Articles News

Tactics Ogre: Reborn รายละเอียดเกมเพลย์เบื้องต้น – ข้อมูลเทพประจำธาตุ

Tactics Ogre: Reborn รายละเอียดเกมเพลย์เบื้องต้น – ข้อมูลเทพประจำธาตุ

ไพ่ทาโรต์และการสร้างตัวละคร

ไพ่ทาโรต์มักถูกใช้ในการทำนายดวงชะตา แต่ทว่าสิ่งนี้จะมีความเกี่ยวพันกับซีรีส์ Ogre Battle อย่างลึกซึ้ง และ Tactics Ogre เองก็ไม่ต่างกัน หนึ่งในบทบาทที่สำคัญมากก็คือการสร้างตัวละคร ในตอนที่สร้างตัวละครนั้น หลังจากที่ผู้เล่นเลือกวันเดือนปีเกิดให้กับตัวละครเอกเดนัม (Denam) แล้ว พวกเขาจะได้รับคำถามจากไพ่ทาโรต์ทั้ง 22 ใบซึ่งเป็นสำรับใหญ่ ค่าพลังเบื้องต้นของเดนัมจะถูกกำหนดจากคำตอบในคำถามเหล่านั้น

พลังธาตุและเทพอารักษ์

ระบบธาตุจากเกม Tactics Ogre ภาคต้นฉบับก็จะกลับมาใน Tactics Ogre: Reborn ในเกมจะมีทั้งหมดแปดธาตุ: อัคคี, วารี, วายุ, ปฐพี, อนธการ, อรุณ, อัสนีและเหมันต์ ในส่วนสุดท้ายของการสร้างตัวละครจะมีการกำหนดธาตุประจำตัวของเดนัม โดยการเลือกว่าเทพเจ้าองค์ใดในตำนานของไซเทเจเนีย (Xytegenia) ที่จะมาเป็นเทพอารักษ์ของเขา ซึ่งยูนิตอื่น ๆ นอกจากเดนัมก็จะมีธาตุประจำตัวเช่นกัน การจับคู่ธาตุของยูนิตเข้ากับธาตุของเวทหรืออาวุธก็จะช่วยให้ปลดปล่อยพลังที่รุนแรงกว่าเดิมได้อีก ยกตัวอย่างเช่น หากพ่อมดธาตุไฟใช้เวทโจมตีธาตุไฟ ก็จะสร้างความเสียหายได้มากกว่าเดิม ธาตุต่าง ๆ ก็จะมีธาตุเกี่ยวข้องที่จะต้านทานได้มากขึ้นหรือจะอ่อนแอลง เช่น วายุจะต้านทานปฐพีได้ และปฐพีก็จะต้านทานอัสนีได้ เป็นต้น

โซโชเนล (Xoshonell) เทพีแห่งอัคคี

โซโชเนลคือทายาทคนแรกแห่งโบรา (Bora) ผู้เป็นเซเลสเทียล (Celestial) และอาเนม (Anem) ผู้เป็นเทอร์เรสเทรียล (Terrestrial) แต่ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะทำให้เธอเป็นพี่สาวของฟิลาฮา (Philaha), วาเซคซา (Vaseqsa) และเทพองค์อื่น แต่เธอก็วางตัวเป็นกลางเสมอมาโดยไม่เข้าข้างพี่น้องรายใดเลย แม้ในยามสงครามต่อต้านอนธการ ที่เรียกขานกันในภายหลังว่า Ogre Battle นั้นเธอก็ยังคงวางตัวเป็นกลางและไม่ให้ความช่วยเหลือแก่ฟิลาฮา แต่กระนั้นฟิลาฮาก็หาได้แค้นเคืองแต่อย่างใด ด้วยรู้อยู่เต็มอกว่าในบรรดาเทพและเทพีทั้งหลายนั้น หาได้มีผู้ใดที่เปี่ยมด้วยฤทธาไปยิ่งกว่าโซโชเนล แม้กระทั่งฟิลาฮาก็ไม่เทียบเคียง เนื่องจากเธอรู้ดีว่าตนมีพลังอำนาจอันเปี่ยมล้นจึงทำให้โซโชเนลตัดสินใจที่จะไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด กระนั้น ก็เล่าขานกันว่าเธอจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริงจากเธอ สิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้หมวกเกราะอันแข็งแกร่ง ก็คือความงดงามอันหาผู้ใดจะเปรียบได้นั่นเอง

กรอซา (Greuza) เทพีแห่งวารี

กรอซาคือบุตรแห่งฟอรา (Phora) เทพีแห่งวายุ และวาเซคซา เทพแห่งสมุทร และก็เช่นเดียวกับอิชทาร์ (Ishtar) ที่กรอซานั้นถือกำเนิดมาโดยมีหอกในมือและเกราะหุ้มกาย เธอคือผู้บัญชาการกองทัพเทวะจำนวน 500,000 และรับใช้ฟิลาฮา เธอเป็นเทพีผู้มุ่งมั่นในหน้าที่แต่เป็นที่เลื่องลือถึงความหึงหวง เพราะว่ากันว่าเธอจะจำแลงกายเป็นมังกรแล้วก่อให้เกิดพายุรุนแรงในยามใดก็ตามที่ซามุนซา (Zamunza) ผู้เป็นสามีและเทพแห่งการสังสรรค์กระทำการนอกใจ เช่นเดียวกับฮาเนลา (Hahnela) ที่เธอได้รับการเคารพบูชาในวาเลเรีย (Valeria) มานับแต่โบราณกาล และผู้ศรัทธาในศาสนาแห่งวาสค์ (Vasque) ต่างก็นับถือกรอซามากที่สุดในบรรดาทวยเทพและยกย่องเธอเป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งอำนาจและการล้างแค้น

ฮาเนลา (Hahnela) เทพีแห่งวายุ

ฮาเนลาคือทายาทแห่งโฮรัป (Horup) เทพแห่งปัญญาและเฟลานา (Phelana) เทพีแห่งความยุติธรรม เหล่าเทพเจ้าแห่งจตุรวายุ (Four Winds) ซึ่งประกอบไปด้วยเซเฟอร์รอส (Zephyros) และยูรอส (Euros) นั้นเชื่อกันว่าถือกำเนิดมาจากรอยเท้าของเธอ และแน่นอนว่าด้วยความที่เป็นประเทศเกาะนี่เอง ผู้คนแห่งวาเลเรียจึงมักหากินจากทรัพยากรมากมายแห่งท้องสมุทรเสมอ เพียงสิ่งนี้ก็เพียงพอที่พวกเขาจะเคารพบูชาสายลมที่ฮาเนลาให้กำเนิด แต่ว่าเธอยิ่งได้รับการเคารพบูชาเป็นสองเท่าในฐานะเทพมารดรแห่งท้องสมุทร

วาซา (Vaasa) เทพีแห่งปฐพี

สรวงสวรรค์และปฐพีถูกผ่าแยกออกเป็นสองภายหลังการสิ้นสูญของโบรา ผู้เป็นเซเลสเทียลและอาเนม ผู้เป็นเทอร์เรสเทรียล จนก่อกำเนิดขึ้นมาเป็นโลกนี้ วาซาถือกำเนิดขึ้นมาจากเสียงคำรามในยามที่ผืนดินและผืนฟ้าแยกออกจากกัน เธอมารับตำแหน่งแทนที่อาเนมในฐานะผู้ชี้นำแห่งผืนดิน และด้วยความร่วมมือกับฟิลาฮาว่ากันว่าเธอให้กำเนิดชีวิตและสร้างความรุ่งเรืองให้กับผืนปฐพี ทว่าในยามที่เจ้าแห่งโลกใต้พิภพเดมุนซา (Demunza) ได้พาบุตรีของเธอดานิกา (Danika) หลบหนีไปด้วยกัน ด้วยความโศกเศร้าจึงทำให้วาซาเริ่มแบ่งปันความรุ่งเรืองดังกล่าวให้กับโลกเบื้องบนและโลกใต้พิภพด้วย จนก่อให้เกิดเป็นฤดูกาล และตามมาด้วยวัฏจักรของชีวิตและความตาย วาซาได้รับการเคารพบูชาในฐานะเทพีแห่งการเก็บเกี่ยวพืชผล แต่เธอเองก็ได้รับการยกย่องในพิธีศพต่าง ๆ ในฐานะที่เป็นผู้นำทางเหล่าผู้วายชนม์ไปยังโลกหลังความตาย

เนสธารอต (Nestharot) เทพีแห่งอัสนี

เนสธารอตคือทายาทแห่งอรันดา (Aranda) เทพแห่งเมฆาและเฟลานา เทพีแห่งความยุติธรรม เธอเป็นที่รู้จักในฐานะเทพีแห่งการพิพากษาด้วยเช่นกัน เครื่องแต่งกายของเนสธารอตนั้นว่ากันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งกฎระเบียบจากเทวะ และก็เช่นเดียวกับโซโชเนลผู้เป็นเทพีแห่งอัคคี ที่เนสธารอตวางตัวเป็นกลางใน Ogre Battle ซึ่งในยามสิ้นสุดของมหาสงครามนั้น เธอนั่นเองที่ได้พิพากษาและเนรเทศเหล่ายักษ์ (ogre) ให้ไปใช้ชีวิตอยู่ในนรก (Abyss) เป็นเวลานับสิบล้านปี ในวาเลเรียนั้น เหล่าผู้ถูกกดขี่ต่างก็อุทิศตนและศรัทธาเนสธารอตมาช้านาน เพราะโดนดึงดูดจากความยุติธรรมและไม่แบ่งแยกของเธอ แม้ว่าภายหลังจากที่ราชาแห่งไดนาสต์ (Dynast) อย่างโดร์กาลัว (Dorgalua) จะรวบรวมหมู่เกาะให้เป็นปึกแผ่นและเคารพบูชาฟิลาฮาในฐานะเทพเจ้าที่แท้จริงเพียงองค์เดียวแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีอีกหลายต่อหลายคนที่สวดภาวนาถึงเธออย่างลับ ๆ

ลิวเนรัม (Lyuneram) เทพีแห่งเหมันต์

ลิวเนรัมถือกำเนิดมาจากหยาดน้ำตาที่หลั่งโดยโมราดา (Morada) เทพเจ้าแห่งภูผา หลังจากการสิ้นสูญของอาเนม ผู้เป็นเทอร์เรสเทรียล ว่ากันว่าในยามที่ลิวเนรัมถือกำเนิดนั้น หยาดน้ำตาของโมราดาจับตัวเยือกแข็ง ก่อให้เกิดเป็นดินแดนอันหนาวเหน็บขนาดใหญ่ไพศาล และต่อมาฟิลาฮาก็ได้กลายมาเป็นมหาเทพแห่งสรวงสวรรค์พร้อมกับเปิดสงครามกับพี่ชายอย่างเดมุนซา ซึ่งลิวเนรัมได้เข้าร่วมฝ่ายเดมุนซาในครั้งนั้น แม้กระทั่งอำนาจของฟิลาฮาและแสงสุริยะที่สาดส่องก็ไม่อาจทะลวงน้ำแข็งของลิวเนรัมได้ ส่งผลให้การรบตกอยู่ในภาวะชะงักงัน ในโอกาสนี้เองที่เดมุนซาได้ลงไปยังนรกแล้วเถลิงตนเป็นราชัน ลิวเนรัมได้แต่เพียงเฝ้ามองเดมุนซาหลบหนีไปและในท้ายที่สุดก็ยอมจำนนต่อฟิลาฮา ทว่าด้วยความปรานีอันไม่มีใครเปรียบได้นี่เอง ฟิลาฮาอภัยโทษให้แก่ลิวเนรัมและเชื้อเชิญให้เธอมาเป็นหนึ่งในวงศาเทพสวรรค์ร่วมกัน

อิชทาร์ (Ishtar) เทพีแห่งอรุณ

ในยามที่เทพสุริยะฟิลาฮาและพี่น้องได้กำจัดโบราผู้เป็นบิดา และเป็นผู้ปกครองสรวงสวรรค์ลงไปนั้น อิชทาร์ได้ถือกำเนิดขึ้นมาจากสายโลหิตที่หลั่งไหลออกมาจากร่างกายของโบรา อิชทาร์ถือกำเนิดมาโดยถือดาบเงินในมือ พร้อมทั้งสวมใส่เกราะที่ส่องประกายและชุดขาวบริสุทธิ์ ด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย โบราได้สั่งการให้บุตรีที่เพิ่งถือกำเนิดทำการสังหารฟิลาฮาเสีย ทว่าอิชทาร์นั้นทรงปัญญา เธอรู้สึกละอายหากจะต้องลงมือเช่นว่านั้น จึงได้ร่วมมือกับฟิลาฮาแทน ซึ่งฟิลาฮาก็ยินดีให้การต้อนรับน้องสาวคนใหม่ของตน และเชื้อเชิญให้เธอได้เข้ามาร่วมวงศาเทพด้วยเช่นกัน ชุดสีขาวของอิชทาร์คือสัญลักษณ์แสดงถึงความบริสุทธิ์ของเธอ ส่วนดาบเศวตศิลาและเกราะนั้นคือสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ เธอได้รับการเคารพบูชาในฐานะเทพีแห่งเกียรติยศและชัยชนะ และมอบเป้าหมายให้แด่ผู้ที่เคารพเธอในการดำรงความยุติธรรม

อัชเมได (Ashmedai) เทพแห่งอนธการ

อัชเมไดยาตราทัพใต้การบัญชาของเดมุนซา ในฐานะที่เป็นหัวหน้าของหนึ่งร้อยแปดกองพันใน Ogre Battle แต่ทว่าแม้พลังของอัชเมไดจะโดนช่วงชิงไปหลังจากพ่ายแพ้ก็ตาม กระทั่งในสภาวะอ่อนแอเช่นนี้มนุษย์รายใดก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้ เชื่อกันว่าปัจจุบันนี้อัชเมไดไม่ได้มีแผนการชั่วร้ายอะไรใด ๆ แล้ว มิหนำซ้ำยังมีข่าวลือว่าเขาให้ความช่วยเหลือแดนมนุษย์เป็นครั้งคราวอีกด้วย มีผู้ตั้งทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมนี้เอาไว้มากมาย แต่สิ่งที่เชื่อกันโดยทั่วไปก็คือนับตั้งแต่โบราณกาลมาของไซเทเจเนียนั้น อัชเมไดถูกอัญเชิญมาโดยนักเล่นแร่แปรธาตุกาแธม (Gatham) ซึ่งอัชเมไดแพ้พนันเข้าให้ เพื่อเป็นการตอบแทนอัชเมไดจะต้องให้การช่วยเหลือมนุษย์ที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งก็ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าอัชเมไดให้ความช่วยเหลือตามเงื่อนไขของตนเอง หรือนี่เป็นผลพวงจากความเจ้าเล่ห์ของกาแธม แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตามเขาก็ดูจะไม่ได้มีท่าทีมุ่งร้ายแบบชัดแจ้ง

เนื้อเรื่องที่แตกแขนงและฉากจบหลายแบบ

Tactics Ogre จะมาพร้อมกับเนื้อเรื่องที่แตกแขนงและฉากจบหลายแบบ ซึ่งการดำเนินไปของเนื้อเรื่องและบทสรุปจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เล่น เรื่องราวของเราจะเผยออกมาจากมุมมองของชายหนุ่มนามว่าเดนัม ซึ่งเป็นตัวละครหลักของเกม โชคชะตาของเหล่าผู้ที่เขาได้พบและประวัติศาสตร์ของวาเลเรียจะสั่นคลอนจากการตัดสินใจของเขาผู้นี้ เรื่องราวอันน่าตื่นตะลึงมากมายจะรอผู้เล่นอยู่ ตั้งแต่ตัวละครที่เปลี่ยนจากเพื่อนไปเป็นศัตรูหากว่าการกระทำของผู้เล่นขัดกับความเชื่อของพวกเขา หรือการได้พานพบกับตัวละครใหม่

ยูนิตและคลาส

ใน Tactics Ogre, ตัวเอกเดนัม จะได้กลายมาเป็นผู้นำของกองอัศวินของตัวเอง แต่ละคนในภาคีที่ต่อสู้ร่วมกับเดนัมจะเรียกว่ายูนิต ซึ่งยูนิตเหล่านี้จะมาพร้อมกับคลาสมากมาย แต่ละคลาสจะมีความสามารถที่ต่างกัน ยูนิตจะเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นได้โดยการกำจัดศัตรูหรือได้รับชัยชนะในการต่อสู้, ซื้อของสวมใส่จากร้านค้า หรือโดยการเรียนรู้เวทมนตร์ ค่าพลังที่ได้รับเมื่อเลเวลอัปก็จะต่างกันไปในแต่ละคลาส โดยแต่ละคลาสจะมีคุณลักษณะของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น ค่าความฉลาด (INT) จะเพิ่มได้ง่ายสำหรับจอมเวท ส่วนนักรบคลั่งจะเพิ่มค่าพละกำลังได้ง่ายกว่า (STR) และอัศวินก็จะเพิ่มค่าพลังกาย (VIT) ได้ง่ายกว่า คุณจะผูกมิตรกับใครและคลาสไหนที่พวกคุณจะฝึกฝนให้พวกเขา? ลองมาสร้างภาคีอัศวินในแบบของคุณเอง!

ระบบต่อสู้

เมื่อคุณเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่ศัตรูยืนอยู่ในเวิลด์แมป คุณก็จะเข้าสู่การต่อสู้ หลังจากที่เลือกยูนิตจากภาคีของเดนัมแล้ว ต่อไปก็คือการออกศึก หลังจากที่ยูนิตลงสู่สนามรบ ทั้งกองกำลังมิตรและศัตรูจะถูกจัดวางในสมรภูมิก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มขึ้น Tactics Ogre จะไม่ได้ใช้ระบบเทิร์นเบส แต่ว่าทุกยูนิตจะเคลื่อนที่ตามลำดับโดยอ้างอิงในตอนที่ Recovery Time (RT) กลายเป็น 0 โดยที่ RT จะคำนวณจากน้ำหนักของสวมใส่, คลาสและแอ็คชันที่ลงมือไป ดังนั้นลำดับของการเคลื่อนไหวจากแต่ละยูนิตจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้คุณสนุกไปกับการต่อสู้ได้ด้วยความสมจริงที่ผสมผสานกลยุทธ์ขั้นสูงเข้ากับการโจมตีและป้องกันจากมิตรและศัตรูที่จะเข้าปะทะกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข้ามไปยังทูลบาร์