Reviews

รีวิว Shanghai Summer [REVIEW]

by Reviewer Ocelot

รีวิว Shanghai Summer [REVIEW]

รีวิว Shanghai Summer [REVIEW]

ท่ามกลางกระแสของคอนเทนต์ที่ไม่ใช่แค่ต้องต่อสู้กับเกมใหญ่ แต่อินดี้ก็ต้องขับเคี่ยวกับอินดี้ด้วยกันเอง วิธีการหนึ่งที่สำหรับสตูดิโอที่ไม่ได้มีจุดแข็งเรื่องเงินทุนคือ การลงแรงลงความคิดไปกับการสร้างสรรค์พล็อตที่ออกมาดูน่าสนใจและผู้เล่นมีความรู้สึกเข้าถึง ตัวอย่างที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จคือ Blue Wednesday จากสตูดิโอสัญชาติเกาหลีใต้ Buff Studio ที่ขยี้จิตใจคนเล่นด้วยรสชาติที่ขมปร่าของพล็อต แล้วไปชิงรางวัลสาขา Audio ในงาน Taipei Game Show ปี 2024 ที่เพิ่งผ่านมา

เช่นเดียวกับ Shanghai Summer ตัวเกมมีแนวทางที่ชัดเจนในการหยิบยกประสบการณ์ บาดแผลในใจที่เด็กมัธยมปลายไปจนถึงวัยเริ่มต้นทำงานต้องเจอ พวกเขาต้องอยู่ในสังคมที่มีข้อจำกัด หรือ ไม่มีจินตนาการถึงความเป็นไปได้อื่น ๆ มากพอ

พล็อตหลักของเกมนี้ก็คือ เราจะได้รับบทเป็น Tu Baichuan (พระเอกของเกม) ที่อยู่ ๆ เราก็ได้พบกับแมวดำปริศนาที่บอกว่าจะมาเป็นตัวช่วยคอยนำทางให้เข้าได้ไปพบกับความจริง แมวดำบอกว่าตอนนี้ Baichuan ติดอยู่ใน Junction ที่ที่ความฝันและความเป็นไปได้นับไม่ถ้วนซ้อนทับกัน และมีเพียงการเก็บรวบรวมเบาะแสจากตัวละครและเหตุการณ์ต่าง ๆ ในที่แห่งนี้เท่านั้นที่จะทำให้ Baichuan ก้าวเข้าใกล้ความจริง และตื่นขึ้นมาพบมันอีกครั้งแม้เขาจะรู้ได้เลยว่ามันไม่ใช่ความจริงที่สวยงามแน่ ๆ

ถ้าจะพูดถึง Shanghai Summer ผมคิดว่ามันเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดทั้งเกมเพลย์และเนื้อเรื่องควบคู่กัน เพราะนี่เป็นเกมที่เน้นขับเคลื่อนด้วยเรื่องราวตัวละคร และด้วยจำนวนบทสนทนาและ text ในแง่มุมต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเยอะ ผมรู้สึกว่า Shanghai Summer แทบจะเป็นวิชวลโนเวลเกมไปแล้ว

หากแกะมาแต่ส่วนของเกมเพลย์ส่วนหลัก ๆ ก็จะนิยามได้ว่ามันเป็นเกมเน้นเดินข้าง เน้นการคุย การเลือกตอบ รวมถึงมินิเกมที่มีลักษณะคล้ายการทำข้อสอบแกรมมาร์ภาษาอังกฤษ รวมถึงมีบันทึกบอกข้อมูลของตัวละครและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทั้งหมดมันจะดูสมเหตุสมผลถ้าเราวางมันอยู่บนฐานของสิ่งที่เกมต้องการจะเล่า

 

สิ่งที่ชอบ

เป้าหมายหลักของ Tu Baichuan ก็คือการตามหาเบาะแสจากโลกคู่ขนาน หรือ ความเป็นไปได้อื่น ๆ ตามการนำทางของแมวดำพูดได้ เพื่อต่อจิ๊กซอว์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วพาเขาออกจากลูปไปสู่โลกแห่งความจริง คอนเสปนี้ทำให้ผมนึกถึงหนัง Everything Everywhere All At Once ที่มีการใช้โลกคู่ขนานต่าง ๆ มาให้ตัวเอกได้ออกเดินทางและสำรวจความเป็นไปได้อื่น ๆ จนในท้ายที่สุด เขา หรือ เธอ ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเติบโต มองโลกและชีวิตของตัวเองไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Shanghai Summer ก็มีลักษณะเช่นเดียวกันครับ เราจะเริ่มต้นจากการทำความรู้จักลักษณะนิสัยของพระเอกว่าเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัวและชอบคบหากับหน้าหนังสือมากกว่าผู้คน สักพักเราก็จะได้รู้ว่าเพื่อนเข้าเป็นยังไง สังคมรอบข้างเป็นยังไง

นอกจากนี้เกมยังนำเสนอความกดดันที่วัยรุ่นส่วนใหญ่ในยุค 2000 (ปัจจุบันก็ยังมีให้เครียดกันอยู่) ทั้งเรื่องความไม่แน่ใจในอนาคตหลังจากเรียนจบแล้ว ราคาของการใช้ชีวิตเดินตามความฝัน ไปจนถึงความท้าทายของครอบครัวที่อาจไม่เป็นไปตามรูปแบบที่สังคมคาดหวัง

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ พระเอกของเรื่องจะได้ไปสัมผัสกับโลกคู่ขนาน หรือ ความเป็นไปได้อื่น ๆ ของตัวเขาและคนรอบข้าง การได้รับรู้ความเป็นไปได้ต่าง ๆ ทำให้เขาเริ่มเข้าใจว่ามันไม่มีสิ่งไหนที่สมบูรณ์แบบ ทุกทางแยกของชีวิตคือหน้าที่ของเราเองที่ต้องเลือกและแบกรับ แต่ในระหว่างเส้นทางที่แม้จะยากลำบาก เขาก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้เดินอยู่คนเดียว นี่เป็นแกนเรื่องที่เกมสื่อสารค่อนข้างชัดเจน

ตอนท้ายของเกมก็จะมีฉากจบให้ผู้เล่นได้เลือก ซึ่งแต่ละแบบก็นับว่าเป็นการตัดสินใจเลือกของผู้เล่นเอง ส่วนฉากจบที่แท้จริงนั้นแม้ผมจะเดาทางเรื่องราวบทสรุปได้ถูก แต่ก็ยอมรับว่าการนำเสนอของเกมทำให้รู้สึกฟีลกู้ดได้เหมือนกัน

ในด้านเกมเพลย์ ส่วนที่ผมคิดว่าดีคือระบบย้อนเล่นฉากต่าง ๆ ทำออกมาได้สะดวกและมีการร้อยเรียงเรื่องราวสรุปเนื้อหาของแต่ละวันได้ค่อนข้างครบถ้วน

ด้านงานภาพก็ถือว่าเป็นอีกจุดเด่นของเกมนี้ Shanghai Summer มีงานวาดตัวละครสไตล์มังงะที่สวยงาม ตัวละครหลักทั้งหมดได้รับการเอาใจใส่อย่างดี รวมถึงพวกภาพอาร์ตเหตุการณ์ที่เราสะสมได้ตลอดเกมก็มีคุณภาพสูงเช่นกัน งานเพลงประกอบก็เป็นเพลงที่ติดหูแม้ว่าจะมีไม่กี่เพลง

สิ่งที่เป็นจุดด้อย

จากที่ผมเขียนไปด้านบนว่า เนื้อเรื่อง คือสิ่งที่ขับเคลื่อนเกมนี้เป็นหลัก แม้มันจะเป็นจุดเด่น แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นจุดด้อยด้วย ผมรู้สึกว่าเกมสามารถกระชับกว่านี้ได้ การใส่ข้อความและบทสนทนาเยอะ ๆ ไม่ใช่ข้อเสีย ถ้ามันสามารถทำให้เราอินและเข้าใจมิติตัวละครได้ลึกซึ้งมากกว่าเดิม แต่ผมรู้สึกว่า Shanghai Summer มันมีลักษณะของการอัดบทสนทนาพร่ำเพรื่อไปหน่อย หลายครั้งบทสนทนามันไม่ได้นำไปสู่อะไรนอกจากเป็นการเล่นมุกที่ก็ทำให้ผมได้แค่ยิ้มเบา ๆ มุมปาก

อีกอย่างหนึ่งก็คือแม้เกมจะพูดถึงความกดดัน ความเครียดที่ตัวละครต่าง ๆ ในเรื่องต้องเผชิญ แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันค่อนข้างผิวเผิน และมันไม่ทำให้ผมเกิดความรู้สึกร่วมกับตัวละครมากเท่าไร ตอนแรกผมคิดว่าด้วยช่วงวัยที่เลยอายุของบรรดาตัวเอกมามาก อาจจะทำให้ไม่อิน แต่พอคิดดี ๆ จุดอ่อนใหญ่น่าจะมาจากการที่ผมรับรู้ความกดดันพวกนั้นจากคำบอกเล่าของตัวละครเฉย ๆ เกมแทบจะไม่แสดงฉาก หรือ สถานการณ์ที่เผชิญหน้ากับสภาวะกดดันตรงหน้าจริง ๆ (อาจจะมีบางฉากในห้องเรียนบ้าง แต่ไม่มาก) พอได้ยินแค่คำบอกเล่า แรงกระแทกที่ผู้เขียนต้องการจะส่งมันก็มาได้ไม่เต็มที่

ผมลองเปรียบเทียบกับเกมที่มีสไตล์คล้าย ๆ กันและเป็นอินดี้ด้วยก็คือ Blue Wednesday เกมนั้นก็บอกเล่าถึงความทุกข์ของคนร่วมสมัย การไม่สามารถทำตามความฝันให้สำเร็จได้เหมือนกัน สิ่งที่ทำให้ Blue Wednesday มันได้กินใจผมก็คือ มันนำเสนอความเครียด ความกดดันที่เกิดขึ้นตรงหน้าจริง ๆ เช่น ฉากที่พระเอกถูกไล่ออก หรือ การนำเสนอความเครียดขั้นรุนแรงของตัวละครด้วยเพลงแจ๊สที่มีจังหวะหนักหน่วง น่าเสียดายผมแทบไม่ได้สัมผัสอะไรแบบนั้นใน Shanghai Summer

อีกอย่างหนึ่งก็คือ แม้งานวาดในเกมนี้จะมีคุณภาพสูง แต่การตัดสินใจใช้ตัวละครหลักที่มีความสวยหล่อกันทั้งหมดตามมาตรฐานมังงะทั่วไป มันก็ทำให้เกิดระยะห่างระหว่างผู้เล่นกับตัวละครได้เหมือนกัน

สุดท้ายคือเรื่องของเกมเพลย์ที่มีส่วนขัดใจหลัก ๆ ก็คือ การโต้ตอบที่ตอบสนองได้ไม่แม่น บางครั้งผมอยากจะสำรวจร้านค้าแต่พอกดแล้วตัวละครดันเดินไปเข้าประตูเพื่อทำเควสหลักซะอย่างนั้น แล้วเราก็ไม่สามารถยกเลิกการกระทำนั้นได้ นี่เป็นสิ่งที่ผมค่อนข้างหงุดหงิดมากพอสมควร

สรุป

Shanghai Summer เป็นอีกหนึ่งความพยายามของค่ายอินดี้ที่อยากจะบอกเล่าปัญหาและการเติบโตของคนร่วมสมัย ผ่านการใช้คอนเสปโลกคู่ขนาน หรือ ความเป็นไปได้อื่น ๆ ผสานเข้ากับเกมเพลย์ที่เรียบง่าย ถึงแบบนั้นตัวเกมสามารถเล่าเรื่องได้กระชับกว่าที่เป็นอยู่มาก และการนำเสนอความกดดันที่ตัวละครต่างต้องเผชิญก็ยังไม่ทำให้เรารู้สึกอินตาม เพราะเป็นการบอกเล่ามากกว่าที่จะแสดงให้เห็น

  • งานวาดคุณภาพสูง
  • ผสานองค์ประกอบโลกคู่ขนานกับการเติบโตของตัวละครได้ดี
  • มีเพลงติดหูอยู่บ้าง
  • เกมสามารถกระชับและลดข้อความลงได้มากกว่านี้
  • การนำเสนอเรื่องความกดดันทางสังคมยังไม่หนักแน่น เท่าที่ควรเป็น
  • เกมเพลย์ยังมีส่วนที่ต้องขัดเกลา เช่น ไม่สามารถยกเลิกการกระทำของตัวละครได้ (กดพลาดแล้วพลาดเลย เดินอย่างยาว)

The Review

65% อินดี้ที่ทุบตับ แต่ตับบอก "ได้แค่นี้?"

อินดี้ที่ทุบตับ แต่ตับบอก "ได้แค่นี้?"

65%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์