หลังลอง Guns of Eschaton ต้องบอกว่า…
และพาทัวร์บูธ GCL งาน Thailand Game Show 2026
สิงห์ปืนโตในเขตแดนตะวันตกที่ล่มสลายและเต็มไปด้วยภัยเหนือจินตนาการ Guns of Eschatos เหนี่ยวไกให้โลกได้ยินว่าโซลส์ไลก์แบบบุคคลที่หนึ่งตีมคาวบอยกำลังจะมา
ผมเห็นเกมนี้ผ่านตามาบ้าง เข้าใจว่ามันเป็นที่พูดถึงในคอมมูนิตีเกมโซลส์ระดับนึง แต่ก็ไม่ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งมหกรรมงานเกม gamescon asia x Thailand Game Show 2026 เปิดฉาก ผมก็ได้มีโอกาสไปทดลองเล่นเกมนี้แบบจริงจังที่บูธของ GCL | 4Divinity ผู้รับผิดชอบจัดจำหน่ายเกมนี้

ความรู้สึกหลังจากผ่านไปไม่ถึง 5 นาที ก็คือเกมนี้ “แม่งแปลก” มันมีรสชาติเฉพาะตัวที่สัมผัสได้ตั้งแต่การเอาสมุดบันทึกมาเปิดดูจุดอ่อนของศัตรู เพื่อหาวิธีกำจัดมัน ในเกมนี้การยิงหัวไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด แต่คือการยิงจุดอ่อนของพวกมัน มีตั้งแต่การยิงขา ยิงแขน ซับซ้อนกว่านั้นก็คือยิงตามลำดับ เพื่อให้ทำความเสียหายมากที่สุด
ศัตรูที่ได้เจอในเดโมก็มาในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ที่ปีศาจที่รูปร่างหน้าตาเป็นคาวบอยใช้ปืนเหมือนกัน หรือซากกับโลงศพที่ปิดทางไม่ให้เราไปจนกว่าเราจะจัดการมันได้
ระบบยอดนิยมอย่างการ Parry ก็ถูกใส่เข้ามาในเกม ตอนใช้ครั้งแรกก็จะรู้สึกแปลกนิดหน่อยเพราะมันจะเป็นแขนสีดำงอกขึ้นมาปัดป้องให้เราแทบจะทันที แต่พอนึกขึ้นได้ว่า อ๋อ ภาพคีย์อาร์ตตัวเอกมันไม่ได้มีแค่ 2 แขนนี่หว่า ก็เลยหายคาใจ ซึ่งเราสามารถ Parry ได้ทั้งการโจมตีประชิดและระยะไกล ซึ่งต้องอาศัยความไวค่อนข้างสูง ยิ่งพวกมือสไนเปอร์ผมถึงขั้นต้องตั้งท่ารอเตรียม Parry มันอย่างเดียวเลย

เกมนี้มันมีความโซลส์ยังไง? นอกจากศัตรูที่โหดและเส้นทางที่ไม่ปรานี เราจะต้องโฟกัสที่การเปลี่ยนกระสุน โดยเฉพาะในช่วงเริ่มแรกที่เราใช้ปืนพกธรรมดา การบรรจุกระสุนของเกมนี้ใช้เวลานาน เพราะต้องถอดปลอกกระสุนก่อน แล้วค่อยยัดกระสุนใหม่
ยังไม่พอ ถ้าเราเหนี่ยวไกไม่ใช่ว่าจะยิงได้ทันที การยิงจะใช้ 2 จังหวะ คือการกดขึ้นนก แล้วกดอีกครั้งถึงจะยิงได้ และถ้าเราไปกดไกใส่รังเพลิงที่ไม่มีกระสุน ก็จะมีแต่ลมออกจากปากกระบอกปืน ในจังหวะนั้นการโจมตีแบบถึงตายก็จะทำให้คุณกลับจุดเซฟได้ทันที กระสุนทุกนัดเลยมีค่ามาก เพราะมันต้องใช้ธุลี (Dust) ในการยิงด้วย ไม่ใช่อะไรที่จะยิงทิ้งยิงขว้างได้เลย
การเล็งยิงเกมนี้ก็แทบไม่อ่อนข้อให้ผู้เล่น บางครั้งยิงเฉียดแบบเสี้ยวของเสี้ยวเดียวก็ไม่นับว่าโดน ทำเหมือนกระสุนของเราผอมแห้งเท่ารูเข็ม บางครั้งการตัดสินใจเฉพาะหน้าก็จำเป็น เช่น ยิงหัวหรือยิงตัวไปเลย เพราะยิงลดน้อย ก็ยังดีกว่ายิงไม่โดน การหนีไปหลบมุมตึกให้พ้นวิถีกระสุน แล้วล่อมันมาเก็บทีละตัวก็เป็นเทคนิคที่ผมใช้ประจำ

ส่วนเรื่องการสำรวจ จากประสบการณ์สั้น ๆ ในเดโม ผมได้ออกเดินทางในเมืองกลางผืนทรายแห่งนึง เส้นทางไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่มีทางแยกและทางที่สงสัยว่าตกลงมันไปได้หรือไม่ได้ หรือเราแค่ยังไม่รู้วิธีไป เช่น ทางที่มีศัตรูคอยสาดแสงใส่เราบนป้อมสูง จุดนี้ก็เป็นทางที่ผมยังแกะไม่ออก และด้วยเวลาที่มีจำกัดผมก็ต้องอาศัยทางแยกอีกทางที่พอมีอนาคตมากกว่า เป็นไปได้ว่าเกมตัวเต็มก็จะไม่ได้บอกเส้นทางกับเราชัดเจน แต่ให้เน้นอาศัยลองผิดลองถูกไปจนกว่าจะได้
ยังไม่นับว่าจุดเซฟของเกมนี้สามารถพาเราไปอีกสถานที่นึงซึ่งก็มี NPC ปริศนาหลายตัว (ให้นึกภาพโต๊ะกลมใน Elden Ring) ตัวละครพวกนี้ก็จะทำให้เราปรับแต่งอาวุธอุปกรณ์ได้ และน่าจะมีอะไรอีกเยอะในเวอร์ชันเต็ม

แล้วตกลงที่พูดมาทั้งหมดเกมมันแย่เหรอ? ไม่ใช่เลยครับ ผมคิดว่านี่เป็นเกมที่เชื่อมั่นในแนวทางของมัน ด้วยการตั้งโจทย์ว่าจะเป็นโซลส์ไลก์ตีมคาวบอย เท่าที่ได้เห็นมาคอนเสปกับเกมเพลย์มันไปกันได้ ผมยังเข้าใจสิ่งที่ผู้สร้างต้องการจะสื่อมันออกมา (อย่างน้อยก็ในตอนนี้)
สิ่งที่ได้จากเดโมนี้ก็คือความอยากรู้ เพราะจากที่เล่าไป ทั้งเกมเพลย์การต่อสู้ การสำรวจ ลอร์และการสร้างโลกในเกม มันเหมือนกับเป็นแค่เศษเสี้ยวเดียวที่รอให้เราไปค้นหา มันยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า Guns of Eschaton เป็นเกมที่ดีหรือไม่ดี แต่การที่มันชวนให้ผมรู้สึกสงสัยและอยากไปตามหาว่ามันมีอะไรอีกในเกมเต็ม ก็นับว่าเป็นเดโมที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่ของมัน

สัมผัสแรกนาจามหากำเนิดโลก Genigods: Nezha
นอกจาก Guns of Eschaton อีกเกมที่ได้ไปลองเล่นมาก็คือเกมเทพยุทธ์ Genigods: Nezha หรือคนไทยจะคุ้นเคยในชื่อของ นาจา หลังจากเปิดตัวและสร้างกระแสไม่น้อย โดยเฉพาะเกมนี้เป็นตีมแนวเทวตำนานจีนเหมือน Black Myth: Wukong และมีกราฟิกที่สวยงามตามพลังของ Unreal Engine 5
เดโมที่ได้ลองเล่นเอาเข้าจริงไม่ได้ยาวมาก เพราะจะเป็นช่วงเริ่มเกมที่เราเรียนรู้การควบคุมและระบบต่อสู้กับบอสของเกม ถ้าจะให้พูดถึงความโดดเด่น ก็คือพลังธาตุของนาจานี่ล่ะ เพราะมีทั้งดิน น้ำ ไฟ การต่อคอมโบจะมีทั้งบนพื้นดินและกลางอากาศ ผสานกับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว เพราะเราสามารถกด Y (สามเหลี่ยมของ Playstation) เพื่อพุ่งเข้าหาศัตรูได้ตลอดเวลา ซึ่งก็เข้ากับความเป็นนาจาดี และทำให้เราตามตัวบอสในพื้นที่สเกลใหญ่ได้ง่าย
อีกจุดที่สังเกตคือแถบด้านล่างพลังชีวิตของบอสที่ส่วนใหญ่จะเป็นแถบ Stance หรือ Stamina ในเกมอื่น ๆ มาในเกมนี้ทั้งสองแถบแยกเป็นสองสีคือฟ้าและแดง คิดว่าเกี่ยวกับธาตุที่เราใช้กับพวกมัน
แต่ขอบอกเลยว่าการเดินทางของนาจายังอีกไกลมาก เพราะเกมยังไม่มีวันวางจำหน่ายและคาดการณ์ว่าจะต้องรอถึงปี 2028 เลยทีเดียว


ภาพรวมบรรยากาศของบูธ GCL
บูธ GCL นับเป็นหนึ่งในบูธใหญ่ของงาน Thailand Game Show 2026 บริเวณบูธ 50% มีการตกแต่งด้วยตีม Guns of Eschaton ทั้งคีย์อาร์ตของเกม เสาไม้ที่มีอีกาเกาะ ลังใส่ไอเท็ม และ Photo Booth ล่าค่าหัว (Wanted) ตอนที่ได้ไปทดลองเล่นเกมก็จะมีบูธเกมนี้แหละตั้งรอต้อนรับด้านหน้าเลย

คนมาคอยเล่นก็ไม่ขาดสาย และด้วยความที่เกมนี้มันขึ้นชื่อว่าเป็นแนวโซลส์พร้อมเมคะนิกใหม่ ๆ ก็ต้องอาศัยเวลาทำความเข้าใจนิดนึง ตอนผมไปเล่นก็ใช้เวลาพอตัว หลัง ๆ พอตายบ่อยนอกจากจะงงแล้ว ก็เริ่มรู้สึกว่าทำไมคนรอด้านหลังเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ เป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นปนกดดัน ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆ

ส่วนบูธอีกฝั่งก็จะเป็นการรวมเกมเด่นเกมอื่นของค่าย ทั้ง Genigods: Nezha, A Whisper of Fall: Jinyiwei, Sword Sage: Awakening และ Realm of Taiwu ถ้าจะให้นิยามภาพรวมเกมของบูธนี้คือเน้นกินหลากหลาย มีทั้งแนวจริงจังแบบโซลส์, แนว Hack and Slash อย่างนาจา ไปจนถึงโรกไลก์ที่ได้กลิ่นสไตล์ Hades
ถึงยังไงพระเอกของบูธก็ยังเป็น Guns of Eschaton ที่จะวางจำหน่ายในวันที่ 8 ธันวาคมนี้แล้ว เข้าไปหน้า Steam แล้วดูข้อมูล ถ้าใช่ก็ Wishlist กันให้ไว ลงครบทุกแพลตฟอร์ม PlayStation 5 , Microsoft Windows , Xbox Series X and Series S
https://store.steampowered.com/app/3734220/Guns_of_Eschaton/
