Reviews

Warhammer 40,000: Dark Heresy – บอกกล่าวเล่าเรื่อง Closed Beta

พรีวิว Warhammer 40,000: Dark Heresy

*ขอขอบคุณ OWLCAT GAMES สำหรับโค้ดพรีวิวมา ณ โอกาสนี้ครับ

หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับบทบาทพ่อค้าอวกาศผู้ทรงอิทธิพลใน Rogue Trader ทางทีมพัฒนาคู่บุญสาย cRPG อย่าง Owlcat Games ก็ไม่ปล่อยให้แฟน ๆ จักรวาลค้อนสงครามต้องรอนาน พวกเขากลับมาอีกครั้งพร้อมโปรเจกต์ใหม่อย่าง Warhammer 40,000: Dark Heresy ซึ่งในคราวนี้ ตัวเกมได้ทำการปรับเปลี่ยนสเกลจากการคุมกองยานรบระดับมหภาค ลงมาสู่สงครามสืบสวนสอบสวนในเงามืดที่เต็มไปด้วยความกดดัน ตึงเครียด และซื่อตรงต่อรากเหง้าดั้งเดิมของระบบเกมสวมบทบาทฉบับกระดานปี 2008 เป็นอย่างยิ่ง

เนื้อเรื่อง: การไต่สวนในข้อหาฉกรรจ์

ความน่าสนใจของเนื้อหาเริ่มต้นจะนำพาผู้เล่นเข้าสู่บทบาทของ Acolyte หรือกลุ่มผู้รับใช้ชั้นผู้น้อยในหน่วยงานอินควิซิชัน (The Inquisition) ซึ่งเป็นองค์กรลับที่มีหน้าที่ตามล่าและกำจัดลัทธินอกรีตในจักรวรรดิ ทว่าตัวเกมไม่ได้เปิดฉากมาให้เราเป็นฮีโร่ผู้เก่งกาจ ตรงกันข้าม ฉากโปรล็อกจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ยานอวกาศและภารกิจก่อนหน้าเกิดความพินาศย่อยยับ ตัวผู้เล่นจะถูกจับกุมและถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการไต่สวนอย่างเข้มงวด ในข้อหาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ท่านอินควิซิเตอร์ (Inquisitor) ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาต้องเสียชีวิตในระหว่างภารกิจ

แต่นั่นเป็นเพียงบททดสอบเพื่อพิสูจน์ความจงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิ เมื่อผ่านพ้นการรีดเค้นความจริงมาได้ เราจะได้รับภารกิจอย่างเป็นทางการให้เดินทางไปยังเขตอวกาศ Calixis Sector เพื่อสืบสวนแผนการสมคบคิดอันยิ่งใหญ่ที่เกี่ยวพันกับลัทธิมืด ปรากฏการณ์ดวงดาว Tyrant Star และความฉ้อฉลภายในโครงสร้างอำนาจของจักรวรรดิเอง ซึ่งโครงเรื่องลักษณะนี้ถือเป็นจุดแข็งที่สร้างความน่าติดตามและเคร่งขรึมได้ตั้งแต่นาทีแรก

ระบบเกมเพลย์: สมุดบันทึกยุทธวิธี และทางเลือกสีเทา

ในแง่ของระบบการเล่น ตัวเกมยังคงรักษาแนวทางแบบ Party-based cRPG มุมมองจากด้านบนเอาไว้ แต่สิ่งที่ถูกเสริมเข้ามาและถือเป็นหัวใจหลักคือ ระบบการสืบสวน ผู้เล่นจะต้องทำหน้าที่คล้ายนักสืบไซไฟ คอยสำรวจสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมหลักฐาน เค้นคอพยาน และนำเบาะแสเหล่านั้นมาประติดประต่อกันในสมุดบันทึก (Investigation Journal) ทางเลือกในการสะสางคดีมีความยืดหยุ่นสูงมาก คุณสามารถเลือกที่จะทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ผู้เที่ยงตรง ค้นหาความจริงจนหยดสุดท้าย หรือจะเลือกวิธีที่ง่ายกว่าด้วยการยัดข้อหาให้กับผู้ต้องสงสัยที่ดูน่าสงสัยที่สุด เพื่อปิดคดีให้จบ ๆ ไป แล้วปล่อยให้บรรยากาศความกลัวทำหน้าที่ของมันเอง

แน่นอนว่าเมื่อบทสนทนาไม่เป็นผล ตัวเกมจะตัดเข้าสู่ระบบต่อสู้แบบเทิร์นเบสทันที ซึ่งผู้เล่นที่เคยผ่านเกม Rogue Trader มาก่อนจะสามารถทำความเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานได้ไม่ยาก แต่จะมีการปรับปรุงระบบพลังงานและสกิลเฉพาะตัวของแต่ละคลาสตัวละครให้มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น การบริหารพลังจิตของสายไซเกอร์ (Psyker) ที่หากใช้มากเกินไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติจากมิติมืด (Perils of the Warp) ได้ตลอดเวลา

ข้อสังเกตจากประสบการณ์ในช่วง Closed Beta

แม้ว่าทิศทางโดยรวมและบรรยากาศแบบ Grimdark จะทำออกมาได้ยอดเยี่ยมและน่าประทับใจเพียงใด แต่จากการที่ผมได้สัมผัสตัวเกมในเวอร์ชัน Closed Beta นี้ ก็พบว่ายังมีจุดสังเกตสำคัญที่ตัวเกมจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงก่อนการวางจำหน่ายจริงอยู่หลายประการ

ประการแรกคือ ระดับความยากและการสมดุลพลัง ตัวเกมมีการไต่ระดับความยากที่ค่อนข้างก้าวกระโดดและไร้ความปรานีต่อผู้เล่นหน้าใหม่ ศัตรูในหลาย ๆ ฉากมีค่าสถานะที่สูงเกินไปจนทำให้การปะทะบางช่วงกลายเป็นการลองผิดลองถูกซ้ำ ๆ มากกว่าการใช้กลยุทธ์เชิงลึก ประการต่อมาคือ ปัญหาด้านประสิทธิภาพและบั๊กทางเทคนิค ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ค่อนข้างบ่อยในช่วงเบต้านี้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาการติดขัดของมุมกล้องในพื้นที่ต่างระดับ รวมถึงบั๊กด้านอนิเมชั่นและการแสดงผลของอินเตอร์เฟซที่ยังคงขาดความลื่นไหล ซึ่งจุดบกพร่องเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการขัดเกลาอีกมากพอสมควร

บทสรุปความคาดหวัง

โดยสรุปแล้ว แม้จะยังมีอุปสรรคทางเทคนิคให้เห็นตามประสากลุ่มตัวอย่างช่วงเบต้า แต่ Warhammer 40,000: Dark Heresy ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมในการเป็นเกมสืบสวนระดับคุณภาพ มันคือการตีความโลกอันมืดมนของจักรวรรดิมนุษย์ออกมาได้อย่างมีชั้นเชิงและเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง คอเกมสายเนื้อเรื่องหนัก ๆ และแฟนเดนตายสายแทคติกเตรียมตัวรอกันได้เลย ยิ่งถ้าทีมงานสามารถนำข้อบกพร่องเหล่านี้ไปแก้ไขในตัวเกมเวอร์ชันสมบูรณ์ได้สำเร็จ นี่จะเป็นอีกหนึ่งผลงานขึ้นหิ้งของค่าย Owlcat Games อย่างแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์