Reviews

Marvel’s Wolverine – รีวิว [REVIEW]

โดย ปอลนาโช่

รีวิว Marvel’s Wolverine

*ขอขอบคุณ Sony Interactive Entertainment สำหรับโค้ดรีวิวมา ณ โอกาสนี้ครับ
**รีวิวนี้เล่นบน PlayStation 5

ก่อนเข้าเรื่อง ขอให้ทราบโดยทั่วกันก่อนว่า ภาพที่คุณเห็นต่อไปนี้ มาจากเกมที่ผมเล่นบนเครื่อง PS5 ธรรมดาในโหมดเน้นประสิทธิภาพ (ไม่ใช่คุณภาพนะ) ผลที่ได้ก็จะประมาณนี้ ส่วนทุกอย่างที่ปรากฏก็เลือกมาให้ชมภายใต้ข้อตกลงเรื่องการเปิดเผยเนื้อหาจากเกม ที่ได้รับอนุญาตแล้ว ซึ่งก็ไม่มากเท่าไหร่หรอก แค่ช่วงต้นเกมเท่านั้น ไม่ต้องกลัวโดนสปอยล์ แต่ถ้าใครไม่อยากรับรู้เลย ต้องการไปเล่นเองมากกว่า..ก็ไม่ว่ากัน

เอาล่ะ มาเริ่มกันเลย โดยผมนายปอลนาโช่ คนละคนกับคุณรีโวลเวอร์โอซีลอต ที่เป็นคนไปลองเล่นเกมตัวทดสอบแล้วทำพรีวิวไปก่อนหน้านะครับ แต่ผมจะมาเล่าหลังเล่นจบเกม 100% โดยจะจับประเด็นให้ต่อกันไปเลย ใครยังไม่ได้ดูวิดีโอพรีวิวดังกล่าว ย้อนไปดูได้ในช่องไทยเกมวิกิเดียวกันนี้

เนื้อเรื่อง และการโชว์ฝีมือของนักแสดงเบื้องหลัง

อันดับแรกกับหัวข้อสตอรี่ของ Marvel’s Wolverine ซึ่งในภาคนี้ ทีมงาน Insomniac Games เขาไม่ได้ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนเล่มใดเล่มหนึ่ง หรือจากหนังภาคไหนโดยเฉพาะ แต่เป็น “เนื้อเรื่องออริจินัล” ที่เขียนขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยใช้วิธีดึงองค์ประกอบคลาสสิกจากประวัติของวูล์ฟเวอรีนมาผสมผสานกัน

ตัวเกมดำเนินเรื่องอยู่ในจักรวาลเกมของ Insomniac เอง ที่มีชื่อเรียกว่า Earth-1048 มีชื่อเล่นในวงการว่า Gamerverse ซึ่งเป็นจักรวาลเดียวกับเกม Marvel’s Spider-Man และ Miles Morales ทำให้เนื้อเรื่องภาคนี้อยู่ในโลกใบเดียวกันกับไอ้แมงมุม

พล็อตของ Marvel’s Wolverine เล่าเรื่องของ James “Logan” Howlett ในโลกที่กลุ่ม X-Men ยังไม่ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการ และเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ ต้องหลบซ่อนตัวจากสังคม โดยหลังจากที่โลแกนเคยทิ้งกลุ่มปฏิบัติการลับ “ทีม X” ไปนานถึง 3 ปี แต่อดีตอันมืดมนก็ตามรามือไม่เลิก เมื่อมหาเศรษฐี Bolivar Trask เริ่มออกล่าและลักพาตัวเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์โลแกนจึงจำใจต้องกลับมารวมตัวและสืบเรื่องราวในภารกิจเสี่ยงตายเพื่อปกป้องพรรคพวกมนุษย์กลายพันธุ์อีกครั้ง

ซึ่งทีม X เฉพาะกิจในคราวนี้ นำโดยมันสมองหลักของกลุ่มอย่าง Nathaniel Essex เจ้าของสถาบัน The Essex Institute ในแคนาดา หมอนี่รับบทโดยนาย ทรอย เบเกอร์ คนดีคนเดิมของวงการเกม โผล่ไปได้ทุกเกมจริง ๆ เลยเชียว

ส่วนสมาชิกทีมคนอื่น ๆ ก็ได้แก่ เซเบอร์ทูธ มิสทีค ก่อนจะได้ตัว จีน เกรย์ เข้ามาช่วยในเวลาต่อมา

เอาล่ะ พอแค่นี้สำหรับการบอกเล่าเนื้อเรื่อง แต่ผมจะขอวิแคะหลังรับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว ก็ขอสรุปเลยว่า หัวข้อนี้แหละ คือจุดดีจุดเด่นทั้งหมดของเกมนี้ (ก่อนจะไปเป๋ตรงจุดอื่น 555) โดยจากการออกแบบให้ตัวเกมเป็นแนวแอ็กชันผจญภัยแบบเส้นตรงแหนว ไม่มีความโอเพ่นเวิลด์ใด ๆ มาเจือปน ทำให้คนเล่นเหมือนถูกจับนั่งรถรางแห่งการเสพสตอรี่ ดื่มด่ำไปกับความทุกข์รันทด ของทั้งโลแกนและเหล่าชาวมิวแทนต์ แหมชีวิตกลายพันธุ์มันช่างบัดซบเสียนี่กระไร

ตลอดทั้งเกม คนเล่นจะได้พบกับการเปิดเผยความลับ, จุดหักมุม, เซอร์ไพรซ์ต่าง ๆ ที่เขียนบทออกมาได้สนุกพอตัว เหมือนดูหนังนั่นแหละคุณ แถมได้บรรดานักแสดงยอดฝีมือทั้งนั้นมารับบทตัวละครหลัก บอกเลยว่า “หน้าตาอาจไม่ถูกใจ แต่แอ็กติ้งการเคลื่อนไหว นั้นสุดยอดแน่นอน” โดยเฉพาะ จีนเกรย์ และมิสสสส…เตอร์….Essex เล่นดีตีบทแตกทุกฉากทุกองค์

โดยเฉพาะ ช่วงซีเควนต์จบเกม เป็นฉากยาวต่อเนื่องไปจนฉากจบ แม่งคือความพีคของเกมจากค่ายนี้แล้วครับ ทำดีก็ต้องชมนะ ส่วนจุดที่ทำไม่ดี เดี๋ยวเจอกันหัวข้อต่อ ๆ ไป….

ขอเสริมนิดนึงเกี่ยวกับฝีมือการแสดงของ เลียม แม็คอินไทร์ ในบทบาทของวูล์ฟเวอร์รีน ก็ต้องขอปรบมือให้เลยว่าทำหน้าที่ได้ดี เขาตีบทแตกเลยนะ แต่….มันจะให้บรรยากาศและฟีลลิ่งที่แตกต่างจาก ฮิวจ์ แจ็กแมน แบบชัดเจนครับ คนละเรื่อง-คนละคน กันเลย ดังนั้นขอแนะนำให้ซึมซับเนื้อเรื่องไปตามแต่เขาจะพาไป แล้วคุณจะเสพงานได้อย่างมีสันติในหัวใจ เพราะหากไปตั้งธงใด ๆ ไว้แล้วล่ะก็ คุณจะผิดหวังเอาเองเสียมากกว่า

สำหรับผม พี่ฮิวจ์เป็นตัวแทนของความแมนเต็มพิกัด ดูเป็นคนที่พึ่งพาได้ โผล่มาต้องมีเฮ แต่โลแกนในเกมนี้ จะออกแนวคนมีปมด้อย แถมขี้โมโห เอะอะใช้กำลัง โดยนายเลียมถ่ายทอดทุกการแหกปากร้องตะโกนได้คุ้นตาผมมาก คุ้นจนผมต้องไปค้นงานเก่า ๆ ดูก็แทบร้อง อ๋อ เพราะฉากแหกปากแล้วกระโจนใส่ข้าศึกนี่มัน…สปาร์ตาคัส ชัด ๆ เลยนี่หว่าเฮ้ย!

อย่างไรก็ดี ในสายตาของผม ผมรู้สึกว่านายเลียมแกถ่ายทอดความรู้สึกในฉากรัก, ฉากเศร้าจัด ๆ ที่ต้องบีบเค้นอารมณ์ ได้ดีกว่าฉากบู๊ดุ ๆ เยอะเลยนะ (เพราะฉากโมโหของวูล์ฟตัวน้อย…บางครั้งมันดูตลกชิหัยเลย เวลากรีดร้องใส่ศัตรูร่างยักษ์สูง 2-3 เมตรไรงี้) ซึ่งผมก็เชื่อว่า แกเอาอยู่นะ กับบทบาทใหม่ แล้วน่าจะจองบทนี้ไปได้ยาว ๆ ในภาคต่อ ๆ ไปด้วย

เกมเพลย์ (ความโหดที่เดี๋ยวก็ชิน, โครงสร้างเกมแบบเส้นตรงที่นำไปสู่ปัญหา)

เกมจะพาโลแกนเดินทางข้ามทวีปไปทำภารกิจในสถานที่ต่าง ๆ เช่น แคนาดา, ญี่ปุ่น และเกาะแมดริปัวร์ (บรรยากาศคล้าย ๆ เวียดนาม) ผ่านการต่อสู้ไม่หยุดหย่อน ทั้งสู้ตรง ๆ แบบถีบประตูหน้าเข้าไปหวดเขาดื้อ ๆ ไปจนถึงการเล่นลอบเร้น ทั้งหมดทั้งมวลนี้ คนเล่นจะรู้สึกว่ามันโหดเลือดสาด…แค่ช่วงแรกครับ เชื่อผม เพราะพอเล่นไปนาน ๆ คุณจะชินชา จนไม่ได้รู้สึกว่ามันโหดอะไรเท่าไหร่ ไอ้มุกเสียบหงเสียบหัว เกมอย่าง AC ธงดำ หรือ ผีสึชิม่า ก็เสียบก็ฟันกันแขนขาปลิวแทบทั้งเกม… เฉย ๆ ครับบอกเลย แค่อย่าให้เด็กเล็กเล่นเป็นพอ

แต่มันมี…ปมเล็ก ๆ ที่ติดใจผมอยู่อย่าง นั่นคือเกมนี้ใช้ปุ่ม L1 ในการกดป้องกัน กดให้ถูกจังหวะก็เป็นการแพร์รี่ แต่ทีนี้ มันไม่มีท่วงท่า “การวืด” ทำให้ หากคุณกดโจมตีรัว ๆ ไปพร้อมกับปั๊มปุ่ม L1 ไปด้วย มันก็จะทั้งสู้ทั้งกันได้ไปในตัว…แบบนี้มันดีมั้ยวะคุณ? โปรดช่วยกันพิจารณา…

ทางด้านการเล่นลอบเร้น ก็ทำออกมาได้…ค่อนข้างแย่ ไม่สมจริง ออกแบบพื้นที่ไม่ดี เล่นไม่สะดวก สุดท้ายเลยไม่สนุก แถมการออกแบบ “หญ้ากำบัง” ก็…ยังไม่ผ่านนะ Insomniac

ส่วนการเดินเกมจะเป็นเส้นตรงตามภารกิจเนื้อเรื่องเป็นหลัก ถึงแม้ว่าบางฉากจะมีความกว้างขวางและซับซ้อน อาทิ ฉากญี่ปุ่นที่ให้คนเล่นรู้สึกเหมือนได้เล่นเกมริวกะโกตาคุ ในบทของโลแกน มันก็ทำมาเพื่อให้ตัวเอก วิ่งไปหาจุดเดินเรื่องต่อแค่นั้น ไม่ได้มีกิจกรรมอะไรในลักษณะของเกมโอเพ่นเวิลด์

โดยเขาพยายามขยายฉากให้ดูกว้างเกินจริงด้วยภารกิจที่จะให้คุณไปตามหาวัตถุตามมุมฉากไกลๆ กัน เพื่อเพิ่มระยะการเดินทางนั่นแหละ

ทีนี้ ปัญหาแรกที่มาจากการออกแบบดังกล่าวก็คือ Marvel’s Wolverine จะมีระบบการเลเวลอัปตัวละคร พวกท่าสกิลต่าง ๆ อ่ะครับ แล้วทีนี้ ถ้าอีเวนต์ให้เล่นมันน้อย ทำไงดีเอ่ย? อย่ากระนั้นเลย เราเอามุกแรทเชต แอนด์ แคลงก์ มาเล่นอีกทีดีกว่า ใช่แล้วครับ ในฉากจะมีถัง Exp ให้ไล่ตีแบบเกมนั้นเลยแหละ เป็นไงล่ะ ย้อนยุค หรือหมดมุก คุณคิดกันเอาเอง อยากอัปของ อัปเวลเหรอ ไล่ตีไปดิ ไล่เปิดกล่องสมบัติด้วยนะ จะได้วัตถุดิบมาสร้างชุดสวย ๆ ใส่

ประเด็นที่ชวนให้ร้อง “เอ๊ะ” ลำดับต่อมาก็คือ เกมนี้เขาจะมีโหมดเกมแยกที่ชื่อว่า “ไนต์แมร์ไทรอัล” เป็นโหมดแชลเลนจ์แบบต่าง ๆ ให้โลแกนเข้าไปทำภารกิจตามเงื่อนไขเพื่อ “ปลดล็อกความทรงจำ” โหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อเติมมิติความลึกของทั้งเนื้อเรื่องและตัวละคร ยิ่งพี่(หรือลุงดีวะ) โลแกนของเราแกอยู่มานาน ฟามจำเลอะเลือน ต้องคอยทบทวนบ่อย ๆ

อ้าว! แล้วทีนี้พอฉากไม่ใช่โลกเปิด แล้วเราจะใส่ทางไปเล่นโหมดนี้ยังไงดีวะ…ใส่แม่งกลางด่านเลยแล้วกัน! ใช่แล้วครับ ประตูทางเข้าโลกความทรงจำไนต์แมร์ไทรอัล มันจะโผล่มากลางทางดื้อ ๆ เลย ไม่ว่าระหว่างนั้น เรื่องราวจะดราม่ากินใจแค่ไหน หรือบู๊ดุเดือดติดพันเพียงใด ….พอประตูโผล่มาคุณก็ต้องแวะเดินเข้าไปเล่นโหมดแยกแบบงง ๆ กระชากอารมณ์กันสุด ๆ ไปเลย สงสัยอยากให้เราเข้าใจความเพี้ยนในสมองของลุงโลแกนนั่นเอง

นึกภาพ..พอเราเคลียร์ไนต์แมร์ไทรอัลได้แล้วกลับออกมา พวกศัตรู(ที่รอกันอยู่) คงเหวอ ๆ ว่า “มึงหายไปไหนมาวะ”

ข้อสังเกตเรื่องการเก็บงาน (ฉากไม่เนี้ยบ, ปัญหาการแสดงผล, การออกแบบเส้นทางและโลกในเกม)

จริง ๆ หัวข้อนี้มันต่อเนื่องมาจากเกมเพลย์ แต่ผมขอแยกออกมาดีกว่า เพราะมันเป็นประเด็นเกี่ยวกับงานด้านกราฟิกด้วย สำหรับข้อติติงที่ผมอยากเล่าสู่กันฟังข้อแรกก็คือ…ผมจะพูดยังไงดีนะ คือผมคิดว่า Marvel’s Wolverine เก็บงานได้ไม่ดีเลยครับ คุณภาพด้าน “งานภาพ” ไม่เนี้ยบอย่างน่าใจหาย ฝีมือตกจากสมัยไอ้แมงมุมเยอะเลย ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นระหว่างการพัฒนา ดูไม่สมกับเป็นเกมเอกจากค่ายโซนี่ผู้เกรียงไกร ยกตัวอย่างที่เจอบ่อยคือ ตัวละคร (ทั้งฝั่งเราและศัตรู) จมทะลุฉาก ซ้อนทับอ็อบเจ็กต์ บางครั้งวัตถุซ้อนทะลุเข้าไปในแขนตัวละคร แล้วติดมาเข้าฉากคัตซีนเฉย หรือหนักสุดคือ ตัวโลแกนล่องหนในฉากอินเกมคัตซีน แล้วแม่งเป็นฉากซึ้ง ๆ ด้วยนะ กลายเป็นจีน เกรย์ ยืนคุยกับกำแพงซะงั้น

ด้านการออกแบบเกมให้เราวิ่งเป็นเส้นตรง ทำให้หากคุณหลงทาง หรือหลุดจาก “ลู่วิ่ง” ที่เขากำหนดไว้ คุณจะหาทางลัดกลับเข้ามาจุดเดิมโคตรไม่สะดวก เช่นตกไปในหลืบที่ปืนไม่ได้ ตกน้ำก็ไม่ได้ ตายทันที สุดท้ายทำไง ก็ต้องวิ่งย้อนมาทางเดิม เพื่อไปตามลู่วิ่งที่เขากำหนด ซึ่งอะไรแบบนี้ผมมองว่ามันไม่ยืดหยุ่น และดูล้าสมัยมากเลย

ทิ้งท้ายเรื่องการแปล, และหากเปรียบเทียบกับเกมสไปเดอร์แมน

“ไอ้เตี้ย ๆ” พี่โลแกนเราโดนเรียกแม่มทั้งเกมเลยชื่อนี้ โดยเฉพาะพี่ถึกเซเบอร์ทูธ ซึ่งทีมงานแปลไทยก็จัดให้จัดเต็ม แปลกันสนุกปากสนุกมือ ใส่กันไม่ยั้ง คำด่าต่าง ๆ มากมาย พ่นออกมาจากทั้งตัวเอก ตัวรอง และตัวประกอบ หยาบดิบแต่ไม่หยาบโลน ถือว่าผลงานดี ผมให้ผ่าน

อ้อ ชุดในเกมนี้ก็มีเยอะมากมายให้เราได้สร้างมาสวมใส่ ยิ่งสร้างชุดได้มากก็สามารถปลดล็อกพลังชีวิตเพิ่มขึ้นได้ด้วย และเลือกรูปแบบกรงเล็บได้ตามลอร์ของตัวละคร ถือว่าเป็นเสน่ห์จุ๋มจิ๋มให้กับตัวเกมได้ดี

ถ้าหากจะให้ลองเปรียบเทียบกับเกมสไปเดอร์แมน ผมมองว่าไอ้แมงมุมนำเสนอด้านสว่างของชีวิต ด้านของความสนุกสนาน ความสดใส และการเติบโตผ่านช่วงวัยต่าง ๆ เล่นจบแล้วรู้สึกอิ่มเอม ส่วนวูลฟ์เวอรีน สะท้อนด้านความร่วงโรยของสิ่งมีชีวิต มันมีด้านที่สอนใจเราได้เหมือนกันนะ แต่สะท้อนผ่านความเศร้า การสูญเสีย การลาจาก และสอนให้เราทำความเข้าใจมันและให้มองหาคุณค่าของชีวิตและความรัก ถ้าสไปเดอร์แมนคือเกมอย่างอันชาร์จเท็ด วูล์ฟเวอรีนก็เดอะลาสต์ออฟอัส แบบนั้นอ่ะคุณ มันดีทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบแบบไหน

สรุปกันเถอะ

สรุปสั้น ๆ Marvel’s Wolverine เป็นเกมที่มีเนื้อเรื่องดี และนำเสนอบทบาทการแสดงที่ดีมาก แต่มีปัญหาเรื่องเก็บงานไม่เนี้ยบ เสียชื่อโซนี่เขาหมด ถามว่าเล่นได้มั้ย ตอบว่าควรเล่น เกมสู้สนุก เรื่องราวกินใจ ถ้าคุณมองข้ามปัญหาหยุมหยิมต่าง ๆ ที่ผมแซะมาข้างต้นได้ ก็เล่นได้เลย (แถมอีกนิด เกมนี้มีภาคต่อหรือ DLC ตามมาแน่นวน เพราะตอนจบทิ้งปมไว้เบ้อเร่อเลย รอเล่นกันยาว ๆ)

The Review

75% สู้สุดตีนไปกับลุงวูล์ฟสลิ้งแตก

ที่ผ่านมา..เกมอย่างไอ้แมงมุมเปรียบได้ดังด้านสว่างของชีวิต ด้านความสดใส และการเติบโตผ่านช่วงวัยต่าง ๆ ขณะที่ลุงโลแกนในเกมนี้นั้น จะหันมองไปที่ความร่วงโรยของชีวิต มันมีด้านที่สอนใจเราโดยสะท้อนผ่านความเศร้า การสูญเสีย การลาจาก และสอนให้เราทำความเข้าใจมันและให้มองหาคุณค่าของชีวิตและความรัก ขอเชิญรับชมบทวิจารณ์หลังเล่นจบ กับเกมเด่นอีกเกมของปีนี้ "Marvel's Wolverine"

75%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์