Games News Reviews

Phantom Blade Zero – รีวิว [REVIEW]

โดย G-jang

Phantom Blade Zero – รีวิว [REVIEW]

Phantom Blade Zero คือผลงานของสตูดิโอหน้าใหม่จากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ S-Game ที่สร้างความฮือฮานับตั้งแต่เปิดตัว และอยู่ในความสนใจของใครหลายคนตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา และในวันนี้เกมก็ได้วางจำหน่ายพร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัสกับพิภพเงาที่บอกเล่าเรื่องราวสารพัดร้อยเรียงกัน ก่อเกิดเป็นอีกหนึ่งตำนานเล่าขานแห่งยุทธภพ และในวันนี้ไทยเกมวิกิจะมาพรรณนาความรู้สึกให้ได้ทราบกันว่า Phantom Blade Zero นั้นจะวิจิตรพิสดารเพียงใด


เนื้อเรื่อง

“ธรรมะคืออันใด อธรรมเป็นเช่นไร ใครเล่าที่กำหนด?”

Phantom Blade Zero บอกเล่าเรื่องราวของโซลหรือหุน จอมยุทธ์มากฝีมือแห่งภาคีไร้นาม ทว่าเขากลับประสบเคราะห์ภัยจากฝีมือของจั่วซางสหายสนิทนับแต่วัยเยาว์ ทั้งสองบาดหมางใจกันรุนแรงจนต้องประลองเอาชีวิต หากแต่ผลลัพธ์ของมันกลับไม่มีผู้ใดคาดคิด คมกระบี่ของทั้งสองทะลวงหัวใจของกันและกัน ทำให้โซลเข้ารับการรักษาด้วยวิชาพิษหทัยโดยหัตถ์อสูร ที่แม้จะยืดชีวิตได้ แต่เขาก็จะยืนหยัดได้อีกแค่เพียง 66 วัน ด้วยเหตุนี้ เขาจึงตัดสินใจใช้เวลาที่หลงเหลืออยู่ออกเดินทางสางแค้น พร้อมค้นหาความจริงที่จะทำให้เขาต้องไปพัวพันกับเรื่องราวพิสดารพันลึกเกินคาดคิด

หากจะกล่าวถึงเนื้อหาของเกมแล้ว ก็อาจกล่าวได้ว่าโลกทัศน์ของเกม Phantom Blade Zero นั้นเต็มไปด้วยความหดหู่ เปลี่ยวเหงา และหม่นหมอง แทบจะทุกหย่อมหญ้าล้วนเผชิญปัญหาจากเหล่าหน้ากากอสูรที่ออกอาละวาด ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่ผ่านการดัดแปรปราณสังหารล้วนต้องพบจุดจบที่ไม่ต่างกัน กลายสภาพเป็นเพียงปีศาจที่มุ่งแต่การเข่นฆ่า ใบหน้ากลวงเปล่าหลงลืมตัวตนสิ้น จะฝ่ายธรรมะหรืออธรรมล้วนไม่อาจหลีกหนี และปุถุชนที่ไร้ซึ่งวรยุทธ์ต่างล้วนทำได้เพียงร่ำไห้และหวาดผวา

ซึ่งในเรื่องราวของเกมนี้ ผมเห็นว่าตัวเอกอย่างโซลมีบุคลิกที่น่าสนใจไม่น้อย ภาพลักษณ์ของเขานั้นเห็นในคราวแรกจะเข้าใจได้ทันทีว่าเขาเป็นชายหนุ่มผู้เจนโลก ผ่านสถานการณ์เป็นตายมาก็มาก ออกปฏิบัติหน้าที่ใต้คำสั่งของภาคีไร้นามมานับไม่ถ้วน บุคลิกของเขาจึงดูเป็นคนเย็นชาหาได้ยินดียินร้ายกับความเป็นไปของผู้อื่น แม้กระทั่งเสื้อผ้าอาภรณ์ยังเป็นสีดำสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูเป็นผู้ที่ไม่น่าคบหาหรือใกล้ชิด

หากแต่แท้จริงแล้ว ชายผู้มีบุคลิกเย็นชานี้ ใจกลับเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมน้ำมิตรที่มากเหลือเฟือต่อผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะปุถุชนหรือเป็นจอมยุทธ์ซึ่งตกที่นั่งลำบากก็ตามที ในทางกลับกันตัวเกมก็จะคอยบอกเล่าเหตุการณ์หรือการกระทำของจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะที่แสดงตนเป็นวิญญูชนแต่จิตใจคับแคบสามานย์ เส้นแบ่งความเป็นธรรมะและอธรรมในโลกของ Phantom Blade Zero จึงพร่าเลือน หลงเหลือแต่ความเป็นมนุษย์ของผู้คนในยุทธภพ ไม่ว่าจะโซลหรือตัวละครสมทบอื่น ๆ ต่างก็ร่วมสร้างสีสันกันได้อย่างดีและชวนติดตาม

โดยรวมแล้วเรื่องราวของเกมนั้น อุดมไปด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่ผู้เล่นจะคุ้นเคยในยุทธจักรกำลังภายในจากหลายต่อหลายเรื่องที่ผ่านมา บุญคุณ ความแค้น ธรรมะ อธรรม ความหวัง สิ้นหวัง ล้วนพัวพันปนเปออกมาเป็นเรื่องราวในเกมที่ให้รสชาติคุ้นลิ้นแต่ขณะเดียวกันก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูง

สิ่งที่จะต้องย้ำเตือนในแง่ของเรื่องราวก็คือ นอกจากการเล่าเรื่องราวโดยตรงผ่านฉากคัตซีนหรือบทสนทนากับตัวละครอื่น ๆ แล้วยังมีการบอกเล่าผ่านเอกสารมากมายที่รอให้ผู้เล่นไปค้นพบ ซึ่งหลายครั้งจะทำให้ผู้เล่นเข้าใจเหตุการณ์ เข้าใจความเป็นมาของตัวละครได้ดีขึ้น แต่หากใครที่เล่นโดยเน้นเฉพาะเนื้อเรื่องหลักก็อาจจะขาดความเชื่อมโยงหรือขาดความต่อเนื่องบางอย่างไปนั่นล่ะครับ


เกมเพลย์

“ยอดฝีมือทั่วโลกหล้า ใช่ว่าได้มาเพราะโชคช่วย”
ระบบต่อสู้

Phantom Blade Zero นั้นนำเสนอในแบบเกมแอ็กชันที่รวดเร็ว ฉับไว พร้อมทั้งต่อเนื่องลื่นไหล จังหวะการรุกรับและโต้ตอบกับศัตรูแต่ละครั้งล้วนแพรวพราวชวนตื่นตาตื่นใจราวกับเป็นการร่ายรำที่ผู้เล่นจะต้องเรียนรู้จังหวะการรุก การถอยตลอดเวลา

คุณจะมีปุ่มโจมตีธรรมดาที่ไม่รุนแรงนักแต่ก็สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ปุ่มโจมตีหนักแต่ละปุ่มนั้นคุณจะเสียค่าพลังปราณสังหารที่อยู่ใต้พลังชีวิตทุกครั้ง ซึ่งเจ้าค่าพลังปราณสังหารที่ว่านี้นอกจากใช้โจมตีแล้ว คุณยังต้องใช้รับการโจมตีจากศัตรูด้วย เพราะทุกครั้งที่คุณป้องกันการโจมตีพลังปราณสังหารก็จะลดลงเรื่อย ๆ และเมื่อใดที่ลดจนหมดคุณจะอยู่ในสภาวะไร้การป้องกันที่จะทำให้รับแดเมจอย่างหนักหน่วง ดังนั้นปราณสังหารจึงเทียบได้กับทรัพยากรหนึ่งที่คุณจะต้องบริหารให้ดีในการต่อสู้ จะโหมรุกต่อเนื่องมากไป หรือจะคอยตั้งรับก็ต่างไม่เป็นผลดี คุณจะต้องหาจังหวะหาสมดุลในระหว่างการเล่นให้เจอเอง

อย่างไรก็ตาม นอกไปจากการโจมตีและป้องกันทั่วไปแล้ว เกมก็ยังมีรูปแบบการโจมตีของศัตรูที่คุณจะต้องรับมือเฉพาะทางด้วยการปัดป้องสมบูรณ์แบบ และการโจมตีที่จะต้องหลบหลีกสมบูรณ์แบบ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้หากทำได้สำเร็จก็จะฟื้นปราณสังหารของคุณกลับมาทันที ระบบหลัก ๆ ของเกมก็เลยเอื้อให้คุณต้องเข้าประชิดบอสเพื่อหาจังหวะปัดป้องเพื่อตอบโต้ หรือหลบเพื่อตอบโต้ในลักษณะนี้ครับ และยิ่งคุณปัดป้องได้มาก ก็ยิ่งลดปราณสังหารของศัตรูได้มาก ที่เมื่อคุณทำให้พลังปราณสังหารของพวกมันหมดก็จะเข้าสภาวะไร้การป้องกันไม่ต่างกับผู้เล่น เปิดโอกาสให้คุณถล่มพวกมันด้วยสรรพวิชาสร้างความเสียหายรุนแรง

แม้กระทั่งการกระทำง่าย ๆ อย่างการสลับอาวุธในเกมนี้ก็ยังส่งผลต่อการเล่นเช่นกัน เพราะเมื่อใดที่คุณสลับอาวุธพลังปราณสังหารก็จะฟื้นจนเต็ม นี่จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการสู้ที่จะทำให้คุณทำได้ทั้งการระดมโจมตีไม่ให้พัก หรือการพลิกสถานการณ์ที่ย่ำแย่ให้กลับมารับมือต่อได้ทันที

หนึ่งในสิ่งที่ต้องชมว่าล้ำเลิศยิ่งก็เห็นจะไม่พ้นการต่อสู้กับบอสมากมายในเกมนี้ ทุกตัวละครล้วนแล้วแต่ออกแบบการต่อสู้มาอย่างดี ต่างก็มีความโดดเด่นเป็นเลิศในวิชายุทธ์ของตนเอง ยิ่งอาวุธแปลกตาเท่าไร ท่วงท่าการโจมตีและสิ่งที่เราต้องรับมือก็จะยิ่งแปลกพิสดารเท่านั้น แต่แน่นอนว่ามันจะทำให้ผู้เล่นได้ตื่นตาตื่นใจได้ตลอดเวลาไม่มีผิดเพี้ยน

ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ต้องบอกก็คือการท่องยุทธภพใน Phantom Blade Zero หาใช่เรื่องง่ายดาย เพราะไม่ว่าคุณจะไปเยือนที่ใดอันตรายก็รายล้อมอยู่รอบตัวคุณ และศัตรูก็พร้อมจะสะบั้นชีวิตคุณให้ดับดิ้นก่อนครบกำหนด 66 วันตลอดเวลา คุณจึงอาจต้องตื่นตัวและมีสติรับรู้แทบตลอดเวลา

อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าบอสจะงัดกลเม็ดมากมายให้เราต้องรับมือ ความพ่ายแพ้จึงไม่ใช่เรื่องที่ประหลาดอะไร แต่เมื่อใดที่คุณเรียนรู้วิชาของพวกมันจนปรุโปร่งแล้วชัยชนะก็ไม่ใช่สิ่งที่เกินเอื้อมครับ ยังไม่นับว่าการต่อกรกับบอสหลายเฟสนั้น เกมนี้ถือว่าใจดีกว่าเกมอื่น ๆ ที่หากคุณพ่ายแพ้ในเฟสไหน เมื่อเริ่มเล่นใหม่ก็จะสู้กับบอสในเฟสนั้นต่อได้เลย ไม่ต้องเริ่มสู้แต่แรก

ความน่าสนใจประการหนึ่งของเกมนี้ก็คือ สรรพาวุธมากมายที่โซลใช้ได้ในเกมนั้น หลายครั้งเป็นสิ่งที่คุณได้รับจากการชนะยอดฝีมือในเกม และท่าวิชาของบอสที่คุณได้เห็นนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่คุณเองก็สามารถใช้งานได้ตามอาวุธที่บอสเหล่านั้นใช้ มันจึงทำให้ไม่มีชิ้นใดเลยที่ไร้ประโยชน์ จะมีก็เพียงแค่ว่าชิ้นใดที่คุณใช้แล้วถนัดมือเท่านั้นครับ

ซึ่งศาสตราต่าง ๆ ที่คุณใช้งานได้นั้น ล้วนแต่มีท่าการโจมตีของมันเอง มีความโดดเด่นและประโยชน์ใช้งานของมันเอง รวมถึงมีความสามารถเบื้องหลังแบบแพสซีฟที่แตกต่างกันไปทั้งนั้น ยิ่งเมื่อคุณสามารถติดตั้งไว้ใช้งานได้สองชิ้นมันเลยทำให้คุณสามารถเลือกเฟ้น ลองใช้และจับคู่ผสมได้มากมายหลายรูปแบบ สุดแท้แต่ว่าวิชายุทธ์ที่คุณถนัดคือสิ่งใดนั่นเอง

เหนือสิ่งอื่นใด นอกไปจากอาวุธหลักที่ใช้งานได้แล้ว คุณยังมีสิ่งที่เรียกว่าศาสตราเงาหรือก็คืออาวุธพิเศษที่ต้องใช้ค่าพลังเฉพาะเพื่อออกท่า และเช่นกันที่คุณติดตั้งได้สองชิ้น มันเลยยิ่งทำให้ความหลากหลายของการปั้นบิลด์ต่าง ๆ มีมากขึ้นไปอีก ยังไม่นับว่าคุณติดตั้งเครื่องประดับเสริมพลังในด้านต่าง ๆ ได้อีก ระบบต่อสู้ของเกมนี้จึงอาจดูเรียบง่ายแต่ก็ลึกซึ้งและต้องอาศัยการฝึกฝนเรียนรู้เพื่อเข้าถึงวิชาขั้นปรมัตถ์


การปรับแต่งตัวละคร

รูปแบบการฝึกฝนหรืออัปเกรดตัวละครของเกมนี้จะเน้นที่การเพิ่มความสามารถตามแผนผังสกิล ซึ่งก็ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป และทุกครั้งที่จะฝึกวิชาคุณจะต้องใช้เศษเสี้ยวความทรงจำที่เปรียบเสมือนค่าเงินประจำเกมนั่นเอง

ถึงอย่างนั้นเกมก็ยังพยายามสร้างสมดุลให้คุณไม่สามารถอัปเกรดทุกอย่างได้หมดในรวดเดียว จนกว่าคุณจะตระเวนเสาะหาไอเท็มเศษศิลาที่ช่วยเพิ่มค่าพลังโจมตี พลังชีวิต หรือปราณสังหารได้ถึงระดับที่กำหนดก่อน จึงจะฝึกวิชาในขั้นต่อไปได้ นี่เลยเป็นสิ่งที่กระตุ้นคนเล่นกลาย ๆ ให้ต้องขยันออกสำรวจให้ถี่ถ้วนหากต้องการทะยานสู่การเป็นยอดยุทธ์

ในบรรดาอาวุธและเครื่องประดับมากมายของเกม แม้กระทั่งขวดโอสถฟื้นพลังนั้นทุกชิ้นต่างสามารถเพิ่มพูนค่าพลังได้ หากว่าคุณมีวัตถุดิบและเศษเสี้ยวความทรงจำที่เพียงพอ โดยที่อาวุธหรือศาสตราเงาแต่ละชิ้นนั้นจะมีการปลดความสามารถแฝงเมื่อคุณอัปเกรดถึงขั้นที่กำหนดและจะทำให้คุณมีกลยุทธ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้นในการเล่น

การจับคู่อาวุธ การเลือกใช้ศาสตราเงา รวมถึงการติดตั้งเครื่องประดับที่เหมาะสมจะยิ่งเปิดโอกาสให้คุณได้ทดลองใช้งานอาวุธที่ใช่ วิชาที่ชอบ และรูปแบบการเล่นที่เป็นตัวของคุณเองได้มากมายครับ


การสำรวจ

Phantom Blade Zero นั้น ไม่ใช่เกมโอเพนเวิลด์ หากแต่ในหนึ่งฉากนั้นจะประกอบไปด้วยเส้นทางมากมายให้คุณได้ออกสำรวจค้นหาความลับที่ซุกซ่อนอยู่ โดยที่บางเส้นทางนั้นคุณอาจต้องได้ศาสตราเงาที่เหมาะสมก่อนจึงจะเปิดทางไปต่อได้ ตัวเกมจึงกระตุ้นให้คุณอยากกลับมาสำรวจเส้นทางเก่า ๆ อีกครั้ง

สิ่งที่คุณจะได้พบเจอในเส้นทางเหล่านั้น นอกเหนือไปจากไอเท็มที่จะได้รับแล้ว ในหลายครั้งคุณจะได้พบกับบรรดาบอสที่ซุกซ่อนอยู่มากมายที่เมื่อคุณวัดฝีมือแล้วเอาชนะมาได้ ก็มักจะได้อาวุธชิ้นใหม่ เครื่องประดับใหม่มาครอบครอง และบางครั้งเส้นทางเก่า ๆ อาจพาคุณได้ไปสำรวจฉากใหม่ ๆ เลยด้วยซ้ำ

ดังนั้นหากพูดถึงองค์ประกอบด้านการสำรวจแล้ว เกมนี้ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยสิ่งให้ค้นหาและบอสให้พบเจอ ไม่ว่าคุณจะไปสำรวจเส้นทางไหน ที่ปลายทางมักจะมีรางวัลบางอย่างรอคอยคุณเสมอครับ

ถึงอย่างนั้น สิ่งที่อาจทำให้คนเล่นรู้สึกขุ่นข้องหมองใจอยู่บ้างก็คงไม่พ้นการออกแบบเกมที่จะกำหนดเส้นทางในการเดินทางของคุณเอาไว้แล้ว คุณไม่สามารถทะยานลอยตัวเหินหาวสำรวจเส้นทางได้อย่างอิสระ หากแต่เกมจะกำหนดเอาไว้ชัดเจนว่าจุดไหนที่คุณจะกระโดดไต่ขึ้นได้ จุดไหนที่คุณจะปาเคียวโซ่ห้อยโหนได้ หลายครั้งคุณจึงจำเป็นต้องหลับตาหนึ่งข้างเวลาที่โซลไม่สามารถกระโดดขึ้นบนทางต่างระดับที่ไม่สูงนักได้ ทั้งที่ในการต่อสู้หรือคัตซีนเขากลับเคลื่อนไหวได้เบาหวิวพลิ้วไหวราวกับไร้น้ำหนัก เพราะหากคุณปล่อยวางเรื่องนี้ไม่ได้ก็พาลแต่จะขุ่นใจให้ธาตุไฟเข้าแทรกเสียเปล่า ๆ

อีกเรื่องที่ต้องกล่าวถึงก็คือความซับซ้อนในการออกแบบฉากของเกมครับ ผมคิดว่าตัวเกมมีปรัชญาการออกแบบฉากใกล้เคียงกับเกมตระกูลโซลส์พอควร ที่เมื่อคุณเดินทางไปที่ไหนก็มักจะเจอทางแยก ไม่ว่าจะแนวตั้งหรือแนวนอนก็ล้วนแต่จะเจอทางที่สามารถไปได้ แค่ว่าคุณจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่าจุดไหนที่จะพาคุณไปยังเป้าหมายภารกิจที่ต้องการ ซึ่งแผนที่ของเกมก็ออกแบบมาในลักษณะของภาพวาดโบราณที่ก็พอจะช่วยเหลือได้บ้าง แต่จะไม่ได้บอกข้อมูลละเอียด ไม่มีสิ่งชี้บอกทางผู้เล่นไปยังจุดหมาย ต้องอาศัยการวิ่งสำรวจและจดจำเส้นทางเอาเองระดับหนึ่ง

ถึงอย่างนั้นเกมก็ยังมี QoL ที่ค่อนข้างดีในแง่การติดตามภารกิจครับ เพราะเกมจะขึ้นสัญลักษณ์บอกตำแหน่งบนแผนที่ให้คุณทราบว่าเป้าหมายภารกิจนั้นอยู่ตรงไหน แต่การหาหนทางไปคือหน้าที่ของผู้เล่นล้วน ๆ มันจึงทำให้การสำรวจไม่ลำบากจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้จูงมือผู้เล่นไปทุกขั้นตอน ทุกอย่างกำลังพอดี ๆ


อนิเมชันท่วงท่าการต่อสู้และฉากคัตซีน

นี่คือสิ่งที่จะทำให้ผู้เล่นทุกคนได้ซึมซับเข้าถึงแก่นแห่งวิชายุทธ์ หรือก็คือเบียวโดยแท้จริงครับ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าอาวุธที่มีให้เลือกใช้ในเกมนี้มีมากมายดาษดื่น แต่ละชิ้นมาพร้อมกับท่วงท่าการโจมตีและความสามารถเฉพาะตัว บางเล่มเป็นกระบี่เมามายซึ่งโซลก็จะตวัดกวัดแกว่งกระบี่ด้วยท่วงท่าพิสดารคล้ายจริงคล้ายลวง เสมือนเมาสิ้นสติแต่กระบี่กลับแม่นยำ ซ้ำยังใช้ปราณควบคุมกระบี่ฟาดฟันโดยไม่จำต้องเข้าประชิด ในทางกลับกันบางเล่มกลับพลิ้วไหวว่องไวราววิหคโผบิน หรืออาวุธพิสดารอย่างจักรสังหารที่สามารถปลิดเศียรศัตรูได้แบบไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง

ทั้งหมดที่ว่ามา คือสิ่งที่ผมเชื่อว่าคุณจะต้องเคยรับรู้ผ่านโทรทัศน์ จินตนาการผ่านตัวอักษร หรือตื่นตาไปกับภาพวาดมากมายที่บอกเล่าเรื่องราวยุทธจักรกำลังภายใน ซึ่ง Phantom Blade Zero ก็ใส่สิ่งเหล่านั้นลงมาแบบไม่มีอั้น และยังทำให้อาวุธแต่ละชิ้นโดดเด่นไม่ซ้ำกันได้ คุณอยากลองสัมผัสความรู้สึกในแบบลี้น้อยมีดบินไม่พลาดเป้ารึ? เกมก็มีศาสตราเงามีดบินให้ใช้ หากอยากลองสวมบทเป็นมือปราบเอี้ยเจ็ง เช่นนั้นลองใช้ดาบตะขอดูสิ หรืออยากทำหน้าที่เป็นกลุ่มมือสังหารภายใต้บัญชาของจักรพรรดิหย่งเจิ้น? ถ้าอย่างนั้นก็ลองใช้อาวุธจักรสังหารดู

ทุกท่วงท่า ทุกการปะทะ ทุกการปัดป้อง ทุกฉากคัตซีน ทุกการสนทนา อัดแน่นไปด้วยจริตแบบนิยายกำลังภายในอย่างครบถ้วนกระบวนความ หากคุณอยากเบียวเป็นยอดฝีมือแห่งยุทธภพนี่คือเกมที่จะให้คุณได้เกินร้อยแน่นอน


กราฟิก

“ยุทธภพวิจิตร ปิดซ่อนภยันตราย”

รูปแบบการนำเสนองานศิลป์ของเกม Phantom Blade Zero นั้นคือการผสมผสานวัฒนธรรมจีนโบราณที่ได้แบบอย่างจากราชวงศ์หมิง เข้ากับเครื่องยนต์กลไกและองค์ประกอบความเหนือธรรมชาติ ซึ่งผสมผสานกันออกมาเป็นพิภพเงาที่เป็นชื่อเรียกขานโลกในเกม

ด้านหนึ่งคุณจะได้เห็นทุ่งหญ้าที่พลิ้วไหวต้องแสงตะวันยามเย็น ไกลออกไปคือทะเลสาบที่สะท้อนแสงสีส้มอันอบอุ่น ขณะเดียวกันคุณก็จะได้พบเจอกับเครื่องยนต์กลไกอันใหญ่โตมโหฬารด้วยชั้นของวิทยาการที่ไม่ควรจะอยู่ในยุคสมัยนั้น โดยที่ทีมงานผู้พัฒนาเองก็เรียกโลกทัศน์เช่นนี้ว่า “Kungfupunk” ครับ และผลลัพธ์ที่ได้ก็ทำให้โลกของเกมนั้นดูคุ้นเคยในความไม่คุ้นเคย ดูปกติในความพิสดารจนมีความเป็นตัวของตัวเองสูงในแง่ของงานศิลป์

อย่างไรก็ดี แม้การนำเสนอในภาพรวมนั้นจะสวยงาม การปะทะกันด้วยวิชานั้นวิจิตรตระการตา แต่ในบางส่วนก็ยังมีการเก็บงานไม่ละเอียด อย่างเช่นโมเดลของบรรดา NPC ที่ได้พบเจอ หรือเท็กซ์เจอร์ฉากบางจุดที่ยังไม่ละเอียดมากนัก แต่ในภาพรวมของเกมก็ยังเรียกได้ว่าสวยงามชวนติดตามอยู่ดี


งานเสียง

“คมกระบี่หนักแน่นดุดัน คีตะนั้นไพเราะเสนาะจิต”

องค์ประกอบหนึ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็นลายเซ็นของเกม ก็คือดนตรีที่ผสมผสานแนวเฮฟวีเมทัลเข้ากับบทเพลงแบบอุปรากรจีน ที่นอกจากจะสื่อถึงความดุเดือดในการต่อสู้แล้วยังนำเสนอรากฐานด้านศิลปะวัฒนธรรมได้อย่างแยบยลและไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นเพียงเซ็ตติ้งของเกมเพียงอย่างเดียว ผมมั่นใจมากว่าบทเพลงประกอบของเกมนี้ไม่ว่าจะเป็นเพลงบรรเลงหรือเพลงขับร้องก็ตามจะเป็นหนึ่งในหัวข้อที่หลายคนพูดถึงกันอีกนานแน่นอน

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชมก็คือเสียงเอฟเฟกต์ของเกมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่เหล็กกระทบกับเหล็ก กระบี่ปะทะกับกระบี่ครับ โดยส่วนตัวผมคิดว่าเสียงเอฟเฟกต์นั้นทำออกมาได้ดุดันอยู่แล้วแต่เดิม แต่หากใครยังไม่สาแก่ใจ เกมก็เปิดโอกาสให้ผู้เล่นเข้าไปทำการปรับเสียงได้ตามใจปรารถนา อยากให้เสียงคมขึ้น ทุ้มขึ้น คุณเลือกปรับได้ตามต้องการเพื่อความเข้าถึงวิถีแห่งจอมยุทธ์ได้อย่างเต็มรูปแบบ

ในส่วนของงานพากย์นั้น ผมเล่นโดยเลือกเสียงพากย์จีนที่แม้ว่าตนเองจะไม่เข้าใจภาษาจีนแต่ก็รับรู้ได้ถึงอารมณ์และความรู้สึกที่ชัดเจนผ่านน้ำเสียงของแต่ละคนครับ


สรุป

Phantom Blade Zero คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ศักยภาพของทีมพัฒนาจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ว่าพวกเขาพร้อมแล้วที่จะนำเสนอผลงานคุณภาพสูงให้โลกได้เห็น ด้วยโลกทัศน์และการนำเสนอที่เกมเมอร์ชาวไทยคุ้นเคยและเข้าถึงได้ง่าย ระบบการเล่นที่เข้าใจง่ายแต่ลึกซึ้ง และงานศิลป์ที่ยอดเยี่ยม แม้จะยังมีข้อขัดข้องอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าเกมนี้อาจกลายมาเป็นเกมแอ็กชันในดวงใจของหลาย ๆ คนได้โดยง่ายครับ

ไม่เพียงแค่นั้น แต่งานแปลภาษาไทยของเกมนี้มีคุณภาพสูงมาก สำนวนต่าง ๆ ที่เลือกใช้ก็เหมาะเจาะกับเนื้อหาแนวกำลังภายในอย่างยิ่ง แม้ยังมีข้อบกพร่องเล็กน้อยในบางจุดแต่งานแปลของเกมก็เรียกเป็นระดับยอดเยี่ยมได้เลย

The Review

90% แฟนทอม เบียว ซีโร่

Phantom Blade Zero คือเกมที่อัดแน่นไปด้วยจริตกำลังภายในในทุกมิติ หากคุณอยากได้เกมแอ็กชันที่ฉับไวและเปิดโอกาสให้คุณได้เบียวเป็นสุดยอดฝีมือแห่งยุทธจักรล่ะก็ อย่าได้รอช้าโปรดหามาเล่นโดยพลัน

90%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์