Games Reviews

The House of the Dead – รีวิว [REVIEW]

The House of the Dead – รีวิว [REVIEW]

ถ้าพูดถึง The House of the Dead แล้ว เชื่อว่าบรรดาเกมเมอร์ที่คอยสิงอยู่ตามเกมเซ็นเตอร์ก็น่าจะคุ้นเคยกันไม่มากก็น้อย เพราะยุคนึงสมัยนึงเกมนี้ถือเป็นเกมที่หลายคนนิยมไปยืนเล่นแล้วโชว์ความเท่โดยการจบเกมภายใน 1 เครดิตกันหลายต่อหลายคน ซึ่งก็ด้วยความนิยมในระดับสูงที่ไม่ใช่แค่ในไทยทำให้เกิดภาคต่อออกมามากมายด้วยกัน และในตอนที่รู้ว่าตัวเกมจะได้รับการรีเมคแล้ว ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เฝ้ารอจะได้เล่นด้วยเช่นกัน

ซึ่งในตอนนี้ที่เกมได้วางจำหน่ายแล้วบน Nintendo Switch ผมก็เลยจะมาบอกเล่าความรู้สึกให้ได้อ่านกันครับ


เนื้อเรื่อง

เอาตรง ๆ ผมมีความรู้สึกว่าสำหรับเกมนี้ หมวดนี้เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยอยากพูดถึงเท่าไรนัก เพราะด้วยความที่ตัวเกมมันมีต้นฉบับมาจากเกมยิงสำหรับตู้อาร์เขดที่โดยธรรมชาติก็ไม่ได้จะเน้นความลึกซึ้งของเนื้อหาหรือความสัมพันธ์ตัวละครอยู่แล้ว เพราะมีเป้าหมายเดียวคือการดูดเงินในการเล่นจากคุณให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แค่นั้นเอง ซึ่งสำหรับการรีเมคในครั้งนี้ก็เป็นแบบเดิมนั่นแหละครับ ไม่ได้มี lore อะไรให้อ่านเป็นพิเศษ ไม่ได้มีเนื้อหาอะไรที่บอกเล่าเกี่ยวกับโลกของ HotD มากขึ้น (เพราะเดิมซีรีส์นี้ก็แทบจะไม่มีเนื้อหาอะไรให้ค้นมากมายขนาดนั้นอยู่แล้ว)

เรื่องราวของเวอร์ชันรีเมคนี้ยังคงเหมือนเดิมทุกประการ นั่นคือดร.คิวเรี่ยนผู้เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจในด้านชีวเคมีและพันธุกรรมแห่ง DBR Corporation ได้ทำการวิจัยสร้างกองทัพคนตายรวมถึงเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ขึ้นมาอาละวาด ซึ่งบรรดาทีมนักวิทยาศาสตร์ที่คอยช่วยเหลือต่างก็ตกเป็นเหยื่อกันถ้วนหน้า เจ้าหน้าที่หน่วย AMS นั่นคือโธมัส โรแกนและจี ได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากโซฟีผู้เป็นคู่หมั้นของโรแกนจากคฤหาสน์ของคิวเรี่ยน ทั้งสองคนจึงรีบมุ่งหน้าไปเผชิญกับกองทัพคนตายและแก้ไขสถานการณ์

นั่นแหละครับ เนื้อเรื่องหลัก ๆ ก็มีเท่านั้นเองเหมือนต้นฉบับของอาร์เขดไม่มีผิดเพี้ยน แม้แต่ฉากจบสามแบบที่อ้างอิงจากคะแนนในตอนจบเกมก็ยังเหมือนกันหมด ถ้าจะมีอะไรที่เป็นน้ำจิ้มนิด ๆ หน่อย ๆ สำหรับคนที่อยากได้ lore ก็คงเป็นพวกข้อมูลรายละเอียดของศัตรูชนิดต่าง ๆ ที่มีให้อ่านในเกม แต่ก็นั่นแหละมันก็ไม่ได้อะไรที่เป็นเนื้อเป็นหนังเท่าไรอยู่ดี


เกมเพลย์

ในส่วนของเกมเพลย์นี่ถ้าคุณคุ้นเคยกับ HotD อยู่แล้ว ก็คงเข้าใจกันดีว่าเป็นยังไง แต่ถ้าให้อธิบายก็คือเกมมันเป็น on-rail shooting ที่มุมกล้องจะเคลื่อนที่ไปเองเรื่อย ๆ โดยอัตโนมัติแบบที่ผู้เล่นไม่สามารถเดินตระเวนไปไหนมาไหนได้ มีหน้าที่แค่ยิงมันเข้าไปทุกอย่างที่ขวางหน้าแค่นั้น ซึ่งองค์ประกอบเดิม ๆ ที่คุ้นเคยก็ยังคงอยู่หมด ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่เหลือรอดจากเหล่าซอมบี้ และรางวัลที่ได้รับเป็นพลังชีวิตเพิ่มเติมหลังจบฉาก รวมถึงบอสประจำฉากที่จะมีจุดอ่อนและวิธีสู้ต่างกัน พูดง่าย ๆ คือถ้าคุณเคยเล่นต้นฉบับมา จับอันนี้ปุ๊บก็เล่นเป็นทันทีแบบที่ไม่ต้องทำความคุ้นเคยมาก

แล้วถ้าใครสงสัยว่ารีเมคทั้งทีจะไม่มีอะไรใหม่เลยเหรอ? ก็มีอยู่ครับ รีเมคครั้งนี้ใส่โหมดพิเศษที่เรียกว่า Horde Mode เข้ามาซึ่งจะทำให้จำนวนศัตรูเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมแบบมากชนิดที่ใช้ปืนพกยิงไม่ทันแน่นอน เหมือนบังคับให้ต้องใช้ปืนพิเศษกลาย ๆ (ใช่ครับ เกมนี้มีปืนพิเศษให้เก็บแต่ต้องทำตามเงื่อนไข) ราวกับว่าทำมาสำหรับคนที่เล่นโหมดปกติจนพรุนแล้วหรือเบื่อแล้ว แต่เอาเข้าจริงนอกจากนั้นแล้วก็ไม่ได้มีอะไรที่ต่างไปจากเดิมเป็นพิเศษเท่าไร เพราะเนื้อแท้ก็ยังคงเป็นเกมเดิมอยู่ดี ถ้าจะมีอะไรบันเทิงบ้างก็คงเป็นพวกคุณสมบัติต่าง ๆ ของปืนพิเศษให้คุณได้ระบายอารมณ์ใส่เหล่าซอมบี้ผู้ไร้ทางสู้นั่นแหละครับ

ทั้งนี้ทั้งนั้นปัญหาหลัก ๆ ของการรีเมคครั้งนี้เลยก็คือ performance ของเกมครับ ที่ต้องพูดถึงเป็นอันดับแรกเลยก็คือเฟรมเรตที่เข้าขั้นแย่เลย ถึงแม้ว่าตัวเกมจะมีให้เลือก performance mode เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น แต่เอาเข้าจริงเฟรมเรตก็ยังย่ำแย่อยู่ดี ยิ่งถ้าเล่น Horde Mode ที่ศัตรูกรูมากันแน่นจอนี่จะชัดเจนมาก แถมยังไม่นับกล้องที่เหวี่ยงไปมาและหลายครั้งก็ยังไปโฟกัสตัวที่ไม่โจมตีเรา จนกลายเป็นว่าตัวที่มันโจมตีเราดันอยู่นอกมุมมองสายตาไปแล้วซะอย่างนั้น ที่สำคัญคือเกมนี้เป็น on-rail shooting ที่พอเวลาเรายิงปืน มุมกล้องมันดันสะบัดขึ้นลงราวกับกำลังเล่นเกม FPS ครับ ซึ่งเป็นอะไรที่ชวนรำคาญตาเอาเรื่องเหมือนกัน พอผสมกับเฟรมเรตที่ไม่นิ่งแล้วมันก็ชวนหงุดหงิดได้ง่าย ๆ

ปัญหาเรื่องการบังคับควบคุมก็เป็นประเด็นหลักเหมือนกัน ผมเชื่อว่าคนที่ซื้อเกมนี้มาส่วนใหญ่น่าจะเลือกใช้วิธีการบังคับด้วยระบบ Gyro กันเป็นอันดับแรกเพื่อรำลึกความหลังและทำเสมือนว่าคุณกำลังถือจอยปืนอยู่ ถึงมันอาจจะแทนกันไม่ได้แต่ก็ยังพอกล้อมแกล้ม ผลกลับกลายเป็นว่าระบบ Gyro นี่เล็งยากมากถึงยากที่สุดเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ บางครั้งเราต้องการเล็งนิ่ง ๆ แต่ขยับนิดเดียวก็หลุดเป้าไปไกล พอคิดจะเล็งยิงหัวก็กลายเป็นเฉี่ยว ๆ เหมือนยิงขู่ซอมบี้เกือบตลอดเวลา เรียกได้ว่าสู้กับจอยมากกว่าสู้กับซอมบี้ซะอีก สุดท้ายก็ต้องเลือกมาเล่นด้วยวิธีการบังคับโดยใช้อนาล็อกแทน

จังหวะในการเล่นก็ต่างจากเดิมค่อนข้างเยอะ ยิ่งถ้าใครเล่นต้นฉบับมาบ่อย ๆ จนแทบจำได้ทุกจุดว่าตัวไหนจะโผล่จุดไหนนี่จะค่อนข้างปวดใจเป็นพิเศษ เพราะด้วยความที่เฟรมเรตมันกระตุกทั้งเกมนี่มันทำให้จังหวะการเล่นเสียไปเลยจริง ๆ โดยส่วนตัวผมเองคราวที่เล่นสมัยตามตู้อาร์เขดนี่สไตล์ผมจะเน้นการยิงหัวเป็นหลักเพราะมันคือวิธีทำคะแนนได้ดีที่สุด แต่กับฉบับรีเมคนี่การมาเน้นยิงละเอียดเน้น ๆ นี่ลำบากลำบนเหลือเกิน ด้วยปัญหาของเฟรมเรตที่กล่าวไป ทำให้สุดท้ายสไตล์การเล่นเลยต้องเปลี่ยนเป็นเน้นยิงรัว ๆ อัดมันเข้าไปแค่นั้น มิหนำซ้ำตัวเกมยังมีปัญหาเรื่อง damage ที่เรายิงศัตรูมันไม่เสถียรด้วยครับ หลายครั้งที่ผมเจอสถานการณ์แบบที่ว่าศัตรูโมเดลเดียวกัน จุดนึงคุณยิงหัวมันทีเดียวไม่ตาย แต่อีกจุดนึงเข้าหัวนัดเดียวก็ร่วง บางตัวยิงสีข้างหนึ่งนัดก็ลงไปนอน แต่พอเจอในจุดอื่นต้องรัวอัดจนหมดกว่ามันจะตาย ยังไม่นับว่าบางทีมีพวกที่หัวหายไปแล้วก็ยังหน้าด้านกัดเราได้อีกนะ


กราฟิก

กราฟิกของรีเมคในคราวนี้ ถ้าคุณเล่นแบบ handheld ผมก็คิดว่ามันพอถูไถ แต่ว่าพอต่อ docked แล้วออกจอใหญ่นี่ภาพมันแตกชัดเจนมากเพราะด้วยความละเอียดสูงสุดที่เกมทำได้คือ 720P พอต่อออกจอที่ความละเอียดสูงกว่านั้นมากมันเลยยิ่งชัดเข้าไปใหญ่ แล้วก็ไม่เพียงแค่นั้นครับ คือพวกโมเดลทุกอย่างมันจะดูมัน ๆ เลื่อม ๆ แบบแปลกพอดู สำหรับพวกซอมบี้นี่ยังพอเข้าใจได้ว่าอาจตั้งใจทำให้ดูเหมือนเป็นเมือก ๆ แต่ว่าพอกับพวกนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นคนปกติหรือแม้แต่ตัวละครที่เราเล่นอย่างโรแกนกับจีนี่ ในบางมุมก็ดูเหมือนเป็นหุ่นกระบอกมากกว่า ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน


เสียงประกอบ

สำหรับต้นฉบับนี่ ยุคนึงผมเล่นจนจำ OST ของเกมได้เกือบหมด เรียกได้ว่าดนตรีขึ้นมาท่อนนึงผมก็นึกออกแล้วว่าท่อนต่อไปจะเป็นยังไง ซึ่งในฉบับรีเมคนี่ก็ได้ทำการรีมิกซ์เพลงจากต้นฉบับมาใส่ในสไตล์ตัวเองครับ ปัญหาคือผมเล่นจบไปหลายรอบแล้วยังจำ OST ของเกมไม่ได้เลย ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้เป็นอย่างนั้นส่วนหนึ่งก็เพราะเสียงเอฟเฟคต์ของเกมที่ดังจนกลบเสียงดนตรีประกอบไปเกือบหมดนั่นแหละครับ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมทีมงานของฉบับรีเมคเลือกที่จะปรับเกมมาแบบนี้น่ะนะ

ในส่วนของเสียงพากย์นั้น เก็บองค์ประกอบต้นฉบับมาได้ครบถ้วนครับ คือถ้าต้นฉบับพากย์กันตลกหรือบทพูดมันประหลาดยังไง รีเมคก็มาแบบนั้นเลย ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยแต่อย่างใด บางจุดก็โอเวอร์แอ็คติ้งกันไปเลย แต่บางจุดก็โมโนโทนกันจนขำครับ


สรุป

The House of the Dead Remake เป็นการรีเมคที่…ไม่ค่อยสมศักดิ์ศรีอย่างที่ควรจะเป็น นอกจากปัญหา performance ที่พบเห็นได้ทั่วไปในเกมแล้ว ยังไม่ได้มีการเพิ่มเติมอะไรที่ทำให้การรีเมคครั้งนี้โดดเด่นขึ้นมาได้ เอาแค่ในแง่ของความลื่นไหลในการเล่นอย่างเดียวผมคิดว่าต้นฉบับบนอาร์เขดยังลื่นกว่าครับ หากว่าคุณอยากเล่นรำลึกความหลังก็หามาเล่นได้เพราะราคาเกมไม่ได้แพงมาก แต่ถ้าอยากได้ความสบายใจก็คิดว่าลองรออีกสักหน่อยแล้วดู performance บนแพลตฟอร์มอื่น ๆ อีกทีแล้วค่อยตัดสินใจดีกว่าครับ

The Review

60% เหล้าเก่าในขวดใหม่ แต่ไม่ประทับใจเท่าเดิม

The House of the Dead Remake เป็นเกมรีเมคที่ประสบปัญหาด้าน performance พอสมควร หากใครต้องการประสบการณ์ที่ดีขึ้นอาจต้องรอดูเกมบนแพลตฟอร์มอื่นในอนาคต

60%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข้ามไปยังทูลบาร์