*ขอขอบคุณ Sony Interactive Entertainment สำหรับโค้ดรีวิวมา ณ โอกาสนี้ครับ
God of War Sons of Sparta คือเกมใหม่ล่าสุดในแฟรนไชส์ God of War ที่รอบนี้มาในแบบแอ็กชันแพลตฟอร์ม 2D ที่มีรูปแบบการเล่นสไตล์ Metroidvania ครับ ซึ่งก็คงกล่าวได้ว่ามาแบบไม่มีใครรู้ตัวเพราะประกาศปุ๊บขายปั๊บทันที ดังนั้นหลังจากที่ได้เล่นไปแล้วพักใหญ่ ๆ เราก็อยากจะมาบอกว่าเรารู้สึกอย่างไรครับ
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวใน Sons of Sparta นี้จะบอกเล่าเรื่องราวของเครโทสรวมถึงน้องชายดีมอสในวัยเยาว์ สมัยที่ยังไม่เป็นนักรบสปาร์ตันเต็มตัวแต่ยังมีสถานะเป็นเพียงนักเรียนทหาร (อาโกจ) เท่านั้น โดยเครโทสได้เล่าย้อนความหลังครั้งนี้ให้แก่บุตรีของตนคาลไลโอพีได้ฟังในวันหนึ่งถึงความหมายของคำว่าหน้าที่
สำหรับเนื้อหาของเกมนั้น ต้องบอกว่ามันก็ยังเป็นเกมที่อยู่ในจักรวาลของ God of War เช่นเคยครับ จะมีการกล่าวอ้างถึงบางตัวละครที่คุ้นเคย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเต็มไปด้วยตัวละครใหม่ที่ไม่เคยปรากฏตัวเสียมากกว่าครับ ซึ่งโดยรวมแล้วมันก็บอกเล่าสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของเครโทสในวัยเยาว์ได้ค่อนข้างโอเค และโลกในเกมนี้ก็ยังคงเต็มไปด้วยอสุรกายและสัตว์จากตำนานกรีกทั้งเกม
แต่ก็อย่างที่เดากันได้ว่ายุคสมัยในเกมนี้ยังไม่ใช่ตอนที่เครโทสก้าวขึ้นมาเป็นผู้ทำลายล้างทวยเทพโอลิมปัส มันเลยจะยังไม่มีความเล่นใหญ่เกินเบอร์แบบที่ต้องไปตบเทพองค์นั้น กระทืบเทพองค์นี้ มันจะออกแนวการผจญภัยไปกำราบอสุรกายในสถานที่ต่าง ๆ คล้ายเรื่องราวมากมายในตำนานกรีกที่เรา ๆ ท่าน ๆ อาจเคยได้ยินกันมากกว่า
หากจะมีจุดหนึ่งที่คนเล่นน่าจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนมาก ๆ อย่างหนึ่งก็คือบุคลิกนิสัยของเครโทสในเกมนี้ซอฟต์ลงจากที่คุ้นเคยเยอะมากครับ อาจจะด้วยช่วงวัย และนี่คือช่วงที่ยังไม่เจอเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤติศรัทธาต่อทวยเทพโอลิมปัส คุณเลยจะได้เห็นเครโทสที่มุ่งมั่น จริงจัง ยึดมั่นกฎเกณฑ์ แถมยังเคารพบูชาทวยเทพโอลิมปัสแบบสุดใจ ชนิดที่ว่าถ้าคุณเล่นเกมแฟรนไชส์นี้มาทุกภาคอาจจะสงสัยว่า…นี่มันคนเดียวกันจริงเหรอวะ?
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมรู้สึกว่าโครงเรื่องโดยรวมของเกมภาคนี้มันแอบมีความเรื่อยเปื่อยระดับหนึ่งเพราะทั้งเกมจะวนเวียนอยู่กับการตามหานักเรียนทหารคนหนึ่งที่หายตัวไป แล้วพอดำเนินเรื่องไปเรื่อย ๆ จนเจอกับบุคคลเป้าหมายที่ตามหา ไม่นานจากนั้นเกมก็จบเลยแบบที่ว่าเอ๊า ไอ้ตัวตะกี้ที่สู้นี่บอสใหญ่หรอกเรอะ? อะไรทำนองนั้น คือมันจะค่อนข้างขาดความอลังการหรือบทสรุปของเนื้อหาที่มันยิ่งใหญ่ดุดันแบบที่คุ้นเคยครับ แต่คือมันก็ย้อนกลับไปอย่างที่กล่าวไว้ตอนแรกว่านี่เป็นเหตุการณ์ในวัยเยาว์ของเครโทส เลยพอเข้าใจว่าจะให้เล่นใหญ่เกินหน้าตัวเองในวัยฉกรรจ์ก็คงไม่ได้
เกมเพลย์
หากจะว่ากันในส่วนของเกมเพลย์ ก็อย่างที่บอกไปตอนต้นนะครับว่าภาคนี้มาในรูปแบบของแอ็กชันแพลตฟอร์ม 2D ในสไตล์ Metroidvania ดังนั้นตลอดทั้งเกมก็จะเน้นการโดดการปีนป่าย การวิ่งหาทางลับ หาไอเท็ม รวมถึงการที่คุณต้องย้อนกลับมาสถานที่เก่า ๆ หลังจากได้ความสามารถใหม่ ๆ เพื่อหาเส้นทางใหม่ หรือแก้พัสเซิลต่าง ๆ อะไรทำนองนั้น ซึ่งผมเชื่อว่าใครที่เคยเล่นเกมสไตล์นี้มาก็น่าจะเดารูปแบบกันได้อยู่
สำหรับระบบต่อสู้นั้น แม้ว่าตัวเกมจะเป็น 2D แต่ก็จับเอารูปแบบการเล่นออกมาได้ใกล้เคียงกับภาคคลาสสิกและภาคนอร์สครับ เครโทสในวัยเยาว์จะมีอาวุธเป็นหอกยาวและโล่ในแบบฉบับของนักรบสปาร์ตันขนานแท้ และการโจมตีของเครโทสจะมาในรูปแบบการใช้หอกโจมตีเป็นคอมโบ พร้อมกับสามารถแทงมุมด้านบนและมุมทแยงได้ ส่วนโล่ก็สามารถใช้ได้ทั้งป้องกันหรือแพรี่การโจมตีเพื่อสวนกลับ หรือตีโต้กระสุนต่าง ๆ ของศัตรูกลับไป รวมถึงการกลิ้งหลบที่จะทำให้คุณเป็นอมตะชั่วครู่ โดยที่หากกด R1 ค้างไว้ก็จะใช้เกจพลังวิญญาณที่จะทำให้เกจมึนงงของศัตรูเพิ่มเยอะขึ้นแล้วพอเต็มคุณก็กดใช้ท่าสังหารได้ทันที พูดง่าย ๆ ว่าถ้าใครเคยเล่น God of War มาจะไม่ต้องปรับตัวเยอะเลยแม้ว่าภาคนี้จะเป็น 2D ก็ตาม
นอกจากการโจมตีทั่วไปแล้วเครโทสก็จะมีท่าโจมตีที่ใช้งานเกจเวทมนตร์จากพรของเทพโอลิมปัสด้วยกันจำนวน 4 องค์ครับ ซึ่งประโยชน์ใช้สอยและรูปแบบโจมตีก็จะต่างกันไป ให้เลือกใช้ได้ตามสะดวก ซึ่งความสามารถจากเทพโอลิมปัสเหล่านี้จะสามารถอัปเกรดได้จากการออกสำรวจเพื่อเก็บไอเท็มจากอนุสรณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ซุกซ่อนตามที่ต่าง ๆ หรือการเก็บผลมะกอกมาถวายในวิหารประจำของเทพองค์นั้น ๆ ซึ่งก็แน่นอนว่าการจะเข้าถึงสิ่งเหล่านั้นได้ก็มักต้องอาศัยความสามารถพิเศษในการเข้าถึงตามแบบฉบับ Metroidvania ครับ
องค์ประกอบในแง่ RPG ก็ยังคงมีอยู่ในลักษณะการใช้ออร์บที่เปรียบเสมือนเป็นเงินของเกมในการอัปเกรดท่าโจมตี หรือไม่ก็อัปเกรดค่าพลังชีวิต พลังวิญญาณ หรือพลังเวทมนตร์ของเครโทสเอง พร้อมกับระบบการปรับแต่งตัวละครในลักษณะของการเปลี่ยนและติดตั้งอุปกรณ์สวมใส่ที่จะให้ผลแตกต่างกัน โดยเฉพาะในส่วนของการเปลี่ยนปลายหอกที่จะเพิ่มธาตุให้การโจมตี การเปลี่ยนด้ามจับที่จะเพิ่มคอมโบโจมตีปิดท้าย หรือเปลี่ยนส่วนท้ายหอกที่จะทำให้ท่าพิเศษการโจมตีด้วยหอกต่างกันไป แล้วก็อย่างที่เดากันได้ว่าของต่าง ๆ เหล่านี้ก็อัปเกรดได้อีก ถ้าใครเล่นภาคนอร์สมาก็น่าจะทำความคุ้นเคยได้ไม่ยากครับ
ความแข็งแกร่งของเครโทสนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเก็บเลเวลจากการกำจัดศัตรูทั่ว ๆ ไป แต่จะขึ้นอยู่กับ Gear Level จากของที่สวมใส่แทนซึ่งก็เป็นระบบในลักษณะเดียวกับภาคนอร์ส ดังนั้นถ้าอยากจะให้ตัวละครเก่งขึ้น ก็ต้องขยันอัปเกรดของสวมใส่ที่คุณใช้งานอยู่บ่อย ๆ นั่นล่ะครับ ยิ่งถ้าเป็นเซ็ตสำหรับบิลด์ที่คุณใช้อยู่ประจำก็ควรเน้นอัปเยอะ ๆ ไปเลยจะดีกว่าพยายามอัปทุกอย่างพร้อมกัน เว้นแต่ทรัพยากรจะเหลือใช้
การสู้บอสของเกมนี้ก็เป็นอะไรที่หลายครั้งทำออกมาได้ดูดีและยิ่งใหญ่สมเป็น God of War อยู่ครับ ส่วนนึงก็คงเพราะว่าวัตถุดิบจากตำนานกรีกนั้นเยอะเสียยิ่งกว่าอะไรก็เลยหยิบยกมาใส่ในเกมได้เรื่อย ๆ แบบที่ไม่ขัดกับภาคต้นฉบับ ซึ่งความยากหากเล่นแบบธรรมดาก็อยู่ในระดับที่กำลังโอเค ไม่ได้รู้สึกว่ามันตึงมือเกินไป แค่อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้แพทเทิร์นบอสสักหน่อย แต่ก็อย่างที่บอกไปว่าความแข็งแกร่งเราขึ้นอยู่กับ Gear Level ดังนั้นถ้าหากว่าของคุณถึงนี่ชีวิตจะสะดวกขึ้นเยอะ บางครั้งถ้าผสมการโจมตีดี ๆ นี่ละลายบอสได้ในเวลาไม่นานเลย
โดยรวมผมคิดว่าระบบต่อสู้ก็ไหลลื่นต่อเนื่องดี แต่มันก็มีข้อขัดข้องใหญ่ ๆ ที่ทำให้ขัดใจในตอนเล่นอยู่ครับนั่นก็คือเกมนี้พอเราชนศัตรูแล้วจะโดนแดเมจและชะงัก เพราะงั้นหลายครั้งที่คุณอาจกลิ้งหลบการโจมตีได้แต่หลบไม่พ้นตัวพวกมันก็จะโดนแดเมจ แล้วยิ่งตอนมันมากันมากกว่าตัวเดียวแล้วยืนใกล้กัน บางทีก็อาจทำให้ชนตัวนึงเด้งไปโดนอีกตัวนึง ซึ่งมันทำให้ทั้งเสียจังหวะโจมตีและรับแดเมจแบบที่ไม่ควรจะรับ ผมเชื่อว่านี่น่าจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่หลายคนน่าจะรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยเหมือนกัน
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมคิดว่าเกมนี้มีความยาวในการเล่นที่เต็มอิ่มดีใช้ได้เหมือนกัน ถ้าคุณเป็นสายเล่นเก็บความสมบูรณ์นี่ยังไงก็น่าจะต้องใช้เวลาเกิน 30 ชั่วโมง แล้วถ้าคุณยังไม่หนำใจ หลังจบเกมก็มีโหมดใหม่ในชื่อ Pit of Agonies (หลุมแห่งความทรมาน) ให้เล่นอีก ซึ่งมันก็เป็นโหมดสู้กับศัตรูในแบบโรกไลต์ที่เราจะต้องเลือกเงื่อนไขทำให้ตัวเองเสียเปรียบในทุกรอบก่อนครับ ถ้าคุณเคลียร์ได้ก็จะได้แต้มมาไว้ใช้อัปสิ่งต่าง ๆ ถาวรสำหรับโหมดนี้เพื่อความสบายในรอบต่อ ๆ ไป เป็นโหมดที่ท้าทายชวนหัวร้อนได้อยู่ แถมมีบทสนทนาเล็ก ๆ น้อย ๆ กับตัวละครอื่น ๆ พอสมควรในแต่ละรอบสำหรับใครที่อยากได้ลอร์ของเกมเพิ่มเติม
กราฟิก
สำหรับกราฟิกของเกมนี้ฉีกแนวมาเป็น 2D พิกเซลที่แฟน ๆ ของแฟรนไชส์นี้น่าจะไม่ค่อยคุ้นตากัน แต่รวม ๆ แล้วผมคิดว่าอาร์ตสไตล์โดยรวมก็อยู่ในระดับที่สวยงามดีใช้ได้อยู่ครับ พวกฉากแบ็กกราวด์หลายฉากก็ยังคงให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่อลังการในแบบของ God of War ถึงแม้หลายครั้งจะชวนให้สงสัยว่าไอ้พวกรูปปั้นไซส์เท่าภูเขานี่พวกพี่แกะสลักกันอีท่าไหนก็ตามที แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้างานภาพของเกมนี้ทำให้ภาพคม ๆ เส้นชัด ๆ เหมือนการ์ตูนไปเลยแทนที่จะเป็นพิกเซลนี่อาจได้รับการตอบรับที่ดีขึ้นรึเปล่าก็ไม่รู้นะ
เสียงประกอบ
ในส่วนของเสียงประกอบนั้น ส่วนตัวผมรู้สึกว่าอยู่ในระดับที่สมราคาแฟรนไชส์ครับ อย่างเพลงธีมหลักนี่ช่วงต้นนี่เลือกใช้เสียงเหมือนเกมเรโทรแล้วค่อย ๆ ไล่ระดับขึ้นไปเป็นดนตรีที่ยิ่งใหญ่อลังการในสไตล์ God of War และบรรยากาศโดยรวมในแง่ดนตรีมันก็ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับดนตรีจากยุคคลาสสิกที่เป็นภาคตำนานกรีกครับ ยิ่งพวกเพลงที่มีเสียงคนร้องคอรัสประกอบนี่ยิ่งใช่แบบไม่มีผิดเพี้ยน
การแปลไทย
สำหรับคุณภาพการแปลไทยของเกมนี้ ก็อยู่ในระดับมาตรฐานสำหรับเกมแปลไทยจาก SIE ครับ คือแปลใช้ได้ ไหลลื่น และก็ไม่มีจุดไหนที่เพี้ยนหรือประหลาด เพียงแต่ว่าเกมมาพลาดในแง่การแสดงผลตัวอักษรแทน คือยังคงมีสระซ้อนให้เห็น และการตัดคำขึ้นบรรทัดใหม่ที่ตกหล่นในหลาย ๆ ครั้ง แถมบางช่วงข้อความก็วิ่งไวเกินจนอ่านแทบไม่ทัน ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่านี่เป็นปัญหาจากการเลือกภาษาไทย หรือว่าภาษาอื่น ๆ ก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน เลยเป็นสิ่งที่ทำให้แอบขัดใจในระหว่างเล่นครับ
สรุป
God of War Sons of Sparta เป็นเกมสไตล์ Metroidvania ที่เล่นได้เพลิน ๆ มีเนื้อหาให้ตามเก็บเยอะพอควร และแม้ว่าจะตัดความเป็น God of War ออกไปมันก็ยังเป็นเกมที่สนุกในตัวมันเองอยู่ แม้ว่าจะมีข้อขัดข้องอยู่ในแง่ระบบการเล่น และจุดที่ยังเก็บงานไม่ค่อยเนี้ยบประปราย แต่รวม ๆ แล้วถ้าคุณชอบ Metroidvania เป็นทุนเดิม นี่ก็จะเป็นอีกเกมที่คุณจะได้ออกสำรวจฉากและหาความลับต่าง ๆ จนเพลินครับ












