Reviews

OUTRIDERS WORLDSLAYER – รีวิว [REVIEW]

โดย ปอลนาโช่

*ขอขอบคุณบริษัท SQUARE ENIX สำหรับโค้ดรีวิวของเครื่อง PS5 มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

ตอนที่ผม รีวิวเกม OUTRIDERS เวอร์ชันวางจำหน่ายครั้งแรก ไปเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2021 นั้น ผมให้คะแนนเกมนี้ไป 75 แต้มพร้อมสรุปว่า มันเป็นเกมที่เล่นสนุก มีระบบต่อสู้ที่ดี แต่ติดปัญหาเรื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ทำให้มันตะกุกตะกักในการล็อกอินเข้าเล่นเป็นอย่างมาก

ทีนี้ต่อมา OUTRIDERS ปล่อยอัปเดตครั้งใหญ่ที่ชื่อว่า New Horizon ซึ่งปรับปรุงยกเครื่องตัวเกมจนเล่นได้อย่างสมดุลมากขึ้น เสถียรมากขึ้น และผมก็ได้เล่นเวอร์ชันดังกล่าวอย่างเมามันเพื่อรอเวลาการมาถึงของ Worldslayer ที่ผมคาดเดาว่าทาง SQUARE ENIX คงไม่พลาดส่งโค้ดมาให้เราได้ทดสอบเกมกันเหมือนเคย และก็เป็นไปตามนั้นครับ ผมได้เกมมาปุ๊บ เล่นจนจบแคมเปญอย่างรวดเร็วพร้อมตะลุยคอนเทนต์เอนด์เกมจนแทบไม่มีอะไรจะให้ทำแล้ว ก็รีบมานั่งโต๊ะทำงานลงมือเขียนรีวิวให้ทุกท่านได้อ่านกันทันที!

Story

DLC ตัวนี้มีเนื้อเรื่องแคมเปญใหม่ให้ได้เล่นกันด้วยครับ โดยทุกคนสามารถเล่นจบได้ในเวลาไม่เกิน 4 ชั่วโมง มันสั้นมากกกกก…เมื่อพิจารณาแล้ว คอนเทนต์ในส่วนนี้เหมือนทำหน้าที่เป็นตัวแนะนำธีม, บรรยากาศในพื้นที่ใหม่เสียมากกว่า เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบเบื้องต้น ก่อนไปลุยกันยาว ๆ ในคอนเทนต์เอนด์เกมที่ดูท่าทางจะเป็นเนื้อหาหลักที่แท้จริงของ DLC Worldslayer นั่นเอง

ด้านพล็อตคร่าว ๆ ก็คือ หลังเกิดเหตุการณ์จากภาคหลักได้ไม่นาน ฮีโร่ Outrider ของเราก็ได้รับแจ้งว่า ได้เกิดภัยคุกคามครั้งใหม่เมื่อ Ereshkigal (อี-เรช-คี-กัล) ผู้บัญชาการกองกำลังมนุษย์กลุ่มใหม่ที่เรียกว่า Insurgents กำลังทำบางอย่างเบื้องหลังสภาพอากาศของ Enoch ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างหายนะ โดย Ereshkigal นั้นมีข้อมูลว่าเธออาจจะเป็น “The First Altered” ก็เป็นได้ ตลอด Worldslayer คุณจะเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ ๆ สไตล์ขั้วโลกเหนือ ทั้ง Glacier’s Edge และ Driftwater ได้เจอศัตรูรูปแบบใหม่รวมข้าศึกระดับผู้บังคับบัญชาใหม่ทั้งหมด

อย่างไรก็ดี ถึงแคมเปญจะสั้นแต่เกมเพลย์มันมากนะครับ กระชับแต่แน่นไปด้วยฉากการปะทะที่ออกแบบมาได้โอเค ไม่น่าเบื่อ มันเป็นช่วงเวลาสะใจแบบเล่นได้ชิล ๆ ไม่ค่อยมีจังหวะให้จับผิดซักเท่าไหร่

Gameplay

คุณสามารถเริ่ม Worldslayer ได้เลยทันทีด้วย Outrider สำเร็จรูปที่เลเวล 30 ซึ่งตัวเกมจัดให้ จะเลือกคลาสไหนก็ได้ตามใจชอบ (ในเกมจะเรียกว่า Path) แต่หากคุณเอาตัวละครเก่ามาใช้ ระบบจะบอกว่า คุณจะไม่สามารถเอากลับไปใช้ในเมนเกมได้อีก ตรงนี้ก็เลือกเล่นกันได้ตามสะดวก

ในส่วนของเกมเพลย์ จากที่เล่นไปหลายชั่วโมงผมพบว่าพวก Glitch แปลก ๆ ที่เจอได้ตลอดเวลาสมัยเล่นเกมเวอร์ชั่นแรกนั้น ไม่ค่อยมีให้เห็นอีกแล้ว ทีมงานเขาปรับปรุงได้ดีขึ้น (แล้วทำไมไม่ทำให้ได้แบบนี้ตั้งแต่แรกกกก!) คือประเด็นนี้ต้องอธิบายเพิ่มนิดนึง โดยหากคุณได้เล่นเกมนี้ช่วงปี 2021 ก็จะพบเห็นวีรกรรมฮา ๆ มากมายของตัวเกมครับ บั๊กการแสดงผลนี่อย่างเพียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาคุณใช้สกิลพลังพิเศษ มันทั้งมั่วและไม่สมจริงสุด ๆ แถมบอสก็บั๊กเพียบ

ดังนั้น ผมกล้าบอกเลยว่าตอนนี้ ตัวเกมปรับปรุงได้ลงตัวที่สุดแล้ว มันเล่นได้ไหลลื่น การล็อกอินเข้าเกมก็ง่ายดายไร้ปัญหา ใครอยากลองเล่นเกมนี้ในปี 2022 สามารถทำได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลสำหรับประเด็นนี้ครับ

ระบบใหม่: PAX Tree + New Ascension

ส่วนเสริมครั้งนี้มีการออกแบบระบบพัฒนาตัวละครใหม่เพื่อเพิ่มความลึกให้กับการต่อสู้ในเกม อย่างแรกคือ ของใหม่ที่เกี่ยวกับคลาสที่เรียกว่า Pax กล่าวคือ มันเป็นโครงสร้างคลาสที่แยกจากสามสาขาที่คุณคุ้นเคย และต้องมีแต้ม PAX พอยต์ เพื่อเปิดใช้งานโหนดภายในคลาสนั้น ๆ ซึ่งหลัก ๆ แล้วมันจะทำให้เกิดคลาสย่อยเฉพาะทางขึ้นมา 2 อาชีพจากคลาสหลักนั่นเอง ได้แก่

Pyromancer – Gunblazer, Pyromaniac
Technomancer – Desolator, Overseer
Devastator – Wrecker, Tectonic Shifter
Trickster – Spectre, Exploiter

ขณะที่ New Ascension System ก็คือการอัปสเตตัสเพื่อเพิ่มความก้าวหน้าระยะยาวให้กับตัวละคร โดยคุณจะได้แต้ม Ascension มาระหว่างเล่นเกมซึ่งสามารถเอาไปอัปเกรดเพื่อบัฟตัวละครแบบถาวรได้ใน 4 ประเภทคือ Brutality, Endurance, Prowess และ Anomaly. โดยแต่ละประเภทก็จะมีอีก 5 ตัวเลือกให้ตัดสินใจเลือกอัปกันได้ (ยกตัวอย่างเช่น เลือกอัปให้เกิดผล – ลดเวลาคูลดาวน์, เพิ่มพลังชีวิต, เพิ่มดาเมจ ฯลฯ)

อีกระบบนึงที่มีการเพิ่มเข้ามาคือ Apocalypse Tier ซึ่งจะเป็นการยกระดับเลเวลของไอเท็มในโลกเกมนั่นเองครับ แต่ละเทียร์จะมีรายละเอียดยิบย่อยต่างกัน แนะนำให้ลองศึกษากันให้ดีจากหน้าเมนูออปชั่นในตัวเกมได้เลย

Trial of Tarya Gratar

และก็มาถึงพระเอก (รึเปล่า?) ของ DLC ชุดนี้ นั่นคือ Trial of Tarya Gratar สุดอันตราย ซึ่งเป็นความท้าทายใหม่เอี่ยมในช่วงเอนด์เกม โดยมันจะมาในรูปของแผนที่ขนาดใหญ่ที่มีหลายพื้นที่เชื่อมต่อกัน คุณต้องลุยผ่านพื้นที่ต่าง ๆ ที่ศัตรูจะบุกเข้ามาเป็น wave แล้วรอดไปให้ได้ โดยคุณเลือกเส้นทางได้ว่าจะไปลุยพื้นที่ไหนต่อ ยิ่งเข้าไปลึก ศัตรูก็จะยิ่งแกร่งแต่ไอเท็มที่ได้ก็จะยิ่งดีและหายากมากขึ้น ทั้งนี้คุณมีโอกาสตายได้ไม่กี่ครั้ง (attemp) พอหมดก็จะไปเริ่มต้นใหม่ที่ประตูทางเข้า

ในหลายพื้นที่คุณจะได้ปะทะกับบอสอลังการและขุดค้นหาสมบัติเพื่อพบกับ Legendary Gear ชิ้นใหม่ ประกอบไปด้วย Apocalypse Gear แบบใหม่ที่มาพร้อมกับสล็อตสำหรับ Mod ช่องที่สาม

Trial of Tarya Gratar ออกแบบมาโดยตั้งใจให้เล่นกันแบบ gauntlet run ดังนั้นเมื่อคุณพลาดท่า มันจะรีเซ็ตและพาคุณมาที่จุดเริ่มต้น ทว่าในแต่ละครั้งที่กลับมาเริ่มต้นใหม่ คุณก็จะแข็งแกร่งขึ้นและมีอุปกรณ์เพียบพร้อมขึ้นเพื่อที่คราวหน้าจะได้ลุยได้สำเร็จ สรุปแล้วก็คือ เขาออกแบบให้มันเล่นวนเวียนได้แบบไม่รู้จบ ส่วนใครจะเล่นซ้ำได้นานขนาดไหน อันนี้อยู่ที่รสนิยมส่วนตัวของแต่ละท่านนะครับ

Conclusion

ณ จุดนี้ ผมมองว่า Worldslayer คือขั้นสุดของ OUTRIDERS แล้วล่ะครับ ถ้าถามว่า มันเป็น DLC ที่ดีมั้ย? ผมตอบได้ทันทีเลยว่าดี, คุณภาพดี, ฉายภาพของ OUTRIDERS เวอร์ชั่นที่สมบูรณ์แบบ (เท่าที่มันจะเป็นได้แล้ว) แต่ถ้าถามว่าคุ้มกับเงินมั้ย? ผมต้องบอกว่า ถึงมันจะดีแต่มันก็เล่นแบบเดิมนะ เป็นลูตเตอร์ชู้ตเตอร์สไตล์เดิมเป๊ะ แค่เกมมันขัดเกลาดีขึ้น+เพิ่มของใหม่เข้าไปให้เล่นได้นานขึ้น ฉะนั้นหากใครชอบก็จะชอบเลย ใครที่ยังลังเลแต่อยากลอง ก็จัด OUTRIDERS + Worldslayer ได้เลยไม่มีผิดหวัง แต่ถ้าคุณไม่ชอบแนวนี้ หรือไม่ชอบตั้งแต่เกมภาคหลัก คุณก็จะไม่ชอบภาคนี้เหมือนกัน เพราะมันคือเกมแบบเดิมอ่ะครับ

สุดท้ายนี้ ผมมีข้อสงสัยไปถึงทีมงาน People Can Fly ว่า ตัวเกมมันอาจเดินมาถึงส่วนปลายของเส้นทางแล้วหรือยัง, DLC ต่อไปจะมามุกไหนได้อีก, คือถ้าทำออกมาแบบเดิม ๆ แค่เพิ่มนู่นนิดนี่หน่อยคงไม่น่าจะรอดในตลาดเกมยุคนี้อ่ะครับ คนเล่นจะพาลเบื่อไปเสียก่อน

GOOD

  • ระบบพัฒนาตัวละครใหม่ และระบบโลกเกมใหม่ ๆ ช่วยให้ OUTRIDERS มีความลึกขึ้นมาก โดยเฉพาะตัวเลือกในเรื่องของสไตล์การต่อสู้
  • โลเกชั่นใหม่สวยงาม เปลี่ยนบรรยากาศจากเกมดั้งเดิมได้ดี
  • Trial of Tarya Gratar คือความท้าทายอย่างแท้จริง

BAD

  • บอส Ereshkigal ในแคมเปญหลักคือ….เอาจริงดิ…แค่เนี้ยยยย!!!
  • ศัตรูและบอสรองใน DLC นี้เน้น AOE เป็นหลัก ทำให้คนที่เล่นแบบโซโล่คนเดียวลำบากชีวิตมาก
  • ถ้าคุณไม่ใช่คนที่เน้นการไล่ล่าไอเท็มที่มีตัวเลขดาเมจสูงขึ้น, อัตรายิงเพิ่มขึ้น, …ฯลฯ คุณจะพบว่า คอนเทนต์ต่าง ๆ ใน DLC นี้มีความน่าสนใจน้อยลงไปทันที

 

The Review

75% เกมดี (ที่)เหมือนเดิม!

OUTRIDERS Worldslayer คือพัฒนาการขั้นสุดของตัวเกมที่มีอดีตไม่ค่อยราบรื่นนัก การกลับมาครั้งนี้พร้อม DLC ขนาดใหญ่ นำเสนอแคมเปญขนาดสั้น + คอนเทนต์เอนด์เกมสุดเข้มข้น ให้แฟน ๆ ลูตเตอร์ชู้ตเตอร์ได้เล่นสนุกกันได้อย่างแน่นอน...อย่างน้อยก็ซักพักหนึ่ง...

75%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข้ามไปยังทูลบาร์