ตัวอย่างทริเลอร์ฝ่ายใหม่: Space Marines ปลดปล่อยขุมพลังใน Dawn of War IV
“เราจะปกป้อง Imperium จนถึงหยดเลือดสุดท้าย”
8 ตุลาคม 2026 เวลา 18:00 CET: Deep Silver และ KING Art Games ได้เปิดเผยข้อมูลเจาะลึกของฝ่ายที่สี่ซึ่งเป็นฝ่ายสุดท้ายสำหรับ Warhammer 40,000: Dawn of War IV โดยเผยโฉมสองแชปเตอร์ระดับตำนานของ Space Marines ที่สามารถเลือกเล่นได้ ได้แก่ Blood Ravens และ Dark Angels
รูปแบบการเล่นของฝ่าย Space Marines จะเน้นไปที่การขยายอาณาเขตอย่างมั่นคงและการจู่โจมแบบฉับพลัน (shock assaults) เพื่อทำลายกระบวนทัพของศัตรู แม้ว่าพวกเขาจะเป็นยูนิตระดับชนชั้นนำที่มีพลังทำลายล้างสูง แต่ก็มีจำนวนที่น้อยกว่าหากเทียบกับฝูงเอเลี่ยน xenos ดังนั้นการจัดวางตำแหน่งอย่างรอบคอบและความยืดหยุ่นทางแทกติกจึงเป็นสิ่งสำคัญในการกุมความได้เปรียบในสนามรบ
ณ สมรภูมิบนดาว Kronus สองแชปเตอร์ระดับตำนานได้ตอบรับเสียงเพรียกแห่งสงคราม ด้าน Blood Ravens ผู้ลึกลับจะเน้นไปที่การลาดตระเวน การลอบเร้นเจาะลึก (infiltration) และการโจมตีที่แม่นยำ โดยปฏิบัติการอยู่เบื้องหลังแนวรบของศัตรูเพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวกรองและเข้าโจมตีจุดอ่อน ในขณะที่ Dark Angels จะเน้นการเข้าปะทะตรง ๆ ด้วยพลังทำลายล้าง โดยการส่งกองกำลังหุ้มเกราะหนักเข้าจู่โจมอย่างดุดันและต่อเนื่องด้วยปืนใหญ่ระดับทำลายล้าง
สำหรับผู้นำทัพ Space Marines เข้าสู่การรบในครั้งนี้ ได้แก่ กัปตัน Cyrus จาก Blood Ravens และ Astoran จาก Dark Angels โดย Cyrus จะมีความเชี่ยวชาญด้านการลอบเร้น การยิงสไนเปอร์ และการเรียกสนับสนุนการโจมตีทางอากาศที่แม่นยำยำ ส่วน Astoran จะเป็นแม่ทัพแนวหน้าชูโรงด้วยชุดเกราะ Terminator อันทรงพลังที่ทำให้เขาแทบจะไร้เทียมทาน
ถล่มสมรภูมิให้ราบคาบด้วยห่าฝน Drop Pods ปลดปล่อยความเกรี้ยวกราดด้วยการโจมตีจากวงโคจร (Orbital Bombardments) พร้อมบัญชาการเหล่านักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษยชาติ ซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายในการต่อต้านความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา
Warhammer 40,000: Dawn of War IV มีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ธันวาคม 2026 โดยผู้ที่ซื้อตัวเกมเวอร์ชัน Commander Edition จะได้รับสิทธิ์เข้าเล่นล่วงหน้าก่อน 3 วัน (3-Day Early Unlock) ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายนเป็นต้นไป ซึ่งทั้งสองเวอร์ชันเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้า (Pre-order) แล้ววันนี้พร้อมรับส่วนลด 10% ทั้งนี้มหาสงครามจะยังคงดำเนินต่อไปอีกยาวนานหลังเกมเปิดตัว โดยเนื้อหาในปีแรก (Year One) จะมีการอัปเดตฟรี ซึ่งรวมถึงการกลับมาของ Crusade Mode, แผนที่ใหม่, โหมดการเล่นใหม่, ผู้บัญชาการคนใหม่ และระบบปรับแต่งภารกิจ (Mission Editor) ควบคู่ไปกับเนื้อเรื่องภาคเสริมขนาดใหญ่อีก 2 ชุดที่จะมาขยายความขัดแย้งบนดาว Kronus ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเปิดตัวฝ่ายใหม่ที่สามารถเล่นได้เข้าสู่สนามรบเพิ่มเติมอีกด้วย

