Games News Previews

หลังลองต้องบอกว่า – Final Fantasy Resonance จาก Tokyo Game Show 2026

หลังลองต้องบอกว่า – Final Fantasy Resonance จาก Tokyo Game Show 2026

ในงานโตเกียวเกมโชว์ 2026 เรามีโอกาสได้ลองเล่นเดโม Final Fantasy Resonance ภายในบูธของ Square Enix ครับ ซึ่งคิดว่าหลายคนน่าจะพอทราบกันอยู่แล้วว่าแท้จริงภาคนี้เดิมเป็นเกมบนโทรศัพท์มือถือภายใต้ชื่อว่า Final Fantasy Brave Exvius นั่นเอง แต่คราวนี้ตัวเกมถูกนำมาปรับเพื่อจำหน่ายบนแพลตฟอร์มคอนโซลและพีซีจนเป็นเกมสไตล์ HD-2D ที่ Square Enix จำหน่ายออกมาแล้วหลายเกมในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับเดโมที่มีให้เล่นจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงให้เลือก นั่นคือ New Game ที่จะเป็นช่วงต้นเกม และมีช่วงสำรวจดันเจี้ยนที่เป็นบทที่ 2 และช่วงให้สู้กับศัตรูแข็งแกร่งในโคลอสเซียมซึ่งเป็นบทที่ 5 และในการเล่นรอบนี้เราเลือกสำรวจดันเจี้ยนครับ

ในแง่ระบบการเล่นนั้น ตัวเกมจะเป็นเทิร์นเบส RPG แบบแท้ ๆ ที่ตัวละครจะแบ่งเทิร์นกันชัดเจน ไม่ได้ใช้ระบบ ATB ที่หากเราชักช้าตัดสินใจไม่ได้ก็อาจโดนศัตรูโจมตีในระหว่างเลือกคำสั่ง และในรอบนี้นอกเหนือไปจากเกจพลังชีวิตแล้วพวกศัตรูก็จะมีเกจ stun ที่พอลดจนหมดก็จะทำให้พวกมันเข้าสภาวะ Staggered จนมันเสียเทิร์นไปฟรี ๆ คล้ายกับ FFVII Remake กับ Rebirth นั่นล่ะครับ

เพียงแต่ความพิเศษมันอยู่ที่ว่าถ้าในการต่อสู้นั้น ๆ คุณทำ Sweeping Stagger ได้ (หรือก็คือทำให้ศัตรูทุกตัว stagger ในเทิร์นเดียว) ก็จะทำให้สมาชิกตี้เราทุกคนออกแอ็กชันได้เพิ่มในช่วงโบนัสเฟส แล้วพอจบเฟสเราก็จะเลือกปิดได้ด้วยท่า Resonance ที่รุนแรง

โดยท่า Resonance ก็จะอ้างอิงจากบรรดา Visions หรือก็คือวิญญาณของบรรดาตัวละครอันมีเอกลักษณ์จาก Final Fantasy แต่ละภาคครับ อย่างในเดโมที่เราเล่นนี้เรนก็จะมีวิชันส์เป็นนักรบแห่งแสง ลาสส์เวลล์ก็มีวิชันส์เป็นคลาวด์ ฟีน่ามีวิชันส์เป็นทีน่า และลิดก็มีวิชันส์เป็นน็อคติส เมื่อคุณเลือกใครมาออกท่าเกมก็จะตัดช่วงเป็นภาพ CG เท่ ๆ เดือด ๆ ให้ได้ชมกัน

ซึ่งวิชันส์เหล่านี้นอกจากส่งผลต่อท่า Resonance ตามที่บอกไปแล้ว ยังช่วยให้ตัวละครแต่ละคนมีสกิลเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากสกิลเฉพาะตัวของตนเองครับ คือถ้าจะให้เปรียบเทียบก็คงคล้ายระบบมาทีเรียในภาค 7 หรือจังก์ชั่นในภาค 8 เป็นต้น เรียกง่าย ๆ ก็ถือเป็นระบบปรับแต่งตัวละครประจำภาคนี้ครับ นอกจากนั้นแล้วพวกวิชันส์ยังมีเลเวลของตัวเองด้วย ยิ่งคุณเก็บเลเวลให้พวกเขามากขึ้นค่าสถานะของตัวละครที่มีวิชันส์นั้นสิงก็จะสูงขึ้น รวมถึงมีสกิลให้ใช้มากขึ้นด้วยตามไป

ส่วนอื่น ๆ ที่มีให้พูดถึงก็อย่างเช่นระบบการโจมตีจุดอ่อนของศัตรูซึ่งก็ต้องอาศัยลองใช้เวท ใช้ท่าลองผิดลองถูกเอาเอง ถ้าตีแล้วโดนจุดอ่อน เกมก็จะจดจำไว้ให้ทำให้เวลาคุณเจอกับศัตรูเดิมในรอบหน้าจะสู้ได้ง่ายขึ้นเพราะรู้แล้วว่ามันแพ้อะไรนั่นล่ะครับ ที่สำคัญคือเกมนี้ก็มีระบบ Limit Burst ที่พอเกจเต็มแล้วตัวละครจะสามารถใช้ท่าใหญ่เฉพาะตัวเพื่อสร้างแดเมจรุนแรงได้ด้วยนะ

การสำรวจก็เป็นไปตามขนบของเกม JRPG เลย คือเวลาคุณไปยังเส้นทางที่ไม่ใช่เส้นหลักก็อาจมีไอเท็มให้เก็บ ดังนั้นใครที่คุ้นเคยกับการเล่นแนว ๆ ที่ว่าถ้ารู้ว่าทางไหนไปต่อก็จะย้อนกลับเพื่อไปอีกทางหนึ่งก่อนเผื่อเจอไอเท็มคุณก็น่าจะชอบดีไซน์ของเกมนี้ครับ

เดโมที่เราเล่นไปจบที่บอสอย่าง Aether ที่มีธาตุลม ซึ่งมันก็อึดใช้ได้ พร้อมกับเรียกสมุนออกมาช่วยตัดกำลังเราเนือง ๆ แต่ก็ไม่ได้รับมือยากครับ เราปิดฉากมันไปด้วยท่า Resonance ของนักรบแห่งแสงเป็นอันจบเดโม

โดยรวมเราคิดว่านี่เป็น Final Fantasy ที่ประกอบไปด้วยระบบที่หากคุณเคยเล่นเกมตระกูลนี้มาก็จะคุ้นเคยแน่ ๆ เพราะมีการหยิบองค์ประกอบหลายภาคมาใช้แล้วลดความซับซ้อนให้เข้าถึงง่ายระดับหนึ่งครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์