Wikigame

ณ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ฟรานซิส เนธาน (เนท) ในวัยเด็กได้ถูกชักชวนโดย แซม พี่ชาย ให้หนีออกมาด้วยกัน โดยแซมบอกกับเนทว่า กำลังจะไปทำงานอย่างหนึ่ง ซึ่งงานนั้นจะทำให้ทั้งคู่ไม่ได้พบหน้ากันอีกราว 2-3 ปี แน่นอนว่าเนทก็รู้สึกไม่ดีกับการที่พี่น้องจะต้องแยกจากกันอีกครั้ง ทว่า แซมก็พยายามจะให้เนทร่าเริงขึ้น พร้อมกับบอกว่าเขารู้แล้วว่าของดูต่างหน้าแม่ถูกขายไปอยู่ที่ไหน



หลายปีต่อมา เนทและแซมก็ได้ร่วมกันออกแกะรอยขุมทรัพย์ของโจรสลัด เฮนรี่ เอเวอรี่ ที่เคยออกปล้นสะดมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ช่วงคริสต์ศักราช 1600 ซึ่งคราวนั้นเอเวอรี่โกยทรัพย์สินไปได้มูลค่ากว่า 400 ล้านเหรียญ โดยทั้งคู่ร่วมมือกับ เรฟ มหาเศรษฐีหนุ่มที่เป็นนักล่าสมบัติในการแทรกซึมเข้าไปอยู่ในคุกปานามา ที่ซึ่ง เบิร์นส เพื่อนร่วมห้องขังของเอเวอรี่ได้ถูกแขวนคอ และแผนครั้งนี้ก็ยังมี วาร์กาส ผู้คุมเรือนจำคอยช่วยเหลือด้วย

วันหนึ่ง เนทได้ลอบเข้าไปยังหอคอยที่เคยเป็นที่คุมขังเบิร์นส และก็ได้พบกับไม้กางเขนที่เป็นเบาะแสว่าสมบัติของเอเวอรี่อยู่ในโบสถ์เซนต์ดิสมาส สก็อตแลนด์ พอทราบเป้าหมายใหม่เรียบร้อย เนท แซม และเรฟก็เตรียมจะออกไปจากคุกปานามาเสียที แต่วาร์กาสก็รู้ทันพวกเนทว่าทั้ง 3 กำลังตามหาอะไรกันอยู่ เลยพยายามขู่แบล็คเมล์ด้วยการขอส่วนแบ่งสมบัติเอเวอรี่ เรฟที่ไม่ยอมให้มีคนมาหารเพิ่มก็เลยเอามีดแทงวาร์กาสตายคาที่ ก่อนวาร์กาสจะตายก็ทำปืนลั่นไป 1 นัด ทำให้บรรดาผู้คุมทั้งเรือนจำแห่ออกมาไล่กวดพวกเนทอย่างไม่ลดละ แต่ก่อนที่ทั้งสามจะหนีไปได้ แซมดันถูกผู้คุมกราดยิงจนร่วงตกสู่เบื้องล่าง เหลือเพียงเนทกับเรฟที่หนีออกไปได้



15 ปีให้หลัง (หรือ 3 ปีหลังจากเหตุการณ์ในภาค 3) เนทได้วางมือจากวงการล่าสมบัติแล้วทำงานสุจริตให้กับบริษัทกู้ซากจากใต้ทะเล และใช้ชีวิตอย่างปกติสุขกับ เอเลน่า ภรรยา ทว่าคืนวันหนึ่ง เนทก็ได้พบกับแซมที่เขาคิดว่าตายไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว แซมบอกว่าเขารอดชีวิตมาได้เพราะมีหมอรักษาไว้ แต่สุดท้ายก็ยังต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตด้วยข้อหาที่ร่วมกันฆ่าวาร์กาสตาย เคราะห์ดีที่เพื่อนร่วมห้องขังของแซมคือ เฮคเตอร์ อัลคาซาร์ ราชายาเสพติดที่เตรียมลูกน้องหลายสิบคนมาช่วยกันพาตนเองแหกคุก แซมเลยได้อานิสงฆ์ขอร่วมแหกคุกไปด้วยกัน พอพ้นคุกมาได้ อัลคาซาร์ก็จัดการทวงค่าช่วยแหกคุกกับแซมเป็นส่วนแบ่งจากขุมทรัพย์เอเวอรี่ โดยให้เวลาแซมหาสมบัติให้เจอเป็นเวลา 3 เดือน ไม่เช่นนั้นแล้วตนจะตามมาฆ่าแซมเอง แม้ว่าเนทจะลังเลในตอนแรก แต่แล้วเขาก็ต้องยอมช่วยพี่ชาย และโกหกเอเลน่าว่าตนเองจะไปรับจ๊อบพิเศษที่มาเลเซีย



ทันทีที่เริ่มปฏิบัติการล่าสมบัติของเอเวอรี่ แซมก็ทราบข่าวว่าจะมีการจัดประมูลของล้ำค่าในคฤหาสน์สุดหรูที่ประเทศอิตาลี ซึ่ง 1 ในบรรดาของที่นำมาประมูลกันก็มีกางเขนที่เชื่อว่าคล้ายกับอันที่เนทเคยเจอที่ปานามา เนทกับแซมเลยติดต่อซัลลี่เพื่อร่วมเตรียมแผนจะไปฉกกางเขนในงาน และภายในงานดังกล่าว พวกเนทก็ได้พบกับเรฟและเนดีน สาวผู้นำกลุ่มกองกำลังทหารรับจ้างที่มีชื่อว่า ชอร์ไลน์ โดยท้ายที่สุดแล้ว เนทก็จัดการขโมยกางเขนมาได้ ซึ่งภายในกางเขนก็บรรรจุแผนที่ที่บอกใบ้ว่าสมบัติไม่ได้อยู่ในตัวโบสถ์เซนต์ดิสมาส หากแต่อยู่ในสุสานที่ตั้งอยู่ใกล้กันนั่นเอง





พอมาถึงสก็อตแลนด์ ปรากฏว่าเรฟและกลุ่มชอร์ไลน์ได้มาปักหลักอยู่ก่อนแล้ว เนทและแซมได้พบกับห้องหนึ่งที่มีตราชั่งอยู่ตรงกลาง ด้านนึงของตราชั่งมีกางเขนอีกชิ้นวางอยู่ และอีกฝั่งวางด้วยเหรียญทองแดงจำนวนหนึ่ง เนททราบดีว่านี่คือบททดสอบ เลยให้แซมหยิบเหรียญทองแดงมาอันนึง กลไกในห้องเลยทำงาน เผยให้เห็นแผนที่ส่องสว่างไปที่มาดากัสการ์ แท้จริงแล้วสมบัติของเอเวอรี่ถูกเก็บอยู่ที่นั่น!



ไม่นานนัก เนดีนก็นำทหารมาปิดล้อมเนทกับแซม แซมเลยออกอุบายล่อให้พวกของเนดีนหยิบกางเขนจากตราชั่งออกมา ซึ่งนั่นก็คือกับดักทำให้พื้นในห้องถล่มลง เนทและแซมเลยฉวยโอกาสตอนชุลมุนหนีออกไปเจอซัลลี่ที่จอดเครื่องบินรอนอกชายฝั่งได้ ระหว่างนั้นเนทก็เริ่มสงสัยแล้วว่าเอเวอรี่ในอดีตได้เคยว่าจ้างโจรสลัดก๊วนอื่นๆ มาเพื่อทำอะไรบางอย่าง เพียงแต่ยังไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด

ที่ภูเขาไฟในคิงส์เบย์ มาดากัสการ์ เนท แซม และซัลลี่ได้ทราบว่าเอเวอรี่ ได้วางแผนร่วมกับ โธมัส ทูว และโจรสลัดชื่อดังอีก 10 คนให้นำสมบัติที่ทุกคนหามาได้มารวมกันเป็นกองขุมทรัพย์ขนาดมหึมากองเดียว และกองสมบัติที่ว่านี้มีความเป็นไปได้ว่าถูกฝังอยู่ที่ 1 ใน 12 หอคอยที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วคิงส์เบย์ แต่การจะไล่หาทั้ง 12 หอคอยก็คงไม่ทันพวกชอร์ไลน์แน่ๆ เนทเลยพลันสังเกตเห็นด้านหลังของเหรียญทองแดงที่ได้มาจากสก็อตแลนด์ พบว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ตรงกับหอคอย 2 จุดจากทั้ง 12 แห่ง แซมเลยขอแยกไปสำรวจหอคอยแห่งแรก ส่วนเนทกับซัลลี่ก็ไปเช็คที่หอคอยอีกจุด



ต่อมา ปรากฏว่าหอคอยที่เนทกับซัลลี่ไปสำรวจนั้นเป็นหอคอยที่ถูกต้อง เนทเลยจะโทรหาแซม แต่เรฟดันโทรมาหาเนทซะก่อน เนทเลยรู้ว่าเรฟแอบดักสัญญาณพวกตนผ่าน GPS มาตลอด เรฟพยายามเกลี้ยกล่อมให้เนทล้มเลิกความคิดที่จะล่าสมบัติเอเวอรี่ แล้วกลับไปใช้ชีวิตตามเดิมซะ แน่นอนว่าเนทปฏิเสธและจัดการทำลายโทรศัพท์ตัวเองทิ้งเสีย ก่อนจะตามไปช่วยแซมได้ทันเวลา

ทั้งสามกลับมาพบกันที่หน้าโรงแรม เนทเล่าให้ซัลลี่ฟังว่าเบาะแสที่ได้มานั้นบ่งชี้ไปสู่นครลิเบอทาเลีย อันเป็นอาณาจักรของเหล่าโจรสลัดที่เอเวอรี่กับพรรคพวกได้สถาปนามันขึ้นมา แต่ก่อนที่จะไปวางแผนกันที่ห้องพัก เนทก็เจอเอเลน่าที่รออยู่ในห้องอยู่แล้ว ซึ่งเธอจับพิรุธเนทได้และสะกดรอยตามมาถึงมาดากัสการ์ พอเนทเล่าความจริงทั้งหมดรวมถึงเรื่องราวของแซม พี่ชายที่เขาไม่เคยพูดถึงให้ฟังเลย เอเลน่าก็ยิ่งไม่ปลื้มและผลุนผลันออกจากห้องไป ซึ่งเนทก็ให้ซัลลี่ตามไปอธิบายนาง ส่วนตัวเองก็วางแผนหาวิธีไปยังลิเบอทาเลียต่อ
ตอนนี้ก็เหลือเพียงเนทกับแซมที่ต้องออกตามหาลิเบอทาเลียกันสองคน แต่ก็ไม่วายเจอพวกชอร์ไลน์ตามมารังควานจนเรือที่ทั้งคู่นั่งมาแตกเป็นเสี่ยงๆ เนทลอยไปเกยตื้นบนเกาะที่เชื่อว่าเป็นที่ตั้งของลิเบอทาเลีย ก่อนจะได้พบกับแซมในภายหลัง



ในที่สุดสองพี่น้องก็หาเมืองลิเบอทาเลียจนเจอ รวมทั้งพบร่องรอยการเกิดสงครามความขัดแย้งภายในระหว่างผู้ร่วมก่อตั้งลิเบอทาเลียกับบรรดาผู้อยู่อาศัย หลังจากที่พวกชาวเมืองลิเบอทาเลียระแคะระคายว่ากลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งได้พยายามฮุบสมบัติไว้เสวยสุขกันเอง และเพื่อที่จะป้องกันขุมทรัพย์ทั้งหมดนี้ไว้ เหล่าผู้ร่วมก่อตั้งเมืองก็ได้นำมันไปซ่อนในเมืองชั้นในที่เรียกว่า นิวเดวอน ซึ่งตั้งอยู่อีกฟากของเกาะ

ภายในนิวเดวอนนี้ เรฟก็ตามมาล้อมเนทกับแซมได้อีกครั้ง และแล้วความจริงก็กระจ่างแก่เนทอีกเรื่อง นั่นก็คือคนที่นำแซมออกมาจากคุกหาใช่อัลคาซาร์ไม่ แต่คือเรฟที่เป็นคนยัดเงินใต้โต๊ะให้ผู้คุมปล่อยตัวออกมาดื้อๆ นั่นเอง ส่วนอัลคาซาร์ตัวจริงนั้นโดนเรฟฆ่าตายไปตั้งแต่หกเดือนก่อนแล้วในอาร์เจนตินา จากนั้นเรฟก็กะจะยิงเนททิ้งแต่แซมได้พุ่งเข้ามาขวางกระสุนไว้ ส่วนเนทก็ถูกร่างของแซมชนจนตกจากเหวลงสู่เบื้องล่าง



เนทฟื้นขึ้นมาโดยมีเอเลน่าเป็นผู้ช่วยเขาไว้ เนทได้ปรับความเข้าใจกับเอเลน่าด้วยการเล่าความจริงในอดีตทั้งหมดให้ฟังว่า ช่วงที่เนทกับแซมยังเป็นเด็ก พวกเขาทราบว่ามีหญิงชราเจ้าของคฤหาสน์หลังหนึ่งได้เป็นผู้ซื้อสมบัติส่วนตัวของแม่ทั้งสองไป ซึ่งก็คือหนังสือบันทึกการสำรวจทางโบราณคดี เลยจะลอบเข้าไปขโมยมันออกมา แต่ก็ถูกหญิงชราจับได้ แซมจึงบอกนางไปว่าพวกตนเป็นลูกของคนที่เขียนหนังสือเล่มที่นางซื้อไป

หญิงชราได้ยินดังนั้นเลยเผยว่า แคสซานดร้า แม่ของเนทกับแซมเคยเป็นนักโบราณคดีที่เก่งที่สุดที่นางเคยร่วมงานด้วย และแคสซานดร้าก็มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องราวของฟรานซิส เดรก นักเดินเรือชาวอังกฤษผู้มีชื่อเสียงก้องโลก หลังจากนั้นหญิงชราก็ตัดสินใจคืนหนังสือให้กับสองพี่น้องก่อนที่จะเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันและเสียชีวิตไป โดยจากบันทึกที่แคสแซนดร้าเขียนไว้ เนทกับแซมที่ชื่นชอบทฤษฎีที่ว่าฟรานซิส เดรกอาจจะมีทายาทหลงเหลืออยู่ก็ได้จัดการเปลี่ยนนามสกุลของพวกตนใหม่ และนั่นก็คือที่มาของชื่อเนธาน เดรก และแซม เดรกที่ทั้งคู่ใช้จนถึงปัจจุบัน



กลับมาที่ยุคปัจจุบัน เอเลน่าเข้าใจถึงอดีตของเนทและยอมที่จะไปช่วยแซมออกมาด้วยกัน เพราะรู้แล้วว่าที่เนทโกหกเธอไม่ใช่เพราะอยากได้สมบัติ หากแต่ต้องการช่วยชีวิตพี่ชายเท่านั้น และทั้งคู่ก็ได้ปรับความเข้าใจกันจนกลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง

เนทกับเอเลน่าตามแกะรอยแซมไปเรื่อยๆ และพบว่าบรรดาผู้ก่อตั้งลิเบอทาเลียในอดีตทั้ง 12 คนน่าจะเกิดความขัดแย้งกันเอง กระทั่งเอเวอรี่กับทูวได้ลวงให้เพื่อนผู้ร่วมก่อตั้งอีก 10 คนมาที่คฤหาสน์ของทูวแล้ววางยาพิษสังหารทั้ง 10 คนตายเรียบ เพื่อที่เอเวอรี่กับทูวจะได้ครองสมบัติกันเพียงแค่สองคน ต่อมาทั้งคู่ก็ตามไปช่วยแซมได้โดยมีซัลลี่ที่เดินทางมากับเอเลน่าคอยช่วยอีกแรง เนทพยายามกล่อมให้แซมล้มเลิกสมบัติแล้วกลับบ้านด้วยกัน แซมทำท่าว่าจะคล้อยตามแต่ก็เกิดอุบัติเหตุทำให้แซมถูกแยกกับพวกเนท แซมเกิดอดใจทิ้งสมบัติที่รออยู่ตรงหน้าไม่ไหว เลยเลือกที่จะออกตามหาสมบัติต่อ ส่วนเนทก็อาสาซัลลี่กับเอเลน่าไปตามแซมกลับมาเพียงลำพัง

บริเวณท่าเรือในถ้ำ เนทเห็นแซมขโมยเรือของชอร์ไลน์แล้วมุ่งหน้าไปยังเรือของเอเวอรี่ที่จอดอยู่ไม่ไกล พร้อมกับแอบได้ยินเรฟที่กำลังบังคับเนดีนให้รีบตามแซมไป แต่เนดีนอยากจะปิดจ๊อบแต่เพียงแค่นี้ เพราะมองว่าหากลุยต่อตนเองอาจต้องสูญเสียลูกน้องเพิ่มเพราะกับดักของเอเวอรี่ สุดท้ายก็ไม่อาจทัดทานแรงกิเลสของเรฟได้ เนื่องจากเรฟยัดเงินให้กับทหารของเนดีนไปหมดแล้ว

เนทแอบตามเรฟกับเนดีนไปที่เรือเอเวอรี่ ทันใดนั้นกับดักภายในเรือก็ทำงาน จนเกิดระเบิดทำให้ผนังเรือเป็นรูขนาดใหญ่ แรงระเบิดทำให้แซมติดแหงกอยู่กับซากไม้ของเรือ เนทพยายามจะช่วยแซมออกมา แต่ก็โดนเนดีนยึดปืนไป ซึ่งเธอก็ยึดปืนจากเรฟไปด้วย พร้อมกับให้ดูศพของเอเวอรี่กับทูวที่นอนตายอยู่ใกล้กัน นั่นเท่ากับว่าทั้งคู่ได้ฆ่ากันเองเพียงเพราะหวังจะฮุบสมบัติไว้คนเดียว เนดีนที่ขอยุติทุกสิ่งไว้แค่นี้เลยปิดประตูขังเนท แซม และเรฟให้อยู่ด้วยกันแล้วชิงหนีไปก่อน เนทบอกให้เรฟช่วยดึงแซมออกมาจากซากแล้วค่อยคิดหาทางหนีกัน ทว่าเรฟที่เจอความละโมบและริษยาบังตาก็คว้าดาบพุ่งเข้ามาทำร้าย เนทเลยจำใจต้องป้องกันตัวและจบด้วยความตายของเรฟ แล้วอาศัยปืนใหญ่ภายในห้องเก็บสมบัติยิงผนังเรือทะลุจึงช่วยแซมออกมาได้ และไปพบเอเลน่ากับซัลลี่ที่รออยู่ปากถ้ำสำเร็จ

ครั้นกลับมาถึงตัวเมือง เนทกับเอเลน่าได้เดินทางกลับบ้าน ส่วนแซมกับซัลลี่ก็ได้ร่วมทีมผจญภัยครั้งใหม่กันเอง วันหนึ่งหัวหน้างานของเนทก็ได้เข้ามาบอกว่าตนเองขายบริษัทแล้วเรียบร้อย และผู้ที่ซื้อมันไปก็คือเอเลน่า เท่ากับว่าเนทเป็นเจ้าของบริษัทไปโดยปริยาย เอเลน่าบอกว่าแซมได้ให้ทองจำนวนหนึ่งที่ได้มาจากลิเบอทาเลียไว้กับเธอ และเธอก็ตระหนักแล้วว่าชีวิตการผจญภัยก็คือสิ่งสำคัญที่ทำให้เนทกับเอเลน่าได้พบกัน พร้อมกับสานต่อชีวิตครอบครัวของทั้งคู่อย่างมีความสุข



หลายปีต่อมา ครอบครัวของเนทก็ย้ายไปอาศัยอยู่ที่บ้านพักริมหาดพร้อมกับแคสซี่ พยานรักของเนทกับเอเลน่าที่เริ่มเป็นสาวสะพรั่งแล้ว อยู่มาวันนึง แคสซี่ก็ได้ไปเห็นบันทึกการผจญภัยและสมบัติต่างๆ ที่เนทกับเอเลน่าไปพบเจอมา ซึ่งเนทพยายามปิดไม่ให้เธอรู้ความลับเหล่านี้ แต่เมื่อความแตกแล้ว เอเลน่าเลยบอกให้เนทเล่าความจริงกับลูกไปถึงเรื่องราวความเป็นมาของตำนานการผจญภัยของชายผู้ที่มีชื่อว่า "เนธาน เดรก"


- จบบริบูรณ์ -

(เฉพาะภาพประกอบ จากเว็บไซท์ ign)

TOP