News

Milestone และ MotoGP ประกาศเปิดตัว MotoGP26 เตรียมวางจำหน่าย 29 เมษายนนี้

มิลาน, อิตาลี, 5 มีนาคม 2026 – Milestone และ MotoGP Sports Entertainment Group มีความยินดีที่จะประกาศเปิดตัว MotoGP™26 โดยมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 29 เมษายน 2026 บนแพลตฟอร์ม PlayStation®5, Xbox Series X|S, Nintendo Switch™2, Nintendo Switch™, ROG Ally, ROG Ally X และ PC (ผ่าน Steam, Microsoft และ Epic Games Store) ตัวเกมมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่สุดตื่นตาตื่นใจ ทั้งระบบคะแนนนักแข่งแบบไดนามิก (Dynamic Rider Ratings), ระบบการควบคุมตามสรีระนักแข่ง และโหมดอาชีพ (Career Mode) ที่ขยายใหญ่ขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์ MotoGP™ ที่สมจริงและดื่มด่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ในภาคใหม่นี้ ผู้เล่นจะสามารถตรวจสอบคะแนน (Rating) ของนักแข่งทุกคนได้ โดยนักแข่งแต่ละคนจะมี “การ์ดคะแนน” ที่วัดจาก 4 คุณสมบัติหลัก ได้แก่: เวลาต่อรอบ (Lap Time), จังหวะการขับขี่ (Pace), การดวลตัวต่อตัว (Head-to-head) และความเสถียร (Reliability) ซึ่งค่าเหล่านี้จะถูกอัปเดตแบบเรียลไทม์ตามผลงานในโลกแห่งความเป็นจริง ส่งผลให้ฟอร์มการเล่นปัจจุบันของนักแข่งมีผลโดยตรงต่อสมดุลการแข่งขันในสนาม ทั้งในและนอกโหมดอาชีพ ช่วยสร้างความรู้สึกสมจริงยิ่งขึ้น

MotoGP™26 รวบรวมนักแข่งและสนามอย่างเป็นทางการของฤดูกาล 2026 ครบทั้งรุ่น MotoGP™, Moto2™ และ Moto3™ พร้อมยกระดับระบบฟิสิกส์ด้วย Rider-based handling system ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นควบคุมรถผ่านการจัดการน้ำหนักและการเคลื่อนไหวของตัวนักแข่ง มอบสัมผัสการขับขี่ที่เหมือนจริงและตอบสนองได้รวดเร็วทันใจสำหรับการชิงชัยด้วยความเร็วสูง

เพื่อให้แฟนๆ ได้เข้าสู่โลกของ MotoGP™ อย่างเต็มตัว โหมดอาชีพ (Career Mode) ในภาคนี้จะเน้นไปที่ “แพดด็อก (Paddock) แบบ 3 มิติเต็มรูปแบบ” ซึ่งเป็นศูนย์กลางของทุกกิจกรรมในสัปดาห์การแข่งขัน โดยผู้เล่นจะได้สัมผัสชีวิตนอกสนามแข่งผ่าน 2 ฟีเจอร์ใหม่: การแถลงข่าววันพฤหัสบดี และ ผู้จัดการส่วนตัว

  • การแถลงข่าววันพฤหัสบดี: ผู้เล่นสามารถตั้งเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการท้าทายคู่แข่งออกสื่อ หรือการกดดันทีมงานให้เร่งพัฒนาตัวรถ
  • ผู้จัดการส่วนตัว: จะมีบทบาทสำคัญในการก้าวหน้าทางอาชีพ ทั้งการเจรจาสัญญา, นัดหมายการประชุมกับตัวแทนทีมและผู้ผลิต รวมถึงให้คำแนะนำในการตัดสินใจครั้งสำคัญในตลาดนักแข่ง

โหมด Race Off กลับมาอีกครั้งพร้อมสถานที่ใหม่และหมวดรถใหม่ “Production Bikes” (1000cc) ซึ่งจะเข้ามาเสริมทัพร่วมกับ Motard, Flat Track และ Minibikes ช่วยให้ผู้เล่นได้ผ่อนคลายจากการแข่งหลักเพื่อฝึกซ้อมและพัฒนาฝีมือก่อนลงชิงแชมป์ เช่นเดียวกับนักแข่งในชีวิตจริง

สำหรับผู้เล่นทุกระดับฝีมือ ระบบ Arcade และ Pro จะช่วยให้คุณไปถึงฝั่งฝันได้ง่ายขึ้น:

  • Arcade Experience: ปรับปรุงใหม่จากภาคก่อน เหมาะสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการการเล่นที่เรียบง่าย
  • Pro Experience: มอบความสมจริงขั้นสูงสุด ทั้งสัมผัสของตัวรถและการปรับแต่งเซ็ตอัพที่ละเอียดถี่ถ้วน

ด้วยระบบ Cross-play* ที่รองรับผู้เล่นในสนามสูงสุด 22 คน* และโหมดแบ่งหน้าจอ (Split-screen) ทำให้การดวลความเร็วทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์นั้นดุเดือดกว่าเดิม นอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถปรับแต่งรูปลักษณ์ด้วยเครื่องมือแก้ไขกราฟิกขั้นสูง และแชร์หมวกกันน็อก, หมายเลข และ Buttpatch ให้กับคอมมูนิตี้ได้อีกด้วย**

*บน Nintendo Switch™ และ Nintendo Switch™ 2 ไม่รองรับ Cross-play และมีจำนวนนักแข่งสูงสุด 12 คน
**การแชร์ข้อมูลข้ามแพลตฟอร์ม (Cross-sharing) ไม่รองรับบน Nintendo Switch™ และ Nintendo Switch™ 2

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์