รีวิว Diablo 4 Lord of Hatred + Season 15 (ฉลองครบรอบ 30 ปี)
ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เราจะได้กลับมาสะสางบัญชีแค้นกับพี่ใหญ่แห่งสามจอมอสูรอย่าง Mephisto กันเสียทีครับ หลังจากที่ภาคเสริมตัวแรกพาทัวร์ป่าฝนจนจับต้นชนปลายกันไม่ถูก มาคราวนี้ในภาคเสริมตัวที่สอง Lord of Hatred ตัวเกมเลือกที่จะพาเราล่องเรือไปยัง Isles of Skovos ดินแดนโบราณอันเป็นอารยธรรมยุคแรกเริ่มของมนุษยชาติ ซึ่งขอบอกตรงนี้เลยว่า บรรยากาศซากปรักหักพังหินอ่อนและชายฝั่งทะเลแดดส่อง มันช่วยสลัดภาพลักษณ์โคลนตมและหนองน้ำเฉอะแฉะจากภาคหลักออกไปได้อย่างหมดจด ให้ความรู้สึกแปลกใหม่และเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังของตำนาน Nephalem อย่างแท้จริง
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาสำหรับคนเล่นเกมที่อยากรู้เนื้อผ้าของภาคเสริมตัวนี้ ผมขอสรุป ข้อดี-ข้อเสีย แบบเนื้อ ๆ เน้น ๆ ให้เห็นภาพชัดเจนกันไปเลยครับ
สรุปจุดเด่น & จุดด้อยจากภาคเสริม Lord of Hatred
ข้อดี:
- สองคลาสใหม่ทรงพลังและเล่นสนุก โดย Paladin กลับมาทวงคืนความยิ่งใหญ่ในฐานะจอมแทงค์ที่อึดถึกทน ส่วน Warlock คือทีเด็ดสำหรับสายพริ้วด้วยสกิลสาย Abyss / Occult โดยเฉพาะท่า Shadowform teleport ที่ทำให้เคลื่อนไหวได้ไหลลื่นราวกับภูตผี เป็นคลาสที่ทำคอมโบดาเมจเงาได้มันมือมากบอกเลย
- รื้อระบบรากฐานใหม่หมดจด โดยเฉพาะการขยาย Level Cap ไปที่ 70 และการปรับสมดุล Skill Tree ใหม่ (อัปได้สูงสุดถึง 15 แต้ม) รวมถึงระบบ Seals ที่เปิดให้ติดตั้ง Charms เพื่อเปิดโบนัสเซ็ต โดยไม่ทำลายคุณค่าของไอเทม Legendary หรือ Mythic เดิม
- การกลับมาของ Horadric Cube กล่องผสมไอเทมระดับตำนานที่ช่วยให้การคราฟต์สิ่งของและการปรับแต่งบิวด์ในช่วง Endgame มีความยืดหยุ่นและน่าเสพติดกว่าเดิมมาก
- ระบบ War Plans และคีย์ลงบอส การจัด Playlist กิจกรรมต่อเนื่องช่วยร้อยเรียงระบบ Endgame ที่กระจัดกระจายให้ไร้รอยต่อ แถมการเปลี่ยนมาใช้ Lair Keys แทนวัตถุดิบยุ่งยาก ทำให้ฟาร์มบอสใหญ่ได้สะดวกขึ้นเยอะ
- ราคาและแพ็กเกจที่คุ้มค่ามากขึ้น โดยตัวเกม Standard Edition จัดแพ็กเกจแบบใจป๋า พ่วงเอาภาคเสริมตัวแรก (Vessel of Hatred) ทั้งคลาส Spiritborn และระบบผู้ช่วยติดสอยห้อยตาม (Mercenary) มาให้เล่นฟรี ๆ สำหรับคนที่ยังไม่มี ถือเป็นกลไกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้เล่นเก่าและใหม่
ข้อเสีย:
- ปัญหาด้าน Performance และบั๊ก: ในช่วงที่ทดสอบยังพบอาการกระตุกเล็กน้อย และมีบั๊กประเภทเควสต์ไม่ดำเนินต่อปรากฏอยู่บ้าง แม้จะแก้ไขได้ด้วยการออกจากเกมแล้วล็อกอินใหม่ แต่ก็สร้างความรำคาญใจให้คนเล่นอยู่ไม่น้อย
- ขนาดแผนที่ไม่ได้ใหญ่โตสะใจ สำหรับคนที่คาดหวังว่าจะได้ดินแดนขนาดมหึมา อาจจะผิดหวังเล็กน้อยเพราะตัวภาคเสริมเน้นไปที่การขยายและเชื่อมโยงระบบเก่าให้แน่นขึ้น มากกว่าการเพิ่มพื้นที่ดินแดนใหม่ ๆ แบบก้าวกระโดด
Season 15: มหกรรมฉลองครบรอบ 30 ปีที่คนรัก Diablo มีน้ำตาซึมอ่ะ
ความเดือดที่แท้จริงมันอยู่ตรงนี้ครับ! เมื่อภาคเสริมมัดรวมเข้ากับ Season 15 ซึ่งเป็นฤดูกาลฉลองครบรอบ 30 ปีของแฟรนไชส์ ทีมพัฒนาอัดคอนเทนต์ที่เรียกคะแนนความใจฟูจากแฟนบอยรุ่นเก๋าและสร้างความบันเทิงให้ผู้เล่นยุคใหม่ได้อย่างลงตัว โดยไฮไลต์เด็ดที่ผมประทับใจมากในซีซันนี้ประกอบด้วย
- ดันเจี้ยนสุ่มสุดเซอร์ไพรส์ที่จะพาย้อนเวลากลับไปสู่วันวาน พาเราไปร่วมรบในสมรภูมิประวัติศาสตร์ของจักรวาล Diablo ยิ่งไปกว่านั้น ซาวนด์ประกอบและงานเสียงในดันเจี้ยนเหล่านี้ยังดึงเอาฟีลลิ่งดั้งเดิมของ Diablo ยุคคลาสสิกกลับมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ได้ยินแล้วขนลุกเลยครับ
- การต่อสู้กับ 3 มหาจอมอสูร มาพร้อมกับรสชาติและบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมสะใจ แถมรอบนี้มีการเพิ่มบอสใหม่เข้ามาอีกจำนวนมาก ชนิดที่ว่าสายล่าไอเทมไม่มีเหงาแน่นอน
- ระบบ Runes ที่ทรงพลังกว่าเดิม มีการขยายขอบเขตระบบรูน ให้ลึกและมีความหลากหลายในการผสมผสานบิวด์ได้เท่กว่าเดิม
- Mini Boosters โบนัสสุดจัดจ้าน มีบัฟพิเศษตัวช่วยขนาดเล็กโผล่มาให้เก็บระหว่างทาง ช่วยมอบโบนัสเจ๋ง ๆ อย่างการทำดาเมจแรงขึ้นสองเท่า เพิ่มความสะใจในการล้างบางฝูงมอนสเตอร์
- การเก็บเลเวลจาก 50 ไปถึง 70 ในซีซันนี้ทำออกมาได้ “พอดี” มากครับ ไม่ได้ง่ายจนน่าเบื่อและไม่ได้ยากจนชวนรากเลือด เป็นความเร็วที่กำลังสนุก
- War Plans ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ระบบจัดการเพลย์ลิสต์กิจกรรม Endgame จากภาคเสริม พอมาอยู่ในซีซันนี้ได้รับการขัดเกลาให้เฉียบคมยิ่งขึ้นไปอีกขั้น ยืดหยุ่นและตอบโจทย์สายฟาร์มอย่างแท้จริง
สรุปกันเถอะ
หลังจากคลุกคลีอยู่กับตัวเกมและระบบของ Season 15 มาหลายสิบชั่วโมง ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเล่น Diablo 4 มันไม่ใช่แค่การสาดคอนเทนต์ใหม่เข้ามาแบบสะเปะสะปะ แต่มันคือการนำเอาประสบการณ์ตลอด 3 ปีของตัวเกม มาร้อยเรียงและขัดเกลาจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างไร้รอยต่อ
ตัวเกมปลดปล่อยจินตนาการในการสร้างบิวด์ให้คนเล่นได้อย่างอิสระผ่านระบบคราฟต์และไอเทม ผนวกกับกลิ่นอายความหลังที่ใส่เข้ามาเอาใจแฟนเดนตายได้อย่างถูกจังหวะจะโคน ภาพรวมคือผมชื่นชอบการมาถึงของอัปเดตชุดนี้มาก ขอยกนิ้วให้ในความตั้งใจของทีมงานครับผม












