Games Reviews

HADES – รีวิว [REVIEW]

by Reviewer Ocelot

HADES – รีวิว [REVIEW]

HADES – รีวิว [REVIEW]

Supergiant Games ไม่ใช่ชื่อของม้ามืดในวงการเกมมายาวนานแต่อย่างใด เพราะพวกเขาได้ฝากผลงานชั้นดีอย่าง Transister (2014) ที่เข้าชิงรางวัลหลายสาขามาแล้ว นับเป็นการฝากลายเซ็นผ่านสไตล์งานออกแบบเกมเฉพาะตัวในหัวใจของเกมเมอร์มากมาย แต่ชื่อที่ทำให้ Supergiant Games กลายเป็น “ยักษ์ตื่น” ของจริง นั่นคือชื่อของ Hades เกมที่จะพาคุณดำดิ่งลงสู่โลกใต้พิภพไปกับซาเกรอัสเพื่อที่จะฝ่ากลับขึ้นมาชื่นชมความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่นี้

*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Sony Interactive Entertainment Singapore มา ณ โอกาสนี้ครับ

**รีวิวนี้มาจากการเล่นเกมนี้จบแบบมาตรฐาน คือมี End Credit ขึ้น บนเครื่อง PS5

Hades_Review_03


เนื้อเรื่อง

Hades เป็นการตีความที่ยืนพื้นจากตำนานของเทพเฮดีสและเพอร์ซีโฟนี อันเป็นที่มาของคำอธิบายว่าทำไมโลกของเราถึงมี 4 ฤดูกาล ซึ่งลำพังถ้าจับเฉพาะที่เนื้อหาของเทวตำนานนี้แล้ว ก็ไม่ได้มีเรื่องราวที่ซับซ้อนอะไรนอกจากเทพเฮดีสลักพาตัวเพอร์ซีโฟนี บุตรสาวของเทพีดีมีเตอร์มาเป็นภรรยา ทว่าเรื่องราวการชิงนางสวรรค์ก็เป็นบ่อเกิดของแรงบันดาลใจให้งานระดับโลกมากมาย ตัวอย่างชัดเจนก็คือปิศาจแห่งโรงละครโอเปรา (The Phantom of the Opera) ที่เฮดีสถูกตีความว่าเป็นชายผู้อาศัยอยู่ใต้โรงละคร (โลกใต้พิภพ) แล้วไปหลงรักนางเอกคือ คริสทีน

แม้เรื่องราวของเฮดีสจะไม่ได้มีวีรกรรมอื้อฉาวมากเท่าพี่น้องของเขา แต่ภาพลักษณ์ของเฮดีสบนหน้าหนังสือ แผ่นฟิล์ม และสื่อมากมายนั้น เขามักถูกตีความว่าเป็นเทพเจ้าที่ให้โทษมากกว่าให้คุณ ไม่ก็เป็นตัวร้ายไปเลยอย่างการ์ตูนเฮอร์คิวลีสของดิสนีย์ กระทั่งในเกม Horizon Zero Dawn ฝั่งตัวร้ายหลักก็เป็น AI ชื่อ เฮดีส เหมือนกัน

Hades_Review_07

แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้เริ่มเห็นการนำเทวตำนานกรีกมาเล่าและตีความใหม่ให้เห็นมุมมองที่หลากหลายและโอบรับทุกความแตกต่างในสังคมมากขึ้น เช่น เฮดีสในโลกนวนิยายเพอร์ซี แจ็คสัน และในโลกวิดีโอเกมปัจจุบันก็ไม่น่าจะมีใครทำเรื่องนี้ได้โดดเด่นมากกว่า Supergiant Games อีกแล้ว

สิ่งที่ Supergiant Games ทำคือการนำโครงเรื่องเทวตำนานเฮดีสและเพอร์ซีโฟนีมาเป็นกรอบ และบรรเลงการตีความที่สดใหม่ใส่เข้าไปในกรอบนั้น ไม่ว่าจะเป็นเกมเพลย์ บทสนทนา งานออกแบบ ดนตรีประกอบเกม โดยมีซาเกรอัสบุตรชายของเฮดีสเป็นตัวดำเนินเรื่อง พร้อม ๆ กับธีมคลาสสิคคือการค้นหาตัวตน ความลับ ไปจนถึงความหมายที่แท้จริงของครอบครัว ที่เทพเจ้ากรีกมีประเด็นเรื่องนี้กันบ่อยครั้ง…

Hades_Review_01

การเบลนด์เนื้อเรื่องและเกมเพลย์แบบโร้คไลต์ให้เป็นเนื้อเดียวกัน

Hades เป็นเกมแนว โร้คไลต์ นั่นคือ การตายหนึ่งครั้งจะทำให้เราต้องเริ่มใหม่ และเจอการสุ่มสร้างด่านทั้งหมด แต่โร้คไลต์จะมีลักษณะปรานีกับผู้เล่นมากกว่า โร้คไลก์ เพราะสามารถสะสมสิ่งที่เก็บรายทางกลับไปใช้ในการเล่นรอบใหม่ ๆ ได้ เพราะฉะนั้นตัวละครเราจะมีความสามารถที่มากขึ้น แข็งแกร่งขึ้น แต่ความพิเศษของ Hades คือการใช้เกมเพลย์ลักษณะนี้ขับเคลื่อนเนื้อเรื่องให้เดินไปในแต่ละรอบ ยิ่งคุณออกตัวแต่ละครั้งไม่ว่าจะตายหรือสำเร็จ คุณจะได้รับไอเทม อาวุธ ที่สำคัญคือการปลดล็อคบทสนทนาของตัวละคร เพราะฉะนั้น นอกจากความกระหายที่ผู้เล่นอยากได้อาวุธหรือความสามารถใหม่ ๆ แล้ว การออกตัวแต่ละครั้งยังหมายถึงคุณเข้าใกล้ตัวตนและความลับของครอบครัวเจ้าแห่งนรกมากขึ้นเรื่อย ๆ

ไม่ใช่แค่เรื่องราวของตัวละครหลักอย่างเฮดีสหรือเพอร์ซีโฟนี เกมยังเกลี่ยน้ำหนักความสำคัญให้ตัวละครที่เรามีปฏิสัมพันธ์ได้ทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นออร์เฟอุส ธานาทอส อคีลีส นิกซ์ และอีกมากมายซึ่งแต่ละรายก็มีที่มาจากเทวตำนาน และถูกนำมาตีความต่อยอดใหม่ทั้งหมด เช่น คนที่รู้จักตำนานของออร์เฟอุสกับยูรีดีซก็จะได้คำตอบว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นหลังจากที่พวกเขาพลัดพรากกันหลังทำผิดข้อตกลงกับเฮดีส หรือ ความรู้สึกของอคิลีสที่แม้เขาจะได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ แต่มันคุ้มค่าหรือไม่ที่ต้องจากกับคนที่รักไปตลอดกาล แน่นอนเราจะได้เข้าไปมีส่วนเปลี่ยนแปลงชะตากรรมพวกเขาทั้งหมดผ่านบทสนทนาและการให้ของขวัญ พูดเลยว่าในภพแห่งความตายนี้ ทีมพัฒนาลงทุนกับบทไปเยอะมาก ไม่มีใครไม่สำคัญ ไม่มีใครไม่น่าจดจำ และเป็นจุดที่ชักชวนให้ผู้เล่นบุกขึ้นสู่ผิวโลกได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ความน่าทึ่งอีกอย่างนั่นคือผู้เขียนบทเกมนี้มี Greg Kasavin รับผิดชอบคนเดียว แถมยังควบตำแหน่งทั้งผู้กำกับและดีไซเนอร์ด้วย

Hades_Review_02

แต่ก็นั่นล่ะครับ หลังจากที่ผมเอาเท้าซาเกรอัสไปสัมผัสพื้นผิวโลกจนเรื่องราวหลักคลี่คลาย (ขึ้น End Credit) ความรู้สึกหลังจากนั้นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างอธิบายยาก แต่ผมจะขออธิบายแบบนี้ครับว่า การที่เราต้องฝ่านรกขึ้นมาจนจบชั้นสุดท้ายแล้วบทสนทนาก็พาเราดำเนินเรื่องไป 4-5 ประโยค แล้ววนลูปใหม่ มันให้ความรู้สึกว่าทีมงานซอยส่วนนี้มากเกินไปหน่อย ผมไม่ได้มีประเด็นกับเรื่องของคุณภาพบทสนทนา แต่ผมหมายถึงเรื่องราวมันสามารถทำให้กระชับและไปไกลกว่านี้ได้ต่อการลุยหนึ่งครั้ง และยิ่งคนที่ได้อ่านหรือดูเทวตำนานเฮดีสมาก่อนก็สามารถเดาทางได้ไม่ยากนัก การคลายปมของเกมเลยไม่ได้ให้ความรู้สึกหักมุมอะไรและน่าจะเคลียร์ให้จบได้โดยไม่ต้องใช้เวลาขนาดนี้ ถึงแม้เกมจะพยายามใส่องค์ประกอบที่สร้างความสดใหม่ทุกครั้งในการเล่น ทั้งการสุ่มสร้างฉาก การปลดล็อคอาวุธใหม่ ๆ การปรับความยากได้ตามใจ (ค่าหัวร้อน หรือ Heat) การช่วยตัวละครต่าง ๆ นา ๆ คลายปม แต่ด้วยเสกลของแต่ละโซนที่มันมีกำกับไว้ชัดเจนว่ามี ทาทารัส แอสโฟเดล อีลีเซียม รสของความแปลกใหม่จะจืดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเล่นจนพบฉากจบแล้ว แต่ถ้าคิดว่านี่คือเกมจากฝีมือทีมเล็ก ๆ ทำได้ขนาดนี้ผมก็ว่าเท่มาก เก่งมาก

Hades_Review_01


เดือดไม่แพ้ไฟนรกคือระบบ Combat

ผมนิยามกลไกระบบ Combat ของ Hades ว่ามันเหมือนแม่สี นั่นคือเรียบง่าย เกมจะให้อาวุธเรา 6 ชิ้น จะมีท่าโจมตีธรรมดา ท่าพิเศษ และท่ายิงผลึกสีแดง แต่เมื่อเอาพลังของเทพเจ้าโอลิมปัสมาเล่นด้วย ทำให้แม่สีที่ว่าสามารถกระจายเฉดได้เยอะ สร้างบิลด์การทำลายล้างได้มหาศาล รองรับอารมณ์ของผู้เล่นได้เกือบทุกแบบ สายตีใกล้ก็มีดาบ หมัด ส่วนสายตีไกลก็กินระยะตั้งแต่ระยะไกล อย่างปืน ไปจนถึงไกลมากแบบ ธนู

อาวุธแต่ละชิ้นจะทรงพลังขึ้นตามไอเทมที่เราพกติดตัว แต่หลัก ๆ ก็จะได้จากพร (Boon) ของเทพเจ้า ซึ่งทีมงานออกแบบพลังของเทพแต่ละองค์ได้มีเอกลักษณ์ ไม่ค่อยซ้อนทับกันมาก เช่น หากคุณชอบการโจมตีหนัก เทพอาเรสก็ต้องเป็นตัวเลือกแรก ๆ  ที่มีท่าดาบพิฆาตสุดโหด แต่ถ้าเป็นสายนวล คิดเยอะหน่อย ๆ ก็เข้ากันได้กับพลังของอาธีน่าที่เน้นการปัดป้องให้ศัตรูโดนการโจมตีของตัวเอง พลังของไดโอนีซุสก็เป็นหนึ่งในพลังโปรดของผม เพราะทำให้ศัตรูติดสถานะเมาเหล้าและลดพลังชีวิตเรื่อย ๆ

Hades_Review_06

ในอาวุธหลักทั้ง 6 ชิ้น  แต่ละชิ้นก็จะมีให้อัปเกรดรวมเป็น 4 รูปแบบ โดย 3 รูปแบบแรกจะสามารถอัปเกรดได้ทันที แต่รูปแบบสุดท้ายจะเรียกว่าอาวุธไฟนรก ซึ่งจะต้องทำเงื่อนไขบางอย่างให้ลุล่วงจนกระทั่งเราได้วลีปลุกพลังที่แท้จริงของมันออกมา ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะได้มาจากการพูดคุยสานสัมพันธ์กับตัวละครต่าง ๆ ซึ่งความพิเศษของอาวุธไฟนรกก็คือจะมีชื่อของวีรบุรุษในตำนานพร้อมความสามารถที่ฉีกไปจาก 3 รูปแบบแรกอย่างชัดเจน เช่น ง้าวกวนอู ที่มีพลังทำลายล้างสูง สามารถดูดพลังชีวิตศัตรูได้ แต่ก็แลกมาด้วยการลดพลังชีวิตสูงสุดของเราทุกครั้งที่ถือ ธนูพระรามที่มาพร้อมการชาร์จทำลายขั้นรุนแรงพร้อมแชร์ความเสียหายระหว่างศัตรูด้วยกัน หรือดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ที่สามารถสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ช่วยให้เราได้รับพลังโจมตีลดลงแถมยังลดความเร็วของการโจมตีศัตรูได้ด้วย

Hades_Review_04

ด้วยจำนวนบิลด์ที่มหาศาล สิ่งที่ตามมาแน่ ๆ คือโชคในแต่ละรอบ เพราะคุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าการออกลุยในรอบนี้คุณจะได้เจอพรของเทพองค์ไหนบ้าง ยกเว้นคุณจะสวมเครื่องประดับของเทพองค์นั้นก็จะมีโอกาสพบเทพองค์นั้นบ่อย และพรที่ให้ในแต่ละครั้งก็ยังมีระดับที่แตกต่างกันไปอีก ตั้งแต่ระดับธรรมดาไประดับเลเจนดารี จนถึงพรแบบสูตรไขว้ หรือ DUO ของเทพเจ้าสององค์ด้วย ในแง่หนึ่งมันก็เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สนุกกับการทดลองบิลด์ใหม่ ๆ ได้ไม่สิ้นสุด ถ้าในตาที่โชคดีมาก ๆ คุณก็จะสุ่มได้บิลด์อาวุธทำลายล้าง แบบเหนี่ยวทีบอสหน้าสั่นกันไป ซึ่งข้อมูลบิลด์ทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ตอนที่คุณเคลียร์แต่ละรอบเสร็จ พร้อมเวลาที่ใช้เคลียร์ด้วย เหมือนเป็นข้อมูลอ้างอิงให้นำมาปรับกลยุทธ์ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะการเล่นในรอบหลัง ส่วนใหญ่จะเป็นการท้าทายตัวเองมากกว่า ทั้งปรับเพิ่มความยาก และการใช้เวลาเคลียร์ให้สั้นลง


คุณค่าในการเล่นซ้ำ

ถ้าให้เทียบกับ Returnal ซึ่งกวาดคะแนนในฐานะเกมโร้คไลต์ระดับพรีเมียมประจำปีนี้ และเป็นอีกเกมที่ผมก็รู้สึกว่ามันสนุกมาก ผมคิดว่าการออกแบบเกมเพลย์ของ Hades เลี้ยงผู้เล่นได้เก่งกว่า มีลูกล่อลูกชนมากกว่า เพราะถึงเกมจะบังคับให้คุณต้องเริ่มใหม่ทุกครั้งที่ตาย แต่ก็ไม่โหดเหี้ยมขนาดไม่ยอมให้ปิดเครื่องในระหว่างลุยเลย เกมจะเซฟตัวเองทุกครั้งเมื่อคุณเข้าห้องใหม่ เพราะฉะนั้น ถึงคุณจะรู้สึกขยาดกับรสชาติเกมในช่วงแรก แต่ก็ไม่ถึงขนาด Returnal ที่บางคนทนกินต่อไปไม่ไหว Hades จึงมีโอกาสค่อย ๆ เผยตัวตนกับความสนุกแท้จริงของมันออกมา

ความฉลาดของการออกแบบในเกมนี้คือ ทุก ๆ การลุยแต่ละรอบคุณจะไม่ตายแล้วกลับมามือเปล่า แต่จะมีไอเทมเครื่องประดับที่คุณสามารถเก็บความก้าวหน้าเพื่อเพิ่มคุณสมบัติของมันได้ด้วย สร้างพันธะให้เราต้องเล่นไปไม่มีสิ้นสุด และอาวุธระดับไฟนรกแต่ละชิ้นก็มีคุณลักษณะพิเศษให้คุณปลดล็อคและลองบิลด์ได้มากกว่าแบบอื่น ๆ ด้วย

Hades_Review_05

ยังมีสิ่งละอันพันละน้อยที่ยังทำให้คุณเล่นเกมนี้ต่อไป โดยเฉพาะการเก็บวัตถุดิบมาตกแต่งห้องโถงและห้องส่วนตัว หลายชิ้นส่งผลต่อเกมเพลย์และความสัมพันธ์ของตัวละคร พอพูดถึงการสานสัมพันธ์กับตัวละคร… ยิ่งคุณพูดและให้ของขวัญพวกเขามากเท่าไร ความสัมพันธ์ก็ยิ่งลึกซึ้งมากขึ้น อย่างกับ Harvest Moon (แถมยังมีเบ็ดตกปลาให้ซื้อไปตกปลานรกมาทำอาหารอีก)  และเกมก็ยังเปิดโอกาสให้พัฒนาความสัมพันธ์แบบโรแมนติกกับตัวละครได้หลายเพศสภาพ

แต่อย่างที่ผมได้แสดงความเห็นไปในข้างต้นครับว่า พอมองภาพรวมเส้นทางของเกมนี้ เอาเข้าจริงมันแบ่งออกได้เป็น 3 โซนใหญ่ ๆ เท่านั้น เปรียบเสมือนโครงกระดูกที่เอาไว้รองรับความหลากหลายของเนื้อหาในเกม ฉะนั้น หลังจากที่คุณจบเนื้อหาหลักหรือเล่นวนไปสัก 10 รอบ ความรู้สึกอยากค้นหาสิ่งใหม่ ๆ มันจะค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอยากเอาชนะเกมได้เร็วขึ้น ดีขึ้น ซึ่งผมไม่ได้ตัดสินว่ามันแย่ แค่มันเปลี่ยนไปเท่านั้น

Hades_Review_09

โดยภาพรวมก็ต้องบอกว่า Hades ประสบความสำเร็จในแง่ที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเสพติดการหนีออกจากโลกใต้พิภพได้ ไม่ว่าคุณจะอยากเข้าไปเอาไอเทมใหม่ ๆ หรืออยากจะแก้แค้นก็ตาม…


งานออกแบบ

ถึงจะเล่าเรื่องเทพเจ้ากรีก แต่ลายเส้นของ Hades ส่งกลิ่นอนิเมะญี่ปุ่นรุนแรงมาก แม้แต่ดูซ่าที่เหลือแค่หัวก็ยังไถออกมาให้คาวาอี้ได้ แต่ไม่ใช่ทุกตัวละครจะสวยหล่อตามสไตล์ญี่ปุ่นทั้งหมด เหล่าเทพเจ้ากรีกหลายองค์ก็วาดออกมาให้มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะของตัวเอง มีความผิวสีมะกอก รวมถึงบทสนทนาที่ทำให้เราสามารถจดจำพวกเขาได้ทันที

สิ่งที่ Hades ทำได้ดีจนไม่พูดถึงไม่ได้คือ ดนตรี ผมไม่ได้หมายถึงดนตรีประกอบฉากที่มีลักษณะเป็นร็อกตามมาตรฐาน แต่ผมหมายถึงพวกเขาทำตัวละครออร์เฟอุส สุดยอดนักดนตรีออกมาได้น่าทึ่งมาก ผมแทบจะนึกไม่ออกตอนได้ยินเสียงเขาครั้งแรกเลยว่านี่คือออร์เฟอุสในตำนานจริงไหม กระทั่งผมได้ยินเสียงพิณที่ดังโอบอุ้มเสียงครวญของเขานั่นแหละครับ มันทั้งไพเราะและเศร้าไปในเวลาเดียวกัน นับว่าคนให้เสียงเก่งมากจริง ๆ

Hades_Review_08


สรุป

ถ้าให้ผมสรุป Hades แบบสั้น ๆ ก็คือมันเป็นเกมของคนที่อินกับสิ่งที่ตัวเองสร้างอย่างบ้าคลั่ง คือความครบเครื่องที่ไม่พลาดแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของการเอาเทวตำนานมาตีความใหม่ ถึงเกมจะให้ความรู้สึกว่ามีสเกลที่จำกัด แต่เนื้อหาที่ใส่ก็มากพอจะสะท้อนองค์ความรู้ที่สั่งสมมาของ Supergiant Games ที่การก้าวไปข้างหน้าในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องอินดี้เลย

Hades_Review_End

The Review

90% สมศักดิ์ศรีเข้าชิงเกมแห่งปี

90%
100%
75%
90%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข้ามไปยังทูลบาร์