มหาสงครามครั้งใหม่แห่งจักรวาล DAWN OF WAR เตรียมอุบัติขึ้นในวันที่ 17 กันยายนนี้ พร้อมการกลับมาของโหมดขวัญใจแฟนเกม Crusade Mode ใน Dawn of War IV เปิดสั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้ววันนี้เพื่อเข้าร่วมสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด
21 พฤษภาคม 2026 – ท่ามกลางความมืดมนและโหดร้ายในอนาคตอันไกลโพ้น ที่นั่นมีเพียงสงคราม… และบัดนี้ สมรภูมิรบครั้งถัดไปได้กำหนดวันเปิดศึกอย่างเป็นทางการแล้ว. ภายในงาน Warhammer Skulls Showcase ทางค่าย Deep Silver และ KING Art Games ได้ประกาศเปิดตัว Warhammer 40,000: Dawn of War IV โดยมีกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กันยายน 2026. สำหรับผู้ที่สั่งซื้อตัวเกมชุด Commander Edition จะได้รับสิทธิ์เข้าเล่นล่วงหน้าก่อนใครตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2026.
ร่วมสัมผัสความขัดแย้งและไฟสงครามแห่งดวงดาว Kronus ที่กำลังจะปะทุขึ้นในตัวอย่าง: Warhammer 40,000: Dawn of War IV – Release Date & Post-Launch Roadmap Reveal Trailer
รายละเอียดการวางจำหน่าย: Standard และ Commander Editions
กองทัพพร้อมแล้วสำหรับการจัดส่งเสบียงสงคราม โดยเปิดให้ผู้เล่นสั่งซื้อล่วงหน้า (Pre-order) บนระบบ Steam พร้อมรับส่วนลดพิเศษทันที 10% ดังนี้:
- Standard Edition: ประกอบด้วยตัวเกมหลัก วางจำหน่ายวันที่ 17 กันยายน.
- Commander Edition: รับสิทธิ์เข้าเล่นล่วงหน้า 3 วัน (Early Unlock) เริ่มสงครามได้ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน. นอกจากนี้จะได้รับคอนเทนต์ทั้งหมดของ Year One, เพลงประกอบดิจิทัล (Digital Soundtrack) และสิทธิ์เข้าถึง 2 DLC แบบจ่ายเงินในอนาคต.
แผนโรดแมปส่วนขยายปีที่ 1 (Year One Expansion Overview)
ดวงดาวดวงเดียว แต่มหาสงครามไม่เคยสิ้นสุด การต่อสู้บนดาว Kronus จะไม่จบลงแค่แคมเปญเดียว หลังจากตัวเกมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ จะมีการอัปเดตคอนเทนต์ฟรีและ DLC แบบจ่ายเงินตลอดทั้งปีเพื่อขยายขอบเขตของสมรภูมิให้กว้างยิ่งขึ้น.
1. การอัปเดตฟรีสำหรับผู้เล่นทุกคน (Free Deployments)
- การกลับมาของ Crusade Mode (ช่วงฤดูใบไม้ร่วง 2026): โหมดขวัญใจแฟน ๆ จะกลับมาสร้างความลุ่มลึกในระบบกลยุทธ์. ทุกการตัดสินใจและชัยชนะจะส่งผลต่อทิศทางของสงคราม ผู้เล่นจะได้สร้างกองทัพ นำทัพโดยผู้บัญชาการระดับตำนาน และยึดครองพื้นที่บนแผนที่
- ระบบปรับแต่งและโหมดใหม่: อัปเดตฟรีที่จะเพิ่มโหมดการเล่นใหม่, แผนที่ใหม่ และระบบแก้ไขภารกิจ (Mission Editor) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสร้าง เล่น และแชร์สมรภูมิรบของตัวเองได้
- ผู้บัญชาการใหม่ใน Last Stand Mode: เพิ่มตัวละครผู้บัญชาการใหม่ ๆ (อาทิ Lord Armnok และ Gus Cutter) ที่มาพร้อมความสามารถและสไตล์การเล่นเฉพาะตัว รวมถึงภารกิจ Crusade ส่วนตัวที่มีเงื่อนไขท้าทายแปลกใหม่.
2. ปฏิบัติการพิเศษแบบจ่ายเงิน (Paid Operations / DLC)
สงครามบนดาว Kronus จะเข้มข้นขึ้นด้วย 2 แคมเปญส่วนขยายเนื้อเรื่องหลักใน Year One:
- The Blood Ravens Story Prologue: ย้อนเวลาก่อนที่ไฟสงครามจะกลืนกินดาว Kronus. เมื่อกองกำลังจู่โจมของ Blood Ravens เดินทางกลับสู่ดวงดาวบ้านเกิดในอดีตอย่าง Aurelia เพื่อทำภารกิจปกป้องวัตถุโบราณอันทรงพลัง ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของแชปเตอร์
- The Aftermath Campaign Expansion: สานต่อเรื่องราวแคมเปญหลักที่ขับเคลื่อนด้วยเนื้อเรื่อง. ผู้เล่นจะได้ควบคุมฝ่ายใหม่ (Faction ที่ 5) เผชิญหน้ากับผลลัพธ์จากชัยชนะและภัยคุกคามครั้งใหม่ที่พร้อมจะเปลี่ยนโฉมหน้าสมรภูมิ โดยจะมีการเพิ่มผู้บัญชาการใหม่และขยายโหมด Crusade ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นอย่างมาก.
(หมายเหตุ: แคมเปญส่วนขยายทั้งสองจะเปิดขายแยกในภายหลัง แต่สำหรับผู้ที่ซื้อชุด Commander Edition จะได้รับสิทธิ์เข้าถึงทั้งหมดทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
มหาสงครามแห่งดวงดาว Kronus จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 17 กันยายนนี้!

