Games News

สรุปรายละเอียดงาน Gundam Conference – [NEWS]

สรุปรายละเอียดงาน Gundam Conference – [NEWS]

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ทีมงานไทยเกมวิกิได้รับเชิญจาก Bandai Namco Entertainment (“BNE”) ให้เข้าร่วมงาน Gundam Conference ครั้งแรกผ่านช่องทางออนไลน์

ซึ่งในงานได้มีการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานรวมถึงทิศทางต่อไปของ Bandai Namco Group (“BNG”) เพื่อที่จะทำให้แบรนด์กันดั้มนั้นเติบโตมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในตลาดตะวันตก ซึ่งผู้ที่มาให้ข้อมูลตลอดงานก็คือคุณโคจิ ฟูจิวาระ ตำแหน่ง Chief Gundam Officer แห่ง BNG นั่นเอง


คุณฟูจิวาระกล่าวว่ากันดั้มถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของ BNG เลยก็ว่าได้ ซึ่งอนิเมกันดั้มนั้นออกฉายในปีค.ศ.1979 และในปี 2019 ก็ได้มีการฉลองครบรอบ 40 ปีของกันดั้มไป ส่วนในปี 2020 ก็ได้มีการฉลองครบรอบ 40 ปีกันพลาเช่นกัน คุณฟูจิวาระได้กล่าวขอบคุณแรงสนับสนุนของแฟน ๆ ที่ทำให้กันดั้มเดินทางมาได้ขนาดนี้ และได้สร้างอีเวนต์รวมถึงสิ่งต่าง ๆ มากมายเช่น Gundam Factory Yokohama เป็นต้น

จากนั้นได้มีการเปิดเผยรายได้ของแบรนด์กันดั้มในช่วงปีที่ผ่านมา โดยปี 2020 นั้นกันดั้มสามารถทำรายได้ไปสูงถึง 95,000* ล้านเยนเลยทีเดียว ซึ่ง BNG ก็ได้ตั้งเป้าเอาไว้ว่าในปี 2025 จะทำให้แบรนด์กันดั้มสร้างรายได้ให้ถึง 150,000* ล้านเยน และการจะทำให้ถึงเป้าดังกล่าวนั้น BNG มีกลยุทธ์หลักสองประการ อย่างแรกคือการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในกลุ่มกันดั้ม ซึ่งก็จะมีการปรับโครงสร้างหน่วยทำงานต่าง ๆ รวมถึงโครงการที่เกี่ยวข้อง และอย่างที่สองก็คือการจัดทำกิจกรรมเพื่อความยั่งยืนโดยใช้กันดั้ม ซึ่งกันดั้มนั้นถือเป็น IP ที่ใหญ่ที่สุดใน BNG จึงอยากใช้โอกาสนี้ช่วยทำให้โลกนี้ดีขึ้น

(*มีการแก้ไขตัวเลขที่ผิดพลาดครับ -​ทีมงาน)​


การสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในกลุ่มกันดั้มนั้น BNG ได้แบ่งกลยุทธ์ออกเป็นสามประการด้วยกัน
  1. การมุ่งให้มีการพูดถึงมากขึ้นในตลาดโลก

ได้มีการเปิดเผยกราฟให้เห็นว่ายอดขายของกันดั้มในเอเชียและอเมริกาเหนือในปี 2020 นั้นคิดเป็นอัตราส่วนราว 32% จากทั้งหมด แต่ BNG เชื่อว่ายอดขายยังสามารถเติบโตได้มากขึ้นโดยเอเชียจะมีอัตราส่วน 30% ในขณะที่อเมริกาเหนือจะเพิ่มขึ้นเป็น 20% หากมีการเพิ่มความนิยมรวมถึง awareness ให้มากขึ้นซึ่งก็หวังว่ายอดขายในประเทศกับทั่วโลกจะแบ่งกันในอัตราส่วน 50/50 เท่ากัน

และเพื่อให้เป้าหมายดังกล่าวสัมฤทธิ์ผล จึงได้มีความร่วมมือในการสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูดกันดั้มขึ้นมาภายใต้ความร่วมมือของสามบริษัทนั่นคือ Sunrise, Legendary Pictures และ Netflix โดยมีผู้กำกับคือคุณ Jordan-Vogt Roberts นั่นเอง ซึ่งผู้กำกับเองก็ได้ส่งสารแสดงความยินดีให้กับทุกคนในงานและแสดงความตื่นเต้นที่ได้มากำกับภาพยนตร์กันดั้มด้วย

โครงการต่อไปที่มีการพูดถึงก็คือ Gundam Seed Project Ignited ที่ได้รับการพูดถึงและติดเทรนด์ทวิตเตอร์มาแล้ว ซึ่งผลงานครั้งนี้จะเป็นภาพยนตร์ที่เป็นภาคต่อจากฉบับทีวี ที่เชื่อว่าจะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ได้แน่นอน

สิ่งต่อไปในการสร้าง awareness ของกันดั้มก็ได้มีการกล่าวถึงการเปิดแฟลกชิปสโตร์ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันได้มีกันดั้มเบสแล้ว 18 แห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นร้านในเซี่ยงไฮ้, ป็อปอัปสโตร์ในประเทศไทย, บันไดฮอบบี้สโตร์ในฝรั่งเศส และบันไดป็อปอัปสโตร์ในอเมริกา ซึ่งก็จะมีการขยับขยายกันต่อไปในอนาคต และในช่วงซัมเมอร์นี้ก็จะเริ่มเปิดทดสอบ Virtual World ด้วย

โครงการที่สี่คือการเพิ่มแฟน ๆ ของเกมกันดั้มให้มากขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดอเมริกาเหนือรวมถึงการก้าวเข้าสู่วงการอีสปอร์ตอย่างเต็มตัว โดยมีการยกตัวอย่างเกมเช่น Battle Operations 2 และ Gundam Breaker Mobile และกล่าวถึงการจัดแข่งอีสปอร์ตอย่าง Gundam Game Grand Prix

และการเตรียมวางจำหน่ายเกมใหม่สำหรับ PS4 นั่นคือ Gundam Extreme Versus Maxiboost On ภาคใหม่ที่จะมุ่งไปยังด้านอีสปอร์ตแบบจริงจังมากขึ้น และไม่ใช่แค่เกมที่กล่าวถึงในคราวนี้เท่านั้นแต่จะยังมีเกมกันดั้มอื่น ๆ ที่เน้นอีสปอร์ตมากขึ้นด้วย โดยจะเปิดเผยต่อไปในอนาคต

สุดท้ายคือการสร้างกันดั้มในขนาดเท่าของจริง ในปี 2009 ได้มีการสร้างกันดั้มขนาดเท่าของจริงขึ้นที่โอไดบะเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 30 ปีของกันดั้ม และนับจากนั้นมาก็ได้มีการสร้างกันดั้มยูนิคอร์นขึ้นในโอไดบะ และกันดั้มที่เคลื่อนไหวได้ในโยโกฮาม่า และยังมีฟรีดอมกันดั้มที่เซี่ยงไฮ้

ซึ่งทุกครั้งที่มีการสร้างสำเร็จขึ้นมา ผู้คนทั่วโลกต่างก็ตื่นเต้นตกตะลึงกันทั้งนั้น และสำหรับ BNG แล้วการสร้างกันดั้มขนาดเท่าของจริงขึ้นมาก็คือหนึ่งในวิธีการสื่อสารกับคนทั้งโลกนั่นเอง และสำหรับโครงการกันดั้มขนาดเท่าของจริงครั้งใหม่จะเปิดเผยใน Gundam Conference ครั้งต่อ ๆ ไป


  1. การกระตุ้นตลาดภายในประเทศ

คุณฟูจิวาระกล่าวว่าแม้ในช่วงที่ผ่านมาจะไม่สามารถจัดงานต่าง ๆ ได้สะดวกเนื่องจากสถานการณ์โควิด แต่ยอดขายก็เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากการที่ผู้คนอยู่บ้านกันมากขึ้น ซึ่งก็ได้มีการเปิดเผยสัดส่วนการบริโภคสินค้ากันพลาจากการสำรวจตลาดโดย BNG เองด้วยเช่นกัน ซึ่งในพื้นที่ที่มีอัตราการขายไม่มากก็จะเพิ่ม touch point ให้มากขึ้นเพื่อกระตุ้นลูกค้าให้มาซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่ที่มีลูกค้าเยอะอยู่แล้วก็จะกระตุ้นโดยการเพิ่มข้อมูลข่าวสารให้มากขึ้น

ในช่วงเดือนที่ผ่านมาได้มีการจัดงาน Gundam Docks at Fukuoka ที่ถือเป็นการจัดงานใหญ่ครั้งแรกนอกโตเกียวในญี่ปุ่น แต่ว่าด้วยสถานการณ์โควิดทำให้มียอดผู้เข้าร่วมงานไม่ถึงเป้าตามที่ตั้งเอาไว้ แต่ก็ช่วยทำให้ลูกค้าได้เรียนรู้เกี่ยวกับกันดั้มมากขึ้น และหนึ่งในการเพิ่มทัชพอยต์กับลูกค้าก็คือ Gundam Manhole Project ที่จะทำลวดลายฝาท่อเป็นรูปกันดั้มนั่นเอง

นอกจากนั้นแล้วจะยังมีอีเวนต์ Gundam World ที่จะตระเวนจัดไปทั่วประเทศญี่ปุ่น ซึ่งธีมของอีเวนต์จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง Mobile Suit Gundam ซีรีส์แรกสุดกับ Mobile Suit Gundam Seed ที่เป็นซีรีส์แรกของยุคเฮย์เซย์ และจะถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Gundam Seed Project Ignited ด้วยและจะจัดขึ้นที่โอซาก้า ซึ่งก็จะตระเวนไปทั่วประเทศในไม่ช้า


  1. มุ่งเป้าพัฒนาสินค้าที่เจาะกลุ่มเป้าหมายแต่ละภาคแบบเฉพาะเจาะจง

ได้มีการเปิดเผยกราฟที่แสดงให้เห็นถึงกลุ่มลูกค้าและช่วงอายุที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค โดยเรียงลำดับจากซ้ายมาคือกลุ่มลูกค้าในญี่ปุ่น, ในจีน และในอเมริกาเหนือตามลำดับ และด้วยช่วงอายุที่ต่างกันความชอบของแต่ละกลุ่มก็ต่างกัน ทำให้ต่อไป BNG จะวางกลยุทธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

เพราะโดยรวมแล้วจักรวาล UC จะเป็นที่ชื่นชอบของแฟน ๆ ที่มีอายุมากกว่า แต่สำหรับกลุ่มอื่นก็จะโฟกัสไปที่ภาคอื่นต่างกันไป

จากนั้นได้มีการยกตัวอย่างการทำตลาดที่มุ่งเน้นไปยังกลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่วงอายุ เช่น Gundam Build Real ที่ฉายผ่านช่อง BS11 ที่จะเน้นกลุ่มลูกค้าช่วงอายุ 20-30 ปี ส่วนภาค Hathaway ก็จะฉายทั่วโลก (ยกเว้นญี่ปุ่นกับจีน) บน Netflix ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไปสำหรับกลุ่มเป้าหมายช่วงอายุ 30-40 ปี

นอกจากนั้นยังมีโครงการ Gundam Breaker Battlogue สำหรับกลุ่มเป้าหมายช่วงอายุ 10-20 ปี ที่เป็นเกมเมอร์รุ่นเยาว์ทั่วโลกแต่จะเน้นไปที่ตลาดอเมริกาเหนือเป็นหลัก โดยสำหรับ Gundam Breaker Battlogue นั้น เกมและกันพลาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป


กิจกรรมเพื่อความยั่งยืนโดยใช้กันดั้ม

BNG จะเน้นไปที่กิจกรรมเพื่อสังคมโดยใช้กันดั้ม และโครงการที่ถูกกล่าวถึงก็คือ Gunpla Recycling Project ที่ BNG ได้ทำการรวบรวมเศษพลาสติกซึ่งเหลือจากการประกอบกันพลาโดยแฟน ๆ รวมถึงจากโรงงานผลิต แล้วนำมารีไซเคิลใหม่ในหลายแง่มุมด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็น Thermal Recycling ที่ใช้พลังงานความร้อนมาผลิตกระแสไฟฟ้า, Chemical Recycling ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วนำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ และสุดท้ายคือ Material Recycling ที่นำเอาวัสดุมาใช้ใหม่อีกครั้ง

สำหรับทางฝั่งของสถานศึกษาระดับประถม ก็ได้มีการริเริ่มนำเสนอบทเรียนในแบบออนดีมานด์ ที่จะให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ว่าการสร้างกันพลานั้นมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

โครงการเพื่อความยั่งยืนต่อไปก็คือ Gundam Universal Century Development Action หรือย่อว่า GUDA ธีมของโครงการนี้ก็คือการเตรียมตัวรับมือกับการมาถึงของ Universal Century ในความเป็นจริง ทำให้ BNG จะร่วมมือกับพาร์ทเนอร์นอกกลุ่มบริษัทรวมถึงแฟน ๆ เพื่อดำเนินโครงการต่าง ๆ และส่งมอบให้แก่เด็ก ๆ ในอนาคต

หนึ่งในแผนงานที่ถูกกล่าวถึงก็คือ Gundam Open Innovation ที่ซึ่ง BNG จะเสาะแสวงหาโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น เพื่อเติบโตและพัฒนาต่อไปยิ่งขึ้น โดยไม่จำกัดอยู่แค่กรอบเดิม ๆ หรือสามัญสำนึกเดิม ๆ

คุณฟูจิวาระกล่าวต่อว่า เมื่อ 40 ปีก่อนกันดั้มได้ถือกำเนิดขึ้นมาและทำให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นับแต่นั้นมากันดั้มเองก็ได้มีส่วนเกี่ยวพันอย่างมากในแง่มุมของการขยายถิ่นที่อยู่ไปในอวกาศและมนุษยชาติ ทำให้ผู้คนได้ครุ่นคริดเกี่ยวกับห้วงอวกาศ เกี่ยวกับมนุษย์ และสันติภาพ และเราเองก็ได้มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สามารถสร้างกันดั้มขนาดเท่าของจริงขึ้นมาได้ และเคลื่อนไหวได้ แม้ว่าจะเป็นไอเดียที่มาจากเรื่องแต่งแต่มันก็สามารถเป็นจริงขึ้นมาได้ จึงอยากขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมกันคิดว่าเราจะสามารถทำอะไรให้กับอนาคตต่อไปได้บ้าง

คุณฟูจิวาระกล่าวทิ้งท้ายว่าเป้าหมายในการยกระดับกันดั้มไปอีกขั้น คือการเปลี่ยนกันดั้มจากเดิมเป็น Character (Intellectual Property) ให้กลายเป็น Social Icon (Social Property) แต่การจะทำเช่นนั้นได้ จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือและแรงสนับสนุนจากทุกคนที่รักในกันดั้ม และหวังว่าจะสามารถมุ่งต่อไปสู่อนาคตที่ดีขึ้นได้ และภายใต้โครงการ GUDA นี้ BNG ก็จะก้าวเข้าสู่ Universal Century ได้อย่างแท้จริง ก่อนจะกล่าวปิดงานแถลงการณ์ไปในที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข้ามไปยังทูลบาร์