Wikigame

Side Op (ภารกิจรอง)
ในส่วนนี้จะขออธิบายรายละเอียดของ Side Op ที่ปรากฏในเกมซึ่งส่วนใหญ่จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไม่มากนัก แต่จะทวีความยากมากขึ้นเมื่อเล่นผ่านไปเรื่อยๆ จึงจะขอลงรายละเอียดในเชิงการอธิบายสิ่งที่ต้องทำของ Side Op แต่ละประเภทแทน เว้นแต่ Side Op บางภารกิจที่จะมีส่วนสำคัญกับเนื้อเรื่องก็จะอธิบายอย่างเฉพาะเจาะจงเป็นคราวๆ ไป

สิ่งที่ต้องกล่าวให้ทราบก่อนอื่นเลยก็คือ Side Op นี้จะไม่มีการคิดแรงค์เหมือนอย่างภารกิจหลัก ดังนั้นคุณสามารถเล่นแบบระเบิดภูเขาเผากระท่อมแค่ไหนก็ได้ตามใจชอบ (ข้อเสียจะมีอย่างเดียวคือคุณอาจพลาดที่จะได้จับทหารความสามารถดีๆ กลับมาเท่านั้น)

Side Op 1:Extract Interpreter (Russian)
Side Op 2:Extract Interpreter (Pashto)
Side Op 3:Extract Interpreter (Afrikaans)
Side Op 4:Extract Interpreter (Kikongo)

Side Op เหล่านี้ถือว่ามีความจำเป็นและสำคัญกับการเล่นมากถึงแม้จะเป็นเพียงภารกิจรอง เพราะในทันทีที่เราสามารถจับตัวทหารที่มีความสามารถล่ามดังกล่าวกลับมาได้ ก็จะทำให้เราสามารถอ่านและเข้าใจสิ่งที่ทหารศัตรูหรือเชลยศึกแต่ละรายที่พูดภาษานั้นๆ ได้เข้าใจ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับตอนที่เรารีดข้อมูลจากทหารศัตรูนั่นเอง โดยล่ามแต่ละภาษาจะให้ผลดังนี้
-ภาษารัสเซีย จะทำให้เข้าใจภาษาของทหารรัสเซียทุกรายที่เจอ (พูดง่ายๆ ก็คือบรรดาทหารศัตรูในอัฟกานิสถาน)
-ภาษาพาชโต จะทำให้เราเข้าใจภาษาของบรรดานักรบมูจาฮิดีนทุกราย (บรรดาเชลยศึกในอัฟกานิสถานนั่นเอง)
-ภาษาอัฟริคาน จะทำให้เราเข้าใจภาษาของบรรดาทหาร PF ทุกรายในอัฟริกา
- ภาษาคิคองโก จะทำให้เราเข้าใจภาษาของบรรดาทหารเด็กทุกรายในอัฟริกา

Side Op 5:Secure The [Riot SMG] Blueprint
Side Op 6:Secure The [Stun Arm] Blueprint
Side Op 7:Secure The [IR-Sensor] Blueprint
Side Op 8:Secure The [Antitheft Device] Blueprint
Side Op 9:Secure The [Gun-Cam Defender] Blueprint
Side Op 10:Secure The [UA-Drone] Blueprint

บรรดา Side Op เหล่านี้จะทำให้เราได้พิมพ์เขียวใหม่ๆ สำหรับการสร้างอาวุธและอุปกรณ์ที่จำเป็น โดยวิธีในการหาตำแหน่งของพิมพ์เขียวเหล่านี้ที่ง่ายที่สุดก็คือการรีดข้อมูลเอาจากทหารที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ภารกิจนั่นเอง (โดยมากการรีดข้อมูลจากทหารเพียงรายเดียวก็เป็นการเพียงพอแล้ว)

Side Op 11 - 26:Extract The Highly-Skilled Soldier 1-16
Side Op ถือเป็นชุดภารกิจหนึ่งที่จะได้พบบ่อยของภารกิจรองในเกม เป้าหมายหลักของเราก็คือการจับตัวทหารศัตรูที่กำหนดกลับมาเสริมกำลังให้กับ Mother Base ของเรา ซึ่งในบางครั้งก็อาจจะลำบากกว่าที่คิดเพราะทหารศัตรูเช่นว่ามักอยู่ในที่ๆ มีทหารศัตรูรายอื่นอยู่หนาแน่นและในบางครั้งก็อาจมีอาวุธและชุดเกราะที่ดีพอสมควร อย่างไรก็ตามคำแนะนำสำหรับภารกิจรองชุดนี้ก็คือ
-พยายามใช้อาวุธประเภทปืนยาสลบหรือกระสุนยาง เพราะจำเป็นต้องจับทหารกลับมาแบบเป็นๆ 
-ถ้าเป้าหมายใส่ชุดเกราะหรือมีเครื่องป้องกันอื่นๆ แม้เราจะใช้ปืนยาสลบก็ยังสามารถยิงในส่วนอื่นของร่างกายที่ไม่มีเกราะหรือสิ่งป้องกันได้ (และพวกทหารที่ใส่ Riot Suit นั้นจะไม่สามารถต้านทานอาวุธจำพวกระเบิดแก๊สได้)
-ภารกิจจะสำเร็จทันทีเมื่อเราจับตัวเป้าหมายกลับมาได้สำเร็จ ดังนั้นหากจับเป้าหมายได้แล้ว หลังจากนั้นจะถล่มศัตรูที่เหลือด้วยความโหดร้ายเพียงใดก็จัดการเต็มที่ได้เลย

Side Op 27-46:Prisoner Extraction 1-20
Side Op เหล่านี้จะมีลักษณะใกล้เคียงกันกับการจับตัวทหารที่มีความสามารถสูงกลับมา ต่างกันเพียงแค่ว่าคนที่เราต้องไปจับกลับมาจะเป็นเชลยศึกเท่านั้น หากต้องการให้การทำภารกิจรองชุดนี้เป็นไปอย่างสะดวกก็ขอแนะนำให้พา DD มาลงปฏิบัติภารกิจด้วย

Side Op 47:Extract The Little Lost Sheep
Side Op 48:Capture The Legendary Brown Bear
Side Op 49:Capture The Legendary Ibis
Side Op 50:Capture The Legendary Jackal

Side Op เหล่านี้จะเป็นการตามจับสัตว์ที่ภารกิจกำหนดเอาไว้ โดยทั่วไปจะไม่แตกต่างกับการจับสัตว์ธรรมดาที่พบเจอได้ตามแต่ละพื้นที่ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ควรปฏิบัติภารกิจพวกนี้ก็คือ Side Op ที่ 49 และ 50 เพราะจะช่วยให้สร้างอุปกรณ์ใหม่ได้ ดังนี้
-Side Op 49 นั้นเมื่อผ่านแล้วเราจะสามารถสร้างแขนกลใหม่นั่นคือ Hand of Jehuty ได้ ซึ่งตำแหน่งของนกตัวนี้จะอยู่แถวบริเวณน้ำตกขนาดใหญ่ใน Lufwa Valley ซึ่งมันมักจะยืนนิ่งๆ บนพื้นใกล้กับริมผาบริเวณน้ำตก หากมีปืนสไนเปอร์ไรเฟิลยาสลบก็ใช้ให้เป็นประโยชน์เพราะหากมันรู้ตัวและเริ่มบินบนฟ้าจะทำให้เราจับตัวมันกลับมาได้ยาก
-Side Op 50 นั้นเมื่อผ่านแล้วเราจะสามารถสร้าง Wormhole Fulton ที่ช่วยให้จับทุกอย่างได้แม้ว่าจะอยู่ในอาคารก็ตาม ซึ่งเจ้า Jackal ที่ว่านี้มันจะอยู่ร่วมกับหมาป่าตัวอื่นๆ เป็นฝูงดังนั้นควรต้องทำให้สลบทุกตัวเสียก่อนแล้วจึงจับกลับมา

Side Op 51-60:Extract The Wandering Mother Base Soldiers 1-10
ภารกิจเหล่านี้เป็นการตามจับตัวทหารเก่าของ MSF ที่ยังรอดชีวิตอยู่ และยังสัมพันธ์กับเนื้อหาเสริมที่สำคัญมากอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับ Paz ด้วยเพราะทุกครั้งที่เราจับทหารแต่ละรายกลับมาได้เราก็จะได้รูปภาพแห่งความทรงจำในสมัย MSF มาทีละรูป ทั้งนี้มีข้อแนะนำสำหรับ Side Op ชุดนี้ดังต่อไปนี้
-เป้าหมายของเราแต่ละรายนั้นจะตอบโต้ด้วยความรุนแรงเมื่อพบเจอตัวเรา จึงขอให้ย่องเงียบจะดีที่สุด แน่นอนว่าการมีคู่หูอย่าง DD มาก็จะเป็นการดีเพราะช่วยให้ระบุตำแหน่งได้ง่ายขึ้น แต่หากคุณพาคู่หูอย่าง Quiet มาก็ไม่ใช่สิ่งที่แย่เพราะหากคุณติดปืนสไนเปอร์ไรเฟิลยาสลบให้เธอก็จะทำให้เราจับตัวเป้าหมายมาได้อย่างง่ายดาย
-หากคุณจะใช้ปืนยาสลบยิงใส่เป้าหมาย จำเป็นต้องยิงเข้าศีรษะเท่านั้นแม้จะกระหน่ำยิงส่วนอื่นเท่าไหร่ก็จะไม่เป็นผล หรือจะเข้าไปใช้ CQC จับทุ่มก็ได้แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าเมื่อเป้าหมายพบเจอตัวเราแล้วจะออกอาการบ้าคลั่งซึ่งสามารถโจมตีเราทีเดียวจนคว่ำลงกับพื้นได้เลย (ในรายหลังๆ อาจมีระเบิดแก๊สยาสลบปาใส่เราด้วย)
-เมื่อเป้าหมายโจมตีเราแล้วจะวิ่งหนีไปด้วยความเร็วสูงมาก ซึ่งจะทำให้เราเสียเวลาต้องไล่ตามและไล่หาอีกครั้ง หากเป็นไปได้พยายามอย่าให้เป้าหมายรู้ตัวจะดีกว่า
-วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้สามารถจับตัวเป้าหมายยอมให้เราจับตัวกลับมาง่ายๆ โดยไม่เปลืองแรงก็คือกดใช้ Cardboard Box แล้วเดินเข้าไปหา เมื่อเป้าหมายเห็นกล่องกระดาษของเราก็จะปรี่เข้ามาพูดคุยกับเราสั้นๆ ก่อนจะยืนทำความเคารพเราอยู่อย่างนั้นให้เราจับตัวกลับมาได้โดยไม่ขัดขืน หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือกดเปิดเพลง Love Deterrence ผ่านลำโพงของ iDroid ให้เป้าหมายได้ยินก็จะให้ผลลัพธ์เช่นเดียวกัน

Side Op 61-65:Unlucky Dog 1-5
Side Op นี้มีรูปแบบการเล่นเช่นเดียวกันกับภารกิจที่ให้เราไปจับตัวทหารความสามารถสูงหรือเชลยศึกออกมา เพราะเป้าหมายของเราก็คือทหารในสังกัด Diamond Dogs ที่พลาดท่าโดนจับตัวไป ซึ่งในความเป็นจริงก็คือการไปช่วยเชลยศึกเหมือนเคย

Side Op 66-81:Eliminate The Heavy Infantry 1-16
Side Op เหล่านี้จะเป็นการกำจัดทหารในชุดเกราะหนัก แต่แน่นอนว่าใช้ Fulton ชิงตัวกลับมาก็ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามด้วยความที่ทหารพวกนี้สวมเกราะหนาทั่วตัวจึงอาจใช้วิธีจัดการตามปกติได้ยากเสียหน่อย จึงขอแนะนำดังนี้
-แม้พวกนี้จะสวมเกราะทั้งตัวแต่การเข้าไปทุ่มด้วย CQC ก็ยังคงได้ผลดีเหมือนเดิม หรือหากไม่คิดจะจับตัวกลับมาก็ใช้ปืนที่มีคุณสมบัติในการเจาะเกราะยิงเลยก็ได้เช่นกัน
-โดยทั่วไปทหารสวมเกราะพวกนี้มักเดินลาดตระเวนกันไปเป็นคู่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเท่าไหร่เพราะหากเราเข้าไปใกล้ในระยะที่สามารถจับทุ่มได้คนนึงเราจะสามารถทุ่มอีกคนต่อเนื่องได้เลยทันทีเช่นกัน

Side Op 82:Make Contact With Emmerich
Side Op นี้ถือเป็นภารกิจรองที่มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อเนื้อเรื่อง เพราะหากไม่ทำภารกิจรองนี้ให้สำเร็จก็จะไม่สามารถเล่นภารกิจหลักต่อได้ เป้าหมายของเราคือการมุ่งหน้าไปยัง Serak Power Plant และหาทางเข้าประตูสีแดงที่อยู่ด้านในสุด ซึ่งเมื่อคุณเข้าไปด้านในประตูแล้วก็จะเป็นการเริ่ม Mission 12 โดยอัตโนมัติทันที

Side Op 83-92:Mine Clearing 1-10
Side Op นี้มีเป้าหมายเป็นการทำลายหรือเก็บกับระเบิดที่วางอยู่ทั่วบริเวณพื้นที่ภารกิจให้หมด อาจฟังดูยากลำบากแต่มีข้อแนะนำดังนี้
-การนำคู่หูอย่าง DD ไปด้วยจะช่วยให้สะดวกมาก เพราะ DD จะสามารถบอกตำแหน่งของกับระเบิดได้หมด (โดยการกดดูบนแผนที่) เมื่อพบแล้วจะทำลายทิ้งหรือเก็บก็ตามสะดวก
-หากจะเก็บกับระเบิดจำเป็นต้องเข้าไปเก็บจากด้านหลังเท่านั้น หากเข้าไปเก็บจากด้านหน้ายังไงก็โดนระเบิดแม้ว่าคุณจะคลานอยู่ก็ตามที ซึ่งวิธีสังเกตง่ายๆ ว่าด้านไหนคือด้านหน้าหรือด้านหลังก็คือการใช้กล้องส่องทางไกลซูมดูจะสังเกตเห็นคำว่า Front ได้ง่ายมาก ที่สำคัญคือเราจะสามารถสังเกตเห็นรัศมีตรวจจับของกับระเบิดเป็นแสงสีแดงได้ด้วย หลีกเลี่ยงมันซะก็ปลอดภัยแล้ว
-การใช้ Night Vision Goggles ก็เป็นอีกวิธีนึงที่ทำให้เราสามารถมองเห็นกับระเบิดได้อย่างชัดเจน รวมถึงรัศมีการตรวจจับด้วย

Side Op 93-106:Eliminate The Armored Vehicle Unit 1-14
Side Op นี้มีเป้าหมายคือการทำลายรถหุ้มเกราะ (หรือจะจับกลับมาก็ได้) ซึ่งเป้าหมายเราจะไม่ได้มีเพียงแค่รถหุ้มเกราะแต่จะมีทหารเดินเท้าด้วย และในบางครั้งก็อาจมีพลซุ่มยิงอยู่ในบริเวณใกล้เคียง แต่สิ่งที่เป็นปัญหาที่สุดคือเฮลิคอปเตอร์รบของศัตรูที่จะโผล่มาในภารกิจหลังๆ โดยสำหรับการหาตัวศัตรูตามที่ต่างๆ ในบริเวณพื้นที่ภารกิจนั้นหากพา DD มาด้วยก็จะช่วยให้ง่ายขึ้นเยอะมาก ในกรณีที่คุณต้องการจับรถหุ้มเกราะกลับมาสิ่งสำคัญมีเพียงแค่อย่าไปปรากฏตัวอยู่หน้าปากกระบอกปืนเท่านั้นก็เพียงพอ อีกทั้งเรายังสามารถกดวิ่งเร็วเข้าใกล้รถได้เลยโดยไม่ต้องกังวลว่ารถหุ้มเกราะจะได้ยินเสียงวิ่งของเราด้วย

Side Op 107:Extract The Legendary Gunsmith
Side Op 108:Extract The Legendary Gunsmith Again
Side Op 109:Extract The Legendary Gunsmith Yet Again

Side Op ชุดนี้จะเป็นการจับตัวเป้าหมายที่เป็นช่างปืนในตำนานกลับมา (แต่ตัวจริงที่เป็นช่างปืนในตำนานคือคนที่ปรากฏใน Side Op 109) ซึ่งโดยตัวภารกิจเองไม่มีอะไรซับซ้อน แต่รางวัลที่ได้หลังจบ Side Op 109 ก็คือการที่เราจะสามารถปรับแต่งปืนที่เรามีได้ตามใจชอบ 

Side Op 110:Extract Materials Container
Side Op นี้จะเป็นการไปชิงตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นเป้าหมายกลับมา ไม่มีอะไรยากเลย เพียงแค่ระวังบรรดาทหารศัตรูใกล้เคียงก็พอ

Side Op 111:Visit Quiet
Side Op นี้ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพียงแค่กลับมายัง Mother Base ลงที่ Medical Platform แล้วไปยังห้องขังด้านล่างเพื่อฟังบทสนทนากับ Ocelot ก็เป็นอันเรียบร้อย จากนั้นเราก็จะได้ Quiet มาเป็นคู่หูร่วมรบแล้ว

Side Op 112:Intel Agent Extraction
ยังคงเป็นภารกิจช่วยเหลือเชลยศึกเช่นเคย แต่ในงวดนี้เชลยศึกถือเป็นบุคคลสำคัญยิ่งกว่าระดับ VIP เสียอีก ส่วนตำแหน่งที่เชลยศึกรายนี้โดนจับตัวอยู่นั้นคือห้องเดียวกันกับที่คุณต้องไปช่วย Kaz ใน Mission 1 ที่ Da Ghwandai Khar เลย ส่วนทหารศัตรูก็ไม่ได้มีความสามารถอะไรที่เก่งกาจเกินไปกว่าปกติ

Side Op 113:Eli′s Challenge
Side Op นี้เราจำเป็นต้องกลับไปยัง R&D Platform ที่ Mother Base เพื่อสู้กับ Eli อีกครั้ง แน่นอนว่ารูปแบบการโจมตีก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเดิมเท่าไหร่ (สามารถดูรายละเอียดรูปแบบการโจมตีต่างๆ ได้จาก Mission 23) โดยสิ่งที่จะช่วยให้เราหาตัว Eli ที่หลบซ่อนอยู่ก็คือการใช้ Bio-Detector จากแขนกลของเรานี่เอง

Side Op 114-127:Eliminate The Tank Unit 1-14
Side Op นี้มีลักษณะการเล่นแบบเดียวกันกับภารกิจ Eliminate The Armored Vehicle Unit เลยเพียงแค่เปลี่ยนจากรถหุ้มเกราะเป็นรถถังเท่านั้นเอง

Side Op 128-142:Eliminate The Wandering Puppets 1-15
Side Op นี้มีเป้าหมายให้คุณทำการกำจัดบรรดาทหารที่ตกอยู่ในสภาพคล้ายซอมบี้ (ที่เป็นผลมาจากการโดนพวก Skulls ควบคุม) และด้วยความที่ทหารพวกนี้จะไม่มีการเรียกกำลังเสริมและไม่ใช้อาวุธโจมตีเราแน่นอน จึงเป็นภารกิจที่ง่ายมากดังนั้นหากเห็นทหารรายใดที่ค่าความสามารถสูงมากก็สามารถจับกลับมาได้อย่างง่ายดาย (ระเบิดแก๊สยาสลบก็ใช้การได้ดีกับทหารเหล่านี้แต่อาจรอเวลานานกว่าทหารปกติเล็กน้อย)

Side Op 143:Extract The AI Pod
Side Op นี้ถือเป็นภารกิจรองที่มีความสำคัญกับเนื้อเรื่อง เพราะหากไม่ปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จก็จะไม่สามารถเล่นเนื้อเรื่องต่อไปได้ ซึ่งภารกิจนี้จะให้เราไปนำ AI Pod ที่อยู่ในโรงเก็บของ Afghanistan Central Base Camp กลับมา แต่แทนที่จะเข้าโรงเก็บทางด้านเหนือที่ไปพบกับ Huey เหมือนอย่างเช่นในภารกิจหลัก งวดนี้เราต้องเข้าโรงเก็บแถบตะวันออกแทน (หรือโรงกลางจากทั้งหมดสามโรง) อย่างไรก็ตามประตูทางเข้าโรงเก็บนั้นจะเปิดให้เข้าได้ต่อเมื่อไม่ได้อยู่ในสภาวะ Alert เท่านั้น เมื่อเข้าไปด้านในแล้วก็กดสำรวจที่เครื่องคอมพิวเตอร์หรือ AI Pod เองก็เป็นอันเสร็จสิ้น

Side Op 144:Secure The Remains Of The Man On Fire
Side Op นี้ มีเป้าหมายคือการนำซากของ Man On Fire กลับมา โดยให้เรามุ่งหน้าไปที่ Yakho Oboo Outpost ซึ่งซากของ Man On Fire ก็ไม่ได้ถูกซ่อนไว้ที่ไหนลึกลับเพราะเมื่อเข้าไปก็จะเห็นซากของมันนอนแผ่อยู่ตรงกลางป้อมเลย กดใช้ Fulton เพื่อจับกลับมาก็เรียบร้อย

Side Op 145-149: Search For The Escaped Children 1-5
Side Op นี้มีเป้าหมายในการพาตัวเด็กที่หลบหนีออกจาก Mother Base กลับมา แต่ถึงแม้เราจะรู้ตำแหน่งที่อยู่ของเด็กแต่ละคนคร่าวๆ ก็ตามแต่การจะหาตัวให้พบแบบเจาะจงอาจเป็นการลำบากเล็กน้อย (เว้นแต่คุณพา DD มาด้วย) ดังนั้นจะขอบอกสถานที่อยู่ของเด็กแต่ละคนดังนี้ (เรียงลำดับตามเลขที่ภารกิจ)
-เด็กคนแรกโดนจับตัวอยู่ที่ Mfinda Oilfield โดยให้เรามุ่งหน้าไปยังอาคารด้านใต้ (ใกล้กับประตูเข้าออกด้านตะวันออกของ Mfinda Oilfield)
-เด็กคนที่สองอยู่ที่อาคารใน Lufwa Valley ซึ่งเมื่อเราเข้าทางประตูหน้าของอาคารไปก็จะพบเด็กเลย
-เด็กคนที่สามอยู่ที่ Aabe Shifap Ruins โดยจะนั่งอยู่บนยอดหอคอยสูงในบริเวณนั้น (ระวังหมีที่เดินไปเดินมาด้วยล่ะ) 
-เด็กคนที่สี่อยู่ที่ Lamar Khaate Palace โดยเราต้องหาทางขึ้นไปบริเวณชั้นบนจะเห็นเด็กนั่งอยู่บริเวณริมขอบอาคาร (ซึ่งทางเดินก่อนไปถึงตัวเด็กก็จะลำบากเล็กน้อยเนื่องจากทางเดินจะค่อนข้างแคบ)
-เด็กคนสุดท้ายจะอยู่ที่ Da Smasei Laman โดยจะอยู่ชั้นบนภายในถ้ำสุดแถบด้านตะวันออกของสถานที่นี้ ในบริเวณนี้จะเต็มไปด้วยทหาร Puppet Soldier เต็มไปหมด ควรกำจัดพวกมันก่อนก็จะเป็นการดี

Side Op 150:Secure Quiet
การจะเริ่มภารกิจรองนี้ได้จะมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
-Mission 11 เราต้องไว้ชีวิต Quiet
-Quiet ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมเรียกมาเป็นคู่หูได้
-ค่า Bond ที่มีต่อ Quiet ต้องเต็ม
-ต้องผ่านเหตุการณ์ที่มีการไล่ Huey ออกจาก Mother Base แล้ว
-ต้องไม่มีการใช้ตรา Butterfly (front) ในสัญลักษณ์ของตัวเอง
ภารกิจรองนี้ไม่มีอะไรมาก แค่เข้าไปสำรวจ Intel File ภายในอาคารตรงบริเวณป้อมทางตะวันออกของ Aabe Shifap Ruins ก็พอ แต่เมื่อผ่านภารกิจรองนี้แล้วเกมจะเข้าสู่ภารกิจหลัก Mission 45 ในทันที ขอให้เตรียมตัวให้พร้อมด้วย

Side Op 151:Target Practice (Command Platform)
Side Op 152:Target Practice (R&D Platform)
Side Op 153:Target Practice (Support Unit Platform)
Side Op 154:Target Practice (Base Development Platform)
Side Op 155:Target Practice (Intel Team Platform)
Side Op 156:Target Practice (Medical Platform)
Side Op 157:Target Practice (Combat Unit Platform)

Side Op เหล่านี้เป็นการซ้อมยิงเป้าภายในแต่ละ Platform บน Mother Base ของเราเอง และปืนที่เราใช้ได้จะมีเพียงปืนยาสลบหรือปืน STN เท่านั้น หากมีอาวุธประเภทปืนกลที่เป็นกระสุนยางก็จะช่วยให้เล่นได้ง่ายขึ้นมากกว่าใช้เพียงแต่ Wu Pistol แต่เพียงอย่างเดียว ข้อแนะนำคือบางครั้งเป้าที่เราต้องยิงอาจไปปรากฏตัวในที่ๆ คิดไม่ถึงจึงขอให้สำรวจให้ถี่ถ้วน และหากไม่ผ่านในรอบแรกก็ไม่ต้องเป็นกังวลเพราะเราสามารถเล่นใหม่ได้เรื่อยๆ อยู่แล้ว

Blueprint (พิมพ์เขียว)
สำหรับในส่วนนี้จะเป็นรายละเอียดของพิมพ์เขียวที่มีไว้เพื่อสร้างอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆ ในเกม โดยจะบอกสถานที่เก็บให้อย่างละเอียด

[GEIST P3] Blueprint
-วิธีเก็บคือผ่าน Dispatch Mission "Break Through the Blockade Force"
-อาวุธที่สร้างได้คือ GEIST P3 (ปืนพก)

[WU S333] Blueprint
-วิธีเก็บคือผ่าน Dispatch Mission "Restore the DMZ"
-อาวุธที่สร้างได้คือ WU S333 (ปืนพก)

[URAGAN-5] Blueprint
-สามารถเก็บได้ที่ Bampeve Plantation ภายหลังจากที่ผ่านภารกิจหลักที่ 16 มาแล้ว
-อาวุธที่สร้างได้คือ URAGAN-5 (ปืนพก)

[ZORN-KP] Blueprint
-วิธีเก็บคือผ่าน Dispatch Mission "Defend the Pipeline"
-อาวุธที่สร้างได้คือ ZORN-KP (ปืนพก)

[RIOT SMG] Blueprint
-วิธีเก็บคือเคลียร์ Side Op 5 (ที่ Da Wialo Kallai)
-อาวุธที่สร้างได้คือ RIOT SMG (ปืนกลเบา)

[ZE′EV] Blueprint
-วิธีเก็บคือเคลียร์ Dispatch Mission "Search and Destroy Remaining Forces"
-อาวุธที่สร้างได้คือ ZE′EV (ปืนกลเบา)

[MACHT 37] Blueprint
-สามารถเก็บได้ที่ Kungenga Mine ภายหลังจากที่เคลียร์ภารกิจหลักที่ 23 แล้ว หรือเก็บได้จากเฮลิคอปเตอร์รบในภารกิจหลักที่ 21
-อาวุธที่สร้างได้คือ MACHT 37 (ปืนกลเบา)

[UN-ARC] Blueprint
-สามารถเก็บได้ที่ Wakh Sind Barracks ในระหว่างเล่นภารกิจหลักที่ 5 หรือเก็บได้ที่ Yakho Oboo Outpost ภายหลังจากผ่านภารกิจหลักที่ 6 แล้ว
-อาวุธที่สร้างได้คือ UN-ARC (ปืนไรเฟิลจู่โจม)

[G44] Blueprint
-สามารถเก็บได้ที่ Ditadi Abandoned Village
-อาวุธที่สร้างได้คือ G44 (ปืนไรเฟิลจู่โจม)

[KABARGA-83] Blueprint
-สามารถเก็บได้ที่ Mfinda Oilfield
-อาวุธที่สร้างได้คือ KABARGA-83 (ปืนลูกซอง)

[BULLHORN SG] Blueprint
-วิธีเก็บคือเคลียร์ Dispatch Mission "Prevent the Coup d etat"
-อาวุธที่สร้างได้คือ BULLHORN SG (ปืนลูกซอง)

[ISANDO RGL-220] Blueprint
-สามารถเก็บได้ที่ Ditadi Abandoned Village (ด่านทหารทิศใต้) หรือ Kungenga Mine (ด่านทหารทิศตะวันตก) หรือ Munoko ya Nioka Station (ด่านทหารทิศตะวันตกเฉียงเหนือ) หรือ Nova Braga Airport (ด่านทหารทิศใต้)
-อาวุธที่สร้างได้คือ ISANDO RGL-220 (ปืนยิงลูกระเบิด)

[HAIL MGR-4] Blueprint
-วิธีเก็บคือเคลียร์ Dispatch Mission "Destroy the Uranium Centrfuges"
-อาวุธที่สร้างได้คือ HAIL MGR-4 (ปืนยิงลูกระเบิด)

[BAMBETOV SV] Blueprint
-สามารถเก็บได้ที่ Lamar Khaate Palace หลังเคลียร์ภารกิจหลักที่ 6 ไปแล้ว หรือที่ Afghanistan Central Base Camp ในขณะที่เล่นภารกิจหลักที่ 12
-อาวุธที่สร้างได้คือ BAMBETOV SV (ปืนสไนเปอร์ไรเฟิล)

[AM MRS-71 RIFLE] Blueprint
-วิธีเก็บคือเคลียร์ Dispatch Mission "Destroy the New Fighter Aircraft"
-อาวุธที่สร้างได้คือ AM MRS-71 RIFLE (ปืนสไนเปอร์ไรเฟิล)

[BRENNAN LRS-46] Blueprint
-สามารถเก็บได้ที่ Lufwa Valley ภายหลังจากที่เคลียร์ภารกิจหลักที่ 23 แล้ว
-อาวุธที่สร้างได้คือ BRENNAN LRS-46 (ปืนสไนเปอร์ไรเฟิล)

[UN-AAM] Blueprint
-สามารถเก็บได้ที่ Kiziba Camp (ด่านทหารทิศตะวันตกเฉียงเหนือหรือด่านทหารทิศใต้) หรือ Bampeve Plantation (ด่านทหารทิศตะวันตกเฉียงใต้) หรือ Nova Braga Airport ในระหว่างภารกิจหลักที่ 21
-อาวุธที่สร้างได้คือ UN-AAM (ปืนกลหนัก)

[LPG-61] Blueprint
-วิธีเก็บคือเคลียร์ Dispatch Mission "Recapture the Port Facilities"
-อาวุธที่สร้างได้คือ LPG-61 (ปืนกลหนัก)

[FB MR R-LAUNCHER] Blueprint
-วิธีเก็บคือเคลียร์ Dispatch Mission "Liberate the Tanker"
-อาวุธที่สร้างได้คือ FB MR R-LAUNCHER (ร็อคเก็ตลอนเชอร์)

[PB SHIELD] Blueprint
-สามารถเก็บได้ที่ Da Ghwandai Khar หรือ Da Wialo Kallai ในระหว่างภารกิจหลักที่ 7 หรือ Aabe Shifap Ruins (ด่านทหารทิศตะวันออก) หรือ Da Smasei Laman หลังจากที่เคลียร์ภารกิจหลักที่ 6 แล้ว
-อาวุธที่สร้างได้คือ PB SHIELD (โล่)

[STUN GRENADE] Blueprint
-สามารถเก็บได้ที่ Kiziba Camp
-อาวุธที่สร้างได้คือ STUN GRENADE (ระเบิดแสง)

[STUN ARM] Blueprint
-วิธีเก็บคือเคลียร์ Side Op 6 ที่ Serak Power Plant
-อาวุธที่สร้างได้คือ STUN ARM (แขนกล), ชุด SNEAKING (STUN) ของ D-Dog และ H-DISCHARGER ของ D-Walker

[FLAMETHROWER] Blueprint
-สามารถเก็บได้ที่ Munoko ya Nioko Station ภายหลังจากที่เคลียร์ภารกิจหลักที่ 31 แล้ว หรือเก็บได้หลังจากทำลายเฮลิคอปเตอร์ในภารกิจหลักที่ 41
-อาวุธที่สร้างได้คือ FLAMETHROWER (อาวุธของ D-Walker)

[IR-SENSOR] Blueprint
-วิธีเก็บคือเคลียร์ Side Op 7 ที่ Qarya Sakhra Eei
-อุปกรณ์ที่สร้างได้คือ IR-SENSOR (อุปกรณ์ป้องกันฐาน)

[ANTITHEFT DEVICE] Blueprint
-วิธีเก็บคือเคลียร์ Side Op 8 ที่ Bwala Ya Masa (ด่านทหารทิศตะวันออก)
-อุปกรณ์ที่สร้างได้คือ ANTITHEFT DEVICE (อุปกรณ์ป้องกันฐาน)

[GUN-CAM DEFENDER] Blueprint
-วิธีเก็บคือเคลียร์ Side Op 9 ที่ Nova Braga Airport
-อุปกรณ์ที่สร้างได้คือ INTERCEPT HEAD ของ D-Walker และ GUN-CAM DEFENDER (อุปกรณ์ป้องกันฐาน)

[UA-DRONE] Blueprint
-วิธีเก็บคือเคลียร์ Side Op 10 ที่ Afghanistan Central Base Camp
-อุปกรณ์ที่สร้างได้คือ UA-DRONE (อุปกรณ์ป้องกันฐาน)

Key Items
Key Items เหล่านี้เป็นรางวัลที่ได้จากการทำเงื่อนไขต่างๆ ในเกมและยังช่วยให้พัฒนาอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆ ได้อีกด้วย

Children′s Reward
-วิธีได้มาคือผ่านภารกิจหลักที่ 18
-อาวุธที่สร้างได้คือ Water Pistol (ปืนพก)

First Aid Manual
-เก็บได้ที่ Bwala Ya Masa ภายหลังจากผ่านภารกิจหลักที่ 18 ไปแล้ว
-ชุดที่สร้างได้คือ TACTICAL (FULTON) ซึ่งเป็นชุดของ D-Dog

Master Certificate (Marking)
-ใช้กล้องส่องทางไกลยืนยันเป้าหมาย 500 ครั้งก็จะได้มา
-ช่วยให้เราสามารถแยกแยะระหว่างทหารศัตรู (แสดงด้วยสัญลักษณ์สีแดง) และตุ๊กตา decoy ของศัตรูได้ (สัญลักษณ์สีขาว)

Master Certificate (Box)
-วิธีได้มาคือต้องเก็บใบ Invoices ทุกใบจากที่อัฟกานิสถานหรืออัฟริกาที่ใดที่หนึ่ง
-อุปกรณ์ที่สร้างได้คือ C.BOX (WR) ซึ่งเป็นกล่องกันน้ำ

Grand Master Certificate (Box)
-วิธีได้มาคือต้องเก็บใบ Invoices ทุกใบจากทั้งที่อัฟกานิสถานและอัฟริกา
-อุปกรณ์ที่สร้างได้คือ C.BOX (SMK) ซึ่งเป็นกล่องที่จะปล่อยควันเมื่อกล่องเสียหาย

Master Certificate (Fulton)
-ใช้ Fulton จับอะไรก็ได้กลับมา 500 ครั้ง
-อุปกรณ์ที่สร้างได้คือ Fulton Grade 3

Grand Master Certificate (Fulton)
-วิธีได้มาคือใช้ Fulton จับอะไรก็ได้กลับมา 1,000 ครั้ง
-อาวุธที่สร้างได้คือ F-BALLISTA (อาวุธของ D-Walker)

Conch Shell
-วิธีได้มาคือเคลียร์ Side Op 113
-อาวุธที่สร้างได้คือ Petrol Bomb (ระเบิดมือ) และอุปกรณ์ที่สร้างได้คือ Fulton Upgrade ที่จะช่วยให้จับเด็กกลับมาโดยใช้ Fulton ได้

Skulls Machete
-วิธีได้มาคือเคลียร์ภารกิจที่ 29
-อาวุธที่สร้างได้คือ TASK-ARM SM (อาวุธของ D-Walker)

Strangelove′s Memento
-วิธีได้มาคือเคลียร์ Side Op 143
-ชุดที่สร้างได้คือ Bandana (ผ้าคาดหัวให้ Snake สวมใส่)

Man on Fire (Corpse)
-วิธีได้มาคือเคลียร์ Side Op 144
-ชุดที่สร้างได้คือ FURICORN (ชุดของ D-Horse)

Quiet′s Examination Report
-วิธีได้มาคือดูฉากคัตซีนที่ Quiet โดนสอบสวนโดย Miller และ Ocelot หรือผ่านภารกิจหลักที่ 40
-ชุดที่สร้างได้คือ GRAY XOF (ชุดของ Quiet)

Handkerchief
-วิธีได้มาคือเคลียร์ภารกิจหลักที่ 40
-ชุดที่สร้างได้คือ SNIPER WOLF (ชุดของ Quiet)

Emmerich′s Research Notes
-วิธีได้มาคือดูฉากคัตซีนที่ Huey โดนเนรเทศออกจาก Mother Base
-อุปกรณ์ที่สร้างได้คือ Stealth Camo (อุปกรณ์พรางตัว)

The Codename: Big Boss
-วิธีได้มาคือเคลียร์ภารกิจหลักที่ 46
-ชุดที่สร้างได้คือ Leather Jacket (ชุดของ Snake)

Master Certificate (Standard)
-วิธีได้มาคือเคลียร์ทุกภารกิจหลัก (ยกเว้นภารกิจซ้ำที่ยากขึ้น)
-ชุดที่สร้างได้คือ CYBORG NINJA (ชุดของ Snake)

Grand Master Certificate (Standard)
-วิธีได้มาคือเคลียร์ทุกภารกิจหลัก (ยกเว้นภารกิจซ้ำที่ยากขึ้น) ด้วยแรงค์ S
-ชุดที่สร้างได้คือ RAIDEN (ชุดของ Snake)

Master Certificate (Elite)
-วิธีได้มาคือเคลียร์ทุกภารกิจหลัก (รวมถึงภารกิจซ้ำ)
-ชุดที่สร้างได้คือ NAKED (SILVER) ซึ่งเป็นชุดของ Snake และ BIONIC ARM (SILVER) ซึ่งเป็นแขนกล

Grand Master Certificate (Elite)
-วิธีได้มาคือเคลียร์ทุกภารกิจหลัก (รวมถึงภารกิจซ้ำ) ด้วยแรงค์ S
-ชุดที่สร้างได้คือ NAKED (GOLD) ซึ่งเป็นชุดของ Snake

Star of Bethlehem
-วิธีได้มาคือเคลียร์ภารกิจหลักที่ 46
-ชุดที่สร้างได้คือ INFINITY BANDANA (ผ้าคาดหัวที่ใช้แล้วกระสุนจะไม่มีวันหมดรวมถึงกระบอกเก็บเสียงด้วย สวมใส่ได้เฉพาะ Snake เท่านั้น)

Memento Photos
Memento Photos เป็นไอเท็มพิเศษที่จะต้องนำไปให้แก่ Paz ซึ่งรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 3 ของ Medical Platform ใน Mother Base โดยเราจะได้รูปดังกล่าวมาทีละรูปเมื่อเคลียร์ Side Op 51-60 ซึ่งเมื่อเราได้รูปใหม่มาในแต่ละครั้งเราต้องนำไปให้ Paz ดูทุกครั้ง เมื่อ Paz ดูรูปจนครบทั้ง 10 รูปแล้ว ให้เราแวะไปหาเธออีกครั้งก็จะได้พบกับบทส่งท้ายของเรื่องราวย่อยเกี่ยวกับ Paz เสียที โดยรายชื่อของแต่ละรูปมีดังนี้
1.Miller and Paz
2.Professor Galvez
3.Swimsuit Paz
4.Nuke
5.Fishing
6.Gallo Pinto
7.Birthday Party
8.Costa Rica
9.Chico
10.Futbol
11.Morpho Butterfly สำหรับรูปสุดท้ายนี้เราจะเก็บได้เมื่อเอารูปทั้ง 10 รูปก่อนหน้านี้ให้ Paz ดูจนครบแล้ว โดยรูปนี้จะติดอยู่ตรงผนังด้านนอกก่อนถึงห้องของ Paz นั่นเอง

Soldier′s Skill
ทหารบางรายที่เราจับตัวกลับมา (หรือจะอาสาสมัครก็แล้วแต่) จะมีสกิลหรือความสามารถพิเศษติดตัวอยู่ โดยความสามารถนี้จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ Action Skills ที่จะเป็นความสามารถที่ให้ผลในตอนที่เราเลือกทหารรายนั้นมาปฏิบัติภารกิจแทน Big Boss ส่วนอีกกลุ่มคือ Base Skills ที่จะให้ผลต่อเมื่อเรามอบหมายให้ทหารรายนั้นไปประจำอยู่ในฝ่ายพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับความสามารถดังกล่าว 

ทั้งนี้ ปกติแล้วสกิลของทหารแต่ละรายจะเป็นแบบสุ่ม แต่สำหรับสกิลบางอย่างเกมจะบอกให้เราทราบในตอนก่อนเริ่มต้นภารกิจหลัก โดยขอให้สังเกตที่มุมขวาบนจะมีบอกว่าในภารกิจนั้นเราจะสามารถหาทหารที่มีสกิลอะไรได้บ้าง (ซึ่งจะเป็นสกิลที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งสิ้น) โดยรายละเอียดของแต่ละสกิลเป็นดังนี้

Combat Skills 
ชื่อสกิล: Athlete
ความสามารถ: ความเร็วในการเคลื่อนไหวสูงขึ้น 20% หากวิ่งแบบ sprint, กระโดดไกลขึ้น 20% และเมื่อแบกคนอื่นอยู่ความเร็วจะไม่ตก

ชื่อสกิล: Boaster
ความสามารถ: ทำให้ค่าพลังที่ปรากฏสูงกว่าความเป็นจริงในตอนที่เราใช้ Int. Scope แสกนดูความสามารถ

ชื่อสกิล: Botanist
ความสามารถ: ทำให้เก็บพืชสมุนไพรได้ปริมาณมากขึ้น 2.5 เท่า

ชื่อสกิล: Climber
ความสามารถ: ความเร็วในการคลาน, ห้อยตัวและปีนป่ายเพิ่มขึ้น 20%

ชื่อสกิล: Fortunate
ความสามารถ: ลดโอกาสในการได้รับบาดเจ็บสาหัสลงไป 50%

ชื่อสกิล: Gunman
ความสามารถ: ระยะเวลาของ Reflex Mode ยาวนานขึ้น 1 วินาที

ชื่อสกิล: Quick Draw
ความสามารถ: ความเร็วในการยกอาวุธหลักขึ้นมาเล็งจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า

ชื่อสกิล: Quick Reload
ความสามารถ: ความเร็วในการเติมกระสุนเพิ่มขึ้น 50%

ชื่อสกิล: Rescuer
ความสามารถ: อัตราความสำเร็จในการใช้ Fulton เพิ่มขึ้น 20%

ชื่อสกิล: Savage
ความสามารถ: ในขณะที่วิ่งแบบ sprint หากกดปุ่ม CQC แล้วจะสามารถชกอย่างรุนแรงได้

ชื่อสกิล: Tough Guy
ความสามารถ: พลังชีวิตสูงสุดเพิ่มขึ้นจากปกติ 20%

ชื่อสกิล: Vanguard Sharpshooter
ความสามารถ: เป็นสกิลเฉพาะตัวของ Quiet เท่านั้น (ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ)

Base Skills
ชื่อสกิล: Anesthesia Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้สามารถพัฒนาปืนพกยาสลบและปืนสไนเปอร์ไรเฟิลยาสลบได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Bionics Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนาแขนกลได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Bipedal Weapons Developer
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนาอาวุธและอุปกรณ์ของ D-Walker ได้
ส่วนงาน: R&D (สกิลเฉพาะของ Huey Emmerich)

ชื่อสกิล: Counselor
ความสามารถ: อัตราความเร็วในการฟื้นฟูของทหารที่รักษาตัวในห้องพยาบาลจากอาการ PTSD จะเร็วขึ้น 3% (สามารถหาทหารที่มีสกิลนี้มาได้หลายรายเพื่อให้อัตราความเร็วเพิ่มขึ้น แต่จะไม่เกิน 30%)
ส่วนงาน: Medical

ชื่อสกิล: Cybernetics Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนาแขนกลที่มีฟังก์ชั่น Medical ได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Diplomat
ความสามารถ: ลดอัตราการเกิดอาการบาดเจ็บ, เจ็บป่วย หรือ PTSD ภายในส่วนงานที่ตนสังกัดลงไป 1% (สามารถหาทหารที่มีสกิลนี้มาได้หลายรายเพื่อให้ลดอัตราดังกล่าวได้มากขึ้น แต่จะไม่เกิน 10%)
ส่วนงาน: ไม่จำเป็นต้องสังกัดส่วนงานใดเป็นพิเศษ

ชื่อสกิล: Drug Developer
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนา Noctocyanin และ Acceleramin ได้
ส่วนงาน: Medical

ชื่อสกิล: Electromagnetic Net Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนา EMN-Mine ได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Electrospinning Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนา Knife Sneaking Suit สำหรับ D-Dog และ Battle Dress สำหรับ D-Horse ได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Gunsmith (Assault Rifles), Gunsmith (Grenade Launchers), Gunsmith (Handguns), Gunsmith (Machine Guns), Gunsmith (Missile Launchers), Gunsmith (Shotguns), Gunsmith (Sniper Rifles), Gunsmith (Submachine Guns)
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนาปืนแต่ละประเภทได้เยอะขึ้น (โดยมากจะเป็นโมเดลที่แตกแขนงไปจากปืนต้นแบบ) และยังช่วยให้ค่า GMP ที่ต้องใช้ในการพัฒนาปืนแต่ละประเภทลดลง 3% (สูงสุดลดได้ 30%)
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Interpreter (Afrikaans), Interpreter (Kikongo), Interpreter (Pashto), Interpreter (Russian)
ความสามารถ: ช่วยให้สามารถเข้าใจแต่ละภาษาดังกล่าวได้
ส่วนงาน: Support

ชื่อสกิล: Master Gunsmith
ความสามารถ: ช่วยให้สามารถแต่งปืนได้อย่างอิสระ
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Materials Engineer
ความสามารถ: ช่วยให้สามารถพัฒนา Battle Dress และอุปกรณ์อื่นๆ ได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Mechatronics Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนาแขนกลที่มีฟังก์ชั่น Precision ได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Metamaterials Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนา Stealth Camo PP. และอุปกรณ์อื่นๆ ได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Missile Guidance Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนา Killer Bee และอุปกรณ์อื่นๆ ได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Mother Base XO
ความสามารถ: เมื่อมีการเพิ่มค่ากำลังใจในด้านบวกนั้น กำลังใจจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าให้แก่สมาชิกของส่วนงานนั้นๆ
ส่วนงาน: ไม่จำเป็นต้องสังกัดส่วนงานใดเป็นพิเศษ (สกิลเฉพาะตัวของ Miller)

ชื่อสกิล: Noise Suppression Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้สร้างปืนพกที่มีกระบอกเก็บเสียงในตัวได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Parasitologist
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนา Parasite Suit ได้
ส่วนงาน: Medical (สกิลเฉพาะตัวของ Code Talker)

ชื่อสกิล: Physician
ความสามารถ: ช่วยให้อัตราการฟื้นฟูจากความเจ็บป่วยของทหารที่พักฟื้นอยู่ในห้องพยาบาลเร็วขึ้น 3% (สูงสุดคือ 30%)
ส่วนงาน: Medical

ชื่อสกิล: Radar Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนา Active Sonar และอุปกรณ์อื่นๆ ได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Rocket Control Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนาแขนกลที่มีฟังก์ชั่น Rocket ได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Sleeping Gas Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนา LLG-Mine และ Sleep Grenade ได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Surgeon
ความสามารถ: ช่วยให้อัตราการฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บของทหารที่พักฟื้นในห้องพยาบาลเร็วขึ้น 3% (สูงสุด 30%)
ส่วนงาน: Medical

ชื่อสกิล: Tactical Instructor
ความสามารถ: เมื่อมีการกระทำใดที่เป็นการลดค่ากำลังใจของทหาร อัตราการลดจะถูกหาร 2 ให้แก่ทหารในส่วนงานนั้นๆ
ส่วนงาน: ไม่จำเป็นต้องสังกัดส่วนงานใดเป็นพิเศษ (สกิลเฉพาะตัวของ Ocelot)

ชื่อสกิล: Transportation Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้สามารถพัฒนา Cargo 2 Fulton ได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Trap Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนา E-Stun Decoy ได้
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Troublemaker (Harassment), Troublemaker (Unsanitary), Troublemaker (Violence)
ความสามารถ: ทำให้มีโอกาส 1% ท่จะทำให้ทหารรายอื่นในส่วนงานเดียวกันเกิดอาการ PTSD, เจ็บป่วยและบาดเจ็บตามลำดับในอัตรา 1% (สูงสุด 10%) โดยที่จะมีโอกาสเกิด 6 ครั้งใน 1 วัน (แต่ทหารที่จะติดอาการดังกล่าวในประเภทเดียวกันพร้อมกันจะไม่เกิน 3 คน)
ส่วนงาน: ไม่จำเป็นต้องสังกัดส่วนงานใดเป็นพิเศษ

ชื่อสกิล: Video Surveillance Specialist
ความสามารถ: ช่วยให้พัฒนาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่างๆ ได้ เช่น Surveillance Camera เป็นต้น (ใช้ใน FOB)
ส่วนงาน: R&D

ชื่อสกิล: Zoologist
ความสามารถ: ช่วยให้สามารถพัฒนา Bait Bottle ได้
ส่วนงาน: R&D

------------------------------

Costume



RAIDEN SUIT

สิ่งสำคัญเพื่อการพัฒนาสูทนี้จะมีดังนี้

1. Grand Master Certificate ซึ่งเราจะได้ก็ต่อเมื่อสามารถเคลียร์ภารกิจหลักให้ได้ S rank ทั้งหมด (กลวิธีต่างๆ สามารถดูได้ที่ส่วนบทสรุปหลัก)
2. ทีม R&D ของเราต้องมี Level 53
3. พืช DIGITALIS (Purpurea) 70 ต้น
4. พืช DIGITALIS (Lutea) 20 ต้น
5. ค่า GMP จำนวน 1190000 เพื่อใช้ในการพัฒนา และใช้เวลา 2 ชั่วโมง 24 นาที

ความสามารถ

ชุดนี้มีคุณสมบัติเหมือนชุด Ninja Cyborg ที่ได้รับการอัพเกรด
1. ทำให้วิ่งเร็วโดยความเร็วอยู่ในระดับใกล้เคียง D-Horse
2. กระโดดได้ไกลมาก

TOP