Reviews

RIDERS REPUBLIC – รีวิว [REVIEW]

โดย ปอลนาโช่

รีวิว RIDERS REPUBLIC [REVIEW]

ขอขอบคุณโค้ดเกม (PS5) เพื่อการรีวิว จากบริษัท UBISOFT มา ณ โอกาสนี้ครับ

ขอออกตัวก่อนเข้าเรื่องเลยว่า เกม RIDERS REPUBLIC เป็นเกมที่ผู้เขียนรอเล่นมาข้ามปีเลยทีเดียว โดยได้ขอทำข้อตกลงกับทีมงานเว็บแห่งนี้ว่า ขอจองการเขียนรีวิวเกมนี้ ด้วยความเป็นคนต่างจังหวัดบ้านอยู่ตีนดอย จึงนิยมขี่จักรยานเสือภูเขา หรือเมาน์เทนไบค์ตามการเรียกแบบสากล เป็นทุนเดิมอยู่แล้วครับ การได้เห็นเกมโอเพ่นเวิลด์ที่จะให้เราได้ขี่จักรยานแนววิบาก, แนวเอนดูโร ผจญภัยในฉากได้แบบเสรี แถมด้วยระบบการแข่งขันมัลติเพลเยอร์ขนาดใหญ่ บวกกับกีฬาเอ็กซ์ตรีมยอดฮิตอื่น ๆ อย่าง สกี วิงสูท วิงเจ็ต และสโนว์บอร์ด จึงเป็นอะไรที่ถูกใจมาก

ทีนี้ การรีวิวเกมนี้ค่อนข้างซับซ้อนนิด ๆ เพราะลักษณะของเกมค่อนข้างเฉพาะตัว เกมแบบนี้เวลาที่ใครชอบ ก็มักจะชอบเลย หมายถึงถูกจริต หรือมีปูมหลังส่วนตัวให้ชื่นชอบกีฬาเอ็กซ์ตรีม ส่วนใครที่ไม่อิน ก็อาจจะแค่รู้สึกว่าเล่นได้เพลิน ๆ (เหมือนเกมสมัย PS2 ที่เราเล่นกัน) แต่อาจไม่ติดงอมแงมมากมายอะไรแบบนั้น

ดังนั้น ผมจึงจะพยายามวิเคราะห์วิจารณ์เกมนี้ที่โครงสร้างของเกมจริงๆ เพื่อตีแผ่หน้าตาชัด ๆ ของเกม RIDERS REPUBLIC ให้กับเกมเมอร์ทุกแนวได้รับทราบ ก่อนตัดสินใจลงทุนกันได้ตามความสะดวกของแต่ละท่าน

ที่แห่งนี้ไม่มีคำว่าเงียบเหงา

Game Mode

RIDERS REPUBLIC เป็นเกมออนไลน์มัลติเพลเยอร์โดยพื้นฐานครับ เมื่อคุณเข้าสู่เกม นั่นหมายความว่า คุณกำลังจะปั้นตัวเองเป็นนักแข่งอาชีพ ดังนั้นตัวเกมจะพยายามกระตุ้นให้คุณเพิ่มแรงกิ้งของตัวเอง ด้วยการลงแข่งในรายการต่าง ๆ เพื่อสะสมแต้มสตาร์ ซึ่งคะแนนดาวทองนี่แหละ คือสิ่งที่คุณจะต้องใช้ปลดล็อครายการแข่งระดับสูงต่อไป

การแข่งก็จะมีหลายประเภท แถมส่วนใหญ่จะมาในรูปการผสมผสาน คือมีแข่งหลายกีฬาสลับกันในแต่ละรอบ คุณจะได้สนุกไปกับการแข่งที่ปรับเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วและลื่นไหล แถมเลือกได้หลากหลายจากหน้าจอแผนที่ขนาดใหญ่ของตัวเกม

Zen Mode

อย่างไรก็ตาม ผมพบกับของดีสุด ๆ อย่างหนึ่งในเกมนี้เข้าแล้วครับ นั่นคือโหมดออฟไลน์ หรือโหมดเซน…อันสุขสงบ…ใช่แล้วครับ RIDERS REPUBLIC นำเสนอโหมดสำหรับผู้ที่ต้องการความสันติ ความเงียบ…ง่าย ไร้การแข่งขัน ทั้งโลกเกมมีแต่คุณคนเดียว กับโลกว่าง ๆ สนามแข่งว่าง ๆ ที่คุณขี่รถเล่นคนเดียวได้ อยากไปไหนก็ไป เลือกอุปกรณ์ได้หมดแบบปลดล็อคให้เลยตั้งแต่ต้น ติดชุดจรวดแล้วบินไปยอดดอย ก่อนขี่ลงมาแบบชิว ๆ ชมวิวไปพร้อมกับเพลงเพลย์ลิสต์เท่ ๆ แนวอัลเทอร์เนทีฟ ภายในเกม เล่นไปเล่นมา เฮ้ย! มันเพลินใช้ได้เลย บางทีวงการเกมเราก็ต้องการอะไรแบบนี้นะ มันแตกต่าง แล้วก็สามารถจำลองความสวยงามตามธรรมชาติออกมาได้จนเราพอจะอ้อมแอ้มเชื่อได้ว่า เราอยู่ในสถานที่นั้นจริง ๆ

โหมดเซนสำหรับคนชอบสันโดษ

Mass Race คือดี!

ย้อนกลับมาดูมัลติเพลเยอร์กันอีกครั้ง โดยการแข่งตามสนามแข่งปกตินั้น ผู้เล่นจะลงแข่งกับร่าง “โกสต์” ของบรรดาผู้เล่นอื่น ๆ ซึ่งไม่ใช่ผู้เล่นที่เป็นคนบังคับอยู่จริง ๆ ความท้าทายต่าง ๆ จึงจะไปอยู่ที่ระดับความยากที่เลือก ทีนี้ แต่ละชั่วโมง ตัวเกมจะจัดมหกรรมแมสเรซขึ้นตามจุดต่าง ๆ ในแผนที่ ถ้าคุณเล่นบน PS5 ก็จะพบกับผู้เล่นที่เป็นคนบังคับอยู่จริง ๆ ไม่ต่ำกว่า 50 คน (ช่วงที่ผมเล่นเพื่อทำการรีวิว คือหลังวันวางจำหน่ายเกมเป็นต้นมา ผมพบผู้เล่นไม่เคยต่ำกว่า 60 คนพร้อมกัน) ซึ่งขอบอกเลยว่า การแข่งแบบนี้มันสะใจสุด ๆ ครับ เผลอ ๆ นี่อาจเป็นจุดแข็งที่สุดในเกมนี้แล้วก็ได้ เพราะมันสนุกครึกครื้นแบบที่ผมเองก็ไม่คาดคิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ ลองคิดดูนะ แต่ละคนมีแต่ตัวเทพ ๆ เล่นกันเก่งมาก ไปกันเร็วสุด ๆ คุณก็ต้องพยายามไล่ตามให้ทัน (ใครเล่นเก่ง ๆ ก็ต้องคอยสปริ๊นต์หนีพวกที่ตามมาเป็นฝูง) ถือว่าเร้าใจกว่าแข่งปกติหลายเท่า

แมสเรซ…ในภาพคือผมต่อให้ก่อน เดี๋ยวค่อยไล่ตาม

Gameplay

ไม่แน่ใจว่าผมคิดไปเองหรือไม่ แต่เกมนี้ดูจะเน้น จักรยาน เป็นตัวนำ ส่วนกีฬาชนิดอื่น ๆ เหมือนเป็นแค่องค์ประกอบเสริม เพราะนอกเหนือจากการแข่งขันความเร็ว, การแข่งที่อาศัยเทคนิคการควบคุมและการทรงตัวแล้ว ในเกมยังมีจักรยานให้เลือกหลายประเภท ทั้งเมาน์เท่นไบค์ที่แต่งเน้นความเร็ว, แบบติดโช๊คสำหรับลงเขาโดยเฉพาะ, แบบไฮบริด เน้นความเร็วบนถนนและทางครอสคันทรี เท่านั้นยังไม่พอ ยี่ห้อดัง ๆ ก็ยังมาปรากฏให้เลือกขี่กันได้ด้วย (แต่รู้สึกจะเน้นยี่ห้อทางฝั่งยุโรป, อเมริกาเหนือ พวกยี่ห้อที่ฮิต ๆ กันในบ้านเราไม่ค่อยมีให้เห็น) อาทิ Santa Cruz, Canyon, Devinci เป็นต้น (แอบเสียดายไม่มี Trek)

ด้านสกี และสโนว์บอร์ด ตัวเกมพยายามออกแบบให้ออกท่าง่าย ด้วยการใช้ปุ่มไม่กี่ปุ่มบวกการกดทิศทาง ซึ่งใช้งานง่ายจริงครับ แต่พอเล่นไปซักพักกลับพบว่ามันขาดความซับซ้อนจนดูตื้น ๆ ไปนิดนึง ขณะที่วิงสูท และวิงเจ็ต มีปัญหาเรื่องลักษณะการแข่งที่ให้บินลอดห่วงกลางอากาศแค่นั้นเอง เล่นไปไม่นานก็อาจเบื่อเร็วเลยนะเนี่ย

นอกจากนี้ ระบบเกมที่ให้ผู้เล่นต้องสะสมดาวเพื่อใช้ปลดล็อคทัวร์นาเมนต์เพิ่มเติมนั้น ไม่ใช่แค่แข่งให้ชนะก็พอนะครับ แต่มันมาในรูปแบบของแชลเลนจ์ ที่เราต้องทำตามเงื่อนไขให้สำเร็จถึงจะได้ดาว ยกตัวอย่างเช่น ต้องเข้าเส้นชัยขณะความเร็วไม่ต่ำกว่า 95 กม./ชม., ต้องตีลังกาหลังสองครั้งซ้อนให้ได้กลางอากาศ, ต้องติดอันดับ 1 ใน 3 ในความยากแบบฮาร์ด ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้อาจเพิ่มความยุ่งยากให้กับผู้เล่นสายแคชชวลพอสมควร

อีกประเด็นคือ กว่าจะปลดล็อกวิงสูทได้นั้นต้องเล่นเกมสะสมดาวไปมากพอสมควร กินเวลาหลายชั่วโมงเลยทีเดียว แต่พอได้มาแล้วกลับพบการแข่งกลางอากาศที่ไม่ค่อยหลากหลาย สะดวกก็แค่ใช้บินเล่นในฉากโอเพ่นเวิลด์เท่านั้นเอง

Graphic & Sound

กับประเด็นนี้ต้องยกนิ้วให้ยูบิซอฟต์ครับ เขาตกผลึกอย่างมากกับการสร้างโลกโอเพ่นเวิลด์ให้สวยงาม สมจริง ยิ่งเล่นบนเครื่อง PS5 ยิ่งสวยจัด ๆ เลย ผมถึงบอกว่าโหมดเซนนั่นคือของดี เหมือนเราจ่ายเงินซื้อโลกจำลองไว้ขี่จักรยานเล่น แต่น่าเสียดายที่ลงน้ำไม่ได้นะครับ ตกน้ำเมื่อไหร่ ตัวเกมจะให้เรากด R1 เพื่อย้อนเวลากลับไปรีเพลย์ตรงจุดไหนก็ได้ที่เราเล่นผ่านมา

ส่วนเรื่องของเสียงประกอบ ใครชอบเพลงของทอม ยอร์ก นักร้องนำวงเรดิโอเฮด หรือพวกเพลงเท่ ๆ คูล ๆ น่าจะถูกใจ เพราะมีให้ฟังเยอะเลย อาทิ เพลงจาก Aphex Twin, Green Day, The Offspring และ Wiz Khalifa เป็นต้น

Summary

RIDERS REPUBLIC เป็นเกมที่ใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบในลักษณะเฉพาะของตัวเอง กล่าวคือมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก หาเกมแนวนี้ในท้องตลาดแทบไม่เจอนะครับ แถมด้วยระบบเกมเพลย์ที่แข็งแกร่ง (โดยเฉพาะการขี่จักรยาน) บวกกับเกมสไตล์มัลติเพลเยอร์ขนาดใหญ่ มีคนวิ่งไปวิ่งมาในฉากจำนวนมาก ไม่มีคำว่าเหงา หรืออยากโดดเดี่ยวก็เข้าโลกเซนโหมด ไปผ่อนคลายได้แบบปลีกวิเวก

ตัวเกมอาศัยการสะสมแต้มเพื่อปลดล็อคการแข่ง ซึ่งนี่คือเทคนิคในการเพิ่มชั่วโมงการเล่น ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่ามีอะไรให้ทำเยอะแยะ ขณะที่คนที่ชอบการแข่งขันก็จะสนุกกับการไต่อันดับในตารางโลก เพราะสถิติการแข่งของคุณ จะเปรียบเทียบกับนักแข่งคนอื่นทั่วโลกแบบข้ามแพลตฟอร์มซะด้วย!

แต่ก็อย่างที่ผมบอกไปตอนต้นครับ ว่าตัวชี้วัดว่าผู้เล่นจะเบื่อเกมประเภทนี้เร็วหรือช้านั้น อยู่ที่พื้นฐานความชอบส่วนตัวอย่างแท้จริง บางคนนั่งเล่นได้เป็นวัน ๆ แต่บางคนเล่นแป๊บเดียวก็เบื่อ ดังนั้น ผมแนะนำให้หาดูวิดีโอเกมเพลย์ในยูทูบเยอะ ๆ ก่อนตัดสินใจ (หรือบางท่านอาจรอช่วงลดราคาปลายปีก็ถือว่าจะคุ้มมาก ๆ เลยนะ สำหรับเกมนี้!)

Strength

  • แมสเรซ สนุกจริง ต้องลอง ๆ
  • ระบบเกมเพลย์ออกแบบมาดี โดยเฉพาะการขี่จักรยาน
  • โหมดเซน เล่นแล้วผ่อนคลายเหลือเชื่อ
  • โลกในเกมสวยมาก สวยสุด ๆ !
  • การแข่งอีเวนต์ Shackdaddy ในเกม ซึ่งเป็นกีฬาฮาเฮสไตล์เรดบูลเรซซิ่งนั้น ตลกขบขันใช้ได้ อารมณ์เหมือนกีฬาสีโรงเรียน

Weakness

  • แต้มสตาร์บางครั้งต้องทำเงื่อนไขซับซ้อนวุ่นวายเกินไป กว่าจะได้มา
  • การแข่งกีฬาอื่น ๆ ไม่ค่อยท้าทายและไม่หลากหลายมากนัก โดยเฉพาะประเภทบิน/ร่อน บนฟ้า
  • คนที่ไม่อินกับกีฬาเอ็กซ์ตรีม อาจเล่นแล้วเบื่อเร็วมาก…ขอเตือน

The Review

70% เกมของสิงห์นักปั่น

ทีมงานเขาโปรโมทว่านี่คือเกมกีฬาเอ็กซ์ตรีม แต่เล่นแล้วมันคือเกมจักรยานเสือภูเขาเสียมากกว่า โดยตัวเกมทำได้ดีมากน่าจะถูกใจคอกีฬาประเภทนี้ ใครชอบเมาน์เท่นไบค์นี่อย่าสนใจคะแนนรีวิวผมเลยครับ จัดไปเล่นได้เลย ไม่ผิดหวังแน่นอนเชื่อผม แต่ถ้าเป็นเกมเมอร์สายกลาง ๆ เกมนี้จะอยู่ระดับแต้ม 70 นี่เหมาะสมแล้ว

70%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข้ามไปยังทูลบาร์