Games News Reviews

รีวิว Cris Tales – [REVIEW]

by Reviewer Ocelot

รีวิว Cris Tales – [REVIEW]

รีวิว Cris Tales 01

รีวิว Cris Tales

Cris Tales เป็นผลงานอินดี้ของสตูดิโอ Dreams Uncorporated และ Syck ที่เปิดตัวอย่างน่าประทับใจและเรียกเสียงฮือฮา ด้วยแนวทางการนำเสนอเกมเพลย์ที่แบ่งเป็นสามข้างภายในฉากเดียว ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่ส่งสัญญาณของความเป็นนวัตกรรมออกมา แต่การผจญภัยสิบ ๆ ชั่วโมงไปกับจอมเวทกาลเวลาที่ทรงพลังที่สุดจะเป็นอย่างไร เชิญอ่านได้ด้านล่างเลยครับ

https://www.youtube.com/watch?v=T_pq_Q2dwRQ

ขอขอบคุณโค้ดเกม (PS5) เพื่อการรีวิว จากบริษัท Ripples Thailand มา ณ โอกาสนี้ครับ


เนื้อเรื่อง

Cris Tales เล่าเรื่องราว Crisbell เด็กหญิงที่ใคร ๆ ต่างก็คาดเดาได้จากงานโปรโมตเกมว่า เธอจะต้องมีความพิเศษบางอย่าง และก็ไม่ผิดหวังครับ เพราะตัวเอกที่คุณจะได้บังคับในเกมนี้เป็นจอมเวทกาลเวลาที่มีพรสวรรค์ขั้นสุดยอด และเป็นสารตั้งต้นของการผจญภัยปกป้องโลกจาก Time Empress รวมถึงการเปิดเผยประวัติศาสตร์ที่จะส่งผลต่อตัวตนของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้

ความประทับใจอย่างแรกก็คือ การปั้นบทสนทนาของเกมนี้นับว่าผ่านการครีเอตมาอย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะไปช่วยส่งเสริมการสร้างตัวละครด้วย โดยเฉพาะวายร้ายหลักอย่าง Time Empress ผู้ปากแซ่บ ปากสด ชนิดที่โผล่มาครั้งแรก ก็ส่งจริตจะก้านจนติดสมองคนเล่นไปทั้งเรื่อง หรือกระทั้งสมาชิกร่วมทีมหลัก ๆ อย่าง Willhelm ก็ยืนหนึ่งเรื่องการแซะ ตัวละครอย่าง Zas ก็เก่งเรื่องพูดติดตลกแม้สถานการณ์จะบัดซบแค่ไหนก็ตาม ส่วนตัวละครอื่นก็มีบทสนทนาที่เข้ากับบุคลิกตัวเองมาก อย่าง JKR-721 ที่เป็นไซบอร์กก็จะมีลักษณะเหมือนเด็กที่เพิ่งเรียนรู้ธรรมชาติอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์เป็นครั้งแรก

รีวิว Cris Tales 02

สิ่งที่ต้องกดไลก์ให้ทีมเขียนบทอีกหนึ่งก็คือ พวกเขาไม่เคยทิ้งตัวละครเลย จะมีตัวละครที่เราเจอในเมืองแรก ๆ ซึ่งเราคิดว่าน่าจะไม่มีบทบาทอะไรอีกแล้ว จนกระทั่งช่วงหลังพวกเขาก็จะกลับมาช่วงท้ายเกม ทั้งที่ดูแล้วหน้าตาก็ไปได้ไม่เกินแค่ตัวประกอบ แต่พอพวกเขากลับมาก็เป็นการกลับมาที่ผมรู้สึกได้ว่าทีมเขียนบทได้วางเส้นเรื่องให้พวกเขาเอาไว้แล้วตั้งแต่ต้น สะท้อนให้เห็นว่านักเขียนมีความอินในโลกและตัวละครที่พวกเขาสร้างสรรค์ขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ลำพังพล็อตเรื่องที่เล่นกับเวลาก็เปิดช่องว่างให้โดนโจมตีเรื่องบทอยู่แล้ว แต่ Cris Tales ก็ยังเลือกจะเดินเส้นทางนี้ และยิ่งกล้ามากกว่าเดิมคือใช้ 2 ทฤษฎีย้อนเวลาในเกมเดียวกัน ผมขอเรียกว่าทฤษฎีทั้งสองแบบว่า Back to the Future และแบบ Endgame เมื่อเรื่องราวดำเนินไปจนเลยครึ่งเรื่อง ผู้เล่นจะเข้าใจว่าเกมน่าจะยึดการย้อนเวลาแบบ Back to the Future นั่นคือโลกเรามีเส้นเวลาแค่เส้นเดียว ถ้าเราย้อนกลับไปแก้เหตุการณ์อะไร ก็จะส่งผลกับปัจจุบัน แต่พอเข้าท้ายเรื่องจริง ๆ แล้ว เหมือนทีมพัฒนาหรือใครสักคนซื้อไอเดียการย้อนเวลาของ Endgame มากกว่า นั่นคือไอเดียเรื่องเส้นเวลาและโลกคู่ขนานนับไม่ถ้วน ซึ่งทำให้เกมยิ่งมีปัญหาในการทำให้เหตุการณ์ต่าง ๆ ในเกมมันดู สมเหตุสมผล มากขึ้นไปอีก

การเพิ่มเนื้อเรื่องแบบ Endgame ในตอนท้าย (หรือช่วงเมืองสุดท้าย) ทำให้เกมดูจะเริ่มตกราง และไม่ได้ให้อารมณ์ที่เข้มข้นเท่าเมืองแรก ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยประเด็นการเมือง เทคโนโลยี ศาสนา และอีกมากมายหลายสิ่งที่ประกอบขึ้นมาเป็นจักรวาลอันมีศักยภาพของ Cris Tales


การออกแบบ

Cris Tales ตบคะแนนรอบสื่อตั้งแต่การปล่อยตัวอย่างให้ผู้เล่นได้สัมผัสท่วงท่าการเคลื่อนไหวแบบลายเส้นแอนิเมชัน ทั้งฉากคัตซีนและในเกม ลำพังแค่เรื่องของลายเส้นก็อยู่ในระดับผ่านการการันตีคุณภาพมาแล้ว แต่ที่โดดเด่นไปกว่านั้นคือคอนเสปเบื้องหลังตัวละคร ที่ทำให้ผมประทับใจกับเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร เช่น ตัวละครสองพี่น้องหญิงที่เกาะเกี่ยวกันและใช้โล่คนละครึ่งมาเป็นอาวุธ ไปจนถึงสิ่งประดิษฐ์ที่ดูประหลาดแต่ก็มีรายละเอียดและความซับซ้อนสวยงาม แอนิเมชันทั้งในฉากต่อสู้และคัตซีนทำออกมาได้พริ้วไหวไม่สะดุด

รีวิว Cris Tales 03

ความพิถีพิถันของงานภาพยังเห็นได้จาก UI ของเกม การเลือกใช้ฟอนต์คำสั่งต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงเดินสำรวจ ช่วงต่อสู้

ถ้าจะมีสิ่งที่ไม่พอใจในงานออกแบบอยู่บ้าง สำหรับผมก็คือเมื่อเราบังคับตัวละครในแผนที่ที่เป็นโลกกว้างช่วงแรก จะมีการออกแบบคล้ายเอากระดาษแข็งมาโปะใส่ลงไปในฉากหลายที่ เชื่อว่าเป็นความตั้งใจจริง ๆ ของทีมพัฒนา แต่มันดูไม่เข้าและไม่กลมกลืนไปกับส่วนที่เหลือของแผนที่ มันให้ความรู้สึกเหมือนงานตัดปะมากกว่า แต่ก็นับว่าเป็นส่วนน้อยถ้าเทียบกับความประทับใจของงานออกแบบภาพรวม

รีวิว Cris Tales 05


เกมเพลย์

Cris Tales เป็นเหมือนการคารวะต่อเกม RPG แนวเทิร์นเบสแบบดั้งเดิม อีกทั้งโปรยจุดขายมาตั้งแต่ตัวอย่างว่าพลังควบคุมเวลาของ Crisbell จะเป็นตัวเอกด้านเกมเพลย์ ทำให้เกมนี้มีองค์ประกอบที่สร้างขึ้นมาโดยยึดพลังของเธอเป็นแกนหลัก ซึ่งพอปอกเปลือกออกมาแล้ว ผู้เล่นจะได้ใช้เวลาใหญ่ ๆ ในสามช่วงของเกม คือ ช่วงสำรวจเมือง ช่วงลงดันเจี้ยน และช่วงต่อสู้ (ซึ่งเดี๋ยวจะได้ขยี้ให้เห็น)

เอกลักษณ์ที่ต้องเอ่ยชมก็คือ ในเมื่อเราได้บังคับเป็นจอมเวทแห่งกาลเวลา หน้าจอที่นำเสนอจะแบ่งเป็นกรอบสามเหลี่ยม ตรงกลางคือปัจจุบันที่เราบังคับตัวละคร ด้านขวาคืออนาคตที่มีความเป็นไปได้ ส่วนทางด้านซ้ายแน่นอนว่าเป็นอดีต เกมใช้จุดเด่นของสามเหลี่ยมในตอนสำรวจเมืองอย่างเต็มที่ เช่น ขณะที่เราสำรวจเมืองแล้วพบนักดนตรีที่เล่นเพลงแลกเงิน ถ้าเราเดินจนเขาไปอยู่ในกรอบฝั่งขวา เราจะเห็นว่าอนาคตเขาอาจกลายเป็นขโมย ซึ่งก็จะนำทางไปสู่วิธีที่เราจะแก้ไขอนาคตได้ ด้วยการนำเงินไปช่วยเหลือเขา อนาคตที่เราเห็นฝั่งขวาก็จะเปลี่ยนไป รวมถึงเรายังมีสหายกบที่สามารถข้ามเวลาไปมา เพื่อนำสิ่งของที่ต้องการมาให้เราได้ด้วย ฉะนั้น ในแง่การสำรวจทีมพัฒนาเข้าใจผูกพลังของเวลาเข้ากับเกมเพลย์ที่ให้อำนาจผู้เล่นตัดสินชะตากรรมของตัวละครต่าง ๆ ที่เราพบได้

รีวิว Cris Tales 06

รีวิว Cris Tales 07

สำหรับช่วงลงดันเจี้ยน จะมีลักษณะคล้ายกับเกม RPG ดั้งเดิม กรอบสามเหลี่ยมที่เป็นพลังเวลาจะถูกเอาออก แล้วการพบกับ Monsters ตามทาง ก็จะเป็นแบบสุ่ม รวมถึงการไขปริศนาที่ไม่ได้ดูถูกสติปัญญา แต่จะบอกว่าโดดเด่นก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก ข้อดีก็คือ เกมนี้มีดันเจี้ยนตามเนื้อเรื่องให้เล่นค่อนข้างเยอะทีเดียว ทำให้การจะเคลียร์เกมได้ก็ต้องอาศัยเวลาประมาณ 40 ชั่วโมง ขึ้นไป

รีวิว Cris Tales 07

สำหรับช่วงที่ค่อนข้างน่าผิดหวัง และเปลี่ยนพลังของ Crisbell จากจุดขายเป็นจุดตายก็คือช่วงต่อสู้ ทั้งที่ช่วงต่อสู้น่าจะเป็นหัวใจหลักของเกมเลยก็ว่าได้ เมื่อคุณต้องปะทะกับศัตรู เกมจะแบ่งออกเป็นสองด้านตามพลังกาลเวลา ซึ่ง Crisbell สามารถใช้พลังย้อนเวลาให้ศัตรูอ่อนแอลง หรือเร่งเวลาทำให้ศัตรูแก่ขึ้น (หรือโตขึ้น) แต่คอนเสปของเกมที่ทีมงาน “พยายาม” จะทำ มันเล่นใหญ่กว่านั้น นั่นคือการผสานความสามารถลูกทีมของ Crisbell ให้เข้ากับความสามารถด้านเวลาของเธอ เช่น เมื่อคุณเจอบอสที่มีโล่เหล็กขนาดใหญ่ ให้ลูกทีมยิงเวทน้ำใส่โล่แล้วทำการเร่งเวลาก็จะทำให้โล่ขึ้นสนิม หรือ จะให้ลูกทีมหว่านเมล็ดพันธุ์พิษ แล้วเร่งเวลาจนมันโตแล้วทำความเสียหายให้ศัตรู

ฟังดูแล้วเป็นคอนเสปที่ล้ำ แต่ข่าวร้ายที่ผมจะบอกก็คือตัวอย่างที่ยกไปข้างบนนั้น คือสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดเท่าที่จะเห็นได้ในเกมแล้ว ซึ่งเป็นช่วงต้นเกมด้วย

ส่วนการต่อสู้หลังจากนั้น คุณแทบจะไม่ต้องใช้ความสามารถพิเศษของ Crisbell เลยก็ได้ แค่คุณรู้ธาตุหรือจุดอ่อนของศัตรู ลูกทีมของคุณก็สามารถร่ายเวทใส่และจบการต่อสู้ภายในสองสามตาเท่านั้น นั่นคือกลยุทธ์หลักที่คุณจะใช้ไม่ว่าจะเจอศัตรูลิ่วล้อธรรมดา ไปจนถึงบอสก็ตาม… จอมเวทกาลเวลาที่เป็นตัวเอกอย่าง Crisbell เลยรับหน้าที่ฝ่ายซัพพอร์ตทีมไปแบบอีหยังวะโดยปริยาย

รีวิว Cris Tales 04

โชคดีที่ว่า ในการต่อสู้แบบเทิร์นเบสนี้ทีมงานก็มีใส่ลูกเล่นเข้าไปให้รู้สึกถึงความแตกต่างจากเกมอื่น ๆ นั่นคือ เราสามารถกดปุ่มเพื่อโจมตีแบบคอมโบ หรือปัดป้องการโจมตีศัตรูได้ถ้ากดถูกจังหวะ รวมถึงตัวละครหลายตัวก็มีความสามารถที่แยกหน้าที่จากกันชัดเจน อย่าง JKR-721 ซึ่งจะโจมตีด้วยการให้เรารัวหมัดใส่ศัตรูได้จนกว่าแถบความร้อนจะทะลุขีด หรือ Zas ก็ใช้ลูกเล่นโยนของสุ่มออกมาจากกระเป๋ามหัศจรรย์

นอกจากนี้ก็มีเรื่องขัดใจในแง่เกมเพลย์เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ไอเทมบางอย่างที่ตกอยู่ต่อหน้าแต่เราไม่สามารถเก็บได้จนกว่าจะไปคุยเพื่อรับภารกิจที่เกี่ยวข้องกับไอเทมชิ้นนั้นก่อน (ถ้าไม่ต้องการให้เก็บก็ไม่ควรใส่ในฉากแต่แรก) รวมถึงเกมน่าจะใส่ระบบ Fast Travel มาในช่วงท้ายซึ่งใช้การเดินทางบ่อยมาก จนทำให้เรารู้สึกถึงความไม่สม่ำเสมอในคุณภาพของเกม โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงที่ไปถึงเมืองสุดท้ายแล้ว


รีวิว Cris Tales 08

สรุป

Cris Tales คือตัวอย่างของเกมที่ความทรงพลังในด้านการเขียนบทและงานออกแบบชวนให้ผู้เล่นคอยติดตามชะตากรรมของตัวละครหลักได้ ถึงข้อบกพร่องด้านเกมเพลย์จะเป็นอุปสรรคที่มองข้ามได้ยาก แต่บทสนทนากับเอกลักษณ์ของตัวละคร พร้อมประเด็นที่ซีเรียสในคราบลายเส้นแบบการ์ตูน ก็ทำให้แม้ Cris Tales จะยังไปไม่ถึงขั้น RPG อินดี้น้ำดี แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่น่าจดจำ

The Review

70%

80%
90%
50%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข้ามไปยังทูลบาร์