Reviews

Astro’s Playroom – รีวิว [Review]

โดย G-jang

Astro’s Playroom – รีวิว [Review]

หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับคาแรคเตอร์หุ่นจิ๋ว Astrobot กันมาแล้วพอสมควร เพราะเจ้าหุ่นจิ๋วนี่เหมือนมีบทบาทเป็นมาสคอตของเพลย์สเตชันในยามที่ต้องการแสดงศักยภาพของอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปรากฏตัวในเกม The Playroom ที่แถมมาพร้อมเครื่อง PlayStation 4 เพื่อโชว์การใช้งานของ PlayStation Camera และจอย DualShock 4 ก่อนจะไปปรากฏตัวในเกมเดี่ยวในชื่อ Astrobot: Rescue Mission ที่โชว์ศักยภาพของ PlayStation VR ได้อย่างเต็มสูบ และครั้งล่าสุดนี้ก็คือ Astro’s Playroom เกมฟรีที่ติดมากับ PlayStation 5 ทุกเครื่องเพื่อโชว์ศักยภาพของจอย Dual Sense นั่นเอง


เนื้อเรื่อง

หากพูดถึงเนื้อเรื่อง จะเรียกว่าไม่มีเลยก็คงจะไม่ผิด เพราะเกมนี้ทำมาในลักษณะที่แคชช๊วลแคชชวล มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เล่นได้ลองสัมผัสความเจ๋งของจอยประจำเครื่อง PlayStation 5 เท่านั้น จึงไม่มีเนื้อเรื่องอะไรให้ติดตามนอกจากเป็นการท่องไปภายในเครื่อง PlayStation 5 ที่แบ่งออกเป็นสี่ดินแดนหลักของเกมโดยแบ่งสีตามปุ่มจอยเพลย์สเตชันซึ่งเริ่มสร้างประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัย PS ตัวแรกสุด แถมยังตั้งชื่อแต่ละดินแดนได้เข้าท่าไม่เบาเพราะล้วนแล้วแต่เป็นฟังก์ชันการทำงานของเครื่องทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นทุ่งหญ้าเมโมรี่เอย น้ำพุหล่อเย็นเอย ป่า GPU เอย รวมถึงทางด่วน SSD

แต่สิ่งที่ทำให้ผมชอบมากก็คงไม่พ้นบรรดา easter egg ต่าง ๆ ที่มีให้เห็นตามทาง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนแล้วแต่ชวนให้นึกถึงความหลังได้อยู่หมัด อย่างที่บอกไปแล้วว่าเกมนี้จะแบ่งออกเป็นสี่ดินแดนหลัก ซึ่งมันก็เสมือนเป็นตัวแทนของสี่เจนที่ผ่านมาของ PlayStation ด้วยเช่นกันเพราะเมื่อคุณเคลียร์แต่ละดินแดนจนครบถ้วน ไปถึงจุดหมายปลายทางสิ่งที่รอต้อนรับคุณคือของสะสมเป็นเครื่องในเจนนั้น ๆ พร้อมด้วยซาวด์ประกอบเวลาเปิดเครื่องของแต่ละเครื่องนั่นเอง บอกได้เลยว่าหากใครที่เติบโตมากับ PlayStation ล่ะก็จะต้องเล่นไปยิ้มไปแน่นอนครับ


เกมเพลย์

ถึงแม้จะเป็นเกมฟรีและวิธีการเล่นเรียบง่ายไม่ซับซ้อน แต่การออกแบบฉากต่าง ๆ รวมถึงสิ่งที่ซุกซ่อนให้ได้ค้นหานั้นมีดีไม่เบาเลยครับ แน่นอนล่ะ ในทีแรกสุดคุณอาจรู้สึกว่าระบบของเกมมันง่ายจนเกินไปด้วยความที่มีปุ่มโจมตี มีกระโดด แล้วก็ดูจะไม่มีอะไรเกินไปกว่านั้น แต่ว่าพระเอกตัวจริงของเกมนี้คือ “การโชว์ฟังก์ชันจอย DualSense” นั่นเองครับ ตลอดทั้งเกมคุณจะได้สัมผัสกับทุกฟังก์ชันของจอยอย่างครบถ้วนไม่มีตกหล่น ระบบสั่นที่สุดแสนละเอียด สั่นหนักเบาตามพื้นผิวที่เราเหยียบ หรือหากเรายืนใต้สายฝนจอยก็จะสั่นเบา ๆ เป็นจุด ๆ ทั่วทั้งจอย และเมื่อไหร่ที่คุณหยิบธนูปุ่ม L2/R2 ก็จะมีแรงต้านในการกดเสมือนเวลากำลังง้างสาย เมื่อพบเจอกับใบพัดคุณก็ต้องเป่าลมใส่ไมค์ของจอยเพื่อให้ใบพัดหมุนทำงาน หรือหากคุณกระโดดเข้าไปในชุดลิง เมื่อปีนป่ายก็จะต้องเอียงจอยตามเสมือนกำลังเหวี่ยงตัวไปจับแง่งหิน ทั้งหมดทั้งมวลนี้รวมกันแล้วบอกได้เลยว่าสร้างความประทับใจได้มากเลยทีเดียว

นอกเหนือจากความประทับใจที่มีต่อจอยแล้ว บรรดาของสะสมต่าง ๆ ที่มีให้เก็บก็เด็ดไม่แพ้กัน เพราะคุณจะได้พบกับสินค้าทุกสิ่งทุกอย่างของ PlayStation ที่เคยมีวางจำหน่ายตั้งแต่สมัยเจนแรกมาจนถึงเจน PS4 คุณคงเคยจับจอย DualShock ตัวแรกสุดกันมาแล้ว และเคยนึกฝันอยากได้ PocketStation มาครอบครอง พอเข้าสู่เจน PS2 คุณอาจเคยเห็นหน้าตาของ Network Adapter สำหรับเล่นเกมออนไลน์จากนิตยสารเกมในไทยสมัยนั้นแต่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสของจริง พอเข้าสู่เจน PS3 ก็คงเคยได้ยินชื่อของ PS Eye Camera อุปกรณ์เสริมของเครื่อง และกับเจนก่อนหน้าอย่าง PS4 ก็คงมีคนจำนวนหนึ่งที่ได้ซื้อ PlayStation VR ไปสัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่กว่าการเล่นเกมแบบเดิม ๆ กันแล้ว ทั้งหมดทั้งมวลรวมถึงสิ่งที่ไม่ได้กล่าวถึงนี้ มีให้คุณได้เก็บรวบรวมสะสมไว้ในเกมทั้งสิ้นครับ พูดได้ว่าประวัติศาสตร์อันยาวนานของ PlayStation ถูกรวบรวมเอาไว้ในเกมนี้ให้คุณแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้น ตลอดทั้งเกมคุณจะได้พบกับบรรดาเจ้าหุ่นจิ๋วตัวอื่น ๆ ที่แต่งกายหรือทำท่าทางเลียนแบบเกมดัง ๆ มากมายมหาศาลชนิดที่ว่าเห็นปุ๊บรู้ปั๊บ ถ้าใครที่เล่นมาเยอะเห็นมาเยอะและสัมผัสมาเยอะ ผมเชื่อว่าคุณจะเล่นไปยิ้มไปอย่างแน่นอน


กราฟิก

มองในทีแรก เกมนี้อาจดูไม่มีดีเทลไม่มีรายละเอียดอะไรมากมาย แต่พอได้เล่นแล้วจะสังเกตเห็นว่าตัวเกมเก็บรายละเอียดพื้นผิววัตถุได้ดีมาก ทั้งแสงเงาที่ตกกระทบตัวละคร หรือแม้แต่พื้นผิวของบรรดาของสะสมทั้งหลายก็ทำออกมาได้เหมือนกับสินค้าจริง ๆ ที่มีวางขาย หากคุณเห็นเครื่อง PlayStation 4 ในเกม ลองเทียบกับเครื่องที่คุณมีก็จะเห็นว่าเกมเก็บรายละเอียดออกมาได้เนี้ยบจริง ๆ ครับ


เพลงประกอบ

อันที่จริง ผมเองประทับใจเพลงประกอบของซีรีส์นี้มาตั้งแต่คราวที่ได้เล่น Astrobot: Rescue Mission บน PSVR แล้วครับ ท่วงทำนองของเกมนั้นสนุกสนานครึกครื้นในแบบฉบับดนตรีเทคโน เสียงคนร้องก็จะถูกสังเคราะห์ออกมาจนคล้ายเป็นเสียงเครื่องจักร ซึ่งก็เข้ากับธีมของตัวละครต่าง ๆ ในเกมที่เป็นหุ่นกันหมดดีไม่หยอก ที่สำคัญคือเพลงแต่ละเพลงนั้นมีเนื้อร้องที่สอดคล้องกับฟังก์ชันการทำงานของเครื่องทั้งนั้นเลยครับ อย่างในป่า GPU ก็จะมีเนื้อร้องทำนองว่า “I’m your GPU. GPU. Tell me what to do.” หรือในฉากทางด่วน SSD ก็จะเน้นดนตรีพร้อมกับมีเสียงคนร้องคลอเป็นบางจังหวะว่า “SSD”


สรุป

Astro’s Playroom ถือเป็นหนึ่งในเกมสุดเซอร์ไพรส์สำหรับผมเลยก็ว่าได้ หากคุณกำลังมองหาเกมที่สนุกชวนให้นึกถึงความหลัง โชว์ฟังก์ชันจอยใหม่ได้ครบครันแถมยังไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเลยสักบาท นี่คือเกมที่ควรเล่นเป็นอย่างยิ่ง และหากคุณเป็นแฟน PlayStation มายาวนาน คุณจะรักเกมนี้แน่นอน

The Review

100% เกมฟรีที่แถมพร้อมเครื่อง เจ๋งเอาเรื่องจนไม่อยากให้มองข้าม

หากคุณเป็นแฟน PlayStation มายาวนาน คุณจะหลงรักเกมนี้ได้ง่าย ๆ เลยล่ะ

100%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข้ามไปยังทูลบาร์