News Reviews

Resident Evil Requiem – รีวิว [REVIEW]

by Reviewer Ocelot

Resident Evil Requiem – รีวิว [REVIEW]

รีวิว Resident Evil Requiem

เนื้อหาในรีวิวนี้อยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ

*ขอขอบคุณ Capcom สำหรับโค้ดรีวิวมา ณ โอกาสนี้ครับ
**รีวิวนี้เล่นบน PlayStation 5

เนื้อเรื่อง

ตีมของภาคนี้ก็คือการกลับไปค้นหาความจริงในอดีต ตัวของเกรซเสียแม่ไปจากโศกนาฎกรรม 8 ปีก่อน ฝากแผลที่ยังฝังใจกับซองเอกสารชิ้นนึง นี่คือมรดกที่จะทำให้เกรซได้รู้ความลับที่อยู่ในเงามืดมานาน และมันคือจุดพลิกผันที่จะทำให้ชีวิตของเธอไม่เหมือนเดิม

ส่วนลีออนก็กำลังป่วยจากโรคที่ไม่อาจรักษาให้หายได้ และเส้นทางข้างหน้าก็ดูจะสิ้นหวังลงทุกที ภารกิจของลีออนครั้งนี้คือติดตามทั้งเกรซและวิกเต้อกีเดี้ยนกับแผนการร้ายบางอย่างที่รอการเปิดเผยในชื่อของเอลพิส

ในแง่พัฒนาการของตัวละคร เกมทำให้เราเชื่อได้ว่าเกรซพัฒนาจากหญิงสาวคนนึงที่จมอยู่กับอดีตและความหวาดกลัว กลายเป็นตัวละครที่สามารถยืนหยัดต่อสู้เพื่อค้นหาความจริง และด้วยความเป็น FBI นางก็จะมีความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี

แต่ยังไงตัวละครที่ผมชอบที่สุดในภาคนี้ก็ยังคงเป็น ลีออน สกอต เคนเนดี ผมรู้สึกว่าแคปคอมเขาดูแลตัวละครนี้ดีมาก สเน่ห์ของลีออนก็คือไม่ว่าสถานการณ์ตรงหน้ามันจะอันตรายขนาดไหน เขายังมีลูกเล่นคำพูดกวนตีนแบบคูล ๆ ตลอดเวลา คนที่มันลับขวานต่อหน้าซอมบี้กระหายเลือดได้อย่างใจเย็นมันต้องผ่านโลกมาเยอะ และภาคนี้เราจะได้เห็นแง่มุมที่มันลึกซึ้งของลีออนโดยเฉพาะช่วงที่กลับไปเมืองแรกคูน

หลังจากตัวละครเดินทางไปที่เมืองแรกคูน ผมสามารถรีวิวได้แค่กว้าง  ๆ ไม่งั่นมันจะไปแตะเนื้อหาสำคัญ

สิ่งที่ผมอยากเห็นก่อนเล่นก็คือ วันเวลาก็ผ่านไป 30 ปีแล้ว การที่ลีออนได้มาเหยียบแรกคูนซิตี้อีกครั้งเขาจะรู้สึกยังไงกับเหตุการณ์ในอดีต ฉากเปิดประตูเข้าไปในสถานีตำรวจ RPD เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เล่าไม่ได้ แต่บอกได้แค่ว่าแคปคอมจัดให้ฉ่ำ ๆ

สิ่งที่ผมจะแนะนำก็คือควรเล่นภาคหลักมาก่อนทุกภาค ถ้าไม่ได้ ก็หาภาค 2 มาเล่น อย่างน้อยภาค 2 รีเมก เพราะเกมจะทำงานเต็มที่กับคนที่เล่นมาก่อน

และถ้าคุณคาดหวังจะได้เห็นการเคลื่อนไปข้างหน้าของเนื้อเรื่องหลักผมคิดว่าภาคนี้ไปได้ไกลกว่าภาคแปด แต่ให้พูดตรง ๆ ก็ยังมีบางจุดที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผล เหมือนเป็นสิ่งที่เขามาผูกปมแล้วก็พยายามแก้ทีหลัง

ที่เหลือขอให้คุณไปพิสูจน์กันด้วยตาตัวเอง

เกมเพลย์

เริ่มจากเกรซ หัวใจเกมเพลย์ของเกรซคือการจัดการทรัพยากรที่มี การลอบเร้น และการวางแผน โดยเฉพาะถ้าคุณเล่นความยากระดับคลาสสิกขึ้นไป (ซึ่งผมแนะนำสำหรับคนที่เคยผ่านเกมภาคก่อน ๆ มาเยอะแล้ว) โหมดนี้เกรซแทบไม่มีออโต้เซฟครับ ต้องใช้วิธีหาตลับหมึกมาเซฟกับเครื่องพิมพ์ดีด ถ้าตายก็วิ่งใหม่

สิ่งที่ผมชอบมากคือ ซอมบี้ในภาคนี้มีพฤติกรรมของเหยื่อก่อนที่จะกลายสภาพ แต่ละตัวจะมีการกระทำหรือคำพูดที่บอกใบ้ว่าเราควรจะเอายังไงกับมัน อย่างซอมบี้คนป่วยห้อยถุงเลือดก็จะพูดเสียงดังว่า เงียบ คุณก็ต้องคิดแล้วว่าถ้าจะทุบของเพื่อเอาไอเท็มจะคุ้มมั้ย พร้อมจะหนี พร้อมจะบวกรึเปล่า

และถ้าแกะงานเลเวลดีไซน์ออกมา เป้าหมายที่แคปคอมอยากให้เราทำในแต่ละพื้นที่มันไม่ต่างกันมาก เขาใช้กฎเลข 3 ก็คือหาคีย์ไอเท็ม 3 ชิ้น ทำเป้าหมาย 3 อย่าง เพราะงั้นในแผนที่นึงมันก็จะเป็นการวิ่งวนไปมาหาไอเท็มตรงนั้นมาเปิดตรงนี้

แล้วมันน่าตื่นเต้นยังไง? การจัดวางศัตรู จัดวางไอเท็ม พัซเซิล ประตูไหนปลดล็อกได้ก่อน-หลัง สิ่งเหล่านี้มีผลมาก ยิ่งเป้าหมายใกล้สำเร็จมากเท่าไร เกมจะยากขึ้น เช่น ซอมบี้ถือปังตอ จากที่มันอยู่แต่ในห้องครัว พอเราเล่นเกมไปสักระยะ มันก็จะออกมาเดินตามทางเดินเพิ่มความกดดัน ส่วนพวกซอมบี้ที่คุณจัดการไป ก็มีโอกาสจะกลายร่างเป็นบลิสเต้อ เฮด หรือ คริมสัน เฮดเวอร์ชันใหม่ ซึ่งบอกได้เลยครับว่าถ้าไม่ปืนเรกเควียมเป่าหัว หรือใช้ยาฉีด เกรซเอาไม่อยู่

เกมจะให้คุณคิดเรื่องทรัพยากรที่กับศัตรูตลอดเวลา แล้วยังเพิ่มเลเยอร์ความซับซ้อนเข้าไปอีกคือการคราฟต์ของ ภาคนี้วัตถุดิบหลักของเราจะมีพวกเศษชิ้นส่วน ที่ได้มาจากการเก็บตามที่ต่าง ๆ สมุนไพรเขียว จุดขายของภาคนี้เลยคือเกรซจะมีเครื่องดูดเลือดมาใช้ แล้วของคราฟต์แทบทุกอย่างจะต้องใช้เลือดปริมาณต่างกัน

ทั้งหมดคือการคิดคำนวณและการเก็บข้อมูล บางครั้งคุณต้องยอมเสียเลือดมาผสมเป็นยาฉีดศพบางศพให้ระเบิดป้องกันไม่ให้มันฟื้น กระสุนปืนที่มีจำกัดก็ต้องเลือกอีกว่าจะใช้วิธียิงหัวแล้วผลักให้ล้มจ้วงต่อด้วยมีด หรือวิ่งหนีไปเลย

เกมเพลย์ของเกรซเลยจะค่อนข้างลึก แต่เป็นรสชาติที่ผมชอบ จนแอบเสียดายว่าเขาน่าจะให้เล่นเกรซต่ออีกสักหน่อย

จุดที่ผมไม่ค่อยเข้าใจก็คือ ทำไมเราไม่สามารถบรรจุกระสุนที่อยู่นอกกระเป๋าได้ ถ้าจะเติมมันต้องเอากล่องกระสุนนั้นน่ะใส่เข้ามาในกระเป๋าก่อน จุดนี้คือ Quality of Life ที่ฟังดูเหมือนจะเล็กน้อย แต่เขอให้คุณลองไปเล่นจริงครั้งแรกโดยเฉพาะในโหมดคลาสสิก แล้วคุณอาจจะพอเข้าใจความรู้สึกนี้

ฝั่งลีออน อายุทำอะไรชายคนนี้ไม่ได้จริง ๆ ลีออนกลับมาแบบดุดันกว่าเดิมเพราะเขามาพร้อมกับขวาน ทำหน้าที่ทั้งปัดป้องและโจมตีระยะประชิดใส่ศัตรูได้แบบเป็นคอมโบเลย

แล้วถ้าคุณแพรี่แม่น ๆ ลีออนจะทำให้ศัตรูเสียหลัก แล้วใช้ขวานจามจบในดอกเดียว บลิสเตอร์เฮดที่ว่าโหด ๆ ถ้าแพรี่แม่นก็หัวแบะครับ ไม่ต้องใช้กระสุนเลยยังได้

แล้วนอกจากแพรี่ด้วยขวาน ลีออนยังมีท่าเคาเตอร์เผด็จศึก วิธีคือให้เรากดเตรียมยิง ปืนต้องมีกระสุน แล้วพอศัตรูโจมตีใส่เราในเสี้ยววินาทีให้กดยิงครับ ลีออนจะโชว์ท่าเผด็จศึกแบบนัดเดียวจอด ขึ้นอยู่กับปืนที่ใช้ถ้าเป็นปืนพกก็จ่อคางยิง ปืนไรเฟิลลูกซองก็ยิงอัดใส่หน้า ปืนเรกเควียมก็อ้อมไปยิงหัวแตกด้านหลัง

จะบอกว่าฉากในคลินิกเป็นโรงเชือดของลีออนก็ว่าได้ แต่ไม่ต้องกลัว ศัตรูช่วงกลางเกมขึ้นไปมันจะมีวิธีรับมือกับเรา แสบด้วย

ส่วนการสลับบทบาทไปมา เกมมีระบบ Zapping ก็คือการเล่นของตัวละครตัวแรกจะส่งผลกับตัวละครที่ตามมาทีหลัง ในกรณีนี้ก็คือถ้าคุณเล่นเกรซแล้วไปฆ่าซอมบี้ตัวไหน พอลีออนวนมาเจอมันก็จะตายแล้ว พวกประตูที่ไขกุญแจไว้ก่อนหน้าก็เปิดให้เรียบร้อย ไม่ต้องกังวลว่าจะงง เพราะเขากำหนดบทให้เลยว่าเวลานี้เกรซมาก่อน ลีออนมาทีหลัง เหตุการณ์บ้ง ๆ ที่เป็นแผลใหญ่ในภาค 2 รีเมกจะไม่มีในภาคนี้

การสลับบทมันก็ตอบโจทย์ที่ทีมงานเขาตั้งไว้คือหลังจากที่เครียดจิกเท้ากับฝั่งเกรซมาแล้ว ก็มาจิกหัวพวกซอมบี้ฝั่งลีออนบ้าง

และ Requiem มีความเป็นเส้นตรงค่อนข้างสูงถ้าเทียบกับเกม RE ยุคหลัง

ส่วนใครที่สงสัยว่า แล้วการแบ่งสัดส่วนของสองตัวละครเป็นยังไง จากที่เล่นจนจบเกม น้ำหนักแทบไม่ต่างกันมาก ขี่คอกันเกือบจะ 50/50 เลย

การนำเสนอ

เรื่องของมุมกล้อง หลังจากที่ลองเล่นทั้งสองโหมดแล้ว ผมอยากให้ลองเล่นเกรซสองรอบแล้วเล่นสองมุมมอง เพราะมันจะมีจุดขายต่างกัน

ยกตัวอย่างฉากที่เกรซวิ่งหนีเข้าไปในห้องที่เปิดไฟ ถ้าเป็นบุคคลที่หนึ่งเราก็จะสัมผัสความกลัวได้จากลมหายใจ เสียงที่ไล่หลัง แต่ถ้าเป็นบุคคลที่สามเกรซสามารถล้มได้ด้วย

พูดง่าย ๆ มุมกล้อง 2 แบบให้ความกดดันคนละฟีลกัน บุคคลที่หนึ่งเป็นสิ่งที่ยืนพื้นอยู่แล้ว แต่บุคคลที่สามก็ไม่ได้ใส่มาแค่ให้มันมี การได้เห็นท่าทางของเกรซ การผงะตกใจ การเอามือปิดปาก ลีลาการวิ่งหนีตาย งานนี้แคปคอมคิดเผื่อไว้ทั้งสองฝั่ง

แต่ถ้าพูดถึงลีออน บุคคลที่หนึ่งจะจำกัดการมองเห็นของเราโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ยิ่งตอนเรายิงหัว ยิงขาซอมบี้เพื่อเข้าไปกดท่าประชิด มุมกล้องมันก็จะถอยออกมาเป็นบุคคลที่สามแวบนึงแล้วสลับกลับไปเหมือนเดิม สำหรับผมมันไม่ได้เวียนหัว แค่มันจะรู้สึกไม่ลื่นไหลเท่าเป็นบุคคลที่สามไปเลย

แอนิเมชันของซอมบี้ภาคนี้จะมีเอกลักษณ์และมีความหลากหลายอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น ซอมบี้พยายามจะใช้เลื่อย พอมันเหวี่ยงเลื่อยไปติดกับโต๊ะแล้วดึงออกมาไม่ได้ บางตัวเลื่อยเสียบทะลุอก มันสามารถเดินมาเอาเลื่อยเสียบเราอีกทีนึง นี่คือความก้าวหน้า

การลงรายละเอียดโมเดลซอมบี้ก็ทำได้ดีกว่าเดิม โดยเฉาพะบริเวณที่เป็นหัวจะแสดงความเสียหายตามจุดที่ยิง ยิงโดนเบ้าตาถลนออกมา ยิงจนกะโหลกเปิดเห็นสมองซีกนึง ยิงปากแหว่ง ฯลฯ

งานครีเอตกับ Dualsense สำหรับปืนแต่ละแบบจะมีเสียง การสั่นตอนรีโหลดกระสุนต่างกัน การกดลั่นไกก็มีความหนักเฉพาะของปืนแต่ละแบบ

ประสิทธิภาพ

ผมเล่นบน PS5 ตัวธรรมดา รันได้ลื่นตลอดทั้งเกม ที่สำคัญโหลดเข้าเกมเร็วมาก

จุดติก็คือผมเจอเหตุการณ์เฟรมร่วงตอนใช้ปืนบางชนิด การเก็บขอบของวัตถุบางฉากยังไม่เนี๊ยบ หรือการเอาไอเท็มยกขึ้นมาสำรวจบางชิ้นเหมือนเป็นงานดินน้ำมัน แต่ที่เหลือไม่มีอะไรน่าห่วง บั๊กที่เจอตั้งแต่เล่นมา มีแค่บั๊กแสดงผลครั้งเดียว และไม่ส่งผลกระทบอะไรกับการเดินเรื่องในเกม

ถ้าจะให้นิยาม Resident Evil Requiem คือจดหมายรักจากเครื่องพิมพ์ดีดเมืองแรกคูนที่แฟน ๆ RE น่าจะฟิน ถึงจะมีจุดอ่อนของเนื้อเรื่องอยู่บ้าง แต่ก็มีโมเมนต์ประวัดสาด เกมเพลย์ครบรสชาติ ช่วงหลอนก็โคตรกดดัน ช่วงมันก็ถีบยอดหน้า มีคุณค่าในการเล่นซ้ำกำลังดี

The Review

85% บทสวดมรณะ ที่บางจังหวะยังสะดุด

70%
90%
95%
90%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์