Articles

Top 10 Favourite Games of 2021: Paulnacho Picks – 10 สุดยอดเกมประทับใจในปี 2021 โดย ปอลนาโช่

Top 10 Favourite Games of 2021 – Paulnacho Picks
10 สุดยอดเกมประทับใจในปี 2021 โดย ปอลนาโช่

หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเป็นอีกปีที่ประเทศเราผจญอยู่กับวิกฤตโควิด ที่ทำให้หลายคนต้องสูญเสียงาน, สูญเสียเพื่อนฝูงญาติสนิท ตลอดจนโอกาสในชีวิตต่าง ๆ มากมาย หลายคนต้องติดแหง่กอยู่แต่ในบ้าน หันมาเวิร์กฟรอมโฮมกันจนเป็นสถานที่ทำงานประจำในชีวิตกันไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับสังคมเกมโลกยังคงเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดยั้ง เครื่องจักรแห่งสื่อบันเทิงชนิดนี้ยังคงเดินเครื่องไม่หยุดพัก ทำให้เรายังมีเกมให้เล่นมากมายตลอดปีที่ผ่านมา ซึ่งผมเองก็ได้เล่นเกมเป็นจำนวนมากเช่นกัน โดยแบ่งคร่าว ๆ เป็นสองกลุ่มใหญ่คือ เกมที่ทางเว็บไซต์ได้โค้ดมาเพื่อการรีวิว กับเกมที่ซื้อหาเล่นเองด้วยความชอบส่วนตัว

โดยเนื่องในโอกาสอันดีรับปีใหม่ 2022 นี้ ผมจึงถือโอกาสหวนสรุปบรรดาเกมที่ได้เล่นแล้วรู้สึกว่า “เจ๋ง” กว่าเกมอื่น ๆ หรือมีแง่มุมดี ๆ ให้ย้อนนึกถึงอยู่เสมอจนน่าหยิบจับเอาประเด็นมาเล่าต่อ หรืออย่างน้อยก็เพื่อแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันเพลิน ๆ เผื่อใครพลาดเกมไหนไป อาจจะได้ลองไปเสาะหามาเล่นกันนะครับ

หมายเหตุ:
  • เป็นการจัดอันดับตามความประทับใจส่วนตัวล้วน ๆ และไม่ยึดติดแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง
  • บทความนี้เขียนขึ้นเป็นพิเศษ ในโอกาสพิเศษ โดยไม่มีเหตุผลด้านการประชาสัมพันธ์เชิงพาณิชย์มาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น

10.WRC 10 FIA World Rally Championship

Developer: Kylotonn, KT Racing
Platform ที่เล่น: PS5

เกมแข่งรถเกมเดียวในลิสต์ และเป็นเกมแข่งรถเกมเดียวในปี 2021 ที่ผมเล่นบ่อยที่สุด เล่นได้ไม่มีเบื่อ โดยเฉพาะทีเด็ดเพิ่มความขลังในภาคที่ 10 นี้ก็คือ โหมดย้อนอดีตกับศึกแรลลี่ในตำนานของสนามประเทศต่าง ๆ ที่ตัวเกมทำออกมาได้ดีมาก โดยเฉพาะกับสภาพของรถแข่งรุ่นโบราณ บวกกับสภาพสนามที่จะมีการออกแบบความยาก-ง่ายแตกต่างกันชัดเจน (ไม่ใช่ลงสนามไหนก็แล่นเหมือนกันไปหมดแบบเกมอื่น ๆ) ส่งผลให้ WRC 10 กลายเป็นเกมในดวงใจของผู้เขียนที่คาดว่าคงเล่นต่อไปยันสิ้นปี 2022 อย่างแน่นอน

9.Little Nightmares II

Developer: Tarsier Studios, Supermassive Games
Platform ที่เล่น: PS5

ผมได้เล่นและรีวิวเกมนี้ไปเมื่อช่วงต้นปี 2021 (ราวเดือนก.พ.) ซึ่งผมยกให้กลายเป็นเกมผจญภัยกึ่งแพลตฟอร์มแบบเดินด้านข้าง ที่ดีที่สุดไว้ก่อน แล้วรอดูว่าภายในปีที่เหลือจะมีเกมใดมาล้มแชมป์ได้บ้าง ปรากฏว่า มันมีเกมดีออกมาเยอะ (โดยเฉพาะเมทรอยด์ เดรด) ทว่า ผมก็ยังยกให้เกมนี้สร้างความประทับใจให้ผมมากกว่า คือถ้าวัดกันที่ความเป็นเกมที่ดี ทางเมทรอยด์อาจเฉือนชนะในบางแง่มุม แต่บังเอิญบทความนี้ผมเน้นความ “ติดตาตรึงใจ” แบบเล่นจบแต่เกมยังไม่จบ มันยังค้างคาในหัว ซึ่งถ้าวัดกันที่ประเด็นนี้ ผมยกให้ Little Nightmares II แบบไม่ต้องคิดมากเลย

8. Ratchet & Clank: Rift Apart

Developer: Insomniac Games
Platform ที่เล่น: PS5

Ratchet & Clank: Rift Apart - รีวิว [REVIEW] 02

ถ้าจะให้บอกว่าผมว้าวกับอะไรมากที่สุดในเกมนี้ มันอาจไม่ใช่แค่เรื่องของคุณภาพกราฟิกครับ แต่มันยังรวมถึงรูปแบบการเดินเรื่องสไตล์คลาสสิก แบบภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ซึ่งดูง่ายย่อยง่ายและสนุกมาก! ทีมงานเขาทำให้การดูฉากคัตซีนกลมกลืนไปกับช่วงจังหวะการเล่นเกมได้อย่างเนียนกริ๊บไร้รอยต่อ จนมันให้ประสบการณ์แบบหนังการ์ตูนที่รู้สึกเต็มอิ่มมากเมื่อเล่นจบ

7. Resident Evil Village

Developer: CAPCOM
Platform ที่เล่น: PS5

สุดยอดเกมผจญภัยแบบ FPS แห่งปี ตัวเกมทำออกมาได้ดีมีความลงตัวอย่างมาก ผมคิดว่าภาคนี้สนุกกว่าภาคก่อนหน้าเยอะเลย ทุกนาทีที่ผมเล่นอยู่ในเกม มันสร้างความอิน, ความเชื่อ ให้คนเล่นได้อย่างดีมาก เหมือนเราอยู่ในสถานการณ์นั้นจริง ๆ

6. FAR CRY 6

Developer: UBISOFT
Platform ที่เล่น: PS5

เอาจริง ๆ เกมภาคนี้ก็มีจุดให้ติติงเยอะนะครับ แถมเล่นไปจนช่วงครึ่งหลังของเกม มันให้ความรู้สึก “เหนื่อย” กับบรรดาภารกิจต่าง ๆ ที่โถมเข้าใส่ผู้เล่น แต่ที่ผมเลือกเข้ามาในลิสต์ แถมให้อันดับ 6 ด้วยนั้นมีอยู่สองประเด็นสำคัญครับ อย่างแรกคือเนื้อหาแบบโค่นล้มเผด็จการ ผมเชื่อว่ามันเป็นสาระในเกมที่น่าสนใจ น่าติดตามจุดจบของเรื่องราว กับประเด็นสองก็คือ คุณภาพงานแปลภาษาไทยตลอดจนการแสดงผลตัวหนังสือไทยในหน้าจอ ซึ่งทำออกมาได้ดีมาก มีการเล่นฟอนต์ เล่นขนาดและสีสันของตัวอักษร เหล่านี้คือความใส่ใจของค่ายเกมยูบิซอฟต์ที่ผมขอนับถือครับ

5. Super Robot Wars 30

Developer: Bandai Namco Entertainment
Platform ที่เล่น: PC สตีม

แล้วก็มาถึงอันดับ 5 กับเกมที่ทำให้ผมยิ้มทุกครั้งที่ได้เล่น ขอสารภาพก่อนว่าผมไม่ใช่แฟนตัวยงของซีรีส์นี้ แต่ผมก็เหมือนเด็กไทยยุค 80-90 ส่วนใหญ่ที่ผ่านช่วงสมัยของการ์ตูนหุ่นยนต์จากญี่ปุ่น ซึ่งพอหันมาลองจับเกมในตำนานที่คนอื่น ๆ เขาชื่นชอบ มาเล่นดูซักภาคก็ปรากฏว่าติดงอมแงมเลยครับ หุ่นบางตัวผมรู้จัก บางตัวไม่เคยดูเลย แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคในการที่เข้าสู่สังคม “เลือดเหล็กไหล” !!

4. Phoenix Point: Behemoth Edition

Developer: Snapshot Games, Saber Interactive
Platform ที่เล่น: PS5

บอกก่อนว่าเกมนี้เป็นเกมเมื่อปี 2019 ของฝั่ง PC แต่มาลงให้คอนโซลในฉบับปรับปรุงพร้อมบวก DLC เข้าไปครบในแพ็กเกจเดียว และวางขายไปเมื่อ ต.ค.2021 ที่ผ่านมา ซึ่งในฐานะแฟนตัวยงเกม XCOM ผมมองหาเกมสไตล์เดียวกันนี้อยู่เสมอ เจอคล้ายบ้าง ไม่เหมือนบ้างมาตลอดปี จนได้มาจับ Phoenix Point ก็ต้องร้อง อ.ห. ด้วยความดีใจดัง ๆ เพราะนี่มันทายาท XCOM ชัด ๆ ตัวเกมสนุกและท้าทายมากครับ โดยคราวนี้เราไม่ได้สู้กับเอเลี่ยนแบบ XCOM แต่หันมาต่อกรพวกปูกลายพันธุ์จากไวรัสร้าย

3. Pathfinder Wrath of the Righteous

Developer: Owlcat Games
Platform ที่เล่น: PC สตีม

ผมโตมากับเกมอย่างบัลเดอร์เกต, อาร์กานัม, ทอร์เมนต์ ฯลฯ ซึ่งทุกปีผมจะหาเกม RPG แนวนี้มาติดเครื่องไว้เพื่อเล่นได้แบบยาว ๆ โดยปีก่อนหน้านั้นผมเล่น Pillars of Eternity II: Deadfire มาปี 2021 ผมพบกับสุดยอดเกมอย่าง Pathfinder Wrath of the Righteous ครับ ตัวเกมกลมกล่อมมาก บาลานซ์ระบบการต่อสู้ให้เข้ากับเนื้อเรื่องได้ดี ผมคิดว่าภาคนี้เรื่องราวในเกมสนุกกว่าภาคคิงเมกเกอร์อยู่นิดหน่อยด้วยนะ

2. Eastward

Developer: Pixpil
Platform ที่เล่น: Nintendo Switch Lite

สุดยอดเกม Hidden Gem แห่งเครื่องสวิตช์ และเป็นเกมที่ผมเล่นแล้วสนุกที่สุดเป็นอันดับสองของปี 2021 ตัวเกมเล่าเรื่องการเดินทางของแซมกับจอห์นในธีมแบบเกมเดอะลาสต์ออฟอัส แต่ถ่ายทอดออกมาเป็นเกม RPG แบบพิกเซลและงานภาพสไตล์เกม EarthBound จุดเด่นของเกมนี้คือ “ความเป็นเอเชีย” ที่สอดแทรกอยู่ในทุกดีเทลของเนื้อเรื่อง ด้วยความที่ทีมงานเป็นคนจีน เป็นทีมเล็ก ๆ ไม่กี่ชีวิต แถมต้องผจญการทำเกมในช่วงโควิด จนทำให้ทีม Pixpil ต้องรื้องานทำใหม่หลายรอบ (เพราะงานเก่าอยู่ในฮาร์ดดิสก์ในออฟฟิศเหนือห้างสรรพสินค้าที่ทางการจีนสั่งล็อกดาวน์ห้ามเข้าออกช่วงโควิดระบาด) ซึ่งอุปสรรคเหล่านี้ ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเนื้อหาในเกมได้อย่างแนบเนียน เวลาเล่นเราจะเข้าใจความรู้สึกของตัวละคร เพราะคนเอเชียด้วยกันนั้น จะมีมุมมองชีวิตคล้ายกัน ไม่เหมือนเกมฝรั่งที่เดินเรื่องไปตามสูตร แถมช่วงท้าย ๆ เรื่องราวยังพัฒนาไปสู่จุดวิกฤตได้น่าประทับใจและชวนอึ้งอีกด้วย

1. Marvel’s Guardians Of The Galaxy

Developer: Eidos-Montréal
Platform ที่เล่น: PS5

และนี่ก็คือเกมอันดับหนึ่งในดวงใจประจำปี 2021 ครับ ผมตัดสินใจไม่ยากเท่าไหร่กับที่ 1 เพราะหลังเล่นเกมจบผมก็รู้ตัวทันทีว่านี่แหละใช่เลย “เกมแบบที่เราชอบ” เพอร์เฟกต์ไปหมดทั้งพล็อตเรื่อง บทสนทนา การออกแบบฉากและตัวละคร ฯลฯ ผมแค่ไม่ชอบระบบการต่อสู้ แต่ก็พอผ่าน ๆ ไปได้เวลาเล่น ผมอยากให้พวกเขาทำเกมแบบนี้ออกมาอีกโดยใช้ตัวละครอื่น ๆ ในโลกของมาร์เวล อาทิ ฮอว์กอาย, ดร.สเตรนจ์, ชางชี หรือไม่ก็ไปทำเกมในจักรวาลสตาร์วอร์เลยก็ยังได้ นับว่ามีฝีมือจริง ๆ กับทีม Eidos-Montréal

Honourable mentions

มันยังมีเกมอีกเพียบในไหดองของผู้เขียน (ราว 60 กว่าเกมครับผม) ซึ่งพอเราไม่ได้หยิบจับมาเล่น ก็เลยไม่สามารถเอามาอยู่ในลิสต์ได้ แต่ก็ควรเอ่ยชื่อบางเกมที่ผมชื่นชอบรอง ๆ ลงไป แค่ยังเล่นไม่จบเท่านั้นเอง

Lost Judgment

นอนรออย่างสง่างามใน Backlog ของข้าพเจ้า โดยที่ยังไม่ได้เล่นก็เพราะผมชอบภาคก่อนหน้านี้มาก เลยอยากหาเวลาดี ๆ ว่าง ๆ แล้วเล่นแบบยาวรวดเดียวจบครับ ซึ่งพอเอาเข้าจริง ตลอดปีมีธุระปะปังเยอะแยะจนไม่ได้หันไปเล่นซักที

Beautiful Desolation

เกมนี้ทำผมอึ้งแทบทุกฉากครับ! ผมชอบเกมนี้มากเลย แต่ไม่ได้อยู่ในลิสต์เพราะมันไม่ได้วางขายในปี 2021 แต่ผมเพิ่งซื้อมาเล่นในปีที่ผ่านมา ตัวเกมฉายภาพฉากแฟนตาซีได้สวยงาม แถมพล็อตที่ว่าด้วยมิติแห่งโลกที่มนุษย์กับจักรกลผสานรวมร่างกัน ก็สุดแนว, หลุดโลกใช้ได้เลย

Colony Ship: A Post-Earth Role Playing Game

เกมนี้มีส่วนผสมทุกอย่างที่ผมชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น ไซไฟสไตล์ไซเบอร์พังก์, RPG แบบไอโซเมตริก, พล็อตเรื่องแนวสืบสวน-ฟีล์มนัวร์ เสียอย่างเดียวที่เกมยากมาก จนผมเล่นไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่

The Ascent

จริง ๆ เกมนี้ควรไปอยู่ในลิสต์ Top 10 ข้างบนครับ เพราะตัวเกมสวยมาก สร้างรายละเอียดโลกไซเบอร์พังก์แบบไอโซเมตริกได้ยอดเยี่ยม แค่เล่นดูฉากก็คุ้มเงินอ่ะ แต่ผมเล่นแล้วไม่ปลื้มกับระบบการต่อสู้ที่ยังดูแล้วด้อยกว่าเกมแนวเดียวกันเกมอื่น ๆ อยู่มาก

Death’s Door

ใครชอบทั้งเกมแนวโซลกับเกมแอ็กชั่นไอโซเมตริกให้มาที่เกมนี้เลย ตัวเกมให้ฟีลดาร์กโซลสุด เสียดายผมเล่นเกมนี้ช้าไป เพิ่งล้มบอสได้ 2 ตัวเองครับ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข้ามไปยังทูลบาร์