ในงาน Tokyo Game Show 2026 นี้ ทีมงานไทยเกมวิกิมีโอกาสได้ทดลองเล่นเดโม Stranger Than Heaven มาครับ ซึ่งในเดโมรอบนี้จะแบ่งสั้น ๆ ออกเป็น 3 ช่วงด้วยกันเน้นให้ลองระบบต่อสู้แบบเพียว ๆ และแทบไม่มีองค์ประกอบด้านการสำรวจนะครับ
เดโมจะแบ่งออกเป็นปีค.ศ.1915 ที่โคคุระที่ระบุว่าเป็นการต่อสู้แบบง่าย ต่อมาคือปีค.ศ.1929 ที่คุเระที่เป็นการต่อสู้แบบมาตรฐาน และสุดท้ายคือปีค.ศ.1943 ที่โอซาก้าซึ่งเป็นการต่อสู้แบบยากสุดนั่นล่ะครับ จุดที่แสดงความแตกต่างกันได้ชัดเจนก็คือโมเดลของมาโคโตะที่ต่างกันไปตามยุคสมัย รวมถึงสีสันและบรรยากาศบ้านเมือง ซึ่งโดยรวมผมรู้สึกว่าตัวเกมนำเสนอออกมาได้เหมือนภาพยนตร์เก่า ๆ ให้ความรู้สึกโบราณครับ
พอว่ากันถึงระบบต่อสู้ สิ่งนี้คือสิ่งที่ต่างไปจาก Yakuza/Like a Dragon แบบแทบจะสิ้นเชิงเลยครับ ก่อนนี้ภาคที่เป็นแอ็กชันเต็มตัว คุณจะได้เห็นตัวละครต่าง ๆ วาดลวดลายแบบยอดมนุษย์ทั้งนั้น จะคิริว จะมาจิมะ จะยางามิ แต่ละคนนี่เอาหมัดเอาเท้างัดผู้ใหญ่วัยฉกรรจ์เปรี้ยงลอยแล้วต่อคอมโบกันมันมือ จะมาสิบคน มาร้อยคนก็ซัดตูมหลับกันได้หมด พอเป็นอิจิบังก็ฉีกแนวไปเป็นอาร์พีจีเทิร์นเบสที่เต็มไปด้วยความเฮฮาบ้าบอไปเลย
รอบนี้เกมกลับมาเป็นแอ็กชันเต็มตัวอีกรอบ แต่ระบบมันจะไม่ใช่ที่คุ้นเคยเลยครับ ต่อให้คุณเล่นภาคก่อนมาจนเซียน พอภาคนี้ก็ต้องมาปรับตัวกันใหม่หมด เพราะว่าคุณจะมีปุ่มโจมตีด้วยกันสี่ปุ่มโดยที่ LB และ RB (หรือก็คือ L1 และ R1) เป็นหมัดซ้ายและหมัดขวา ส่วน LT และ RT (หรือก็คือ L2 และ R2) จะเป็นเท้าซ้ายและเท้าขวา (หรือโจมตีหนักเมื่อถืออาวุธ) เวลาคุณสู้ก็ต้องสลับปุ่มโจมตีเอาเองครับ
พอเราตีศัตรูจนมันน่วมแล้วก็จะมีจังหวะให้กดท่าปิดฉาก ส่วนพวกข้าวของข้างทางอย่างเก้าอี้ก็หยิบมาใช้ฟาดได้ระดับหนึ่ง ซึ่งท่าโจมตีพวกนี้ ถ้าไม่ใช่พวกท่าปิดฉากนี่มันก็เรียลไทม์หมด ทำให้เวลาเราเองออกท่าอาจจะโดนตัวอื่นตีขัดจังหวะได้เหมือนกัน
พอถึงเวลาที่คุณโดนโจมตี นอกจากกดปุ่มป้องกันแล้วคุณยังต้องกดด้านที่จะป้องกันให้ถูกด้วยนะ แล้วถ้ากดหลบถูกจังหวะเกมก็จะช้าลงครู่หนึ่งให้คุณตีสวนได้ด้วย
จากที่ลองสั้น ๆ ในเดโมนี่เรารู้สึกว่าเกมนี้ตั้งใจทำหลายอย่างให้ออกมามีความติดดินสูงครับ สปีดการสู้จะค่อนข้างช้า ไม่ไวชนิดเคลื่อนที่แล้วเห็นร่างแยกเงา ไม่ทรงพลังแบบที่ชกหนึ่งทีคนปลิวกระเด็นข้ามฟากถนนอะไรแบบนั้น เวลาโดนกันทีตัวละครจะออกอาการให้เห็นชัดเจนอยู่ แล้วนี่ก็เป็นเกมที่ว่าเวลาเจอคนใช้อาวุธอย่าไปสดด้วยมือเปล่าเพราะมันจะทำให้คุณเสียเปรียบมาก ๆ
หากจะมีจุดหนึ่งที่ผมไม่แน่ใจว่าเกมจริงจะมีการปรับไหมก็คือพวกศัตรูระดับบอสนี่มันโคตรอึดเลยครับ ขนาดว่าใช้อาวุธหวดกันนี่ยังนานกว่าจะซัดมันลงได้ แล้วตัวบอสในปี 1943 ที่โอซาก้านี่ความรู้สึกเหมือนเอาบอสแนวโซลส์มาใส่ เพราะว่าถึงมูฟเซ็ตมันจะไม่ค่อยซับซ้อน แต่พอคุณเริ่มได้เปรียบ มันก็จะมีท่าจับที่ว่าถ้าพลังชีวิตคุณไม่เต็มคุณก็เตรียมสู้ใหม่ได้เลย ยิ่งพอช่วงมันใกล้ตายนี่นะมันสแปมท่านี้บ่อยมาก
อย่างที่บอกไปว่าภาคนี้เปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างเยอะ สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือทีมงานพยายามทำให้ทุกอย่างมันลื่นไหลต่อกันเป็นเส้นเดียว การเข้าร้านซื้อของก็จะไม่มีหน้าต่างใหม่โผล่ขึ้นมาให้เลือก แต่จะให้กดเลือกจากสิ่งที่อยู่บนโต๊ะบนเคาเตอร์เลย อย่างการเลือกกินอุด้งก็กดเลือกจากป้ายหน้าร้าน พอเข้าซื้อไอเท็มเติมพลังก็เลือกจากขวดยาที่วางบนโต๊ะอะไรแบบนั้นครับ
โดยรวม ๆ ผมรู้สึกว่าพอเกมเปลี่ยนมาใช้ระบบการสู้แบบ directional combat แบบนี้มันก็ทำให้สดใหม่ดี แต่ผู้เล่นเก่าน่าจะใช้เวลาปรับตัวกันพอควร ถ้าใครเคยเล่น Punch Out บนแฟมิคอมมา มันก็พอจะเทียบได้คล้าย ๆ กันครับที่คุณต้องกดหลบซ้ายหลบขวาให้ถูกไม่งั้นจะหลับได้ง่าย ๆ ครับ ส่วนเกมจริงจะเป็นอย่างไร เอาไว้เราจะมาพูดถึงกันใหม่เมื่อมีโอกาสครับ







