*รีวิวนี้เล่นบน PlayStation 5
ถ้าเอ่ยถึงชื่อเจมส์ บอนด์ 007 ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะต้องรู้ขึ้นมาทันทีว่าหมายถึงสายลับอังกฤษแห่งหน่วยเอ็มไอซิกส์ (MI6) ผู้มาดเนี้ยบ เฉียบ เท่และมีสาว ๆ ข้างกายไม่เคยขาดที่ถือกำเนิดจากต้นฉบับนิยายของเอียน เฟลมมิ่ง ก่อนจะก่อเกิดเป็นภาพยนตร์คนแสดงที่มีผู้รับบทเจมส์ บอนด์มากหน้าหลายตาเป็นเวลากว่า 60 ปีนับตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องแรกออกฉาย ซึ่งก็แน่ล่ะว่าภาพจำของเจมส์ บอนด์นั้นจะต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย พร้อมวิดีโอเกมที่ออกวางจำหน่ายมามากมาย และในคราวนี้ปี 2026 ก็ถึงคราวของ 007 First Light ที่จะให้คุณได้สัมผัสกับเจมส์ บอนด์ในเวอร์ชันของแพทริค กิ๊บสันซึ่งจะพาคุณไปพบกับเนื้อหาต้นกำเนิดของสุดยอดสายลับคนนี้ครับ
เนื้อเรื่อง
อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ ว่าเรื่องราวใน 007 First Light ครั้งนี้ คือการบอกเล่าต้นกำเนิดของเจมส์ บอนด์ก่อนที่เขาจะได้รับรหัส 007 ที่ทุกคนรู้จักและคุ้นเคย แต่ว่าจะไม่ได้นำเสนอธีมและเซ็ตติ้งแบบนิยายต้นฉบับที่เปิดหัวด้วยตอนคาสิโน รอแยล (Casino Royale) ในปีค.ศ.1953 ซึ่งเป็นยุคสงครามเย็น หากแต่จะเป็นการตีความใหม่แบบยุคปัจจุบันไปเลย ด้วยการเดินเรื่องในปีค.ศ.2026 ที่เทคโนโลยีหลายอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้จริงในชีวิตประจำวัน แต่ก็แน่นอนว่าข้าวของเครื่องใช้ที่บอนด์จะใช้ได้นั้นจะมีความไฮเทคในแบบฉบับที่หลายคนคุ้นเคย
ชีวิตของบอนด์ในภาคนี้ ต้องเรียกว่าจับพลัดจับผลูและโดนเหวี่ยงเข้าไปอยู่ใจกลางสถานการณ์ที่บังคับให้เขาต้องเอาตัวรอดและกลายมาเป็นวีรบุรุษแบบไม่ได้ตั้งตัว เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อบอนด์ในฐานะ aircrewman ฝึกหัดของหน่วย SAS หรือ Special Air Service ประจำอังกฤษได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือและเก็บกู้ในไอซ์แลนด์ แต่ยังไม่ทันถึงที่หมายคอปเตอร์ของพวกเขาก็โดนจรวดยิงตกจนตายเรียบ เหลือเพียงคนเดียวที่รอดคือบอนด์ และเขาก็ต้องปฏิบัติภารกิจภายใต้หน่วย MI6 ที่เข้ามารับหน้าที่สั่งการเฉพาะหน้า เมื่อเขาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของ MI6 ที่เหลือรอดออกมาได้ นั่นจึงทำให้เขาได้รับการทาบทามเพื่อฝึกฝนในโครงการ 00 ที่เอ็ม (M) รื้อฟื้นกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
หากจะให้กล่าวถึงเนื้อหาของเกมภาคนี้นั้น ต้องบอกว่าเนื้อหามันเข้มข้น น่าติดตาม และมีจุดพลิกผันในแบบฉบับที่คาดหวังได้จากซีรีส์เจมส์ บอนด์ครับ ยิ่งผสมกับองค์ประกอบที่หลายคนคุ้นเคยกันแน่ ๆ ในปัจจุบันอย่างเช่นระบบปัญญาประดิษฐ์เอย หรือเทคโนโลยีหุ่นยนต์เอย อะไรแบบนั้นมันเลยทำให้เซ็ตติ้งและเรื่องราวมันดูน่าเชื่อถือ ดูมีความเป็นไปได้ ไม่ได้ดูเวอร์จนตลกครับ บรรดาตัวละครสมทบแต่ละคนนั้นมีบทบาทที่ดี และมีส่วนสำคัญในการช่วยปลุกปั้นเจมส์ บอนด์ให้เติบโตไปเป็นรหัส 007 ที่เราคุ้นเคยกันดี
พอพูดถึงในส่วนของตัวบอนด์เองนั้น ด้วยความที่ภาคนี้คือการเล่าต้นกำเนิดก่อนจะมาเป็น 007 คุณจึงจะได้พบกับบอนด์วัยหนุ่มที่ขี้แซะยียวนแม้ตัวเองจะอยู่ในสถานการณ์ลำบาก หลายครั้งดูเป็นคนอวดเก่งแต่เผอิญว่าฝีมือก็ทำได้อย่างที่อวด และมักจะยิ้มน้อย ๆ บนใบหน้าตลอดเวลา เรียกได้ว่าบอนด์เวอร์ชันแพทริก กิ๊บสันนี้นำเสนอได้สมกับเป็นคนหนุ่มครับ ดูมีพลังงานเหลือเฟือ สามารถลุยอะไรต่อมิอะไรได้แบบถึงไหนถึงกัน และมีความหัวขบถทำอะไรนอกกรอบบ่อยครั้ง เชื่อในสัญชาตญาณมากกว่าการทำตามลำดับขั้นตอน มันก็เลยทำให้ปฏิสัมพันธ์ของบอนด์กับตัวละครอื่น ๆ อย่างเช่นเอ็ม หรือกรีนเวย์ และแม้แต่คิว (Q) นั้นดูมีชีวิตชีวามาก ๆ ครับ
องค์ประกอบในภาพรวมของเนื้อหานั้นพูดง่าย ๆ ว่าสามารถเป็นภาพยนตร์คนแสดงได้ภาคนึงเลยนั่นล่ะครับ
เกมเพลย์
ด้วยความที่ตัวเกมภาคนี้ได้รับการพัฒนาโดย IO Interactive ที่สร้างชื่อมาจากแฟรนไชส์นักฆ่าหัวบาร์โค้ด Hitman ดังนั้นหลายอย่างของเกมนี้ก็จะค่อนข้างชัดเจนว่ามีโครงสร้างที่ยกมาจาก Hitman ครับ แต่ไม่ได้ยกมาดื้อ ๆ ทั้งหมดนะ จะมีการเสริมเติมเข้ามาหลายอย่างจนมีข้อแตกต่างมากพอที่จะไม่ได้เป็นเกมเดียวกันครับ
ในด้านของระบบเกมนั้นผมจะขอแบ่งหลัก ๆ ออกเป็นสองส่วนด้วยกัน คือระบบต่อสู้กับระบบลอบเร้นครับ
ระบบการเล่นแบบชูตเตอร์
ระบบแรกที่จะกล่าวถึงก็คือระบบการเล็งยิงในสไตล์เกมชูตเตอร์ครับ ด้วยความที่ตัวเกมจะใช้การเล็งยิงด้วยมุมมองผ่านหัวไหล่เป็นหลัก อาวุธที่คุณจะได้ใช้งานบ่อย ๆ ก็จะไม่พ้นของคุ้นเคยอย่างเช่นปืนพก ปืนกลเบา ปืนลูกซอง ปืนไรเฟิล ฯลฯ ที่พบเห็นได้บ่อย ๆ ในหลายเกม แต่นอกเหนือไปจากปืนต่าง ๆ แล้ว บอนด์จะได้ใช้งานอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เพื่อช่วยในการปฏิบัติภารกิจ ที่ต่างก็มีอรรถประโยชน์ต่างกันไป และอุปกรณ์พวกนี้นี่ล่ะครับที่จะทำให้เกมมีรสชาติขึ้นเยอะ เพราะคุณจะสามารถใช้ใส่ศัตรูโดยตรง หรือไม่ก็ใช้มีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ในเชิงกลยุทธ์ก็ได้เหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นการใช้เลเซอร์ยิงใส่ตาศัตรูให้ชะงัก หรือยิงใส่ถังน้ำมันให้ระเบิด การใช้นาฬิกาแฮ็กเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อทำให้ศัตรูโดนไฟดูด หรือจะใช้ปากกายิงมิสไซล์โจมตีเป็นวงกว้างเลยก็ได้ มีของเล่นหลายอย่างให้คุณได้ลองใช้เพื่อหาชิ้นที่เข้ามือที่สุดแน่นอน
ถึงอย่างนั้น ตัวเกมก็จะมีข้อจำกัดในด้านระบบกันเพลย์อยู่เหมือนกันครับ สิ่งแรกเลยก็คือกระสุนที่เกมมีให้นั้นค่อนข้างน้อยมาก และเกมนี้จะไม่มีกล่องกระสุนให้เก็บตามทาง ดังนั้นถ้าอาวุธที่เราพกติดตัวไว้ตอนเริ่มภารกิจนั้นกระสุนหมดเมื่อใด สิ่งที่เราทำได้ก็คือไปเก็บปืนที่ศัตรูทำตกเอาไว้เท่านั้น แล้วกระสุนก็จะได้จากปืนแบบเดียวกันล้วน ๆ ดังนั้นลูปการเล่นก็เลยจะเป็นลักษณะที่ว่าพอปืนกระสุนหมด คุณก็เอาไปเขวี้ยงใส่หัวศัตรู (เขวี้ยงได้จริงนะ) แล้ววิ่งเก็บกระบอกใหม่ตามพื้นมาใช้ต่อ ไม่มีทางที่คุณจะใช้กระบอกเดียวได้ยาว ๆ แน่นอน และอีกสิ่งที่ต้องพูดถึงก็คือหลายครั้งที่เกมจะเข้าช่วงลอบเร้น เราจะยังไม่สามารถใช้ปืนได้ทันที ต้องรอจนกว่าสเตลธ์แตกและศัตรูมีเจตนาที่จะยิงสังหารเราแล้วเท่านั้น เราถึงจะยิงตอบโต้ได้ โดยเกมจะขึ้นกลางจอด้านบนว่า Licence to Kill ให้เห็นครับ
ดังนั้นในภาพรวมผมเห็นว่าการเล่นแบบชูตเตอร์มันสนุกใช้ได้เลยนะ แต่อาจสะดุดเรื่องจำนวนกระสุนเพราะเหมือนทีมงานตั้งใจออกแบบมาไม่ให้เล่นกันเป็นชูตเตอร์อย่างเดียวเพียว ๆ ได้ครับ
ระบบต่อสู้มือเปล่า
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ 007 First Light แตกต่างจากแฟรนไชส์ Hitman ก็คงไม่พ้นระบบต่อสู้มือเปล่านี่ล่ะครับ ถ้าจะพูดถึง Hitman แล้ว เกมนั้นจะเน้นการวางแผนเข้าหาและจัดการเป้าหมาย ถ้าสเตลธ์แตกปุ๊บ การปะทะในระยะประชิดก็จะเป็นการต่อยกันโดยกด QTE ตามที่เกมขึ้นแค่นั้น ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน
พอมาในเกมนี้ ระบบต่อสู้มือเปล่าก็จะมีรูปแบบคล้ายการเล่นซีรีส์ Batman Arkham ครับ นั่นคือนอกเหนือไปจากการใช้หมัดและเท้าประเคนใส่ศัตรูแล้ว คุณยังสามารถจับศัตรูเหวี่ยงกระแทกผนัง จับโยนหล่นราวกั้น หรือกดใช้ท่าปิดฉากในตอนศัตรูใกล้ตายได้ แม้กระทั่งหยิบของตามฉากบางอย่างมาปาใส่ศัตรูก็ได้ แต่สิ่งสำคัญก็คือระบบป้องกันการโจมตีครับ โดยเกมนี้ศัตรูจะมีการโจมตีเราสองแบบในระยะประชิดที่แบ่งเป็นสีเหลืองและสีแดง ถ้าเป็นสีเหลืองที่มันตีมาเป็นชุดคุณต้องกดแพรี่ให้ครบจังหวะ ถ้ากดครบบอนด์จะจับศัตรูเหวี่ยงให้พ้นตัวซึ่งถ้ามันไปกระแทกผนังคุณก็ตามไปซัดต่อได้ แต่ถ้าเป็นสีแดงมันจะพุ่งมารวบคุณแล้วจับเหวี่ยง โดยสีแดงนี่เราจะแพรี่ไม่ได้ต้องฉากหลบเท่านั้น ไดนามิกระหว่างเล่นก็เลยจะเร็วและต้องตัดสินใจปุบปับเยอะมาก ยิ่งถ้าเจอศัตรูมาแบบสามตัวขึ้นไปนี่บันเทิงแน่นอน แต่เกมก็ยังไม่ใจร้ายเกินเพราะคุณก็สามารถใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อสร้างความได้เปรียบได้เหมือนเคย
ทีนี้ ถ้าใครอยากเล่นเกมเหมือนเป็นแนวต่อยตีซัดกันนัว ๆ ล่ะก็ มันจะมีความลำบากประการนึงครับ นั่นคือพอคุณไปลากศัตรูมาแลกหมัดมากขึ้น ซัดกันไปพักนึงมันจะเริ่มงัดปืนมายิงใส่คุณ (ก็เป็นจังหวะ Licence to Kill ของคุณนั่นล่ะ) แล้วหากคุณยังดื้อจะใช้หมัดกระแทกหน้าพวกมันต่อไป ไม่นานบอนด์ก็จะลงไปนอนกองเป็นพรมบนพื้นครับ เหมือนทีมงานตั้งใจออกแบบเกมมาไม่ให้หนักไปทางใดทางเดียว แต่จะให้คนเล่นต้องเจอครบทุกแบบ
ระบบลอบเร้นและสำรวจ
ระบบลอบเร้นและสำรวจของเกมนี้คือส่วนที่มีการหยิบยกโครงมาจากแฟรนไชส์ Hitman มากที่สุดครับ ภายในเกมนี้จะมีหลายฉากที่เกมจะให้คุณได้ตระเวนสำรวจในฉากเปิดกว้างเพื่อทำภารกิจ ซึ่งก็จะประกอบไปด้วยพื้นที่ที่คุณต้องหลบหลีกสายตา กับพื้นที่สาธารณะที่คุณต้องออกสำรวจหาของหรือไม่ก็ทำเป้าหมายรองบางอย่างก่อนโดยผสมผสานกับระบบปีนป่ายคล้ายเกมอย่าง Uncharted นั่นล่ะ แน่นอนว่าวิธีผ่านเป้าหมายในแต่ละครั้งก็จะมีหลายวิธีด้วยกัน อย่างเช่นฉากในตลาดมืดขนาดใหญ่ Aleph ที่ตั้งอยู่ในประเทศมอริเตเนียนั้น คุณจะต้องไปหาเงินจำนวน 100,000 เหรียญมาจ่ายค่าผ่านทางเพื่อเข้าร่วมงานประมูล
แล้วคุณต้องทำอย่างไรให้ได้เงิน 100,000 เหรียญ? เกมก็จะเปิดให้คุณได้เดินสำรวจฉากพูดคุยกับผู้คนครับ และหลายจุดก็มีโอกาสในการหาเงินที่คุณเล่นได้ เช่นการลงประลองใต้ดินชิงเงินรางวัล การขโมยกระเป๋าคริปโตแล้วหาเสาสัญญาณเพื่อแฮกออกมาเป็นเงิน หรือการไปเล่นเกมทายตำแหน่งเพชรในถ้วย จากนั้นก็เอาเพชรไปขายต่อ เป็นต้น โดยคุณไม่จำเป็นต้องสำรวจหมดทุกอย่างก็ผ่านได้ แต่ถ้าใครอยากเก็บให้ครบ ๆ ก็มาเล่นวนรอบเอาเองในภายหลัง
แน่นอนว่าเกมก็จะมีสถานการณ์ให้คุณต้องเข้าพื้นที่หวงห้ามเพื่อไปยังจุดหมายครับ ระบบการเล่นในส่วนนี้ก็น่าจะคุ้นเคยกันดีอย่างเช่นการหลบหลังที่กำบัง การเทคดาวน์กำจัดศัตรูไม่ให้รู้ตัว ทั้งการลากจากหัวมุมกำแพง การลากจากราวกั้น อะไรแบบนั้น และผมคิดว่าส่วนลอบเร้นนี่ล่ะที่อุปกรณ์เสริมจะได้ฉายแสงมากที่สุด เพราะว่าสภาพแวดล้อมในเกมถูกออกแบบมาให้ตอบสนองต่ออุปกรณ์เยอะมาก แล้วสิ่งที่คุณจะทำได้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกใช้อะไรมา เจอกล้องวงจรปิดเหรอ? เอาเลเซอร์ยิงใส่ได้ เจอศัตรูยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน? งั้นแฮ็กวิทยุให้มันเดินไปสำรวจดู อะไรทำนองนั้น และทุกครั้งที่ใช้อุปกรณ์เสริมก็จะลดค่าแบตเตอรี่หรือไม่ก็ค่าสารเคมีที่คุณมี แต่สามารถหาเก็บหาเติมได้จากข้าวของในฉากนั่นเองครับ
และนอกจากฝีมือการหลบหลีกรวมถึงอุปกรณ์เสริมแล้วเกมนี้ยังมีระบบอย่างการบลัฟฟ์หรือการเรียกศัตรูให้มายังตำแหน่งที่คุณอยู่ครับ อธิบายง่าย ๆ คือถ้าคุณอยากให้ศัตรูตัวไหนเดินมาตำแหน่งที่คุณอยู่เพื่อดักเล่นงานได้ง่าย ๆ ก็กด Lure ล่อมันมา แต่ถ้าจังหวะที่ศัตรูจะเดินมาเจอหรือมันรู้สึกผิดปกติ พอคุณกด Bluff แล้วบอนด์ก็จะทำการตีหน้าซื่อ แล้วศัตรูก็จะปล่อยให้เรารอดตัวไปได้ชั่วครู่ เพียงแต่ว่าระบบนี้ก็ไม่เปิดให้คุณใช้รัว ๆ ได้ ไม่งั้นมันจะง่ายเกิน ทุกครั้งที่คุณใช้อะไรไปก็จะไปลดค่ารวมในการใช้งาน (มีเต็มที่ 6) และค่านี้จะเติมก็ต่อเมื่อคุณกำจัดศัตรูได้นั่นเอง
ระบบลอบเร้นเกมนี้ทำออกมาได้สนุกและไม่ลำบากจนเกินไป ไม่มีเงื่อนไขประเภทที่ว่าพอโดนเจอตัวหรือสเตลธ์แตกแล้วจะเกมโอเวอร์นะครับ เกมยังเปิดโอกาสให้คุณเล่นต่อได้จนกว่าจะทำภารกิจเสร็จ เพียงแต่ว่าถ้าเทียบกับแฟรนไชส์ Hitman แล้ว เกมนี้ยังหยิบยกระบบลอบเร้นมาได้ไม่ครบ อย่างเช่นพอคุณกำจัดศัตรูตัวไหนไป คุณจะลากพวกมันไปซ่อนหรือเอาไปไว้ที่ลับตาไม่ได้ อยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้นเลย ถ้าฉากไหนมีตัวที่เดินไปมาก็มีโอกาสที่พวกมันจะมาเจอร่างแล้วเปลี่ยนเส้นทางเดินแน่นอน อีกทั้งเกมไม่มีระบบเปลี่ยนชุดปลอมตัวอะไรแบบนั้นด้วย ระบบใน 007 First Light จะโดนปรับลดความซับซ้อนลงไป แต่ก็ผสมมากับลูกเล่นด้านชูตเตอร์กับการต่อสู้มือเปล่านั่นล่ะครับ
คอนเทนต์โดยรวมของเกม
นอกไปจากการทำภารกิจตามเนื้อเรื่องของเกมแล้ว ยังมีบรรดาของสะสมให้ผู้เล่นได้ค้นหาอยู่เยอะมากครับ ซึ่งแต่ละอย่างก็ล้วนอ้างอิงมาจากประวัติศาสตร์ 60 กว่าปีของแฟรนไชส์ภาพยนตร์ 007 ทั้งนั้นเลย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเราเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญขนาดที่รู้จักทุกอย่างทุกชิ้นล่ะนะ แต่เชื่อว่าใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้เจมส์ บอนด์นี่น่าจะฟินตัวแตกกันไปข้างนึง กระทั่งรถอย่างแอสตัน มาร์ติน วัลฮัลลานี่ก็เลือกจังหวะมาให้ใช้งานได้ถูกที่ถูกเวลามาก ๆ ด้วย
ผมคิดว่าเกมมีการแบ่งจังหวะการเล่นออกมาได้ค่อนข้างดี คนเล่นจะได้เล่นสลับกันไประหว่างการสำรวจ การลอบเร้น และฉากเซ็ตพีซประเภทยิงถล่มกันตูมตามโม้เหม็นในแบบเจมส์ บอนด์ และความหลากหลายของสถานที่แต่ละช่วงของเนื้อเรื่องก็ทำให้เกมมีความสดอยู่เสมอ
ส่วนตัวผมคิดว่าเกมนี้มีคอนเทนต์ที่ชวนให้กลับมาเล่นซ้ำเยอะอยู่ ที่ต้องพูดถึงก็คือเช็คลิสต์ความท้าทายในเกมสำหรับแต่ละฉากครับ ถ้าใครเคยเล่น Hitman ก็น่าจะคุ้นกันดี โดยเช็คลิสต์พวกนี้มักกำหนดเงื่อนไขให้คุณผ่านแต่ละฉากโดยการลอบเร้นเพียว ๆ บ้างก็กำจัดศัตรูให้หมด บ้างก็ผ่านโดยไม่กำจัดศัตรูเลย อะไรพวกนั้น รางวัลก็มักเป็นพวกชุดของบอนด์ที่อ้างอิงมาจากบรรดาภาพยนตร์ที่ผ่าน ๆ มา และบ้างก็เป็นค่า intel หรือ exp ในโหมด Tactical Simulator ให้คุณได้ปลดล็อกอาวุธหรืออัปเกรดอุปกรณ์เสริมอะไรแบบนั้น แค่แอบเสียดายว่าของพวกนี้เอาไปใช้ในเนื้อเรื่องหลักไม่ได้
ดังนั้นถ้าพูดในแง่ความคุ้มค่า ผมเห็นว่าเกมนี้เล่นได้นานแน่นอนแม้จะเป็นเกมเล่นคนเดียวครับ ถ้าคุณอยากเก็บอะไรให้ครบ ๆ หรือเห็นทุกแง่มุมทุกเนื้อหาของเกมนั้นคุณจะต้องเล่นซ้ำแน่นอน พูดง่าย ๆ คือหากคุณเอาการเล่นของ Uncharted บวก Hitman บวก Batman Arkham มาผสมในขวดเดียวกันแล้วเขย่า ผลที่ได้ออกมาก็คือ 007 First Light เกมนี้ครับ
กราฟิกและการนำเสนอ
ในด้านกราฟิกนั้นผมรู้สึกว่าตัวเกมมีรายละเอียดในภาพรวมที่ค่อนข้างดูดีและสวยงามกว่า Hitman พอสมควร ส่วนหนึ่งอาจเพราะว่าฉากของ 007 First Light แม้จะเปิดกว้าง แต่ก็ยังไม่ได้เปิดอิสระในระดับเดียวกับ Hitman แต่จะเน้นนำเสนอให้เหมือนกับภาพยนตร์มากกว่าครับ ฉากคัตซีนจะมีการเล่นมุมกล้องและการกำกับภาพมากกว่า Hitman และเอฟเฟกต์ในฉากเซ็ตพีซที่มีความระเบิดภูเขาเผากระท่อมเล่นใหญ่กว่ามาก มันก็เลยทำให้ 007 First Light เด่นและแตกต่างแม้ว่าจะมีเค้าโครงมาจาก Hitman ก็ตามที
งานเสียงของเกม
ในแง่ของเพลงประกอบนี่ ผมคิดว่าเพลงอินโทรโดยลานา เดล เรย์นี่เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์ผมที่สุดแล้วครับ นอกเหนือไปจากสไตล์ของดนตรีและฉากซีเควนส์ประกอบที่มันเจมส์ บอนด์มาก ๆ แล้ว จังหวะที่เกมเลือกใส่เข้ามามันเพอร์เฟกต์สุด ๆ ด้วย ผมจะไม่บอกนะว่าจังหวะที่ว่าคืออะไร แต่เอาเป็นว่าทีมงานตัดฉากเข้าเพลงอินโทรปุ๊บนี่ผมตบเข่าฉาดเลยว่า เออเว้ย! นี่แหละโคตรจะเจมส์ บอนด์ Absolute Cinema มาก
สำหรับงานพากย์ของแต่ละคนนั้นทำออกมาได้ดีครับ น้ำเสียงแต่ละคนนั้นเล่นถึงกันมาก โดยเฉพาะบอนด์นี่เข้าถึงความยียวนกวนส้นสมกับเป็นคนหนุ่มวัยที่พลังเหลือล้น มันเลยทำให้ผมชอบทุกครั้งเวลาที่บอนด์ต้องร่วมซีนกับจอห์น กรีนเวย์ซึ่งเป็นครูฝึกในโครงการ 00 เพราะกรีนเวย์นั้นอายุมากกว่าบอนด์เป็นรอบ และเป็นคนที่ประสบการณ์สูง เจออะไรมาเยอะ เคมีของทั้งสองคนเวลาคุยจิกกัดกันเพราะความต่างทั้งวัยและนิสัยมันเลยออกมาสนุกมาก ยังไม่รวมตัวละครสมทบคนอื่น ๆ ที่มีชีวิตชีวามากด้วยนะ
สรุป
007 First Light คือส่วนผสมของหลายเกมที่มีเค้าโครงหลักมาจาก Hitman ซึ่งเป็นผลงานที่ IO Interactive เชี่ยวชาญ และเกมรอบนี้ก็ออกมาสนุกและกลมกล่อมครับ อาจเรียกได้ว่าเป็นเกมเจมส์ บอนด์ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำกันมาเลยก็ได้ ในแง่ระบบการเล่นนั้นยังมีจุดติดขัดอยู่บ้างอย่างที่บอกไป แต่หากคุณชื่นชอบเจมส์ บอนด์เป็นทุนเดิมล่ะก็นี่คือเกมที่จะให้คุณได้เป็นเจมส์ บอนด์ได้แบบสมราคาและสมศักดิ์ศรีครับ


















