Reviews

WRC 10 FIA World Rally Championship – รีวิว [REVIEW]

โดย ปอลนาโช่

WRC 10 FIA World Rally Championship – รีวิว [REVIEW]

ขอขอบคุณโค้ดเกม (PS5) เพื่อการรีวิว จากบริษัท Ripples Thailand มา ณ โอกาสนี้ครับ

เวลาผ่านไปเร็วมาก! นับจากที่ผมได้รับเกม WRC9 มารีวิวเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว (2020) จำได้เลยว่าเป็นช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิดเช่นเดียวกับปีนี้ ทำให้ผมต้องติดแหง่ก WFH อยู่บ้านนานเป็นเดือน พอมาในปีนี้ได้รับ WRC10 มาเพื่อการวิเคราะห์วิจารณ์อีกรอบ จึงเหมือนเป็นเครื่องเตือนให้นึกถึงความหลัง อย่างไรก็ตาม เมื่อผมได้ลองเล่นเกมภาคใหม่ล่าสุดของการแข่งรถแรลลี่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ก็พบว่า ถึงสถานการณ์โลกรอบตัวยังแทบไม่มีอะไรเปลี่ยน…แต่กับ WRC มีการเปลี่ยนแปลงในเกมเยอะพอตัวเลยทีเดียว!

อย่างแรกที่ต้องบอกก่อนคือ เมื่อสมัยภาค 9 ตัวเกมออกมาในช่วงเปลี่ยนยุคของเครื่องคอนโซล คือมีเวอร์ชัน PS4 ที่เล่นได้บน PS5 แต่ภาค 10 นี้ทางสตูดิโอ Kylotonn และผู้จัดจำหน่ายจากฝรั่งเศสอย่าง Nacon จัดเต็ม แยกเป็นเวอร์ชันเฉพาะสำหรับ PS5 มาเลย (ผู้เขียนรีวิวเวอร์ชันนี้) ซึ่งแน่นอนว่า เกมพัฒนามาเพื่อเครื่องคอนโซลรุ่นใหม่โดยเฉพาะ 

Game Mode

เริ่มกันด้วยโหมดเกมต่าง ๆ ซึ่งปีนี้ทีมพัฒนาจัดเต็มมาให้อย่างดี มีการออกแบบหน้าจอเมนูตัวเลือกใหม่ ใช้งานง่ายกว่าเก่า โดยเปิดเกมมาตอนแรก ระบบจะจัดให้ผู้เล่นวิ่งเทสต์อุ่นเครื่องซัก 1 รอบแล้วถามความต้องการว่าอยากตั้งค่าการควบคุมรถแบบไหน จะเอาบีกินเนอร์ก่อน หรือจัดแบบโปรเลยมั้ย

จากนั้นก็เข้าสู่หน้าจอหลัก ถึงตรงนี้ผู้เล่นสามารถเลือกเล่นโหมด ควิกเพลย์ ได้ก่อนเลย โดยจะเป็นการเลือกแข่งได้ทุกสนามในเกม ทั้งสนามจริงที่จะใช้แข่งกันในปี 2021 นี้ของ FIA (สหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ) หรือจะเป็นสนามแข่งชื่อดังในอดีต ตามตำนานของวงการแรลลี่โลก ที่เคยใช้กันมา

ส่วนรถที่สามารถเลือกใช้ได้ต้องถือว่าเยอะมาก ๆ ครับ แถมมีทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แถมมีรุ่นระดับชั้นให้เลือกด้วย ทั้งรถในรุ่นจูเนียร์ WRC, WRC3, WRC2 จนถึง WRC รุ่นใหญ่สุด

ต้องบอกว่าโหมดควิกเพลย์คือทางเลือกที่สะดวกที่สุดสำหรับการเปิดมาเล่นชิล ๆ ในแต่ละวันครับ”

ต่อมาเป็นโหมดอาชีพ ที่ผู้เล่นสามารถสร้างทีมแข่ง บริหารจัดการรถและทีมงาน ฝึกซ้อม แล้วไปลงแข่งรายการสำคัญโดยต้องเริ่มจากระดับล่างสุดของวงการ WRC ก่อนไต่เต้าสู่ศึกระดับโลกต่อไป

แล้วก็มีโหมดซีซัน ที่เล่นคล้ายโหมดอาชีพ แต่ตัดเรื่องบริหารจัดการออกหมด รอแข่งรถอย่างเดียวได้เลย นอกจากนั้นก็จะมีโหมดเทรนนิ่ง, ฟรีเทสต์ และโหมดชาลเลนจ์ ซึ่งเป็นสามโหมดสำหรับการฝึกฝีมือในการควบคุมรถครับ

ทีนี้ ทุกโหมดที่กล่าวมา ก็คล้ายคลึงกับภาค WRC9 แต่สำหรับ WRC10 มีสุดยอดโหมดเด็ดไว้ให้ผู้เล่นด้วยนั่นคือ โหมดเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปีวงการแรลลี่ WRC!

50th Anniversary mode

โหมดนี้ถือเป็นลูกเล่นชั้นเยี่ยมที่ทำให้ตัวเกมคุ้มค่ากว่าภาคก่อน ๆ ในซีรีส์อย่างมาก เพราะมันคือการเพิ่มจำนวนรถและสนามแข่งให้ได้เล่นกันอย่างมีนัยสำคัญ

แต่ละสนามมาพร้อมประวัติของตัวรถ, ทีมนักแข่ง, พื้นที่สนามที่น่าสนใจ ผมพบว่าการได้ใช้รถแรลลี่รุ่นเก่าในอดีต (ที่มีลักษณะของอัตราเร่ง, ความเร็ว, การเข้าโค้ง) แตกต่างกันไป นั้นสนุกสนานอย่างมาก ผมได้พบกับพัฒนาการของวิศวกรรมยานยนต์ผ่านจอยดูอัลเซนส์ในมือ ได้รู้เลยว่าเมื่อก่อนนั้นถึงรถจะเครื่องไม่แรง แต่การออกแบบช่วยให้ดริฟต์ได้เนียน ต้องอาศัยจังหวะคนละแบบกับรถในปัจจุบัน

พอเล่นไปเรื่อย ๆ ผมอดไม่ได้ที่จะต้องเปิดเน็ตเข้าไปอ่านประวัติของตัวรถ และศึกแรลลี่ชื่อดังในอดีต ต้องบอกว่าโหมดนี้ทำให้ผมสนุกอยู่กับการท่องประวัติศาสตร์ของวงการแรลลี่โลก ไม่ต่างจากเวลาเราเจอหนังสือหรือสารคดีประวัติศาสตร์ดี ๆ ที่ทำให้เราตกหลุมรัก

แต่มีความแปลกบางอย่างในโหมดนี้ครับ…กล่าวคือตัวโหมดมาพร้อมอีเวนต์ชื่อดังที่มันจะล็อกไว้ ผู้เล่นต้องลงแข่งแล้วเอาชนะไต่เต้าเพื่อปลดล็อกอีเวนต์ใหม่ไปเรื่อย ๆ ซึ่งสนามทั้งหมดที่มันล็อกไว้เนี่ย คุณไปเล่นได้เลยในโหมดควิกเพลย์…

Feature

ลักษณะเด่นของเกมภาคนี้ที่เพิ่มเติมจากภาคเก่า คือมีการเพิ่มสนามแข่งให้ตรงตามฤดูกาลแข่งขันในปี 2021 ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนมอเตอร์สปอร์ตสายพันธุ์แรลลี่, ครอสคันทรี จะยิ่งชื่นชอบสนามเหล่านี้แน่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นสนามโครเอเชีย, เอสโตเนีย, Ypres แรลลี่ และแรลลี่ เดอ คาตาลุนญา เป็นต้น

แถมด้วยบรรดารถแข่งทรงพลังมากมาย อาทิรถในตำนาน Lancia Stratos HF จากปี 1977, Toyota Celica Turbo 4WD (รุ่นปี 1992), Subaru Impreza โคลิน แม็คเคร, Mitsubishi Lancer Evolution ทอมมี มาคิเน่น ไล่มาจนถึง Toyota Yaris WRC ของแชมป์โลก 2020 อย่าง เซบาสเตียน โอกิเยร์ ดาวขับเฟรนช์แมน สังกัดโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง

เอาเป็นว่า จุใจกันไปข้าง สำหรับคนชื่นชอบรถยนต์ครับ!

Gameplay, Throttle, THE CO-DRIVER etc.

ด้านเกมเพลย์ WRC10 พัฒนาขึ้นมากจากภาค 9 จะว่าไประบบเกมการเล่นนี่ถือเป็นจุดแข็งที่สุดของซีรีส์นี้ก็ว่าได้ ไม่ว่าคุณจะใช้จอยพวงมาลัย หรือคอนโทรลเลอร์ปกติ ก็จะพบว่าตัวเกมออกแบบการควบคุมรถมาได้ดีมาก …แต่ว่า! มันก็ขึ้นอยู่กับการปรับตั้งค่าของผู้เล่นแต่ละคนนะครับ

สำหรับตัวผมเอง ที่ใช้จอยดูอัลเซนส์ของ PS5 ในการเล่น พบว่าการปรับ STEERING SENSITIVITY ซ้าย-ขวา ให้ตอบสนองช้าลงมานิดหน่อย ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้นมาก แล้วก็เลือก SEMI-AUTOMATIC GEARS ให้เกมเข้าเกียร์ให้แทนดีกว่าควบคุมเองเยอะเลย เพราะไม่งั้นเล่นไม่ผ่านซักชาลเลนจ์เลยครับ (ฮา) นอกจากนี้ผมยังปรับการเบรกให้เป็น ABS และเลือกเปิด TRACTION CONTROL เพื่อลดการแหกโค้ง ก็ช่วยได้เยอะ

สรุปก็คือตัวเกมมีอ็อปชั่นการปรับแต่งที่ค่อนข้างละเอียด หากใครเล่นแล้วหงุดหงิด รถไถลบ่อย ก็สามารถไปปรับให้เข้ากับตัวเองได้

อีกประเด็นสำคัญที่ทำให้เกมนี้เล่นสนุกสุด ๆ ก็คือระบบลีดเดอร์บอร์ดแบบเรียลไทม์ครับ กล่าวคือ หากคุณเล่นโหมดควิกเพลย์จบหนึ่งสนามแล้ว เกมจะแจ้งทันทีว่าคุณได้อันดับที่เท่าไหร่เมื่อเทียบกับบรรดาผู้เล่นคนอื่นในโลก ซึ่งมันท้าทายให้คุณเล่นใหม่เพื่อทำเวลาให้ดีขึ้นได้ แถมคุณยังเลือกโหลดโกสต์คาร์ จากพวกอันดับสูง ๆ มาเก็บไว้ในเครื่องเพื่อศึกษาได้ด้วยนะ!

ทางด้าน CO-DRIVER หรือเนวิเกเตอร์คู่ใจ ภาคนี้ปรับปรุงได้ดีมากครับ คุณสามารถเลือกเพศ เลือกภาษาให้เขาได้ แถมการฟังเนฯ คอยบอกเวลาเข้าโค้งยังช่วยการขับได้อย่างแท้จริง แถมภาค 10 พวกเขายังเล่นมุกเป็นแล้วด้วย มีการแซว มีอุทานเวลาเราแหกโค้งด้วยนะ อย่างร้อง เฮ้ย, โอ้ววว, เวลาเราหลุดออกนอกทาง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนเกมเพลย์ยังขาดฟังก์ชั่นสำคัญ ที่เกมแข่งรถยุคนี้เขามีกันหมดแล้ว นั่นคือระบบรีไวนด์ หรือย้อนเวลาเพื่อช่วยให้กลับไปเล่นใหม่ในระยะสั้น ๆ โดยเกมนี้มีแค่กดรีเซ็ตรถ ซึ่งต้องโดนบวกเวลาเพิ่ม และถ้าคุณพลาดต้องรีเซ็ตรถในการแข่งสำคัญนี่หมดสิทธิ์ชนะแน่นอน บางครั้งวิ่งดีมาจนจะจบสเตจสุดท้าย มาพลาดหลุดโค้งตอนใกล้จบ…คุณกดเล่นใหม่ตั้งแต่ต้นได้เลยครับ เพราะคะแนนไม่ผ่านแน่ ๆ

Graphic

แล้วก็มาถึงข้อด้อยสำคัญที่ผมพบเจอในเกมนี้ คือถ้าจะมีที่ให้ตัดคะแนนก็ตรงส่วนกราฟิกนี่แหละครับ ที่ต้องบอกว่าไม่ใช่ฉากไม่สวยนะ มันสวยแหละ แต่ยังดูไม่สมกับการพัฒนาอัปเกรดมาเพื่อ PS5 แถมถ้าไปเทียบกับเกมแรลลี่คู่แข่งเจ้าอื่น ๆ ผมว่าเกมนี้ยังสวยแพ้เขาอยู่นิดหน่อย โดยเฉพาะพวกปัญหา Screen tearing ที่พบบ่อย, แล้วก็ดีเทลข้างสนามที่ดูไม่ค่อยสมจริงครับ

(วิดีโอด้านล่างนี้ เป็นการลองสนามนี้ครั้งแรก ผมยังไม่เคยวิ่งเส้นนี้มาก่อนครับ ลงแข่งแบบตะลุยสนามกันสด ๆ ไปเลย แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเอา 555)

Summary

ณ ปัจจุบัน ผมฟันธงว่านี่คือเกมแข่งรถแรลลี่ที่ดีที่สุดแล้ว ใครที่ยังไม่เคยลองเล่น ซื้อภาค 10 มาเก็บไว้ถือว่าคุ้มค่า เล่นได้หลายปี เพราะมีโหมดพิเศษอย่าง 50th Anniversary ให้เล่นได้แบบยาว ๆ ทว่า ใครถือภาค 9 ไว้อยู่แล้ว อาจต้องถามตัวเองครับว่า อยากได้โหมด 50th Anniversary ไว้เล่นมากแค่ไหน เพราะถ้าอยากเอามาเล่น Career อย่างเดียว บางทีภาค 9 ก็น่าจะพอตอบโจทย์ได้ดีอยู่

The Review

90% สุดยอดเกมจำลองแรลลี่โลก!

นี่คือเกมจำลองซีซันการแข่งขันรถแรลลี่ FIA World Rally Championship ประจำปี 2021 ได้ดีเยี่ยม พ่วงด้วยสุดยอดโหมดแห่งความคุ้มค่า กับการย้อนอดีตการแข่งขันในตำนานมากมายของวงการอย่าง 50th Anniversary ซึ่งมาครบทั้งสนามและรถแข่งรุ่นดั้งเดิม นับเป็นเกมที่ฟูลแพ็คเกจ จ่ายทีเดียวคุ้ม จะมีแอบขัดใจก็แค่คุณภาพกราฟิกที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้อีกนิดสิน่า....

90%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข้ามไปยังทูลบาร์