปล่อยให้ Huey ออกไปเดินเพ่นพ่านใน Mother Base ตามอำเภอใจได้เพราะอาจมีทหารเก่าบางรายที่ไม่พอใจและคิดจะเล่นงาน Huey ด้วยความแค้นแน่นอน ดังนั้น Huey จึงต้องโดนจำกัดบริเวณและใช้ความเชี่ยวชาญของตนคอยช่วยเหลือในการค้นคว้าวิจัยอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ฝ่าย R&D ของ Diamond Dogs แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น


หลังจากที่พาตัวHueyกลับมายัง Mother Base ได้ไม่นาน Diamond Dogs ก็ได้รับการว่าจ้างให้ปฏิบัติภารกิจในแถบแอฟริกาภายในบริเวณชายแดนของ Angola และ Zaire (ประจวบเหมาะกับการสอบสวนของ Ocelot ที่ทราบว่า Cipher กำลังทำการทดลองอะไรบางอย่างในแอฟริกาพอดี) โดยเป้าหมายที่ได้รับการว่าจ้างก็คือการทำลายปั๊มส่งน้ำมันที่ Mfinda Oilfield ด้วยเหตุที่ท่อส่งน้ำมันนั้นเกิดการรั่วไหลทำให้น้ำมันดิบปนเปื้อนไปทั่วแม่น้ำ Munene จนชาวบ้านบริเวณปลายน้ำต่างก็เดือดร้อนกันไปหมดทำให้ NGO ด้านสิ่งแวดล้อมจ้างวานให้ปฏิบัติภารกิจดังกล่าว โดย Big Boss ลอบเร้นเข้าสู่ Mfinda Oilfield ได้อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเข้าไปปิดการทำงานของปั๊มส่งน้ำมันได้อย่างไม่มีผู้ใดพบเห็น ทว่าสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็ปรากฏขึ้นมานั่นคือศพจำนวนมากภายในบ่อน้ำมันที่มีสภาพอันแปลกประหลาดเพราะบริเวณอกบวมปูดเป็นรูปทรงปอด แต่ถึงอย่างนั้นBig Bossก็ไม่มีเวลาตกใจมากนักเพราะจำเป็นต้องวางระเบิดแทงค์แยกน้ำมันเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครสามารถเดินเครื่องได้อีกต่อไป

ต่อมาไม่นานนัก Diamond Dogs ได้ข่าวว่าจะมีขบวนรถที่บรรทุกทรัพยากรไปให้เป็นค่าตอบแทนแก่ Cipher เมื่อทราบเช่นนั้น Miller ก็ไม่รอช้าและจัดแจงให้ Big Boss ได้ปฏิบัติภารกิจชิงรถดังกล่าวกลับมาทันที การปฏิบัติภารกิจเป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่ทว่าในตอนที่ Big Boss เข้าใกล้รถคันเป้าหมายพลันกลับปรากฏร่างของ Skulls 4 รายออกมาขัดขวางทันที ภายหลังการต่อสู้อันดุเดือดผ่านไป Big Boss ก็สามารถกำจัดหน่วย Skulls ทั้งหมดลงได้พร้อมกับชิงรถกลับสู่ Mother Base ได้สำเร็จ ซึ่ง Miller ก็ได้แจ้งให้ Big Boss ทราบว่าทรัพยากรที่บรรทุกมานั้นคือ Yellowcake (ยูเรเนียมออกไซด์ผสม ได้จากการถลุงแร่ยูเรเนียม) อันเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างนิวเคลียร์นั่นเอง

ต่อมาไม่นานนัก Diamond Dogs ได้รับการจ้างวานให้กำจัดเป้าหมายจำนวนหลายราย แต่เมื่อมาถึง Kungenga Mine กลับพบว่าเป้าหมายเป็นเพียงแค่เด็กอายุราว 10 ปีเท่านั้น Big Boss จึงตัดสินใจสาดกระสุนเข้าใส่ถังเปล่าในบริเวณนั้น Miller ทราบทันทีว่า Big Boss ตั้งใจทำอะไรจึงบอกว่าตนบันทึกเสียงกระสุนทั้งหมดไว้แล้วและจะแจ้งแก่ผู้ว่าจ้างว่าเป้าหมายทุกรายโดนสังหารไปจนหมดสิ้น จากนั้น Big Boss ก็พาเด็กทั้ง 5 ขึ้นสู่เฮลิคอปเตอร์พลางมุ่งหน้ากลับไปยัง Mother Base ในทันที

หลังจากนั้นบรรดาเด็กๆ ที่ถูกช่วยกลับมาก็ได้ไหว้วาน Big Boss และ Miller ให้ไปช่วยหัวหน้าของพวกตนที่ชื่อ Shabani กลับมาจากสถานที่ชื่อ Nzo ya Badiabulu หรือ Devil’s House (บ้านของปีศาจ) อันตั้งอยู่ในบริเวณ Ngumba Industrial Zone ซึ่งเดิมที Shabani นั้นก็อยู่ที่ Kungenga Mine พร้อมกับเด็กรายอื่น แต่วันหนึ่งกลับมีคนมาพาตัวไปแล้วก็ไม่มีใครพบตัว Shabani อีกเลย เมื่อ Big Boss มาถึง Ngumba Industrial Zone ก็พบว่าสถานที่นั้นเงียบจนผิดสังเกตเพราะไม่มีแม้แต่กระทั่งทหารยามเลยแม้แต่รายเดียว และที่สุดทางบริเวณริมผาคืออาคารเดี่ยวที่ตั้งเด่นเป็นสง่า เมื่อ Big Boss เข้าไปก็พบว่าตามพื้นนั้นมีคราบเลือดเต็มไปหมด พร้อมคนจำนวนมากที่นอนอยู่บนเตียงผ้าใบเรียงแถวกันเป็นทางยาว โดยแต่ละเตียงมีวิทยุแขวนอยู่พร้อมเล่นเทปเป็นบทสนทนาหลายภาษาและหูฟังที่เสียบคาอยู่ในช่องลำคอของแต่ละคน ที่สำคัญคือบริเวณอกของแต่ละคนมีร่องรอยบวมปูดเป็นรูปทรงปอดเช่นเดียวกับศพที่เจอใน Mfinda Oilfield อย่างไม่ผิดเพี้ยน และเมื่อ Big Boss เข้าไปด้านในอาคารก็พบกับ Shabani ที่มีสภาพไม่ต่างจากคนอื่นๆ ที่นั่นเท่าไหร่ ประจวบเหมาะกับที่ Skull Face นั้นเข้ามาพบเจอกับ Big Boss เข้าจึงได้สั่งการให้ Man On Fire เผาผลาญ Big Boss ไปพร้อมกับบ้านของปีศาจไปในคราวเดียว ดังนั้น Big Boss จึงรีบหนีออกมานอกอาคารและต่อกรกับ Man On Fire จนชนะ เมื่อได้โอกาส Big Boss จึงไม่รอช้าและรีบออกจากพื้นที่ภารกิจทันที เมื่อกลับมาถึง Mother Base แล้วนั้น Big Boss ก็ได้แต่เพียงนำเครื่องรางห้อยคอของ Shabani มาให้เด็กๆ เท่านั้น

ต่อมา Miller ก็ได้รับการว่าจ้างจากบรรดาชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงกับหมู่บ้าน Bwala Ya Masa ว่าภายหลังจากที่กองทหารรับจ้าง CFA โดนกำจัดออกจากพื้นที่ไปแล้วกลับมีกองทหารเด็กเข้ามายึดพื้นที่และออกก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้คนแทน เป้าหมายของการว่าจ้างในครั้งนี้จึงเป็นการกำจัดหัวหน้าของกองทหารเด็กเหล่านั้นผู้มีฉายาว่า The White Mamba (หรือชื่อจริงก็คือ Eli) ซึ่ง Big Boss ก็สามารถลอบเร้นเข้าไปจนถึงซากเรือที่จอดริมแม่น้ำได้สำเร็จ ที่ด้านบนนั้น Big Boss ได้พบกับเด็กหนุ่มผิวขาวผมทองซึ่งต่างจากทหารเด็กคนอื่นๆ ที่เป็นคนผิวดำ แน่นอนว่าเด็กคนนั้นเข้าโจมตี Big Boss ทันควัน แต่ Big Boss ก็ใช้วิชา CQC กำราบจนอยู่หมัดแบบไม่ยากเย็นอะไรพร้อมพาตัวกลับทันที เมื่อกลับมาถึง Mother Base แล้ว Big Boss ก็ได้กล่าวต้อนรับ Eli สู่ Outer Heaven อย่างเป็นทางการ แต่นั่นกลับทำให้ Eli โกรธเป็นอย่างมากพลางแย่งมีดที่ Big Boss เหน็บไว้แล้วพุ่งเข้าโจมตี แน่นอนว่า Big Boss รับมือได้อย่างง่ายดายพร้อมกับจับ Eli ทุ่มลงพื้นก่อนจะถอดกระดูกหัวไหล่เป็นการสั่งสอน “ที่นี่น่ะมีกฎอยู่ อย่าได้หันอาวุธเข้าใส่เพื่อนทหารเด็ดขาด” เมื่อว่ากล่าวสั่งสอนเสร็จแล้ว Big Boss ก็จัดการต่อหัวไหล่ของ Eli ให้เข้าที่ Eli จึงได้แต่เพียงเดินตามเด็กคนอื่นไปสู่ที่พักเท่านั้น

Big Boss ยังคงปฏิบัติภารกิจและขยาย Mother Base ต่อไป จนวันหนึ่ง Ocelot ได้แจ้งให้ทราบว่ามีทหารหลายรายที่เริ่มล้มป่วย โดยอาการในทีแรกนั้นเหมือนเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาทั่วไปแต่ไม่นานนักบริเวณหน้าอกของทหารก็เริ่มมีแผลพุพองบวมปูดให้เห็น ซึ่งในเบื้องต้น Miller และ Ocelot ได้แยกทหารที่มีอาการให้เห็นไปอยู่ในส่วนของ Quarantine Platform เรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่รู้ว่ามีทหารอีกกี่รายที่ติดเชื้อเดียวกันนี้แต่ยังไม่แสดงอาการออกมาให้เห็น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากขึ้น Big Boss จึงพิจารณาแล้วสังเกตว่าผู้ที่มีอาการนั้นล้วนแล้วแต่มีปัจจัยร่วมกันอย่างหนึ่งนั่นคือทุกคนสามารถพูดภาษา Kikongo (คิคองโก) กันทั้งสิ้น Big Boss จึงได้สั่งการให้ทหารทุกนายที่พูดภาษาคิคองโกได้ไปอยู่ในเขตกักกันโรคเสียก่อน

ไม่นานหลังจากนั้นฝ่ายข่าวกรองของ Diamond Dogs รายหนึ่งก็สืบทราบข้อมูลเกี่ยวกับจุลชีพที่ก่อให้เกิดโรคระบาดดังกล่าวขึ้นรวมถึงชายชราผู้มีฉายาว่า Code Talker ที่รู้วิธีรักษาโรคนี้ด้วย ซึ่ง Code Talker นั้นถูกควบคุมตัวอยู่ในคฤหาสน์ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณ Lufwa Valley ทว่าในระหว่างที่มุ่งหน้าไปยังบริเวณดังกล่าว Big Boss ก็รู้สึกไม่ชอบมาพากลเมื่อไม่พบกับทหารยามเลยซักรายในบริเวณช่องทางเดินริมแม่น้ำ ทันใดนั้นเองจู่ๆ หมอกก็ลงหนาจนบดบังทัศนวิสัยพร้อมกับการปรากฏตัวของ Skulls อีก 4 รายซึ่งเป็นสไนเปอร์มือฉมังทั้งสิ้น แต่ Big Boss ก็หาทางชนะมาได้ ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าไปยังคฤหาสน์และพบกับ Code Talker เมื่อได้พบกันแล้ว Code Talker จึงอธิบายว่าสาเหตุของโรคระบาดนั้นเกิดจาก Vocal Cord Parasites (ปรสิตเส้นเสียง) ซึ่งจะเกาะอยู่บริเวณเส้นเสียงของบุคคล และเมื่อใดก็ตามที่บุคคลนั้นพูดภาษาที่กำหนดเอาไว้ปรสิตก็จะทำการผสมพันธุ์และส่งผลให้บรรดาตัวอ่อนกัดกินปอดของบุคคลนั้นจนตาย วิธีการรับมือกับปรสิตเส้นเสียงที่ดีที่สุดคือการไม่พูดอะไรออกมาเลย และผู้ที่ช่วงชิงปรสิตที่ Code Talker เก็บงำไว้ไม่แพร่งพรายก็คือ Skull Face นั่นเอง ซึ่ง Code Talker ก็คิดว่าหากงานวิจัยของตนจะทำให้โลกวุ่นวายตนก็มีหน้าที่ต้องทำให้ทุกอย่างถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง  Code Talker จึงยินดีที่จะตาม Big Boss กลับไปรักษาปรสิตเส้นเสียง ในระหว่างที่เดินทางกลับนั้น Code Talker กล่าวว่า Skull Face มีแผนจะใช้ปรสิตเส้นเสียงในฐานะของ Ethnic Cleanser (อาวุธล้างเผ่าพันธุ์) เมื่อได้ยินเช่นนั้น Miller ก็ตกใจและคิดว่า Skull Face คิดจะทำลายภาษาอื่นทุกภาษาเหลือไว้เพียงภาษาอังกฤษอย่างเดียวแน่นอน ในเวลาไม่นานนัก Big Boss ก็พา Code Talker ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ได้อย่างปลอดภัย

ในระหว่างเดินทางกลับนั้นเอง Big Boss ได้สอบถามวิธีรักษา Code Talker จึงอธิบายว่าจำเป็นต้องใช้ Wolbachia ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่จะแปรสภาพปรสิตเพศผู้ให้กลายเป็นเพศเมียและยับยั้งไม่ให้มีการผสมพันธุ์เกิดขึ้น ซึ่งก็จะเป็นการหยุดการแพร่ระบาดในที่สุด ทว่า Wolbachia ก็จะส่งผลต่อตัวบุคคลและจะทำให้บุคคลนั้นเป็นหมันไม่อาจสืบพันธุ์ได้อีกต่อไป ส่วนพวก Skulls นั้นเป็นผลพวงจากปรสิตคนละสายพันธุ์ที่เรียกว่า the one that covers (ผู้ปกคลุมกาย) อันจะทำหน้าที่เสมือนผิวหนังของบุคคลและให้พละกำลังความสามารถเพื่อแลกเปลี่ยนกับสารอาหารที่จะได้รับจากเจ้าของร่าง จากนั้น Code Talker ก็ได้สอบถามว่าเคยได้พบเจอกับยานพาหนะของพวกนั้นบ้างหรือไม่ Millerนั้นเข้าใจทันทีว่าหมายถึง Yellowcake แต่ Big Boss ก็ตอบไปเพียงว่าเคยชิงรถบรรทุกกลับมาได้แต่ในรถก็มีเพียงแต่แร่บางอย่างเท่านั้น Code Talker ที่ได้ยินก็ตื่นตระหนกพอสมควรพลางถามต่อว่า Metallic Archaea (อาร์เคียเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายแบคทีเรีย ซึ่งในเกมนี้จะมีฤทธิ์ในการกัดกินโลหะ) นั้นอยู่ที่ไหนและเป็นอย่างไรแล้ว ทว่าไม่ทันที่จะได้กล่าวอะไรต่อพลันปรากฏหมอกควันจำนวนมากพุ่งเข้าห้อมล้อมเฮลิคอปเตอร์ทันที ส่วนนักบินประจำเครื่องก็โดนอะไรบางอย่างโจมตีจนเสียชีวิตส่งผลให้คอปเตอร์หมุนคว้างเสียการควบคุมจนตกลงสู่พื้น

เมื่อ Big Boss ได้สติก็สำรวจโดยรอบและพบว่าเฮลิคอปเตอร์ของตนมีสภาพประหนึ่งโดนสนิมเกาะกินทั้งลำ ส่วน Code Talker นั้นยังคงรอดตายมาได้ราวปาฏิหาริย์เช่นกัน  Big Boss ช่วยพยุง Code Talker ออกมานอกเครื่อง ก่อนจะพบว่าตอนนี้พวกตนอยู่ในบริเวณพื้นที่ของ Nova Braga Airport พร้อมกับตกอยู่ในวงล้อมของเหล่า Puppet Soldiers จำนวนมาก พร้อมกับ Skulls ทั้ง 4 รายที่เป็นตัวการทำให้เฮลิคอปเตอร์ตก Big Boss สู้กับ Skulls จนได้รับชัยชนะพร้อมกับเรียกเฮลิคอปเตอร์ลำใหม่มารับตัวกลับไป โดยในขณะที่อยู่บนเครื่องนั้น Code Talker ได้บอกว่า Skull Face นั้นไม่ได้อยู่ในแอฟริกาแล้ว พลางอธิบายต่อว่าการทดสอบนิวเคลียร์ของ Skull Face นั้นประสบผลสำเร็จ หากแต่มันไม่ใช่การทดสอบการระเบิดแต่อย่างใดไม่แต่เป็นการทดสอบเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดการระเบิดต่างหาก เพราะ Skull Face มีแผนที่จะขายนิวเคลียร์ที่ตนมีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จผู้เดียวให้กับทั้งโลก โดยการลำเลียงยูเรเนียมปริมาณน้อยไม่ให้เป็นที่สังเกตภายใต้รูปลักษณ์ของ Metallic Archaea และเมื่อนำไปติดตั้งกับหุ่นรบเดินสองขาแล้วต่อไปทุกกลุ่มกองกำลังก็จะมีอาวุธนิวเคลียร์ใช้ด้วยตนเอง แต่นิวเคลียร์เหล่านั้น Skull Face จะมีสิทธิปิดระบบเมื่อใดก็ได้ที่ต้องการ ซึ่งหากนิวเคลียร์ประเภทนี้แพร่กระจายไปทั่วโลกเมื่อไหร่ นิวเคลียร์ที่สองมหาอำนาจมีก็จะไร้ค่าไปโดยปริยาย

ทุกคนกลับมาถึง Mother Base โดยปลอดภัย และด้วยความร่วมมือของ Code Talker จึงทำให้วิกฤติโรคระบาดที่ Mother Base ถูกยับยั้งได้ในที่สุด (ในภายหลังทุกคนได้ทราบความจริงว่า Mfinda Oilfield เป็นสถานที่ทิ้งศพที่ตายเพราะปรสิตเส้นเสียงและการที่น้ำมันรั่วก็เป็นกลวิธีทำให้ไม่มีใครกล้าใช้น้ำอุปโภคบริโภคเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด ทว่าเมื่อ Big Boss ระเบิดแทงค์แยกน้ำมันไป ผู้คนจึงสามารถใช้น้ำในแม่น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคอีกครั้งจนส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดของปรสิตเส้นเสียงในที่สุด) ซึ่งเมื่อวิกฤตินี้ได้รับการแก้ไข Miller และ Ocelot จึงมาสอบสวน Huey ต่อทันทีว่า Sahelanthropus นั้นอยู่ที่ไหน เพราะปัจจัยสำคัญของแผนการที่ Skull Face วางไว้ก็คือหาก Sahelanthropus ปรากฏตัวขึ้นมาในดินแดนที่อยู่ใต้การควบคุมของโซเวียตแล้วล่ะก็ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและโซเวียตจะกลับเข้าสู่ยุคสงครามเย็นอีกครั้ง ส่งผลให้ประเทศที่ปราศจากนิวเคลียร์ต้องวิ่งหา Skull Face เพื่อซื้อนิวเคลียร์มาไว้ในครอบครอง แต่สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่นิวเคลียร์เหล่านั้นหากแต่เป็นปรสิตเส้นเสียงที่ถูกบรรจุอยู่ในหัวรบเพียงหัวเดียวที่ยังสามารถใช้งานได้ต่างหาก แน่นอนว่าจากการสอบสวนและข่มขู่ของ Ocelot ทำให้ Huey ยอมเปิดปากออกมาว่า Sahelanthropus นั้นถูกเก็บรักษาอยู่ที่ OKB Zero ในอัฟกานิสถานอันเป็นสถานวิจัยซึ่งถูกสร้างโดย Soviet Philosophers ในอดีต

Big Boss มุ่งหน้าไปยัง OKB Zero โดยไม่รอช้าพร้อมกับ Miller และ Huey ที่ติดตามมาเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์บนเฮลิคอปเตอร์รวมถึง Eli ที่แอบตามมาด้วย ที่ด้านในสุด Big Boss พบกับ Skull Face ที่กำลังจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์พอดี ซึ่ง Skull Face สั่งการให้ทหารคุ้มกันลดปืนลงก่อนจะตัดสินใจพา Big Boss ไปพบกับ Sahelanthropus ของตนในฐานะที่ต่างฝ่ายต่างเคยสัมผัสถึงความเจ็บปวดและต่างสูญเสียความเป็นมนุษย์กันแล้วทั้งคู่ ในระหว่างทาง Skull Face ได้กล่าวว่าเดิมทีตนเคยทำงานในฐานะของหน่วย XOF ที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาพร้อมกับหน่วย FOX เพื่อทำหน้าที่เก็บกวาดร่องรอยใดๆ ก็ตามที่หน่วย FOX ทำไว้ ซึ่งในตอนที่หน่วย FOX ชิง Philosopher’s Legacy กลับมาได้นั้นก็ทำให้Zeroครอบครองเงินทุนจำนวนมหาศาลเอาไว้ในกำมือจนตัดสินใจก่อตั้ง Cipher ขึ้นมาพร้อมกับมีความคิดที่จะรวบรวมโลกให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อทำตามเจตนารมณ์ของเดอะบอสด้วยการใช้ภาษาเพื่อควบคุมจิตใต้สำนึก ทว่า Skull Face นั้นสูญเสียอดีต สูญเสียภาษาถิ่นของตนไป Skull Face จึงคิดว่า Zero นั้นเป็นผู้ที่สมควรรับความโกรธแค้นของตนมากที่สุดเพราะระบบที่ Zero คิดค้นขึ้นมาเพื่อรวมโลกไว้นั้นเสมือนเป็นปรสิตของโลกที่ช่วงชิงเสรีภาพของตนไป ซึ่ง Skull Face เปิดเผยว่าตนมีปรสิตเส้นเสียงสายพันธุ์ภาษาอังกฤษอยู่ ดังนั้นเป้าหมายของ Skull Face คือการกำจัดภาษาอังกฤษไปจากโลกนี้

ทั้งคู่นั่งรถกันมาจนถึงโรงเก็บ Sahelanthropus แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อไป Skull Face ก็สั่งการให้ Man On Fire ซึ่งควบคุมโดยเด็กลึกลับนั้นเข้าเล่นงาน Big Boss แต่ในทันทีที่เฮลิคอปเตอร์ซึ่ง Eli โดยสารมาด้วยนั้นบินผ่านพลันเด็กลึกลับกลับประหนึ่งโดนบางอย่างดึงดูดจึงทำให้หยุดการควบคุม Man On Fire ไปในทันทีพร้อมกับ Sahelanthropus ที่เคลื่อนไหวเองโดยที่ Skull Face ก็ไม่ได้คาดคิดจน Man On Fire ก็โดนฐานที่ตั้งของ Sahelanthropus ขยี้จนไม่เหลือซาก ทั้ง Big Boss และ Skull Face จึงต่างรีบวิ่งหนีตายออกมาจากโรงเก็บทันที

Sahelanthropus นั้นอาละวาดอย่างรุนแรงกระทั่งเฮลิคอปเตอร์รบและรถถังของ XOF ก็ไม่อาจต่อกรได้ มิหนำซ้ำ Skull Face เองก็ถูกลูกหลงจากการโจมตีของ Sahelanthropus จนเสาเหล็กหล่นลงมาทับขาของตนจนไม่อาจหนีไปได้ท่ามกลางกองเพลิง ส่วนด้านของ Big Boss นั้นก็ได้ใช้สรรพอาวุธทั้งหมดที่ตนมีเข้าต่อกรกับ Sahelanthropus อย่างหนักหน่วงพร้อมความช่วยเหลือของ Quiet จนในที่สุดก็ได้รับชัยชนะ และทันทีที่ Sahelanthropus ถูกทำลายลงไป Eli ก็คล้ายหลุดจากภวังค์โดยมีเด็กลึกลับเฝ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิด

ท่ามกลางซากความพินาศที่เกิดขึ้น Big Boss และ Miller ได้มุ่งหน้ามาดูสภาพของ Skull Face เป็นครั้งสุดท้าย โดยมี Huey เดินตามมาห่างๆ สภาพของ Skull Face นั้นเจียนตายเต็มทีมือพยายามคว้าปืนเพื่อปลิดชีพตนเองแต่ไม่อาจเอื้อมถึง แต่ Big Boss กลับสนใจกับหลอดแก้วที่บรรจุปรสิตเส้นเสียงไว้มากกว่า แม้ว่าภายในภาชนะจะมีที่ว่างบรรจุได้สามหลอดแต่กลับมีให้เห็นเพียงสองหลอดเท่านั้น แม้จะพยายามสอบถาม Skull Face ว่าอีกหลอดอยู่ที่ไหนแต่ Skull Face ก็ตอบเพียงว่าอยู่ใกล้ตัว Big Boss เกินจะคาดคิด Big Boss จึงโยนทั้งสองหลอดเข้ากองเพลิงอย่างไม่ไยดีโดยไม่รู้ตัวเลยว่าหลอดหนึ่งโดนเด็กลึกลับช่วงชิงไปแล้ว ส่วน Skull Face ก็ได้เพียงแต่เอ่ยปากร้องขอความตายจาก Big Boss และ Miller เท่านั้น Big Boss หยิบปืนของ Skull Face ขึ้นมาเล็งแต่ก็ลังเลว่าจะจบชีวิต Skull Face ไปแบบนี้ดีหรือไม่ ทำให้ Miller ช่วยจับมือ Big Boss และเล็งไปยังจุดที่สมควรยิง Big Boss เหนี่ยวไกระดมยิงขาซ้ายของ Skull Face จนขาด ก่อนจะเลื่อนเป้ามายิงแขนขวาจนขาดเพื่อเป็นการเอาคืนในสิ่งที่ Miller และตนสูญเสียไป ทว่าในตอนที่จะลั่นไกปลิดชีพนั้นกระสุนกลับหมดลงเสียก่อน Big Boss จึงโยนปืนทิ้งก่อนที่ Miller จะเขี่ยกระสุนนัดสุดท้ายที่เหลืออยู่ไว้ใกล้กับปืนให้ Skull Face เห็นเต็มตา “อยากตายนักก็จัดการเอง” Miller กล่าวสำทับอย่างเหี้ยมเกรียม พลางเดินจากมาพร้อมกับ Big Boss ปล่อยให้ Skull Face นอนทรมานจนตาย หากแต่คล้อยหลังไปครู่เดียวกลับมีเสียงปืนนัดสุดท้ายดังขึ้น นั่นเพราะ Huey เป็นคนเข้ามายิงปลิดชีพ Skull Face พลางร้องตะโกนอย่างสะใจว่าได้แก้แค้นแล้ว

ทุกคนกลับมาสู่ Mother Base อย่างปลอดภัยพร้อมกับนำซากของ Sahelanthropus มายืนตั้งตระหง่านเพื่อเป็นบันทึกประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของ Diamond Dogs ว่าเคยได้ยับยั้งมหันตภัยครั้งร้ายแรงเอาไว้ได้ ส่วน Eli ที่ยืนจ้องมอง Sahelanthropus อย่างเงียบงันก็พลันได้พบกับเด็กลึกลับที่ปรากฏตัวต่อหน้าพร้อมกับยื่นหลอดแก้วที่บรรจะปรสิตเส้นเสียงสายพันธุ์ภาษาอังกฤษให้โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่า Eli จะนำปรสิตนั้นไปทำสิ่งใดต่อไป

เมื่อวิกฤติของ Skull Face จบลงไป Miller จึงคิดว่าสมควรแก่เวลาที่จะกำจัดคนทรยศไปจาก Diamond Dogs เสียที ด้วยเหตุนี้ Miller จึงไหว้วานให้ Big Boss ไปเก็บ AI Pod ที่บรรจุอยู่ในโรงเก็บ ณ Central Base Camp ในอัฟกานิสถาน ซึ่งภายหลังจากที่ Big Boss สามารถเก็บ AI Pod กลับมาได้ก็พบกับความจริงอันน่าตกตะลึงเมื่อภายใน AI Pod นั้นพบศพที่แห้งกรังของ Dr.Strangelove ที่เคยช่วยเรื่องการวิจัยอยู่ที่ MSF ในสมัยก่อน Miller และ Ocelot จึงคาดคั้นเอาความจริงจาก Huey แต่ Huey ก็ปฏิเสธไม่รู้เห็นและยืนยันว่า Strangelove นั้นเข้าไปข้างใน AI Pod และขังตัวเองในนั้นจนขาดใจตายเอง มิหนำซ้ำจากการชันสูตรศพก็พบว่ามีร่องรอยว่า Strangelove เคยตั้งครรภ์ด้วย แต่ Huey ยืนยันว่าตนไม่เคยพบลูกชายของตัวเองเลย เพราะลูกชายโดน Skull Face นำไปซ่อนไว้เพื่อบีบบังคับให้ตนร่วมมือด้านการวิจัย ทว่าด้วยความที่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดจึงทำให้ Miller และ Ocelot ยังไม่อาจจัดการอะไรได้สนิทใจนัก ส่วนความลับเรื่องการเคลื่อนไหวของ Man On Fire และ Sahelanthropus นั้น Ocelot สืบทราบมาว่าเป็นฝีมือของเด็กพลังจิตที่โซเวียตกำลังค้นคว้าวิจัยอยู่ผู้ถูกเรียกว่า Tretij Rebenok หรือ The Third Child ซึ่งเด็กคนนี้ไม่มีเจตจำนงของตัวเองแต่จะมุ่งเข้าหาผู้ที่มีอารมณ์เคียดแค้นอย่างรุนแรงเท่านั้น เมื่อเด็กผู้นี้สัมผัสได้ถึงความเคียดแค้นก็จะใช้พลังของตนทำตามที่ผู้นั้นปรารถนา

มิหนำซ้ำยังเกิดเหตุการณ์ที่เด็กต่างหลบหนีออกไปจาก Mother Base ทำให้ Big Boss ต้องไปตามตัวกลับมา โดยทั้ง Miller และ Ocelot ก็คิดว่า Eli อาจอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้ และเมื่อ Big Boss พาเด็กทุกคนกลับมาได้ Ocelot จึงลงมือสอบสวน Eli ด้วยตนเองเพื่อคาดคั้นถึงเหตุผลในการกระทำดังกล่าว ทว่าโดยที่ไม่มีใครคาดคิด Sahelanthropus ที่เคลื่อนไหวโดยการควบคุมของ The Third Child กลับพังกำแพงเข้ามาแล้วคว้าตัว Eli หลบหนีไป พร้อมกับเด็กรายอื่นที่ใช้ปืนจี้นักบินให้บังคับเฮลิคอปเตอร์พาพวกตนไปจาก Mother Base ทุกคนที่เหลืออยู่ต่างก็ไม่อาจทำอะไรได้นอกจากยืนดูเฮลิคอปเตอร์และ Sahelanthropus ลอยจากไปจนลับตา

ในระหว่างที่ Big Boss ปฏิบัติภารกิจอยู่นั้นก็ได้สนทนากับ Ocelot ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Man on Fire โดย Ocelot แจ้งให้ Big Boss ทราบว่าทหารโซเวียตสามารถเก็บซากของ Man on Fire ที่โดนฐานบรรทุก Sahelanthropus ขยี้ร่างไปใน Serak Power Plant เอาไว้ได้ และซากดังกล่าวถูกเก็บรักษาเอาไว้ที่คลังเสบียง Yakoh Obo ซึ่ง Ocelot นั้นพอจะคาดเดาตัวตนที่แท้จริงของ Man on Fire ได้ว่าไม่น่าจะใช่ใครอื่นหากแต่เป็นอดีตศัตรูเก่า และ “เพื่อนเก่า” ของพวกตนซึ่งก็คือ Yevgeny Borisovitch Volgin นั่นเอง

เมื่อทราบเช่นนั้น Big Boss จึงได้มุ่งหน้าไปยังคลังเสบียงดังกล่าวโดยไม่รอช้า และสามารถกำจัดทหารโซเวียตที่ลาดตระเวนอยู่ในบริเวณนั้นได้จนหมด ก่อนจะใช้ระบบฟูลตันเพื่อเก็บซากของ Volgin กลับสู่ Mother Base ทว่าในขณะที่ร่างของ Volgin ลอยขึ้นไปนั่นเองพลันร่างของ Volgin กลับไฟลุกท่วมและหายไปก่อนจะปรากฏตัวในฐานะของ Man on Fire ที่มาพร้อมกับม้าของตนอีกครั้ง การปรากฏตัวในครั้งนี้ทำให้ Big Boss ผงะและล้มลงกับพื้นก่อนที่ Volgin จะมุ่งเข้ามาอย่างอาฆาตมาดร้าย ทว่าในขณะที่กำลังจะลงมือนั่นเอง Volgin ได้จ้องหน้าของ Big Boss ก่อนจะมีทีท่าที่สับสนและงุนงงจนหยุดชะงักและหงายหลังล้มลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงพร้อมกับเปลวเพลิงที่มอดดับและกระสุนที่ฝังคาตามตัวก็ร่วงหล่นลงกับพื้นไม่ขาดสาย เมื่อหลังของ Volgin กระทบพื้น แม้แต่ม้าก็ไฟมอดดับลงและล้มลงไปกองกับพื้นเผยให้เห็นลำตัวที่ไหม้เกรียมเช่นกัน Big Boss มองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่เข้าใจเช่นกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่ที่แน่ใจก็คือสุดท้าย Volgin ก็ตายจริงๆเสียที จากนั้น Big Boss ก็ทำการเก็บศพของ Volgin กลับไปสู่ Mother Base ได้สำเร็จ โดยที่ศพของ Volgin ถูกนำไปอยู่ในกรงขังบนแผนกกักกันเพื่อให้ Ocelot ทำการสำรวจศพเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป

หลังจากนั้นไม่นาน Miller ได้แจ้งให้ทราบว่าที่ Mother Base ได้เกิดวิกฤติโรคระบาดขึ้นมาอีกครั้งในบริเวณเขตกักกันเชื้อโรคโดยไม่รู้ว่ามีผู้รอดชีวิตข้างในนั้นกี่ราย Big Boss จึงตัดสินใจบุกเข้าไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิตเองเพราะไม่อยากสูญเสียลูกน้องไปมากกว่านี้ แต่ความหวังที่จะเจอผู้รอดชีวิตก็มลายหายไปหมดเมื่อสุดท้าย Big Boss พบว่าทหารของตนที่พบเจอนั้นต่างติดเชื้อโดยไม่อาจรักษาได้ Big Boss จึงจำใจต้องลั่นไกสังหารลูกน้องของตนทุกรายด้วยจิตใจอันหนักอึ้งแต่ก็ไม่อาจร้องออกมาได้ สุดท้าย Big Boss จึงตัดสินใจว่าศพของทหารที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ทุกรายจะได้รับการฌาปนกิจและนำเถ้าถ่านมาหลอมเป็นเพชรให้คนที่เหลืออยู่ติดตัวนำไปออกรบด้วยดั่งแสงสว่างนำทางให้ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง ทว่า Miller และ Ocelot ต่างก็สงสัยว่าเหตุใดจึงเกิดการระบาดครั้งที่สองขึ้นได้ และเมื่อตรวจสอบก็พบว่าผู้ที่ทำให้เกิดการระบาดก็ไม่ใช่ใครแต่เป็น Huey นั่นเอง เพราะ Huey นั้นเป็นผู้แก้ไขอุปกรณ์ในเขตกักกันให้ฉายรังสีจนทำให้ทั้งปรสิตและ Wolbachia เกิดการกลายพันธุ์เพื่อหวังจะเพาะพันธุ์ปรสิตสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาและขายให้แก่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ผู้มีสายสัมพันธ์โยงใยกับ Cipher นั่นเอง เมื่อทราบถึงความเลวร้ายที่ Huey ได้กระทำไปทั้งหมดตั้งแต่คราว MSF, การสังหาร Strangelove และการก่อให้เกิดโรคระบาดครั้งที่ 2 นี้ Miller และทหารทุกรายต่างเรียกร้องให้ทำการประหาร Huey ทันที แต่ทว่า Big Boss ได้ห้ามเอาไว้และเพียงเนรเทศ Huey ออกไปจาก Diamond Dogs เท่านั้น

เมื่อจบเหตุการณ์โรคระบาดครั้งที่สองลงไป ทุกคนกลับพบว่า Quiet นั้นหายตัวไปแล้วโดยมีร่องรอยสุดท้ายคืออัฟกานิสถาน ทำให้ Big Boss จำต้องไปตามตัวกลับมา ส่วนสาเหตุที่ Quiet จากไปก็เพราะ Quiet นั้นเป็นผู้มีเชื้อปรสิตเส้นเสียงภาษาอังกฤษในตัว เดิมทีเธอเป็นมือสังหารที่ถูกส่งมาจัดการ Big Boss ในโรงพยาบาลแต่พลาดท่าโดนไฟเผาทั้งตัวจนอวัยวะภายในเสียหายแต่เธอก็รอดชีวิตมาได้ด้วยการใช้ปรสิตรักษา ในขณะเดียวกัน Skull Face ก็ได้ฉีดปรสิตเส้นเสียงภาษาอังกฤษใส่ตัวเธอเพื่อหวังให้เธอมาแพร่เชื้อที่ Mother Base ด้วย แต่ไม่มีใครรู้สาเหตุว่าทำไมสุดท้ายเธอตัดสินใจที่จะไม่พูดเพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายออกไป ทว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์กลายพันธุ์ของปรสิตทำให้เธอเกิดหวาดกลัวขึ้นมาว่าตัวเธอเองจะเป็นพาหะแพร่เชื้อ จึงตัดสินใจจากมาเอง

Big Boss ตามร่องรอยจนพบกับ Quiet ที่กำลังโดนทหารโซเวียตกลุ้มรุมทำร้าย แต่เธอก็เอาตัวรอดได้ ทว่าไม่ทันที่ Big Boss จะได้กล่าวทักทายก็ปรากฏกองรบยานเกราะจำนวนมากที่มุ่งหน้ามาจัดการทั้งสอง Big Boss และ Quiet จึงร่วมมือกันทำลายกองยานเกราะไปได้จนเกือบหมด หากแต่การโจมตีของคันสุดท้ายทำให้ Quiet บาดเจ็บจนต้องพักฟื้น Big Boss จึงต้องแบกเธอออกมายังจุดหลบหนีท่ามกลางพายุทราย แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อในขณะที่หลบหนีนั้น Big Boss กลับถูกงูพิษกัดจนอยู่ในสภาวะเจียนตาย ทำให้ Quiet จำต้องยอมพูดภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับนักบินให้มารับได้ตรงตำแหน่ง สุดท้ายแล้ว Big Boss ก็รอดชีวิตได้เพราะได้รับเซรุ่มทันท่วงที หากแต่ Quiet นั้นจากไปโดยไม่มีแม้คำอำลา เหลือเพียงเทปบันทึกเสียงของเธอที่บ่งบอกความรู้สึกทั้งหมดที่มีให้ Big Boss เป็นของดูต่างหน้าเท่านั้น

กาลเวลาผ่านไป Big Boss ยืนมองกระจกพร้อมเปิดเทปจาก “ชายผู้หลอกลวงโลกทั้งใบ” ฟังและได้ทราบความจริงว่าแท้จริงแล้วตนคือแพทย์ทหารผู้เอาตัวเข้าบังแรงระเบิดให้กับ Big Boss ตัวจริงเมื่อสมัยปี ค.ศ.1975 จนต้องเสียแขนซ้ายและถูกศัลยกรรมให้รับบทบาทของ Big Boss ส่วน Big Boss ตัวจริงนั้นคืออิชมาเอลที่ช่วยเหลือตนออกจากโรงพยาบาลในไซปรัส เพื่อที่ตัวจริงจะได้สร้างประเทศ Zanzibar Land อันจะเปรียบดั่ง Outer Heaven ที่แท้จริง Big Boss หรือ Ahab ผู้นี้จึงเพียงแสยะยิ้มน้อมรับโชคชะตาที่โดนหยิบยื่นให้ในฐานะของ Big Boss อีกคนโดยดุษฎี

ในปี ค.ศ.1995 Ahab ยืนจ้องมองหน้าตนเองในกระจกก่อนจะชกกระจกจนแตก ท่ามกลางเสียงของเครื่องเล่นเทปที่เปิดเทปอันมีชื่อว่า Operation Intrude N313 ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องเพื่อไปเผชิญหน้ากับบุคคลที่ถูกส่งมาเพื่อทำลาย Outer Heaven ให้สิ้นซาก ซึ่งก็คือ Solid Snake นั่นเอง...

*เนื้อหานับแต่จุดนี้ไปเป็นเรื่องราวของภารกิจที่ 51 Kingdom of the Flies ที่จะเป็นการปิดเส้นเรื่องของ Eli อย่างสมบูรณ์ แต่ภารกิจนี้จะไม่มีให้เล่นในตัวเกมหลักเพราะว่าพัฒนาเสร็จไม่ทันเกมวางจำหน่าย จึงได้มีการแถมฉากคัตซีนมากับชุด Collector′s Edition ของเกมนั่นเอง*

ภายหลังจากที่ Eli และพรรคพวกหลบหนีไป ในที่สุด Diamond Dogs ก็สามารถตรวจสอบและค้นพบว่าทั้งหมดต่างมุ่งหน้าไปสู่แผ่นดินแอฟริกาห่างจากน่านน้ำเซย์แชลส์เข้าไปราวห้าสิบไมล์ ซึ่ง Cipher เองก็ได้รับรู้ว่า Sahelanthropus นั้นลอยผ่านไปยังที่ใดที่หนึ่งจึงได้เริ่มควานหาอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สิ่งที่แย่ที่สุดก็คือ Eli ครอบครองปรสิตเส้นเสียงภาษาอังกฤษชุดสุดท้ายเอาไว้ ซึ่งหากปรสิตเส้นเสียงนั้นแพร่กระจายออกไปโลกนี้ก็จะตกอยู่ในความโกลาหลเป็นแน่

แผนกข่าวกรองก็ตรวจสอบจนพบตำแหน่งที่อยู่ล่าสุดของ Eli และเด็กคนอื่นๆ รวมถึง Sahelanthropus ที่โดนช่วงชิงไปด้วยนั่นคือเกาะที่รายล้อมโดยทะเลสาบเกลือในบริเวณพื้นที่แอฟริกากลาง ซึ่งก็ถือเป็นโชคดีในคราวเคราะห์เพราะปรสิตจะไม่อาจดำรงชีวิตอยู่ได้ในน้ำเกลือจึงไม่มีทางที่จะแพร่ระบาดไปจากเกาะได้ และด้วยเหตุที่ในบรรดาเด็กๆนั้นยังไม่มีใครที่เสียงแตกเนื้อหนุ่มนั่นเอง ปรสิตจึงยังไม่แสดงอาการและส่งผลอะไรออกมา ทว่าในเทปบันทึกเสียงที่ค้นพบนั้นกลับพบว่าเสียงของ Eli เริ่มที่จะแตกเนื้อหนุ่มขึ้นมาแล้ว มิหนำซ้ำ Eli ยังได้แพร่เชื้อใส่ทหารสอดแนมของ XOF ด้วยหวังว่าจะเพาะพันธุ์ปรสิตสายพันธุ์ภาษาอังกฤษให้มากขึ้น โดย Eli ได้มีข้อเรียกร้องเพียงประการเดียวเพื่อแลกกับ Sahelanthropus และนิวเคลียร์นั่นคือร่างของ Big Boss

Big Boss เข้าไปถึงบริเวณใจกลางของเกาะและได้พบกับ Eli ในชุดปลอดเชื้อสีแดงพร้อมกับทหารเด็กรายอื่น แต่ในจังหวะเดียวกันกองกำลัง XOF ก็ได้มาถึงเช่นกันพร้อมกับที่ทุกนายต่างใส่ชุดปลอดเชื้อสีขาวโดยพร้อมเพรียงและเปิดฉากยิงใส่ Eli ทันที ทว่ากระสุนกลับไม่อาจเข้าถึงตัว Eli ได้เพราะต้องเผชิญกับม่านพลังจิตจากฝีมือของ The Third Child อีไลที่รู้สึกตัวว่ามีคนโจมตีจึงได้กระโดดเข้าห้องคนขับของ Sahelanthropus และเริ่มเข่นฆ่าทหารทันที 

การต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างโกลาหล เพราะมันคือการปะทะกันระหว่าง Big Boss ที่มีกำลังหนุนจาก Diamond Dogs, กองกำลัง XOF ที่ขนสรรพาวุธมาเต็มอัตราศึก และ Sahelanthropus ที่แข็งแกร่ง ผลจากการปะทะนั้น Sahelanthropus ก็ถูกทำลายจนลำตัวขาดครึ่งและไม่อาจขยับได้อีกต่อไป ทหาร XOF ที่เหลือรอดจึงเข้าประชิดตัวเพื่อเตรียมสังหาร Eli ทันที Big Boss จึงลอบจู่โจมและกำจัดทหาร XOF ไปได้จนหมดแต่โชคร้ายที่กำลังเสริมของ XOF ก็หนุนเนื่องมาทันควัน ในตอนนั้นเองระเบิดลูกหนึ่งได้ตกใกล้บริเวณที่ Big Boss อยู่พอดี แรงระเบิดก็ส่งผลให้ Big Boss เกิดอาการมึนงงไปครู่หนึ่ง พร้อมกับที่ประสาทการรับรู้สีได้รับผลกระทบขึ้นมา Big Boss หยิบปืนพกมากระชับไว้และระเบิดกระสุนเข้าใส่ทุกรายที่ใส่ชุดปลอดเชื้อ แต่เมื่อสายตากลับมาเป็นปกติก็พบว่าตนได้ลั่นไกเข้าใส่ Eli ไปด้วยเช่นกัน ชุดของ Eli ที่วีน่อมเห็นเป็นสีขาวเริ่มกลับคืนเป็นสีแดงทีละน้อย 

ครู่เดียว Ocelot และทหารรายอื่นก็มาถึงและเตรียมการชำระล้างทั้งเกาะ หากแต่ Eli นั้นยังไม่ตายเพราะได้สวมเสื้อเกราะกันกระสุนเอาไว้ใต้ชุดปลอดเชื้อ Big Boss จึงพยายามจะพา Eli กลับไปทำการรักษาตัว ทว่าเมื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่า Eli เริ่มแสดงอาการของปรสิตเส้นเสียงขึ้นมาแล้ว อีกทั้งด้วยความที่ทั้งเกาะนั้นได้รับผลกระทบของปรสิตเส้นเสียงไปทั่วบริเวณแล้ว Ocelot จึงได้ออกคำสั่งให้ทำการถล่มเกาะแห่งนี้ด้วยระเบิดนาปาล์มเพื่อเผาผลาญทุกตารางนิ้วของเกาะจนหมดสิ้น Diamond Dogs ได้ทำการเก็บกู้ซากที่เหลือของ Sahelanthropus และเริ่มเคลื่อนพลกลับสู่ Mother Base แต่ก่อนที่ Big Boss จะจากไปก็ได้หยิบปืนพกขึ้นมาพร้อมทั้งบรรจุกระสุนเอาไว้หนึ่งนัดพร้อมกล่าวว่า “ถูกต้องแล้ว อย่าโทษตัวเอง ถ้าจะโทษก็จงโทษฉันคนนี้ซะ” เมื่อกล่าวจบก็วางปืนกระบอกนั้นไว้บนพื้นเบื้องหน้า Eli เพื่อให้ตัดสินใจเอาเองว่าจะทำอย่างไรต่อไป สุดท้าย Eli ก็ตัดสินใจหยิบปืนขึ้นมาจ่อขมับของตน ทว่ายังไม่ทันที่จะเหนี่ยวไกพลัน The Third Chils ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง และใช้พลังของตนทำการดึงปรสิตเส้นเสียงในช่องคอของ Eli ออกมาจากร่างจากนั้นก็พา Eli ลอยตัวออกไปจากเกาะจนทั้งคู่รอดชีวิตมาจากระเบิดนาปาล์มได้หวุดหวิด

คอปเตอร์ของ Diamond Dogs ได้มุ่งหน้ากลับไปยัง Mother Base พลัน Big Boss มองภาพสะท้อนของตนจากกระจกของคอปเตอร์และเห็นใบหน้าของตนเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดแดงฉานพร้อมกับเขาที่ยื่นยาวออกมาดุจปีศาจอีกครั้ง

เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่มีใครทราบแต่ Eli และ The Third Chils ต่างก็ได้มุ่งหน้าไปยังนิวยอร์ค ซึ่ง Eli ได้กล่าวตั้งมั่นกับตนเองว่าความแค้นที่ตนมีต่อ Big Boss นั้นไม่มีวันจบลงง่ายๆแน่นอน

TOP