รีวิว Two Point Hospital: Full Health Collection
*ขอขอบคุณ SEGA สำหรับโค้ดรีวิวมา ณ โอกาสนี้ครับ
**รีวิวนี้เล่นบนเครื่อง Playstation 5 เครื่องธรรมดา

ถึงผมจะผ่านมือการบริหารวิทยาลัยและพิพิธภัณฑ์มาแล้ว แต่จุดเริ่มต้นที่ทำให้ซีรีส์ Two Point เดินทางมาถึงวันนี้อย่าง Two Point Hospital กลับยังไม่เคยถูกติดตั้งในเครื่องเล่นเกมของผมสักครั้งเดียว และในโอกาสดีที่ Two Point Hospital เวอร์ชัน Full Health ลงให้คอนโซลเรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่จะเปิดประตูโรงพยาบาล แล้วมาวินิจฉัยกันว่าเกมเวอร์ชันนี้ยังดีและเหมาะสมกับใคร?
ขอสารภาพตามตรงว่า หลังจากที่ได้เล่นเกมสองภาคล่าสุดแล้วกลับมาเล่นภาคแรก อะไรมันก็ไม่ตื่นตาตื่นใจเท่าที่ควรครับ เพราะเราเห็นแผลกับจุดอ่อนที่ตัวเกมภาคแรกทิ้งเอาไว้ และถูกแก้ไขแล้วในภาคหลัง ๆ รวมถึงข้อจำกัดของเกมเพลย์ที่ก็ชี้ให้เห็นได้หลายจุด

ผมพยายามนึกย้อนไปช่วง 7 ปีก่อน ที่ตัวเกมวางขายครั้งแรก Two Point Hospital ก็น่าจะเป็นเกมที่สร้างความบันเทิงให้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะคอเกม Simulation และมันยังโอบรับคนเล่นเกมหน้าใหม่ด้วยงานออกแบบ UX UI ให้เข้าใจง่าย เพดานการเรียนรู้เกมไม่สูงเกินไป แต่ก็ยังมีความลึกในระดับนึง
เราได้รับบทให้เป็นผู้บริหารโรงพยาบาล ตั้งแต่การวางแผนกต้อนรับผู้ป่วย การสร้างห้องตรวจ ห้องวินิจฉัยโรค การจ้างคนให้ตรงกับหน้าที่ ที่สำคัญที่สุดคือการจัดการเงินในกระเป๋าให้มีสภาพคล่องตลอดเวลา เพิ่มชื่อเสียงให้โรงพยาบาลไปพร้อมกับดาว

ถ้าพูดในแง่ความสนุก เท่าที่พอจะพูดได้สำหรับ Two Point Hospital ก็คือเล่นได้ในระดับเพลิน ๆ ครับ เกมจะเน้นให้เราจัดการความคาดหวังของทั้งผู้ป่วยและบุคลกากรของเราเอง ต้องมีห้องน้ำเพียงพอ มีตู้กดอาหาร ตู้กดน้ำ รวมถึงการตัดสินใจว่าจะส่งผู้ป่วยกลับบ้าน หรือให้พวกเขาเรารอ เพื่อที่เราจะได้สร้างห้องรักษาพวกเขาให้ถูกโรค
ถึงเกมจะมีฉากให้เล่นมากมาย แต่ส่วนใหญ่จุดเริ่มต้นของแต่ละครั้งมันก็จะเหมือนเดิม นั่นคือยังไงคุณก็ต้องมีห้องตรวจยืนพื้น แล้วค่อยสร้างห้องอื่น ๆ เพื่อรองรับคนป่วยโรคต่าง ๆ วนเป็นลูปไปในแต่ละรอบ ยิ่งเรารักษาผู้ป่วยได้เยอะเท่าไหร่ ค่าชื่อเสียงของเราก็จะเพิ่มขึ้น คนก็เลือกจะมาใช้บริการมากขึ้น และนั้นเป็นทั้งข้อดีและเรื่องท้าทายไปในตัวว่าคุณจะขยับขยายกิจการของคุณได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน

จุดที่ผมค่อนข้างมีปัญหาก็คือบรรดาตัวละครมันไม่ทำสิ่งที่ควรทำครับ เช่น เป็นหมอก็ไม่ยอมเดินไปเข้าห้องตรวจ ทั้งที่ก็ไม่ได้มีความต้องการอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีไอเท็มหรือคนมาบล็อกเส้นทาง แต่ยืนส่ายไปส่ายมาอยู่หน้าห้อง จนต้องลากตัวไปวางไว้ที่โต๊ะ
หนักสุดก็คือพี่แกเหมือนโดนอะไรบางอย่างสิงให้ยืนอยู่นิ่ง ๆ ทำอะไรไม่ได้ ลองตัดสินใจกดไล่ออกแล้วก็ไม่เป็นผล หรือคนไข้บางคนที่ยืนกดตู้กินน้ำ ต้องไปกดคำสั่งให้เดินเข้าห้องตรวจสักที เรื่องพวกนี้ผมคิดว่าควรจะแก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยีที่ดีขึ้น แต่ก็ยังมีให้เห็น
อีกปัญหาหนึ่งตั้งแต่ภาควิทยาลัยจนถึงพิพิธภัณฑ์และเพิ่งมารู้ว่าภาคนี้ก็มีปัญหาเหมือนกันนั่นคือเกมมันมันช้าในหลาย ๆ จุด ตัวอย่างที่เห็นชัดก็คือการสั่งให้คนของเราอัปเกรดเครื่องมือ ซึ่งใช้เวลานานมาก ไปจนถึงการเข้าห้องอบรมฝึกฝนทักษะก็ใช้เวลานานไม่แพ้กัน ทำให้การจัดการโรงพยาบาลจะมีปัญหาเยอะ เมื่อมีคนหายไปเรียนหนังสือ
ซึ่งในภาคต่อ ๆ มาคือภาคพิพิธภัณฑ์ ก็แก้ปัญหานี้ไปได้ระดับนึงแล้ว แต่พอได้กลับมาเล่นภาคเดิมมันก็อดที่จะพูดถึงไม่ได้

เห็นบ่นไปมากมาย แต่นี่ก็ยังนับเป็นเกมที่ดีเกมนึง โดยเฉพาะอารมณ์ขันที่เป็นลายเซ็นของซีรีส์ก็ฉายแววตั้งแต่ภาคนี้แล้ว คุณจะได้พบกับโรคประหลาดมากมาย อย่างโรคที่เปลี่ยนหัวผู้ป่วยเป็นหลอดไฟ แล้ววิธีการรักษาก็คือใช้เครื่องดึงหัวหลอดไฟออก ทำการพิมพ์หัวใหม่เอาไปใส่แทนที่ (แอบขนลุกอยู่นิดนึง) แปลกทั้งตัวโรคและวิธีการรักษา มันคือเอกลักษณ์ที่ทำให้คนหลงรัก Two Point ที่ภายนอกอาจดูเบาสมอง แต่เกมเพลย์ก็ซีเรียสพอตัว
สิ่งที่เป็นจุดแตกต่างและทำให้รีวิวนี้ไม่ใช่การสับเกมเก่ามากเกินไปก็คือ มันเป็นเวอร์ชันที่ถูกดัดแปลงลงคอนโซลครั้งที่ 2 ครับ (มันมีอะไรพิเศษ เดี๋ยวไปดูกัน)
หลังจากที่ผมเล่นเกมซีรีส์นี้บน PC มาตลอด พอได้มาลองกับมือบนคอนโซลเป็นครั้งแรก ก็ต้องบอกเลยว่าเกมทำการเชื่อมโยงปุ่มและคำสั่งต่าง ๆ ได้ดีแล้ว คนเล่นสามารถเลือกและสร้างสรรค์โรงพยาบาลของตัวเองได้สะดวก เป็นธรรมชาติ ถึงคุณจะเป็นมือใหม่หัดบริหาร เพดานการเรียนรู้ก็ไม่ได้สูง อาจจะมีติดขัดนิดหน่อยตอนที่อยากยกเฟอร์หรือไอเท็มเข้าออก

ถึงแบบนั้นเกมก็มาสะดุดกับหน้าจอดูข้อมูลครับ ในเกมนี้เราจะสามารถดูข้อมูลภาพรวมของโรงพยาบาล ทั้งลิสต์คนที่เราจ้างมา ผู้ป่วย และอีกมากมาย ซึ่งหน้าจอที่ว่ามานี้เองพอกดสลับไปมา เกมจะแสดงอาการกระตุกเหมือนโหลดไม่ทันให้เราเห็น ถึงมันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยและไม่ได้รบกวนประสบการณ์การเล่นสักเท่าไหร่ แต่ก็ขอมาหมายเหตุเอาไว้ให้รู้กัน (ตอนรีวิวนี้ออก อาจมีการแก้ไขไปแล้ว)
คราวนี้คำว่า Full Health ในชื่อชุดไม่ได้หมายถึงแค่ดัดแปลงมาลงคอนโซลเท่านั้น แต่หมายถึงการจัดเต็ม DLC และแพ็กต่าง ๆ เท่าที่เคยออกมาของ Two Point Hospital มัดรวมกันมาเสิร์ฟ ประมาณว่าไม่ต้องไปหาที่ไหนอีกแล้ว ซื้อตัวนี้คุณได้ทุกอย่าง มีทุกเฟอร์ (โดยเฉพาะใครอยากได้โปสเตอร์และแท่นตั้งโมเดลโซนิกเท่าตัวจริงไปวางในห้องพักพนักงาน) มีทุกโรค มีทุกของตกแต่งแบบสุดเพดานของภาคโรงพยาบาล รวมถึงส่วนเสริม:
Bigfoot
Pebberley Island
Close Encounters
Off the Grid
Culture Shock
Speedy Recovery
A Stitch in Time

ความคุ้มค่าและราคา
เป็นจุดที่ผมค่อนข้างลำบากใจที่จะตัดสิน แต่ผมจะบอกว่า ถ้าคุณยังไม่เคยได้สัมผัสซีรีส์ Two Point มาก่อน การมาเริ่มต้นกับภาคแรกที่เป็นโรงพยาบาลแบบฟูลออปชั่นก็นับว่าไม่เลว
แต่ใครที่เคยบริหารวิทยาลัยและพิพิธภัณฑ์มาแล้ว ผมค่อนข้างสองจิตสองใจเพราะคุณจะเจอประสบการณ์ย้อนกลับ ก็คือคุณจะได้เจอข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างที่เกมภาคนี้ยังไม่ตกตะกอนเท่าสองภาคหลัง มีลูกเล่นให้ทำน้อยกว่า เหมาะกับการเป็นเกมเช็กลิสต์ว่าได้เล่นซีรีส์นี้จนครบทุกภาค ไม่ค่อยเหมาะจะเอาไว้มาแทนสองภาคหลัง
