รีวิว Resonance: A Plague Tale Legacy
*ขอขอบคุณ Focus Entertainment สำหรับโค้ดรีวิวมา ณ โอกาสนี้ครับ
**รีวิวนี้เล่นบนเครื่อง PC
Resonance: A Plague Tale Legacy พูดชื่อเกมขึ้นมาหลายคนคงถามทันที มันคือเกมอะไร ทำไมถึงเพิ่งเคยได้ยิน ผมจะอธิบายแบบนี้ คุณรู้จักเกม A Plague Tale ที่ให้เราบังคับเป็น 2 พี่น้อง แล้วคนน้องมีพลังบังคับฝูงหนูรึเปล่า ถ้ารู้จัก นั่นแหละครับมันคือเกมในจักรวาลเดียวกัน เล่าเรื่องราวเชื่อมต่อกันเลย
แค่คราวนี้จากหนีหนู เราจะมุ่งสู่เกาะมิโนทอร์ ตัวเอกของเรื่องไม่ได้เป็นเอมิเซีย และฮิวโก้ แต่คือโซเฟียคนที่มาเป็นเพื่อนร่วมทางในเกมภาค Requiem ตอนนั้นนางก็มีออร่าแบบไม่น่าใช่ตัวละครธรรมดา แล้วก็จริงครับ คราวนี้นางมีเกมของตัวเองเลย เป็นการเล่าแบบย้อนเรื่องราวก่อนเกิดเหตุการณ์ใน A Plague Tale 15 ปี
คำถามที่จะตามต่อมาทันทีคือ ถ้าไม่ได้เล่นสองเกมนั้นมาก่อน จะเล่นเกมนี้รู้เรื่องรึเปล่า ตอบแบบชัด ๆ ว่า ไม่จำเป็นต้องเล่นก็เอ็นจอยกับมันได้ แต่ถ้าคุณเล่นสองเกมนั้นมาด้วย คุณจะได้น้ำได้เนื้อเยอะกว่าคนที่มาแบบใส ๆ เพิ่งเริ่มใหม่กับเกมนี้แน่นอน

เปิดในส่วนของการรีวิวด้วยเนื้อเรื่อง
ตีมของเกมนี้ก็คือ การเอาตำนานของมิโนทอร์มาตีความและเล่าใหม่ นี่คือจุดเด่นที่สุดของเกมนี้
ถ้าใครยังไม่รู้ ผมเล่าให้ฟังคร่าว ๆ ตำนานของมิโนทอร์ที่เรารู้จักกันมันจะเป็นเรื่องของอสุรกายครึ่งคนครึ่งวัวในเกาะครีต เป็นคำสาปจากเทพโพไซดอน ราชาของของครีตคือมินอส เลยต้องจับมิโนทอร์ไปขังไว้ในเขาวงกตที่สร้างโดยแดดาลัสนักประดิษฐ์ที่เก่งที่สุดแห่งตำนานกรีก
จากนั้นมันก็ต้องมีการส่งหนุ่มสาวเข้าเขาวงกตไปเป็นเครื่องบูชายัญให้มิโนทอร์ทุก 7 ปี จนกระทั่งการมาถึงของธีซีอุสวีรบุรุษที่หมายมั่นว่าจะสังหารอสุรกายตัวนี้ให้ได้ เขาเลยท้าทายด้วยการเข้าไปผจญภัยในเขาวงกต เรื่องที่เหลือไปตามอ่านตามฟังกันเองได้
ซึ่งเกมก็ได้แรงบันดาลใจมาจากตำนานนี้เต็ม ๆ เลยครับ ตัวของโซเฟียตั้งแต่เด็กมีพลังบางอย่าง พลังที่เป็นเหมือนฝันร้ายทำให้เห็นนิมิตของธีซีอุส ธีซีอุสเห็นอะไรนางจะรู้เหมือนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย พวกผู้ใหญ่รอบตัวก็ขอให้โซเฟียวาดนิมิตที่นางเห็นลงบนสมุดเล่มนึง เพราะมันจะเป็นคำบอกใบ้เส้นทางบนเกาะของมิโนทอร์ ถ้าเข้าไปถึงด้านในสุดพวกเขาก็จะค้นพบความลับบางอย่างและอาจจะได้สมบัติติดมือมาด้วย
พ่อของโซเฟียกับลูกน้องรู้ใจที่ชื่อฟาโร เลยออกเดินทางไปเกาะมิโนทอร์ตอนโซเฟียยังเด็ก ปรากฏว่าตอนขากลับ เหลือแค่ฟาโร เขาก็บอกว่าพ่อของโซเฟียไม่รอดชีวิต ภารกิจครั้งนี้ล้มเหลวเพราะยังขาดกุญแจสำคัญ ถ้าได้มันมาเมื่อไร เราจะกลับไปทำภารกิจที่ค้างคานี้สำเร็จแน่นอน

หลายปีผ่านไปเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทำให้โซเฟียกับเพื่อนสายโจรชื่อเลนี่ต้องออกเดินทางไปเกาะมิโนทอร์นี้สองคน ใจหนึ่งโซเฟียก็อยากรู้ว่าสิ่งที่พ่อตามหามันคืออะไรกันแน่ อีกด้านหนึ่งก็คือนางอยากรู้ว่านิมิตของธีซีอุสที่มีในตัวมันกำลังพยายามจะบอกอะไร อดีตของสถานที่แห่งนี้มันซุกซ่อนอะไรอยู่
การดำเนินเรื่องของเกมนี้จะแบ่งหลัก ๆ เป็น 2 เส้นเรื่อง คือเส้นเรื่องของโซเฟียที่ออกผจญภัยต่อสู้แก้ไขปริศนาบนเกาะ และยิ่งเข้าใกล้ความจริงไปเรื่อย ๆ เกมก็จะให้เราได้เล่นเป็นธีซีอุสผ่านนิมิตของโซเฟีย แล้วทุกครั้งก็จะมีการหยอดคำใบ้ปริศนา เหมือนหว่านเศษขนมปังเลี้ยงความอยากรู้ ให้เราเดินตามเรื่องราวไปเรื่อย ๆ คำถามก็จะถูกชงมาให้โซเฟีย มิโนทอร์คืออะไร มีจริงมั้ย ธีซีอุสต้องการอะไรกันแน่
การสลับไทม์ไลน์ไปมานอกจากจะใช้เป็นวิธีการเล่าเรื่องแบบกระตุ้นความสนใจ เกมเพลย์บางอย่าง เช่น ระบบต่อสู้มันก็จะเปลี่ยนไปด้วย ธีซีอุสก็จะมีรูปแบบท่าทางการต่อสู้ของตัวเอง แล้วเราก็จะได้เห็นเกาะมิโนทอร์ในยุครุ่งเรือง
จุดสำคัญที่ผมอยากบอกก็คือ ถ้าใครคิดว่าเกมภาคนี้มันไม่มีหนูผี แล้วมันจะยังมีความระทึกอยู่มั้ย ผมจะบอกว่ามันมีครับ ถึงไม่มีหนูผีแต่มันมีอย่างอื่น และที่เจอมาเหมือนจะเป็นหายนภัยกับน่าขนลุกพอ ๆ กัน มันคืออะไร ไปค้นหากันเอาเอง
สุดท้ายพอเกมมันเฉลยคำตอบพวกนี้ออกมา มันทำให้เรารู้เลยว่าคนเขียนบทเขารู้จักวิธีการดัดแปลงเทวตำนานที่โด่งดังแล้วมาจัดให้อยู่ในกรอบของลอร์จักรวาลซีรีส์นี้ได้อย่างฉลาด
ส่วนในแง่การถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก ถ้าให้ประเมิน ผมไม่ค่อยซื้อความสัมพันธ์ระหว่างโซเฟียกับเลนี่ที่เป็นเพื่อนสนิทเราเท่าไร มิตรภาพของสองคนนี้มันเรียกความซึ้งได้พอประมาณ

แต่สำหรับโซเฟียกับฟาโรตั้งแต่กลางเกม สองคนมีพัฒนาการที่ดี มีการสำรวจแง่มุมของตัวละครให้ลึกซึ้งกว่าเดิม ถึงแม้ว่าพอเข้าช่วงท้ายเกม จังหวะมันจะรู้สึกแปลก ๆ มันเหมือนจะจบหลายต่อหลายรอบ แต่มันก็ไม่จบสักที ทำให้เดิมพันของเรื่องราวมันน้ำหนักน้อยลงไปบ้าง
ถึงแบบนั้นพอไปถึงจุดที่ทุกอย่างมันคลี่คลาย ได้บทสรุป ผมก็ยังคงรู้สึกสะเทือนใจกับชะตากรรมหรือสิ่งที่ตัวละครได้พบเจอ
จุดอ่อนของเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างชัดคือมันจะมีปมปมหนึ่งที่เดาง่ายไปหน่อยว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลัง ทั้งที่ปมนี้ก็สำคัญกับตัวเอกมาก เป็นสิ่งที่ทำให้ชะตากรรมพลิกผันเลยล่ะ แต่พอถึงเวลาเฉลยมันค่อนข้างจะ “ก็ว่าแล้ว ต้องเป็นแบบนี้” มันไม่ได้มีรสชาติของความเซอร์ไพรส์เท่าไร

คราวนี้มาพูดถึงจานหลักอีกจานก็คือเรื่องเกมเพลย์ ใครที่รู้สึกว่าใน A Plague Tale ตัวละครเรามันสู้ใครไม่ค่อยได้ ถึงจะเป็นภาค 2 ก็ตาม แต่พอมาใน Resonance ได้เวลาที่ระบบต่อสู้จะเฉิดฉายแล้วครับ เพราะเกมหันหัวเรือจากที่เน้นเอาชีวิตรอด สู้ได้นิดหน่อย มาเป็น “การเอาชีวิตรอดที่ดีที่สุดก็คือการเก็บพวกมันให้หมด”
คุณจะรู้สึกว่าโซเฟียเป็นตัวละครที่มีมือมีตีนชัดเจน เพราะนางก็เป็นลูกสาวเจ้าพ่อหัวหน้าแก๊ง ต้องฝึกต่อสู้ตั้งแต่เด็ก แล้วก็มีพรสวรรค์การต่อสู้จากความทรงจำของธีซีอุส
ในภาพรวมระบบต่อสู้เกมนี้ก็เป็นการยืนพื้นมาจากเกมแอ็กชันผจญภัยที่เราคุ้นกันกันดี ศัตรูมีตีธรรมดา ตีหนักสีเหลือง ตีหนักโคตรพ่อสีแดง มันก็จะเป็นการวัดชั้นเชิงของเราว่าออกท่านี้จะ Parry จะหลบ หรือจะตีสวน ไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นออกมา
ยกเว้นมีเมคะนิกแบบนึงคือการชาร์จมีด ถ้าเราทำให้ศัตรูเสียหลักแล้วชาร์จมีดจนเต็มมันจะเป็นการโจมตีแบบคริติคัล ศัตรูจะบาดเจ็บหนัก ไม่ก็ตายเลย แล้วช่วงหลังมันจะมีศัตรูใหม่กลุ่มนึงที่เราต้องใช้เมคะนิกนี้ในการต่อกรพวกมัน ซึ่งผมคิดว่าสร้างสรรค์ใช้ได้
แล้วพลังชีวิตเกมนี้ไม่ได้เพิ่มด้วยการกระดกขวด HP แต่คือการเก็บศัตรูได้ตัวนึง พลังเราก็จะฟื้นกลับมา ถ้าไม่นับเรื่องความสมจริง ผมคิดว่ามันทำให้เราโฟกัสอยู่กับการต่อสู้ได้เต็มที่ ความต่อเนื่องสูง ถ้าใกล้ตายก็หาทางเก็บสักตัวแล้วค่อย ๆ พลิกเกมเอาชนะ

การนำเสนอพลังต่อสู้ของโซเฟียก็น่าสนใจ อย่างสกิลที่มีให้เราใช้ มันจะมีสกิลที่ถ้าเราใช้ท่าชาร์จโจมตีศัตรูจนตายเราจะได้เกราะมาป้องกันการโจมตีได้ครั้งนึง แล้วมันจะเป็นออร่าเหมือนเราใส่เกราะอยู่ เพราะตามเนื้อเรื่องโซเฟียมีความทรงจำธีซีอุสในตัว แล้วนางก็ต้องได้รับการถ่ายทอดพลังต่อสู้มาด้วย ผมค่อนข้างชอบงานดีไซน์เกมเพลย์แบบนี้ มันคือการพยายามผูกเกมเพลย์ให้เข้ากับการเล่าเรื่อง
พวกสกิลที่ให้มาออกแบบมาได้ดีทีเดียว เพราะมันมีประโยชน์แล้วเราได้ใช้งานมันตลอดทั้งเกมจริง อย่างสกิลกระโดดถีบ ก็จะใช้ดีมากเวลาเราเห็นพวกมันยืนตามหน้าผา แถมยังมีสกิลที่เหมือนเป็นไม้ตายสุดยอดของเราด้วย
แต้มสกิลพวกนี้เราจะหาได้จากการสำรวจฉาก เกมจะมีไอเท็มที่ชื่อว่า Resonate อยู่ เราก็เอาแต้มนี้สะสมมาอัปสกิล ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน
ส่วนจุดที่เป็นทั้งส่วนด้อยและส่วนดีก็คืองานอนิเมชัน นั่นคือการเคลื่อนไหวตอนต่อสู้มันมีลักษณะดูปุบปับ สมมุติเราจะโต้กลับด้วยการเหวี่ยงศัตรู พอกดแล้วมันตัดเข้าแอนิเมชันเหวี่ยงเลย การเคลื่อนไหวทั้งเราและศัตรูมันก็จะดูแปลก ๆ แบบเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงไม่ได้
แต่ผมรู้สึกได้เลยว่าทีมงานเขาก็พยายามเต็มที่จากทรัพยากรที่เขามี ด้วยการใส่แอนิเมชันท่าเผด็จศึกเข้ามาเยอะพอตัว สู้กับพวกตัวใหญ่ก็แบบนึง สู้พวกกีกี้ธรรมดาก็แบบนึง ท่าเผด็จศึกตอนชิดกับผนังก็ต่างกัน มันเลยทำให้การต่อสู้นอกจากจะเล่นสนุกแล้วมันยังดูสนุกด้วย

อีกจุดขายของเกมนี้ก็คือการแก้ปริศนา ช่วงแรกมันจะให้กลิ่นคล้าย ๆ Uncharted นิดหน่อยตรงที่เราจะมีหนังสือคำใบ้เอาไว้บอกเส้นทางและช่วยไขปริศนาบางจุด และด้วยความที่ภาคนี้เราเข้าไปในโบราณสถานมันก็จะเป็นการไขปริศนาที่มีกลไกเวอร์ ๆ มีกับดักแบบถึงตายคอยดักเราอยู่ หลังจากเล่นจบปริศนาทั้งหมดไม่ยากไม่ง่ายเกินไป อาศัยการสังเกตกับการหาตำแหน่งที่ถูกต้อง
ถ้าจะมีจุดที่ขอตินิดหน่อยสำหรับปริศนาก็คือมันแอบซ้ำไปซ้ำมา ไม่ใช่เพราะว่าขั้นตอนการแก้มันซ้ำ ยังไงเล่นเกมนี้ก็ต้องใช้สมอง (ใช้เยอะด้วย) แต่ที่มันรู้สึกแบบนั้นเพราะเขาจะอาศัยกลไกของแสงเป็นเครื่องมือหลักในการแก้ปริศนา พอใช้บ่อย ๆ ใช้ส่องสัญลักษณ์ ใช้ส่องเปิดกลไก มันก็เลยรู้สึกคล้าย ๆ กันไปซะหมด ทั้งที่โครงปริศนามันก็ถูกออกแบบมาไม่ค่อยซ้ำกัน
ซึ่งตามเนื้อเรื่องมันเข้าใจได้ เพราะแสงคือหัวใจสำคัญของเรื่องราวในเกมนี้

จุดที่ผมรู้สึกประทับใจมากและไม่ตัดคะแนนเลยคือเรื่องของ World Building การสร้างโลก งานออกแบบฉากของเกม พูดง่าย ๆ มันเป็นเกมที่สวยในแทบทุกโมเมนต์ ฉากทะเลก็สวย ฉากในเมืองอิตาลีก็สวย โดยเฉพาะเกาะมิโนทอร์ ยิ่งเราดำดิ่งเข้าไปในส่วนลึกของเกาะเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้สึกว่ามันลึกลับ มันอันตราย แต่มันก็มีความอลังการในตัว อย่างเขาวงกตของแดดาลัส มันให้ทั้งความรู้สึกใหญ่โต ซับซ้อน แล้วมันมีกลไกการทำงานที่ผมก็ทึ่งว่าพี่คิดกันมากี่ชั้น มันถึงออกมาเป็นสถาปัตยกรรมเบอร์นี้ได้
แล้วโลกของเกมถูกห่อหุ้มอีกชั้นด้วยเพลงประกอบ มีความเป็นเพลงสวด มีกลิ่นของกรีกเจือ ๆ อยู่ ได้ยินตั้งแต่หน้าจอเข้าเกมฟังแล้วติดหู หลายฉากหลายโมเมนต์เพลงถูกใส่เข้ามาเขย่าอารมณ์ โดยเฉพาะฉากสู้ ฉากเซตพีซที่เบื้องหลังเขาถึงกับใช้คาร์นิกซ์ที่เป็นเครื่องเป่าในการทำสงครามของชาวเซลติก บันทึกเสียงในโบสถ์ฝรั่งเศส เพื่อความขลัง นี่แหละงานคราฟต์ของจริง

ส่วนปัญหาด้านประสิทธิภาพ เกมบั๊ก เกมแครช ผมไม่เจออะไรที่เสียหายระดับทำเกมพังตลอดการเล่น การแสดงผลก็แทบไม่เจออะไรที่มันน่าเกลียดเกินไป ถือว่าเก็บงานได้เรียบร้อย
เพราะฉะนั้น Resonance: A Plague Tale Legacy เป็นเกมเนื้อเรื่องที่คุณควรจะเล่นมันครับ ถึงคุณจะไม่รู้จัก ไม่เคยเล่นเกม A Plague Tale มาก่อนเลย เพราะมันมีการเล่าเรื่องที่ดี ถึงจะไม่ได้ขยี้หัวใจเท่ากับภาค Requiem แต่มันยังรักษาทรงเอาไว้ได้ และเหมาะมากสำหรับคนที่รู้สึกว่าเกมภาคก่อนมันสู้ไม่ถนัด มันติด ๆ ขัด ๆ ทหารเข้าถึงตัวแล้วตายทันที ภาคนี้คุณฟาดเต็มข้อ ล่อเต็มตีน ตั้งแต่ต้นยันจบเกม
ยิ่งถ้าคุณชอบซีรีส์ A Plague Tale อยู่แล้ว ยังไงก็ต้องเล่นครับ มันมีจุดเชื่อมต่อสำคัญที่จะขยายขอบฟ้าของจักรวาลนี้ออกไป
จุดด้อยก็อย่างที่เล่าไปแล้ว นั่นคือการแก้ปมบางตัวละครเดาทางได้ง่าย งานแอนิเมชันตอนต่อสู้ที่ยังดูแปลก ๆ หลัก ๆ ก็ประมาณนี้
ที่สำคัญราคาแค่ 1190 บาท บน Steam สำหรับเกมเนื้อเรื่องความยาว 10 กว่าชั่วโมง มีงานออกแบบฉากที่สวยขนาดนี้ ไม่แพงเลย
