![Doom: The Dark Ages – พรีวิว [Preview]](https://thaigamewiki.com/wp-content/uploads/2025/03/DOOM_TheDarkAges_Standard_Keyart-copy.jpg)
พรีวิว Doom: The Dark Ages
ทีมงาน Thaigamewiki ได้มีโอกาสไปลองเล่นรอบพรีวิวของ Doom: The Dark Ages มาแล้ว สิ่งที่บอกได้เลยสำหรับแฟน ๆ หรือคนที่ตื่นเต้นอยู่บนรถไฟไฮป์เทรนขบวนนี้ก็คือ รถยังไม่คว่ำนะครับ เพราะว่าทรงเกมมันดีจริง เอาเรื่องอยู่
เล่าก่อนว่าสิ่งที่ผมได้ไปเล่นมาก็คือช่วงแรกของเกม รวมถึงช่วงขี่หุ่นและขี่มังกรก็ได้เล่นด้วย
ความรู้สึกของผมกับ Doom Slayer ร่างนักรบยุคมืดก็คือ ผมเซอร์ไพรส์นิดหน่อย เพราะตอนค่ายเขาปล่อยวิดีโอ Developer Direct คุณ Hugo ที่เป็นผู้กำกับเกมเขาก็พูดถึงคอนเสปของเกมภาคนี้เอาไว้ว่า ถ้าเรานิยามเกมเพลย์ของ Doom ภาค 2016 ว่าเน้นวิ่งแล้วยิง ภาค Eternal เน้นกระโดดแดชยิงไปมา
แต่ The Dark Ages คือการยืนหยัดแล้วต่อสู้ เกมจะมีความโลดโผนน้อยกว่าภาคที่ผ่านมาแน่นอน เพราะเราจะสัมผัสได้ถึงฟีลของความหนาหนักตั้งแต่งานออกแบบ นี่คือ Doom Slayer เวอร์ชันเกราะจัดเต็ม มีผ้าคลุมให้อารมณ์ความเป็นยุคกลางเถื่อน ๆ ซึ่งหลายคนก็น่าจะได้เห็นกันไปแบบคร่าว ๆ แล้วนะครับ
หนา หนัก แต่ยังพริ้ว
พอได้เล่นจริง ที่ผมบอกว่าเซอร์ไพรส์นิดหน่อยก็ตรงที่เกมมันก็ยังเรียกร้องให้เราต้องเคลื่อนที่ไปมามากกว่าที่คิด แต่น้อยกว่าภาค Eternal เยอะ หลัก ๆ มันก็จะมาจากงานดีไซน์ที่เขาต้องการให้เราสู้แบบเปิดหน้าชน อย่างอาวุธที่จะเป็นซิกเนเจอร์ของภาคนี้คือ Shield Saw มันก็จะมีท่าพุ่งชนศัตรูที่ทำความเสียหายเยอะอีกแง่หนึ่งก็คือท่านี้มันทำให้เราปรับตำแหน่งการต่อสู้ของตัวเราเองให้ไปอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ
อีกอย่างคือเวลาศัตรูยิงกระสุนหรือท่าโจมตีโปรเจกไตล์มาเป็นชุด มันจะมีสีเขียวปนมาซึ่งเราสามารถสะท้อนได้ บางจังหวะเราก็ต้องเคลื่อนตัวเข้าหาเพื่อไปสะท้อนการโจมตีสีเขียวให้มันเด้งกลับไป หรือตอนที่โล่เรามันไม่สามารถรับความเสียหายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ และเริ่มจะกินแดนเข้ามาในพลังชีวิตของเรา เราก็ต้องหาที่หลบ หาที่เติมพลังชีวิตเหมือนกัน
เพราะฉะนั้นจังหวะของเกมมันช้าลง แต่ก็ยังถือว่าเราต้องตอบสนองกับมันให้เร็วเหมือนกัน ยกเว้นคุณจะไปลดระดับความยาก อันนี้คือเรื่องแรกที่ผมสังเกตได้
ถ้าถามว่าจากที่ลองเล่นมาอะไรดีงามสุด ต้องบอกว่าคือการต่อสู้ระยะประชิดครับ ตามที่เขาโฆษณาเลยก็คือคราวนี้เราเป็น Doom Slayer ที่มือหนักตีนหนัก แค่กระโดดลงไปกลางวงศัตรูกีกี้ก็ระเบิด แล้วในเดโมนี้เขาก็ผมให้ลองโซ่ตุ้มเหล็กด้วย
อาวุธตีใกล้ในภาคนี้เราสามารถออกท่าโจมตีติดต่อกันเป็นคอมโบ แต่มันไม่ใช่นึกจะออกก็ออกได้ เพราะมันจะมีเกจจำนวนการใช้ของอาวุธระยะประชิดอยู่ (ให้ลองนึกถึง Blood Punch ในภาค Eternal ฟังก์ชันจะคล้าย ๆ กัน)
ตอนที่ได้เล่นมี 3 เกจก็หมายความว่า ออกท่าตีใกล้ได้ 3 ครั้ง ออกครั้งนึงก็ต้องรอเกจมันฟื้นขึ้นมาใหม่ หรือไม่ก็ต้องไปเก็บสัญลักษณ์รูปถุงมือเหล็กตามพื้นอันนั้นฟื้นเร็วเลย ถ้าปล่อยให้ฟื้นเองใช้เวลาค่อนข้างนานนะ เพราะท่ามันแรงมาก ๆ ครับ แล้วมันทุบทีกระสุนกระเด็นออกมาเพียบ เวลากระสุนเหลือน้อยยังไงตีประชิดคือคำตอบที่ดีที่สุดถ้าคุณมีให้ใช้ เป็นเอกลักษณ์ที่ Doom ยังไม่ทิ้งคือการเอาระบบต่อสู้กับการบริหารทรัพยากรมาผสมเข้าด้วยกัน
แล้วภาคนี้เขาเอาแอนิเมชันเต็ม ๆ ตอนฆ่าศัตรูแบบ Glory Kill ออกไปแล้ว พอเราทำความเสียหายศัตรูจนมันขึ้นวงกลมสีม่วง แล้วกดท่า Glory Kill ศัตรูหลายชนิดก็จะตายทันที แต่มันก็จะมีหลายตัวที่ใช้ท่านี้ครั้งแรกมันยังไม่ตาย ต้องโจมตีจนกดครั้งที่สองได้มันถึงจะตายจริง
แอนิเมชันก็ถูกตัดทอนให้มันดูง่าย หลายครั้งคือเอาตีนถีบหน้า จบ ข้อดีของมันเลยก็คือมันทำให้กระแสการต่อสู้มันมีความต่อเนื่องมากขึ้น เราไม่โดนขัดจังหวะ เพราะของเดิมสมมุติเราไปใช้กลางดงศัตรูก็อาจจะทำให้เสียเปรียบ
ส่วนในแง่เซนส์ของความรุนแรง ผมคิดว่าก็ยังทำออกมาดูดีอยู่ เพราะงานเสียงมันหนักแน่นมาก งานแอนิเมชันมันจะมีจังหวะหน่วงนิดนึงตอนลูกตุ้มมันบดหัว หรือเราฟาดศัตรูให้มันกระเด็นจากที่นั่ง ฟาดจนมันเกราะแตก เขาหลุด องค์ประกอบพวกนี้มันก็มาทดแทนความสะใจแบบเดิม ๆ ได้ อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับใครหลายคนที่อยากจะเห็นอะไรที่มันถึงเลือดถึงเนื้อกว่านี้
แต่ส่วนตัวผมคิดว่าออกแบบมาอย่างนี้ก็ส่งผลดีกับภาพรวมของเกมเพลย์มากกว่า แล้วอีกอย่างก็คือเวลาเราใช้ท่าเผด็จศึกศัตรูแบบนี้ถือว่าเราได้ตีฟรีนะครับ จำนวนการออกท่าระยะประชิดจะไม่ลดลง
ยอมรับว่าเดโมที่เล่นมาถือว่าใช้ประโยชน์จากการตีประชิดได้ยังไม่เต็มที่ หลายครั้งมันยิงเพลิน มันเลยต้องปรับความเคยชินนิดหน่อย
Shield Saw
คราวนี้ Shield Saw เห็นในตัวอย่างดูแล้วเซ็กซี่มาก น่าใช้มาก มาได้ลองจริงเกิดคำถามในใจว่า นี่มึงทำอะไรไม่ได้บ้าง? ป้องกันก็ได้ แพรี่ก็ได้ สะท้อนก็ได้มันคือเบสิกของเกมแอ็กชันหลายเกมทั่วไป
แต่มันยังมีการพุ่งใส่ศัตรู ใช้ปาทำลายแนวรบ ปาทำให้ศัตรูหยุดชั่วคราว ปาให้เกราะแตะ หรือใช้ปาแก้ปริศนาก็ได้ มันเลยเป็นพระเอกของภาคนี้ แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ OP อย่างที่คิด เพราะศัตรูมันตีแรงครับ ตีรัวด้วย ที่เราเห็นในตัวอย่างว่ายกขึ้นมาป้องกันกระสุนได้รัว ๆ อันนั้นน่าจะใช้ได้กับการโจมตีเบา ๆ ของศัตรู
ตลอดการเล่นของผม Shield Saw มีบทบาทมาก ๆ แทบจะทุกวินาทีในการเล่น รอดเพราะมันก็หลายครั้ง ตายเพราะพุ่งเข้าไปผิดก็หลายหน มันเลยเป็นอาวุธที่ในแง่นึงมันจูงนิ้ว จูงมือเราให้ใช้มันได้แบบธรรมชาติมาก แต่ในธรรมชาตินั้นมันก็ต้องมีการขัดเกลาฝีมือเพื่อดึงศักยภาพของมันออกมาให้เต็มที่
ทีนี้มันมีจุดนึงที่เขาบอกเอาไว้ว่าทั้งการปาโล่ แพรี่ ป้องกัน สะท้อน ทั้งหมดใช้แค่ปุ่มเดียว แต่พอเล่นจริง ๆ ด้วยคีย์บอร์ดเวอร์ชันที่ผมเล่นมันไม่ใช่แบบนั้น เพราะที่ผมเจอมาคือปาโล่มันก็จะมีปุ่มนึงแยกไปหรือท่าเอาโล่พุ่งชนก็ต้องตั้งโล่ขึ้นมาก่อนแล้วกดโจมตี แต่การป้องกัน แพรี่ สะท้อนคือส่วนใหญ่ในหลาย ๆ เกมมันก็อยู่ในปุ่มเดียวกันอยู่แล้ว
ผมก็เลยแค่สงสัยนะว่าไอ้ที่บอกปุ่มเดียวนี่คือยังไง หรือว่ามันอาจจะต้องใช้แบบเป็นจอยคอนโทรลเลอร์รึเปล่า อันนี้ก็ต้องรอดูกัน
ถึงแบบนั้นระบบต่อสู้มันจะดีได้ ผมบอกเสมอครับว่ามันก็ต้องดูถึงศัตรูแล้วก็เลเวลดีไซน์ด้วย สิ่งที่สัมผัสได้จากการได้ลองเล่นดูมภาคนี้เลยก็คือฉากจะมีลักษณะเป็นแนวราบมากขึ้น แนวดิ่งหรือที่สูงน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ว่าไม่มีนะ พวกแท่นสูง พื้นที่ต่างระดับอะไรพวกนี้ก็ยังมีอยู่ แต่มันจะมีความเป็นเหมือนสมรภูมิ อารมณ์แบบเราเดินหน้าเข้าหากองทัพปิศาจประมาณนั้นเลยครับ กับดักแบบพื้นลาวา พวกผนังยิงไฟ อะไรพวกนี้ยังไม่เจอ แต่ยังไม่ตัดสินว่าจะไม่มีในเกมตัวเต็ม
เอาเป็นว่าเขาพยายามให้เราโฟกัสกับกองทัพศัตรู เพราะเท่าที่เห็นมาจำนวนศัตรูที่ผมเจอแต่ละช่วงค่อนข้างเยอะซึ่งผมแฮปปี้มาก เพราะยอมรับว่าเล่นภาค Eternal แล้วแอบทรมานกับการเคลื่อนไหวของ Doom Slayer ครับ แดชสองชั้นสามชั้น
การรับมือของศัตรูภาคนี้ก็จะขึ้นอยู่กับระยะของเรากับมันด้วย อย่างพวก Mancubus เราถอยมาไกล ๆ มันจะยิงกระสุนน้ำกรด อยู่กลาง ๆ ยิงลูกไฟ ถ้าคลุกวงในมันเอาปืนไฟจ่อเผาเราเลย หรือไม่ก็ใช้ท่าโจมตีประชิดที่จะผลักเราออกมา
พวก Hell Knight เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นเลยว่ารูปแบบเกมเพลย์เปลี่ยนเยอะ จากแต่ก่อนไล่ต้อน ตอนนี้เราสามารถยืนแลกหมัดกับมันได้แล้วถ้าแม่นพอ เพราะฉะนั้นแนะนำว่าถ้าเก็บเกจท่าตีประชิดครบ ใจถึง แพรี่เก่ง อยากเก็บตัวไหนไว ๆ ให้พุ่งใส่แล้วสู้แบบคลุกวงในเลย เพราะศัตรูมันจะออกท่าระยะใกล้ที่เราแพรี่ได้
อีกจุดที่ผมชอบก็คือ ภาคก่อนถ้าเราอยากได้เกราะเราต้องเอาไฟเผา แต่ภาคนี้มันจะมีพวกศัตรูที่ถือโล่เป็นกลุ่ม ส่วนใหญ่ก็ต้องใช้วิธีปาโล่ทำลายพวกมันแล้วเราจะได้ชิ้นส่วนเกราะมา มันดูสมเหตุสมผลมากขึ้น
เพราะฉะนั้นใครที่รู้สึกกลัวว่าภาคนี้รับบทเป็นแนวรถถังถึก ๆ เน้นเคลื่อนที่น้อย ๆ กลยุทธ์มันจะน้อยตามรึเปล่า? ก็พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยนะครับว่า ไม่ ใครคิดจะมายืนขาตายยกโล่แล้วหาจังหวะสาดกระสุนผมยังไม่เห็นหนทางที่มันจะทำได้ เรามีของดีก็จริง แต่ศัตรูก็ตีแรง มาเยอะ และกดดันเรามากขึ้น
ที่ว่าไปทั้งหมดหลายคนอาจจะถามว่า ตกลงเกมนี้มันยังมีปืนให้ใช้มั้ย? มีนะครับ มันจะเป็น Doom ไม่ได้ถ้าไม่มีปืนแล้วก็ Gunplay โหด ๆ พูดตามสิ่งที่เห็น เมคะนิกของปืนไม่ได้ถูกเปลี่ยนอะไรเยอะ เพราะของเดิมมันดีอยู่แล้ว มันก็จะให้ความรู้สึกแตกต่างในแง่ที่ว่าทั้งปืนและการตีประชิดมันส่งเสริมกันและกันมากขึ้น
อย่างพวกศัตรูที่มีเกราะหรือถือโล่ตอนแรกเราตีมันไม่เข้าหรอก ต้องอาศัยการโจมตีโล่กับเกราะจนสีมันเดือดสุด ๆ เราถึงจะปาโล่ไปทำลายได้ และการใช้ท่าตีประชิดก็ทำให้ดรอปกระสุนเยอะ มันส่งเสริมกันแบบนี้ครับ
ในแง่อื่นของปืนที่พัฒนาก็คือพวกงานแอนิเมชัน งานศิลป์ อย่างปืนบดกะโหลกที่จะให้ความสะใจเวลาเก็บพวกกีกี้กลุ่มใหญ่ ๆ แล้วพอยิงไปเรื่อย ๆ มันจะรัวขึ้น
ถ้ามองให้เป็นกราฟ ภาค Eternal ส่วนของ Gunplay มันจะพุ่งเป็นยอดแหลม การตีระยะประชิดเป็นจุดเล็ก ๆ แต่ The Dark Ages ผมว่ามันเกือบจะขี่คอกันเลย
รสชาติใหม่ของไซไฟและดาร์กแฟนตาซี
และไฮไลต์ที่ผมรู้ว่าหลายคนอยากเห็นก็คือการขับหุ่น Atlan และการขี่มังกร ผมว่าเขาเข้าใจเลือก เพราะถ้าจะพูดถึงไซไฟมันก็ต้องหุ่นยนต์ พูดถึงแฟนตาซียุคกลางมันก็ต้องมีมังกร ทีนี้มันก็เหลือแค่ว่าจะทำออกมารอดรึเปล่า
สำหรับหุ่น Atlan พูดตามตรงเมคะนิกของหุ่นที่ได้ลองตอนนี้มันก็ไม่ได้มีอะไรเหนือความคาดหมาย คอมแบตตอนสู้กับไตตันมันก็จะง่าย ๆ แค่กดต่อย กดแดชหลบการโจมตี ต่อยจนเกจถึงแล้วปล่อยไม้ตาย แล้วก็จะมีปืนกลยักษ์มาให้ยิง
การขี่หุ่นจะเน้นขายบรรยากาศซะเยอะ แบบเราบังคับหุ่นยักษ์ไปบนสมรภูมิที่พวกกองทัพจิ๋ว ๆ มันสู้กันอยู่ ผมว่าฉากขับหุ่นมันต้องอาศัยงานพรีเซนเทชันว่าจะออกมาอลังการขนาดไหน ในตัวเดโมนี้ยังตัดสินไม่ได้
แต่ถ้าพูดถึงขี่มังกร อันนี้น่าสนใจ เพราะตอนแรกผมกลัวว่าระบบขี่อะไรก็ตามแล้วให้โจมตีไปด้วยถ้าทำระบบควบคุมออกมาไม่ดี 80 เปอร์เซ็นมันจะเจ๊ง แต่ของ Doom เขาแก้ปัญหาก็คือ ช่วงขี่ร่อนไปร่อนมาก็เหมือนเกมทั่วไป มีบินขึ้นลง บินติดสปีด
แต่ถ้าจะสู้เมื่อไร เรากดปุ่มเข้าโหมดต่อสู้ค้างแล้วมังกรมันจะตั้งท่าบินรักษาตำแหน่ง แล้วให้เรายิงศัตรู ซึ่งในระหว่างนี้เราสามารถกดปุ่มหลบกระสุนได้ 4 ทิศ ซ้ายขวาขึ้นลง ถ้าหลบกระสุนสีเขียวได้เราจะเข้าโหมดที่ทุกอย่างรอบตัวมันจะช้าแล้วปืนเรามันจะยิงแรงขึ้น
มันเลยตัดปัญหาว่าไม่ต้องบินไปยิงไป คุณแค่หาจุดเหมาะแล้วกดตั้งป้อมยิงได้เลย แล้วที่ดีอีกอย่างคือการเปลี่ยนท่าเวลามังกรมันจะทำ Glory Kill หรือให้มังกรลงจอด กดแล้วมันก็ทำตามที่บอกทันที รีแอกต์เร็วมาก แล้วแอนิเมชันดูไม่ค่อยแปลก ไม่เวียนหัว
คร่าว ๆ ก็ประมาณนี้ครับที่ได้ลองไปจับหุ่นจับมังกรมา ถือเป็นรสชาติ เป็นจริตใหม่ ๆ ของ Doom Slayer ที่เขาอยากให้เติมเต็มแฟนตาซีของความเป็นซุปเปอร์เวพ่อนหนาหนัก ในขณะเดียวกันมีความคล่องตัวสูง อาจจะไม่เท่าภาคก่อน ๆ แต่นั่นก็เป็นความตั้งใจของทีมสร้าง
แล้วอย่างที่เราได้เห็นกัน ทิศทางของ Art Direction ของเกม เขาก็จะอาศัยโทนหม่น ๆ มืด ๆ ให้อารมณ์แบบการต่อสู้ของพวกคนเถื่อน แต่ใช้อาวุธที่ผสมผสานความล้ำยุคเข้าไป ก็เป็นอีกจุดที่เขากล้ากระโดดจากแนวทางแบบเดิมมาไกลเหมือนกัน
ตลอดที่เล่นมามีอะไรให้ไม่ชอบบ้างมั้ย ถ้าไม่นับเรื่องพวกบั๊กการแสดงผลผิดพลาดที่ทีมงานเขาก็ออกตัวว่ามันเป็นบิลด์สำหรับทำพรีวิว มันยังไม่ใช่ของจริง ถ้าไม่นับไอ้เรื่องข้อผิดพลาดพวกนี้ก็จะมีแค่งานเลเวลดีไซน์บางส่วนอย่างตอนบุกเข้ายาน A ยาน B ยาน C ที่มันมีจุดที่ดู Copy Paste ไปนิดนึง
แล้วก็ตอนสลับปืน ผมรู้สึกว่าถ้าทำแอนิเมชันสลับได้เร็วกว่านี้จะดีมาก ส่วนเรื่องกราฟิกที่เจอมันแปลกจากตอนเห็นในตัวอย่าง ไม่เชิงดาวน์เกรดนะครับ มันเหมือนเขาไปปรับให้การโจมตีบางอย่างมันดูมีสีแยกกันชัดเจนมากขึ้นว่าอันนี้แพรี่ได้หรือไม่ได้ ซึ่งในเกมจริงก็อาจจะมีให้ปรับเรื่องนี้อีก
สรุป
สรุปภาพรวมที่ได้ลองมา Doom The Dark Ages เป็นตัวอย่างที่ดีว่าบางครั้งการเพิ่มอะไรที่ดูเหมือนจะเล็กน้อย ใส่โล่เลื่อยหมุนติ้ว ๆ มาอันนึง แต่ผลกระทบต่อรูปแบบการเล่นมันมหาศาล ทำระบบเกมให้ลึกก็ยากอยู่แล้ว แต่ทำให้มันดูเข้าใจง่ายเป็นธรรมชาติแล้วลึกด้วย อันนี้ล่ะของจริง
แล้วผมเชื่อว่าเกมภาคนี้จะสร้างเสียงฮือฮาตอนวางขายเดือนพฤษาคมนี้ พูดซะเหมือนเล่นเกมเต็มมาแล้วเลย แต่ยังไงก็ต้องบอกว่าเป็นงานเดโมที่ผมรู้สึกประทับใจแล้วกัน (อย่างน้อยก็ในตอนนี้) ของจริงไปพิสูจน์กันวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ถ้าสั่งสั่งจอง Premium Edition ได้สิทธิ์เข้าเล่นก่อน 2 วัน