*ขอขอบคุณ Sony Interactive Entertainment มา ณ โอกาสนี้ครับ
**รีวิวนี้เล่นบน PlayStation 5
สำหรับเกม Marathon ที่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับการวิ่งแข่งมาราธอนนี้ เป็นเกมแนว extraction shooter ที่พัฒนาโดย Bungie Studio ผู้เคยฝากผลงานเอาไว้อย่าง Halo และ Destiny ครับ ถ้าจะบอกว่าภาคนี้มันก็คือแนวเกมที่พวกเขาถนัดก็คงไม่ผิดนัก แต่ในทางกลับกัน…มันเป็นแนวที่พวกเราไทยเกมวิกิไม่ถนัดเอาเสียเลย แต่ก็จะพยายามบรรยายความรู้สึกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ
เนื้อเรื่อง
สำหรับเรื่องราวของเกมนี้จะกล่าวถึงยานอวกาศมาราธอน (Marathon) สังกัด UESC ที่ออกเดินทางไปตั้งอาณานิคมบนดาวเทา เซติที่สี่ (Tau Ceti IV) ในปีค.ศ.2893 ซึ่งการติดต่อของยานลำนี้ขาดหายไปถึง 99 ปีนับตั้งแต่ออกเดินทาง แต่ในที่สุดสัญญาณขอความช่วยเหลือก็ได้ถูกส่งกลับมายังรัฐบาลของ UESC สำเร็จ และผลจากการติดต่อครั้งนี้ ทำให้ฝ่ายรัฐบาล และกองกำลังมากมายรวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างก็หมายตาข้อมูลและทรัพยากรล้ำค่าบนดวงดาวดังกล่าว
ซึ่งผู้เล่นก็จะรับบทเป็นรันเนอร์ (Runner) ซึ่งก็คือมนุษย์ที่ทิ้งกายเนื้อของตนเองไปแล้วใส่จิตสำนึกลงไปในร่างไซเบอร์ที่เรียกว่าเปลือกหรือเชลล์ (Shell) แทน เพื่อประโยชน์ในการออกสำรวจอาณานิคมบนดวงดาวแต่ก็ต้องปะทะกับบรรดาทหารแห่ง UESC รวมถึงรันเนอร์คู่แข่งรายอื่น ๆ และสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรอีกด้วย ซึ่งเรื่องราวที่ปูแบบนี้ก็เป็นการอธิบายเหตุผลว่าทำไมผู้เล่นถึงสามารถลงไปผจญอันตรายได้ครั้งแล้วครั้งเล่าแม้จะพลาดท่าก็ตามนั่นล่ะครับ
ตามที่ได้เล่นมาพวกเนื้อเรื่องและลอร์ต่าง ๆ ของเกมจะไม่ได้เล่าตรง ๆ แบบมีคัตซีนแบบที่หลาย ๆ เกมทำ แต่จะอาศัยเล่าผ่านพวกภารกิจที่เรารับทำให้กับกองกำลังและบริษัทต่าง ๆ มากกว่า ดังนั้นถ้าใครเป็นเกมเมอร์สายที่ชอบอะไรตรงไปตรงมาอาจจะลำบากหน่อย แต่ถามว่ามีอะไรให้ทำความรู้จักเรื่องราวและโลกในเกมไหม? มีแน่นอนครับ
เกมเพลย์
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า Marathon คือเกมแนว extraction shooter ครับ แล้วมันเป็นยังไงล่ะ? มันก็คือเกมแนว FPS ที่ให้คุณลงฉากไปทำภารกิจที่เลือกมา หรือไม่ก็ลงไปเก็บทรัพยากรตามที่ต้องการ จากนั้นเมื่อภารกิจสำเร็จหรือเก็บของที่ได้จนพอใจแล้ว ก็เลือกถอนกำลังกลับมาเพื่อเตรียมตัวไปลุยต่อ ฟังดูเรียบง่าย แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ง่ายครับ
ก่อนที่คุณจะลงไปผจญภัยในพื้นดาวเทา เซติที่สี่แต่ละรอบนั้น คุณจะต้องเลือกก่อนว่าเชลล์ที่คุณจะใช้นั้นคืออะไร ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีสกิลเฉพาะตัวรวมถึงบทบาทต่างกันค่อนข้างชัดเจน อย่างถ้าเป็นเดสทรอยเยอร์ (Destroyer) ก็จะเป็นสายหัวหมู่ทะลวงฟันที่มีสกิลอย่างการกางบาเรีย เหมือนเป็นตัวล่อตัวแทงก์ให้คนอื่น หรือท่าใหญ่ที่เวลายิงศัตรูแล้วก็จะมีกระสุนโจมตีเพิ่มเติมนอกจากปืนที่เราใช้ ส่วนบางเชลล์ก็อาจจะมีการปาโดรนไปจัดการศัตรูอัตโนมัติอะไรแบบนั้น และด้วยความที่เกมเปิดให้ผู้เล่นจัดทีมโดยมีสมาชิกทั้งหมดสามคนนี่ การหากลยุทธ์และความเข้ากันได้ในแง่สกิลนี่ก็เป็นอะไรที่สำคัญพอสมควรเหมือนกัน
Marathon คือเกมที่ออกแบบมาให้เน้นเล่นเป็นทีมแบบมัลติเพลเยอร์ ดังนั้นตัวเกมจะแสดงศักยภาพของมันได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อคุณมีเพื่อนที่เล่นด้วยกันประจำครับ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เจอมาถ้าคุณลองเล่นแบบให้เกมสุ่มหาคนให้ ปัญหาที่เจอแน่ ๆ ก็คือการที่ไม่สามารถสื่อสารกันได้แบบมีประสิทธิภาพ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเลือกเชลล์มาใช้งานเลยเพราะคุณนัดแนะกันไม่ได้แน่ ๆ มีรอบนึงที่ทั้งทีมผมเป็นเดสทรอยเยอร์กันหมดสามคน ผลคือลงไปแป๊บเดียวก็นอนครับ (ขนาดเลือกเชลล์ต่างกันโอกาสนอนยังสูงเลย)
ผมคิดว่าความยากในแง่ความเป็น extraction shooter ของเกมนี้ก็คือธรรมชาติของเกมมันจะ high risk, high return มาก ๆ เพราะถ้าคุณเลือกของดีไปใช้ในการลงแต่ละรอบ หรือว่าในรอบนั้น ๆ คุณเก็บทรัพยากรมาได้มากมาย แต่คุณดันไม่สามารถ exfil หรือถอนกำลังได้สำเร็จล่ะก็ ทุกสิ่งมันจะหายวับไปกับตาครับ แล้วยิ่งด้วยความที่เกมนี้มันเป็น PvPvE ด้วยแล้ว คุณไม่สามารถเดาได้เลยว่ารอบนั้น ๆ มันจะเป็นสวรรค์หรือเป็นนรกของคุณ คุณอาจกำลังนัว ๆ อยู่กับศัตรูที่เป็นคอมฯ แล้วจังหวะนั้นอาจเจอผู้เล่นทีมอื่นฉวยโอกาสสอยคุณเพื่อเก็บทรัพยากรก็เป็นได้ หรือคุณอาจกำลังรอเวลาถอนกำลัง แต่ดันซวยไปเจอทีมผู้เล่นอื่นมาสอยคุณร่วงในขณะที่เหลือเวลาอีกไม่กี่วินาที เพราะฉะนั้นใครที่จะเล่นก็ต้องทำใจไว้ก่อนเลยครับว่าคุณอาจเจอเหตุการณ์ที่ทำให้สบถก่นด่าอยู่หน้าจอแบบไม่พักเลยก็ได้
นอกเหนือจากพวกทรัพยากรที่คุณเก็บมาได้ซึ่งจะทำให้การลงภารกิจรอบต่อ ๆ ไปสะดวกขึ้น (หรือไม่ก็หมดตัวถ้าไปพลาด) เกมนี้ก็จะมีพวกอัปเกรดต่าง ๆ ให้คุณเพิ่มความสามารถโดยรวมในการเล่นด้วย ซึ่งการอัปเกรดพวกนี้ก็จะขึ้นอยู่กับค่าชื่อเสียงที่คุณมีต่อกองกำลังต่าง ๆ พูดง่าย ๆ ว่ายิ่งคุณทำภารกิจกับกองกำลังไหนเยอะ ก็จะเปิดโอกาสในการอัปเกรดมากขึ้นนั่นล่ะครับ ดังนั้นลูปการเล่นหลัก ๆ ก็จะเป็นการเลือกภารกิจแล้วไปวิ่งบนดาวเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ หรือไม่ก็ลงไปเก็บทรัพยากรที่ต้องการ ถอนกำลังออกมา จากนั้นก็อัปเกรดตัวละคร เลือกอาวุธเลือกของเพื่อเตรียมลงไปทำภารกิจต่อแบบนั้นล่ะครับ
จุดหนึ่งที่ผมรู้สึกว่ามันวุ่นวายและแอบรกตาก็คือ UI ในเกมนี่ล่ะครับ มันดูเยอะไปหมดจนต้องใช้เวลาทำความเข้าใจครู่ใหญ่เหมือนกันว่าอะไรเป็นอะไร ไหนจะพวกไอเท็มต่าง ๆ ในเกมที่มีเยอะแยะไปหมดชนิดที่ว่าเวลาจะเก็บของอะไรทีก็นั่งงงทีว่าของชิ้นไหนมันทำอะไร ต้องอาศัยเล่นซ้ำ ๆ จนชินและจำได้ไปเองครับ
ผมคิดว่า Marathon คือเกมที่ออกแบบมาให้คุณต้องใช้เวลากับมันเยอะมาก ๆ (เน้นว่ามาก) เพื่อที่จะได้สัมผัสถึงทุกแง่มุมที่เกมมีให้ตามสไตล์ของแนว extraction shooter และยังต้องอาศัยกลยุทธ์รวมถึงการสื่อสารระหว่างกันในทีมเยอะมากถ้าอยากจะเล่นให้มีประสิทธิภาพ ไม่อย่างนั้นคุณก็จะได้แค่วิ่งไปมอบทรัพยากรให้ผู้เล่นอื่นฟรี ๆ ครับ
กราฟิก
ในแง่ของกราฟิกและการแสดงผลนั้น ตัวเกมลื่นไหลดีและไม่ได้รู้สึกว่าแล็กหรือกระตุกระหว่างเล่นครับ แต่สำหรับโมเดลและอาร์ตสไตล์โดยรวมนั้นต้องใช้คำว่ามันดูแปลกตา มีความเป็นอนาคตสไตล์ไซเบอร์พังก์ พวกพื้นผิวต่าง ๆ ดูมีความมันเงาเหมือนเป็นพลาสติกผสมโลหะ ถ้าจะมีอะไรที่ใกล้เคียงในแง่อาร์ตสไตล์ก็คงเป็นภาพยนตร์เรื่อง Blade Runner นั่นล่ะครับ ถ้าในแง่เกมเก่าที่ใกล้เคียงก็คือ Mirror’s Edge ถ้าใครยังพอจำได้ พวกดีไซน์อาคารและข้าวของต่าง ๆ มันจะดูมีความไม่สมมาตรในตัวมันเอง แต่ผลที่ได้คือมันเด่นและแปลกตามาก
เสียงประกอบ
ผมคิดว่าเสียงปืนและเสียงอาวุธต่าง ๆ ของเกมนี้ทำออกมาได้หนักแน่นดีใช้ได้อยู่ และในจังหวะที่คุณทำอะไรไปตามเรื่องตามราวของคุณอยู่นี่ถ้าได้ยินเสียงอาวุธเมื่อไร นั่นก็แปลว่ามีใครกำลังยิงปะทะกันอยู่ใกล้ ๆ แน่นอน ซึ่งมันสำคัญและมีผลต่อการเล่นไม่น้อยเหมือนกัน เพราะถ้าคุณไม่มองหน้ามองหลังให้ดีบางทีอาจไปเจอผู้เล่นอื่นโดยที่ไม่ทันตั้งตัว หรือถ้าคุณกำลังยิงสู้กับคอมพิวเตอร์เพลิน ๆ นี่ เสียงปืนก็อาจเป็นการบอกตำแหน่งของคุณให้ผู้เล่นอื่นรู้เหมือนกัน มันเลยเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้คุณคาดเดาสถานการณ์ในเกมไม่ออกครับ
สรุป
Marathon คือเกม extraction shooter ที่มีองค์ประกอบหลายอย่างให้ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ และเป็นเกมที่เน้นให้เล่นซ้ำหลายรอบแบบมัลติเพลเยอร์กับเพื่อน ๆ ของคุณ ถ้าคุณชอบลูปเกมเพลย์ที่ต้องลงภารกิจครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อเก็บทรัพยากรและอัปเกรดตัวเองล่ะก็คุณจะสามารถสนุกไปกับมันได้ แต่ถ้าคุณเป็นสายซิงเกิลเพลเยอร์ล่ะก็เกมนี้น่าจะไม่เหมาะกับคุณครับ














