*ขอขอบคุณ Konami Digital Entertainment Limited สำหรับโค้ดรีวิวมา ณ โอกาสนี้
**รีวิวนี้เล่นบน PlayStation 5
แล้วก็ถึงเวลาการกลับมาอีกครั้งของแฟรนไชส์ Silent Hill ในชื่อภาค Townfall ที่รอบนี้ย้ายสถานที่จากเมืองในอเมริกาไปเป็นเมืองเกาะในสก็อตแลนด์แทน แต่ยังเต็มไปด้วยองค์ประกอบของความน่าอึดอัด หมอกที่หนาทึบและอีกด้านหนึ่งของเมืองที่เต็มไปด้วยบางสิ่งที่ยากจะอธิบาย ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้น เราจะมาเล่าความรู้สึกให้ได้ทราบกันครับ
เนื้อเรื่อง
ในภาคนี้ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นไซมอนชายผู้ที่ตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำแบบที่เขาเองก็จับต้นชนปลายไม่ถูก ก่อนจะเดินโซซัดโซเซมาและทราบว่าขณะนี้ เขาได้มาขึ้นฝั่ง ณ เมืองเกาะที่ชื่อเซนต์อมีเลีย ในสก็อตแลนด์นั่นเอง ระหว่างที่เขากำลังงุนงงและพยายามขอความช่วยเหลือ กลับพบว่าทั้งเมืองนั้นเงียบสงัด เต็มไปด้วยหมอกหนาทึบ และเมื่อยิ่งเขาสำรวจเมืองแห่งนี้มากเท่าไร ก็ยิ่งพบกับบางสิ่งที่มุ่งร้ายและเมืองแห่งนี้ที่มีอะไรซุกซ่อนไว้มากกว่าที่ตาเห็น
หากจะว่ากันในส่วนของเนื้อหาใน Silent Hill Townfall แล้ว ผมคิดว่าสูตรหนึ่งของการนำเสนอเนื้อหาประจำแฟรนไชส์ก็คือ ตัวละครของคุณจะได้มาเยือนยังสถานที่ดำเนินเรื่องราวไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม และสถานที่แห่งนั้นจะต้องเป็นจุดที่ตัวเอกมีปม มีความหลัง หรือมีอะไรบางอย่างผูกพันอยู่ ก่อนที่ตัวเมืองจะพาพวกเขาไปพบกับความวิปลาสต่าง ๆ นานาที่เมืองจะเสิร์ฟมาให้ แน่นอนว่าภาคนี้เองก็ไม่ต่างกันครับ การที่ตัวละครไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่าคุณเองในฐานะคนเล่นก็จะได้รู้ความจริงไปพร้อม ๆ กับตัวละครที่เล่นเมื่อดำเนินเรื่องไปนั่นล่ะ
ถ้าจะมีสิ่งที่ต่างไปจากภาคอื่น ๆ ก็คือรอบนี้นอกจากไซมอนแล้ว คุณจะได้เล่นเป็นอีกสองตัวละครอย่างโซอี้พยาบาลสาวที่ท้อแท้ใจและกังขาในความสามารถของตน ส่วนอีกคนก็คือริชาร์ด ชายสูงอายุลึกลับที่คอยสื่อสารกับไซมอนเพราะเขาต้องการให้ไซมอนช่วยเหลือบางอย่าง ซึ่งการเล่นทั้งสามตัวละครก็จะทำให้คุณได้ทราบที่มาที่ไป และปะติดปะต่อสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าภาคนี้ก็ยังทำเนื้อหาเชิงจิตวิทยาออกมาได้ดีครับ และผมรู้สึกว่าภาคนี้เล่าได้ค่อนข้างเข้าใจง่ายอยู่ คือเกมก็ยังไม่ได้บอกตรง ๆ ยังต้องอาศัยการอ่านพวกเอกสาร การตีความในระดับหนึ่ง แต่โดยรวมแล้วเมื่อจบรอบแรกผมคิดว่าหลายคนก็จะเข้าใจต้นตอและที่มาที่ไปของเนื้อหาในภาคได้พอสมควรครับ ส่วนปลีกย่อยก็ไปตามอ่านตามเก็บกันเอาอีกทีหนึ่ง
ในภาพรวมแล้วธีมของเกมยังคงมีแก่นเป็นการนำเสนอความวิตกกังวล ความรู้สึกผิดบาปในใจ ความโศกเศร้า และความทุกข์ทรมานของตัวละคร ออกมานำเสนอในรูปแบบความบิดเบี้ยวและเหนือจริง ผ่านสภาพแวดล้อม ผ่านศัตรูที่ได้พบเจออยู่ครับ ทำให้แม้ว่าภาคนี้มันจะไม่ได้เดินเรื่องในไซเลนต์ฮิลล์เลย แต่โดยแก่นผมว่ามันก็ยังเป็นไซเลนต์ฮิลล์อยู่ดี (เหมือนที่ก่อนหน้านี้ Silent Hill f ก็ทำเอาไว้) แต่ถ้าใครมองว่าไม่ใช่ ก็แล้วแต่ว่าคุณจะนิยามไซเลนต์ฮิลล์ของตัวเองเอาไว้อย่างไรครับ
แน่นอนว่าภาคนี้ก็มีฉากจบหลายแบบที่มีเงื่อนไขผูกอยู่กับการเล่นของเราในรอบนั้น ๆ ตามเคย แต่ผมจะกล่าวถึงต่อไปในภายหลังครับ
เกมเพลย์
ในรอบนี้รูปแบบการเล่นของ Silent Hill Townfall นี้จะแตกต่างหลาย ๆ ภาคที่คนเล่นคุ้นเคย นั่นคือจากเดิมที่มักจะเป็นการเล่นในมุมมองบุคคลที่สาม รอบนี้คุณจะได้เล่นในมุมมองบุคคลที่หนึ่งเสมือนผ่านสายตาตนเองตลอดทั้งเกมแทน เวลาเจออะไรพรวดเข้าใส่ก็คือเห็นเต็มจอไปเลย
ระบบต่อสู้
ระบบต่อสู้นี่หากใครเล่นภาค 2 Remake หรือภาค f มาแล้วมาเล่นภาคนี้อาจมีความหงุดหงิดและต้องปรับตัวพอสมควร นั่นเพราะสองภาคนั้นตัวเอกจะมีความคล่องตัวในการหลบหลีก และมีระบบเอื้อต่อการสู้ประชิดพอควร แต่พอมาใน Townfall นี่ ระบบสู้ประชิดก็แทบจะเป็นการยืนแลกกับศัตรูล้วน ๆ เลยครับ คุณไม่มีปุ่มโยกหลบ ทำได้แค่ยกอาวุธในมือขึ้นมาป้องกัน พอกันแล้วก็หวดคืน แท็คติคต่อสู้ในเกมจะมีแค่เท่านี้เลยจริง ๆ
ซึ่งระบบต่อสู้ที่มันแทบไม่มีอะไรแบบนี้ เกมก็ใส่ความลำบากลงมาให้ผู้เล่นอีก นั่นคือถ้าคุณเอาอาวุธหวดศัตรูก็จะทำให้ค่าความทนทานลด การยกอาวุธมาป้องกันก็ทำให้ค่าความทนทานลดเหมือนกัน พอลดจนหมดก็คืออาวุธพังแล้วจะทำให้คุณไม่มีอะไรไว้ป้องกันตัวจนกว่าจะไปหาอาวุธชิ้นใหม่ได้ ซึ่งเกมก็ไม่ได้ใจดีแจกอาวุธให้เราเยอะด้วยซ้ำ ยังไม่นับว่าระบบป้องกันของเกมนี้ไม่ได้กันทุกอย่างด้วยนะ ถ้าศัตรูใช้ท่าจับคือเราโดนเต็ม ๆ แล้วก็ต้องมากดปุ่มรัว ๆ เพื่อสะบัดออกอีกที
ด้านของอาวุธปืนเองก็ไม่มีอะไรซับซ้อน ตลอดเกมคุณจะมีอาวุธปืนให้ใช้สามอย่างคือปืนลูกโม่ ปืนยิงแฟลร์กับปืนลูกซองที่กระสุนเองก็หาค่อนข้างยากอยู่ (ยกเว้นอยู่ช่วงนึง) ที่ก็อย่างที่เดาได้คือพอยิงปุ๊บมันคือการเผยตำแหน่งของคุณเองทันทีนั่นล่ะครับ
พอพูดถึงระบบต่อสู้แล้ว อีกจุดหนึ่งที่ต้องพูดถึงก็คือเรื่องความยากของเกมครับ ถ้าเล่นโหมดความยากปกตินี่คืออาวุธเราพังไวมาก และเมื่อโดนโจมตีก็เกิดความเสียหายต่อตัวเราค่อนข้างเยอะ ก็เลยเป็นว่าเกมไม่ได้ออกแบบมากะให้คนเล่นเดินไล่หวดศัตรูให้หมดเพื่อความสบายใจ แต่ตั้งใจเน้นให้เราหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพื่อไปที่หมายมากกว่า ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าหากใครอยากเล่นในความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับภาคก่อน ๆ นั้น การปรับความยากลงมาเป็น Story ก็จะทำให้เล่นได้สบายใจขึ้นครับ
การลอบเร้น
พออาวุธพังได้ ศัตรูตีแรง เกมก็เลยเน้นให้คนเล่นต้องหลบต้องซ่อนเป็นหลัก (เว้นบางช่วง) พร้อมกับระบบที่มาคอยสนับสนุนให้คนเล่นพอจะทราบตำแหน่งของศัตรูเพื่อวางแผน แล้วหาทางไปต่อแบบไม่ให้พวกมันรู้ตัว โดยพอเป็นไซมอนก็จะมีอุปกรณ์ CRTV พกพาที่จะต้องจูนหาตำแหน่งของศัตรู ส่วนกรณีของโซอี้ก็จะมีเพจเจอร์ที่จะบอกตำแหน่งของศัตรูให้แบบคร่าว ๆ เหมือนกัน ในขณะที่ริชาร์ดนั้นจะไม่มีอุปกรณ์บอกตำแหน่ง แต่แถมมาด้วยช่วงการเล่นที่เกือบจะเป็นแนวเดินยิงแทน โดยนอกจากหลบหลังกำบังแล้วคุณก็สามารถปาขวดปาอิฐเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจศัตรูได้
ซึ่งระบบการเล่นแบบลอบเร้นนี้ ผมรู้สึกว่ามันแอบขาด ๆ เกิน ๆ ไปหน่อย โดยส่วนตัวผมเป็นเกมเมอร์ประเภทที่ว่าหากจะสำรวจพื้นที่หรือทำอะไรก็แล้วแต่ ผมมักจะกำจัดศัตรูในบริเวณนั้น ๆ ให้หมด เพื่อที่จะสำรวจได้อย่างสบายใจ แต่เกมนี้ก็ไม่ได้มีระบบลอบกำจัดแบบเงียบ ๆ อย่างที่เกมลอบเร้นมักจะมีกันครับ ถ้าจะกำจัดศัตรูคือคุณต้องเงื้อไม้ เงื้อท่อแป๊บหวดมันอย่างน้อยสองที แล้วพอทำอย่างนั้นมันก็สร้างความลำบากในแง่ที่ว่าความทนทานอาวุธคุณจะลด หรือไม่ก็ทำให้ศัตรูตัวอื่น ๆ มันทราบตำแหน่งของคุณ แต่ก็อย่างที่กล่าวไปว่าความยากระดับ Story จะลดความน่ารำคาญได้ระดับหนึ่ง
ทีนี้ ปัญหาจริง ๆ ในระหว่างการเล่นก็คือจะมีหลายช่วงที่เกมใส่ศัตรูประเภทสตอล์กเกอร์ที่ชื่อ Weight มาไล่ล่าเรา มันจะเป็นตัวที่เรากำจัดมันไม่ได้ และเมื่อใดที่มันถึงตัวเราก็คือเกมโอเวอร์ ยิ่งเป็นการบังคับว่าคนเล่นจะต้องเน้นหลบซ่อนเน้นลอบเร้นมากขึ้นอีก แต่จุดที่ทำให้ผมหงุดหงิดที่สุดก็คือการออกแบบพฤติกรรมของ Weight นี่ล่ะครับ คือเมื่อใดก็ตามที่คุณทำวัตถุประสงค์บางอย่างเสร็จ เกมก็สั่งให้มันวิ่งตรงมาหาจุดที่คุณอยู่ทันที ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรให้มันรู้ตัวเพื่อบังคับให้คุณต้องซ่อน ที่สำคัญคือเวลาคุณไปซ่อนตัวในตู้กะว่ารอให้มันกลับไปเดินตามเส้นทางเดิม มันก็จะมาเดินวนเวียนตั้งแคมป์อยู่แถวจุดที่คุณซ่อนเพื่อบีบให้คุณต้องออกจากตู้
ยิ่งพอไปช่วงหลัง ๆ นี่คือ Weight มันจะเดินไปมาพร้อมกับศัตรูธรรมดาตัวอื่น ๆ ที่อาจทำให้หลายคนถอดใจเลิกเล่นไปได้อยู่เหมือนกัน
การแก้ปริศนา
สำหรับส่วนนี้เป็นจุดที่ถือเป็นไฮไลต์ของเกมครับ ความยากของปริศนาแต่ละอย่างนั้นอยู่ในระดับที่เรียกว่าสมเป็นไซเลนต์ฮิลล์ คือเกมจะไม่ได้บอกตรง ๆ แต่คุณจะต้องอ่านเอกสาร อ่านคำใบ้เพื่อหาคำตอบเอาเอง แม้ว่าจะเล่นแบบเปิด hint แล้วแต่หลายครั้งคุณก็ต้องคิดไปคิดมาหลายตลบอยู่ และบางปริศนาโดยเฉพาะช่วงท้ายเกมนี่หลายคนอาจถึงขั้นไปไม่เป็นเลยด้วยซ้ำแม้ว่าคุณจะอ่านเอกสารออกทุกตัวอักษรก็ตาม
ข้อน่าเสียดายน่าจะมีอยู่อย่างหนึ่งก็คือภาค Townfall นี้ ไม่มีการปรับความยากง่ายของการแก้ปริศนาครับ ดังนั้นเมื่อคุณเล่นวนรอบก็จะทำให้คุณรู้คำตอบของปริศนาหมดแล้ว ไม่มีคำใบ้ใหม่ ๆ ที่ต้องหา ไม่มีคำตอบที่ต่างไปจากเดิมครับ แต่คิดแง่ดีก็คือมันทำให้การเล่นวนรอบของคุณเร็วขึ้นแน่นอน
ฉากจบ
อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ว่าภาคนี้ก็ยังคงมีฉากจบหลายแบบ และก็อิงตามพฤติกรรมการเล่นของคุณ โดยรอบนี้เกมจะยึดตามจำนวนศัตรูที่คุณกำจัดไปในรอบนั้น ๆ เพราะฉะนั้นถ้าใครเล่นแบบไม่ดูเงื่อนไขล่วงหน้า และเน้นกำจัดศัตรูเพื่อความสะดวกในการสำรวจฉาก คุณน่าจะได้ฉากจบแบบ bad ending ค่อนข้างแน่นอน การจะได้ฉากจบดีก็คือการบังคับให้คุณต้องเล่นสไตล์ลอบเร้นแบบกลาย ๆ นั่นล่ะครับ ซึ่งจุดนี้ผมมองว่าเป็นเงื่อนไขที่แอบน่ารำคาญอยู่เหมือนกัน
กราฟิก
สำหรับกราฟิกนั้น ผมเห็นว่าตัวเกมทำโมเดลฉากและตัวละครออกมาได้ดูดีอยู่ครับ บรรยากาศความวังเวงก็ทำออกมาได้สมชื่อความเป็นไซเลนต์ฮิลล์ แค่ว่ารอบนี้ในส่วนของโลกอีกด้านนั้นผมรู้สึกว่ามันแอบธรรมดาไปหน่อย ไม่ค่อยมีการนำเสนอภาพลักษณ์ที่มันชวนแหวะหรือบิดเบี้ยวเหมือนที่คุ้นเคยจากภาคอื่น ๆ แต่ไปเน้นความมืด (ฉากมืดนี่คือมันมืดจริง ๆ นะ) และการเล่นโทนสีแดงซะเยอะแทน
งานเสียง
สำหรับคุณภาพงานเสียงโดยรวมนั้น ทำออกมาได้ดีครับ ตัวเกมยังคงเน้นบรรยากาศความเงียบที่ไม่เงียบในหลาย ๆ ครั้ง คือตลอดเกมคุณมักได้ยินเสียงประกอบฉากที่มันทำให้คุณไม่แน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินมันคือเสียงประกอบฉาก หรือเป็นเสียงของอะไรบางอย่างที่หลบอยู่ในมุมมืด แถมเสียงพวกนี้มันก็ชวนให้สะดุ้งได้เป็นครั้งคราวเวลาเผลอ ๆ ส่วนงานพากย์ของแต่ละคนนั้นผมก็คิดว่าอยู่ในระดับมาตรฐานของวงการครับ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าโดดเด่นอะไรเป็นพิเศษ
สรุป
Silent Hill Townfall เป็นอีกภาคหนึ่งของแฟรนไชส์ที่เก็บเอาบรรยากาศและธีมการนำเสนอในลักษณะที่คุ้นเคยมาให้ผู้เล่นได้สัมผัส แต่มีความขัดข้องในแง่ระบบการเล่นอยู่พอสมควรโดยเฉพาะช่วงที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูประเภทสตอล์กเกอร์ การเน้นให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและจำเป็นต้องลอบเร้นอาจทำให้คนที่เคยเล่นภาคก่อน ๆ มารู้สึกอึดอัดได้และต้องปรับตัวกันพอควร และถ้าคุณไม่ยึดติดว่าตัวเกมต้องเดินเรื่องในไซเลนต์ฮิลล์เท่านั้น นี่ก็เป็นอีกภาคที่พอจะเล่นได้เพลิน ๆ ครับ
















