รีวิว MY HERO ACADEMIA: All’s Justice มหึมารวมมวลมหาประชาฮีโร่ ระเบิดพลัง หมัดนี้เพื่อความยุติธรรม!
*ขอขอบคุณ Bandai Namco Entertainment Asia สำหรับโค้ดรีวิวมา ณ โอกาสนี้
* Intel(R) Core(TM) i7-14700HX 2.10 GHz Ram 32 GB RTX4060
MY HERO ACADEMIA: All’s Justice คือเกมแนว 3D Arena Fighter สุดเดือดที่หยิบเอาแก่นแท้ของความเป็นซูเปอร์ฮีโร่มาอัดแน่นไว้ในจอ ดัดแปลงจากอนิเมะและมังงะชื่อดังอย่าง My Hero Academia พัฒนาโดย Byking และจัดจำหน่ายโดย Bandai Namco Entertainment
ตัวเกมเน้นความรวดเร็ว ฉูดฉาดเฟี้ยวฟ้าว เน้นการต่อสู้แบบ ทีม 3v3 พร้อมโหมดเนื้อเรื่องที่นำเสนอเหตุการณ์ช่วงสงครามครั้งสุดท้ายของจักรวาลนี้ ให้ผู้เล่นได้สัมผัสการปะทะครั้งใหญ่ระหว่างเหล่าฮีโร่และวายร้ายผ่านฉากแอ็กชันสไตล์อนิเมะสุดอลังการ วางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม PS5, Xbox Series X/S และ PC โดยออกแบบมาให้ทั้งแฟนเดิมและผู้เล่นหน้าใหม่สามารถกระโดดเข้ามาสัมผัสความเข้มข้นของโลกฮีโร่นี้ได้ทันที แม้ไม่เคยรู้จักเรื่องราวมาก่อนก็ตาม
เนื้อเรื่อง
เราคือคนที่ ไม่เคยอ่านการ์ตูนของจัมป์เรื่องนี้ ตามแผงสยามอินเตอร์ฯ ก็เดินผ่านตลอด แต่พอได้ลองสัมผัสเกมนี้ปุ๊บ ความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นมาคือ “เฮ้ย! พลาดไปได้ยังไงว้าา!!!”
เนื้อเรื่องจะพาเราเข้าสู่โลกที่ผู้คน 80% เกิดมาพร้อมพลังพิเศษที่เรียกว่า “Quirk” จนเกิดเป็นอาชีพ “ฮีโร่” ที่คอยพิทักษ์ความยุติธรรม ………แต่ทว่า………. มิโดริยะ อิซุคุ พระเอกของเรา!!! กลับเป็นพวกชายขอบที่เกิดมาไม่มีพลังพิเศษ แต่ใจกลับฝักใฝ่จะเป็นฮีโร่เหมือนกับ ออลไมท์ (All Might) จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อโชคชะตานำพาให้เขาได้พบกับไอดอล และวันนั้นแหละ …..นายเอง ก็เป็นได้นะ ฮีโร่น่ะ!
พระเอกจึงได้รับสืบทอดพลังที่ยิ่งใหญ่อย่าง “วัน ฟอร์ ออล” (One For All) แต่พลังที่เขาได้รับมานั้นมันมหาศาลเกินกว่าที่ร่างกายเด็กหนุ่มธรรมดาจะรับไหว เขาต้องเข้าเรียนในโรงเรียนฮีโร่ เพื่อฝึกฝนการเป็นฮีโร่มืออาชีพท่ามกลางเหล่าอัจฉริยะคนอื่นๆ
ความเข้มข้นมันอยู่ตรงที่ ในขณะที่ฝั่งฮีโร่พยายามสร้างสังคมที่ปลอดภัย ฝั่งตัวร้าย นำโดย ชิการาคิ โทมูระ กลับมองว่า สังคมฮีโร่ มันเปลือกปลอม! เขาตั้งคำถามว่า ความยุติธรรมที่ฉาบไว้ด้วยชื่อเสียงและเงินทองน่ะเหรอคือของจริง?
ไอ๊ย่ะ เกมจึงพาเราไปสัมผัสกับเหตุการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงสงครามกลางเมือง เกิดการต่อสู้ระหว่าง ฝั่งฮีโร่ นำโดยเด็กหนุ่มผู้สืบทอดพลังระดับตำนาน และฝั่งวายร้าย ที่จ้องจะทำลายระเบียบสังคมเดิมๆ
โหมดเนื้อเรื่องของเกมก็เล่าได้กระชับ ดุดัน จนทำให้คนหน้าใหม่อย่างเราอิน แล้วคนหน้าเก่าก็คงจะซาบซึ้วมากๆ เอาล่ะ ไปเหมาหนังสือการ์ตูน และอนิเมมาเสพให้จบเดี๋ยวนี้กันเถอะ!
ระบบการเล่น
ตัวเกมใช้การไฟท์ติ้ง ในพื้นที่เปิดแบบ 3 มิติ สามารถ Dash เข้าหาศัตรู หรือกระโดดหลบหลีกได้รอบทิศทาง มีการสลับตัวละครแบบ Team Action ซึ่งเราสามารถเรียกเพื่อนออกมาช่วยขัดจังหวะศัตรูหรือช่วยต่อคอมโบให้ยาวขึ้นได้ ตัวละครสามารถวิ่งขึ้นไปสู้กันบนกำแพงตึกหรือตึกระฟ้าได้ ทำให้ความรู้สึกตอนเล่นจะเหมือนเราเป็นยอดมนุษย์ที่กำลังไล่ล่ากันกลางเมืองจริงๆ จังหวะการปะทะมีความรวดเร็วและต่อเนื่อง มี Combo ที่ไม่ซับซ้อน แต่กดมั่วแล้วก็ไม่ติดนะ พลังพิเศษของแต่ละตัวจะถอดแบบมาจากต้นฉบับเป๊ะๆ เช่น มิโดริยะ จะเน้นการพุ่งเข้าไปเปลี่ยนเกียร์ชกด้วยพลังมหาศาล หรือ บาคุโก ที่ใช้ระเบิดกลางอากาศเพื่อเคลื่อนที่และโจมตีระยะไกลได้ ทำให้สไตล์การเล่น ของแต่ละตัวละครฉีกออกจากกันอย่างชัดเจน
มีแบบ Story Mode และ Mission Mode ที่ออกแบบมาได้ตอบโจทย์ทั้งสายเสพเนื้อเรื่องและสายท้าทายฝีมือ
Story Mode
ในโหมดเนื้อเรื่องของเกมนี้มันจะเป็นแบบ mind mapping ในช่วงแรกเราจะได้เล่นเป็นฝั่งฮีโร่เพื่อสัมผัสความมุ่งมั่นและการฝึกฝน แต่พอเล่นไปถึงจุดหนึ่ง เกมจะปลดล็อกเนื้อเรื่องฝั่งวายร้ายให้เราได้รู้ว่า ทำไมพวกมันถึงแค้นสังคมขนาดนี้ การเล่าเรื่องจะผสมผสานระหว่างคัทซีน 3D กับภาพในอนิเมะ
Mission Mode
เกมจะวางแผนที่ มาให้เราเลือกเดินสำรวจเป็นเส้นทาง โดยแต่ละจุดจะมีศัตรูรออยู่ ความท้าทายคือเลือดจะไม่รีเฟรชเต็มหลอดหลังจบศึก เราต้องไปหาที่เติมที่โรงแรมหรือร้านขายยา เมื่อเล่นไปซักพัก เราสามารถเลือกเพื่อนมาช่วยมิชชั่นด้วยได้ นอกจากนี้ยังมีเควสย่อย ที่เราสามารถฟาร์ม EXP เพื่ออัปเกรด Status มีมินิเกมให้เล่น เช่นวิ่งพุ่งชนป้ายพลังในเวลาที่กำหนด เป็นต้น
งานด้านภาพ
โดดเด่นมากในการดึงเอาเอกลักษณ์ของอนิเมะ 2D มาใช้ บางจุดแปลงเป็น 3D cell-shading ทำให้ภาพเคลื่อนไหวดูเหมือนหลุดออกมาจากจอทีวี ตัวละครก็ทำได้โดดเด่นหลากหลายตามแบบของการ์ตูน ที่ถอดแบบมาจากฮีโร่คลาสสิกที่เห็นแล้วจะคุ้นเคย
เอฟเฟกต์พลังคือจุดขายทางสายตาที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเปลวไฟ สายฟ้า คลื่นกระแทก เศษซากอาคาร และแรงระเบิด ถูกอัดเข้ามาแบบไม่กลัวจอแตก …แต่ตาแทบแตก มองไม่เห็นตัวละครเพราะพลังซ้อนกันหลายชั้น (ฮา) ฉากต่อสู้และสนามรบถูกออกแบบมาให้ดูพังพินาศอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้รายละเอียดพื้นผิวบางจุดจะไม่ได้คมเท่ามาตรฐานเกมรุ่นใหม่ แต่ทิศทาง ความมันส์ของเอฟเฟกต์ช่วยกลบจุดอ่อนเหล่านั้นได้หมด
คัตซีนของเกมสลับระหว่างภาพ 3D แบบเรียลไทม์กับการจัดเฟรมแบบอนิเมะ บางช็อตใช้มุมกล้องจัดจ้าน ใบหน้าซูมใกล้ ดวงตาสั่น มีเสียงหายใจหนัก ขยี้ดราม่าเยอะๆ บิ้วจนดูแรงกว่าเกมต่อสู้อื่นๆ
งานด้านเสียง
ต่อยอดความสะใจจากงานภาพก็คืองานเสียง บทสนทนา การตะโกนชื่อท่า และเสียงคำรามในสนามรบมีพลังและความจริงจังแบบอนิเมะเต็มตัว เรียกได้ว่า ระหว่างซัดกัน ก็มีเสียงพูดคลอตามไปด้วย คือบิวต์กันจัดๆ เสียงเอฟเฟกต์ แรงกระแทกทำให้รู้สึกถึงมวลของพลังจริงๆ ดนตรีประกอบเน้นโทนฮีโร่ดราม่าแบบออร์เคสตรา ผสมจังหวะเร่งเร้าประหนึ่งสงครามใหญ่ เพลงในฉากไคลแม็กซ์ถูกดันอารมณ์จนล้นปรี่ ทำให้ไฟต์ธรรมดาๆ รู้สึกเหมือนฉากจบซีซั่นสำคัญมันทุกอัน (อะไรมันจะขนาดนั้น) แต่วางใจได้ เวลาตัดกลับไปฉากต่อไป ดนตรีจะลดระดับลงอย่างพอดี เปิดพื้นที่ให้หายใจรอรับการขยี้ดราม่าในเทิร์นต่อไป
สรุปภาพรวม
MY HERO ACADEMIA: All’s Justice คือเกมที่ทำหน้าที่เป็นบทสรุปของสงครามได้อย่างทรงพลัง แม้สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านหรือดู My Hero Academia มาก่อน ตัวเกมไม่ได้พยายามอธิบายโลกอย่างละเอียดตั้งแต่ต้น แต่เลือกโยนผู้เล่นเข้าสู่ช่วงเวลาจุดพีคของสงคราม ผ่านระบบการเล่นที่เข้าถึงง่าย งานภาพสไตล์อนิเมะที่จัดจ้าน และงานเสียงที่อัดอารมณ์มาเต็ม (จนบางทีก็อาจจะมากไป) ทำให้ประสบการณ์โดยรวมไม่ใช่แค่เกมไฟท์ติ้งจากอนิเมะธรรมดา แต่เป็นสนามรบที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังสุดดราม่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทั้งแฟนคลับ และคนที่ไม่เคยรู้จักเรื่องนี้มาก่อน แต่พร้อมจะยอมรับความสุดยอดของจักรวาลนี้ไปด้วยกัน
จุดเด่น (Pros)
- เข้าถึงง่ายสำหรับมือใหม่ ระบบต่อสู้ไม่ซับซ้อน เล่นสนุกได้ทันที แม้ไม่ถนัดเกมไฟท์ติ้ง
- งานภาพสไตล์อนิเมะชัดเจน Cell-shading สวยจัด เอฟเฟกต์พลังอลังการ ดูเหมือนอนิเมะเคลื่อนไหวได้
- ตัวละครมีเอกลักษณ์สูง แม้ไม่รู้จักมาก่อน ก็รับรู้บทบาทและบุคลิกได้จากดีไซน์และพลัง
ข้อสังเกต (Cons)
- เล่าเรื่องแบบกระโดดช่วงเวลา เช่นฉากขึ้น ก็สู้กับชิการาคิ โทมูระเลย คนไม่เคยตามมาก่อนอาจรู้สึกงงทันที และพลาดบริบทบางอย่าง
- ความโกลาหลในสนามรบ เอฟเฟกต์และเสียงจำนวนมากอาจทำให้บางจังหวะอ่านสถานการณ์ยาก
- เนื้อหาบางส่วนพึ่งพาความผูกพันเดิม ฉากดราม่าบางช่วงจะทรงพลังยิ่งขึ้น หากรู้จักตัวละครมาก่อน แต่ถ้าไม่รู้จัก จะรู้สึกเลี่ยน
สรุปคะแนน (Score)
- เกมเพลย์ (Gameplay) 75/100
- งานภาพ (Graphics) 80/100
- งานเสียง (Audio) 70/100
- เนื้อเรื่อง (Story) 75/100













