News Previews Reviews

พรีวิว The Expanse: Osiris Reborn สู่ความทะเยอทะยานครั้งใหม่ของ Owlcat Games

*ขอขอบคุณ Owlcat Games สำหรับโค้ดพิเศษเพื่อการทดลองเล่นฉบับ “พรีวิว”  เวอร์ชัน PC มา ณ โอกาสนี้

หลังจากที่สร้างชื่อจากเกม RPG สไตล์ Isometric อย่าง Pathfinder และ Warhammer 40,000: Rogue Trader ทาง Owlcat Games ได้ตัดสินใจก้าวกระโดดครั้งใหญ่สู่แนว Action RPG มุมมองบุคคลที่สามแบบเต็มตัวกับ The Expanse: Osiris Reborn ซึ่งพวกเราชาวทีมงานไทยเกมวิกิ ก็ได้รับเกียรติให้ได้เข้าร่วมทดสอบตัวเกมเวอร์ชัน Closed Beta สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และนี่คือสรุปภาพรวมที่ทำให้เกมนี้ถูกขนานนามว่าเป็น “Mass Effect ยุคใหม่” ที่แฟนไซไฟไม่ควรพลาด

เนื้อเรื่อง

The Expanse: Osiris Reborn ถูกวางตำแหน่งให้อยู่ในช่วงรอยต่อของเหตุการณ์สำคัญในฉบับนิยายและซีรีส์ทางโทรทัศน์ โดยระบุว่าเป็นช่วงเวลาระหว่างซีซัน 1 ถึงกลางซีซัน 3 ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นทหารรับจ้างจากหน่วย Pinkwater Security ที่เข้าไปพัวพันกับแผนสมคบคิดระดับระบบสุริยะหลังจากภารกิจปกติบนสถานีอวกาศเกิดความผิดพลาดอย่างรุนแรง

จุดเด่นแรกที่ผมรู้สึกได้เมื่อเข้าสู่เกมก็คือ การรักษาโทน Hard Sci-Fi ที่สมจริง โดยไม่มีมนุษย์ต่างดาวหรือการเดินทางเร็วกว่าแสง แต่เน้นไปที่ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างฝ่ายโลก, ดาวอังคาร และกลุ่มผู้ใช้ชีวิตในแถบดาวเคราะห์น้อย (พวก Belters) ซึ่งการตัดสินใจของผู้เล่นในบทสนทนาจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มอำนาจเหล่านี้

เกมเพลย์

จากที่ได้ลองเพียงฉากเดียวใน Closed Beta ระบบการเล่นหลักจะเน้นการยิงแบบใช้ที่กำบัง และการใช้ทักษะพิเศษของตัวละคร โดยมุมกล้อง การเคลื่อนที่ และการวางปุ่มคำสั่งมีความคล้ายคลึงกับซีรีส์ Mass Effect อย่างมาก แต่มีการเพิ่มระบบที่เรียกว่า Exploit System เข้ามา ระบบนี้จะช่วยให้ผู้เล่นสั่งการเพื่อนร่วมทีมให้โต้ตอบกับสภาพแวดล้อมเพื่อจัดการศัตรูเป็นกลุ่มในครั้งเดียว เช่น การทำลายถังแก๊สหรือการใช้ระเบิดเฉพาะทาง

สิ่งที่สร้างความแตกต่างได้ชัดเจนคือการใช้สภาพแวดล้อมอวกาศให้เป็นประโยชน์ ผู้เล่นสามารถเปิดใช้งาน Magnetic Boots เพื่อเดินบนผนังหรือเพดานในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ เพื่อหาจุดยุทธศาสตร์ที่ได้เปรียบ นอกจากนี้ อาวุธในเกมยังมีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ลูกซองไปจนถึงสไนเปอร์ไรเฟิล พร้อมระบบการอัปเกรดผ่านวัสดุที่เก็บรวบรวมได้จากภารกิจ

บรรดาจุดด้อยสำคัญ ๆ ที่พบในเกม (และหวังใจว่าทีมงานจะแก้ไขก่อนออกตัวเต็ม)

1. การเคลื่อนที่และแอนิเมชันที่ยัง “ติดขัด” แข็งทื่อ และไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร โดยเฉพาะจังหวะการเข้าที่กำบัง ที่บางครั้งตัวละครไม่ตอบสนองตามคำสั่ง หรือแอนิเมชันการสลับอาวุธที่ดูเชื่องช้า ซึ่งอาจทำให้จังหวะการต่อสู้ที่ควรจะตื่นเต้นกลับดูติดขัดอย่างน่าใจหาย

2. ปัญหาด้านประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นเวอร์ชัน Beta จึงพบปัญหาด้านเทคนิคค่อนข้างมาก เช่น เฟรมเรตตก บั๊กฟิสิกส์ (โดยเฉพาะในฉากที่มีแรงโน้มถ่วงต่ำ บางครั้งศพของศัตรูหรือไอเทมเกิดอาการบั๊กและลอยทะลุฉากไปเลย 555)

3. ระบบการต่อสู้ที่ยังขาด “น้ำหนัก” Gunplay ไร้ความรู้สึกของแรงปะทะ เสียงปืนบางประเภทดูเบาเกินไป และศัตรู (AI) มีพฤติกรรมที่ไม่ฉลาด ชอบยืนนิ่งในที่โล่งหรือเดินเข้ามาหาผู้เล่นตรงๆ โดยไม่ใช้ที่กำบัง

4. ความซับซ้อนของเมนูและ UI โดยสไตล์ดั้งเดิมของ Owlcat Games คือการทำระบบที่ลึกและละเอียด ซึ่งในเกมนี้ UI ในหน้าปรับแต่งตัวละครและอัปเกรดอาวุธ ดูรกและเข้าใจยาก

5. ความเงียบเหงา…พื้นที่ในสถานีอวกาศบางจุดดู ว่างเปล่า เกินไป แม้จะเข้าใจว่าเป็นโทนเรื่องที่เน้นความเวิ้งว้าง แต่อาจทำให้การสำรวจ ระหว่างทางดูน่าเบื่อหากไม่มีเหตุการณ์ย่อยหรือการปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมที่มากพอ

สรุป

The Expanse: Osiris Reborn ไม่ได้เป็นเพียงการนำนิยายมาทำเป็นเกม แต่เป็นการนำเสนอประสบการณ์ Sci-Fi RPG ที่มีความลึกทั้งในด้านเนื้อหาและความสมจริงของฟิสิกส์อวกาศ ซึ่งเราคงต้องไปรอดูเกมตัวเต็มกันอีกทีว่า Owlcat Games จะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตัวเองได้หรือไม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์