*ขอขอบคุณ Bandai Namco Entertainment สำหรับโค้ดรีวิวมา ณ โอกาสนี้
**รีวิวนี้เล่นบน PlayStation 5
หากพูดถึงแฟรนไชส์ Ace Combat แล้วเชื่อว่าหลายคนน่าจะทราบกันดีว่านี่คือเกมที่ให้คุณสวมบทบาทเป็นนักบินมือหนึ่งที่ต้องควบคุมเครื่องบินขับไล่ต่อกรกับข้าศึกแบบสุดจะโอเวอร์ และในภาค 8 ที่ใช้ชื่อภาค Wings of Theve นี้ที่ห่างจากภาค 7 ถึง 7 ปีก็ยังเก็บเอาแก่นและหัวใจของความเป็น Ace Combat เอาไว้ได้ครบถ้วนครับ ส่วนจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นผมจะมาเล่าให้ฟังกัน
เนื้อเรื่อง
สำหรับ Wings of Theve นั้น ยังคงดำเนินเรื่องราวในโลก Strangereal ที่เป็นโลกสมมติซึ่งสภาพภูมิประเทศ วัฒนธรรม และชื่อประเทศทั้งหมดล้วนต่างจากโลกของเรา แต่ก็ยังมีองค์ประกอบหลายสิ่งที่คุณอาจจะคุ้นเคยกันอยู่เช่นเคย
เหตุการณ์ภายในเกมนี้ ดำเนินเรื่องในปี 2029 ที่เกิดสงครามระหว่างยูเซียและโซโทอา (Sotoa-Usea War) จากเหตุที่ดินแดนของโซโทอาเกิดวิกฤติแห้งแล้งครั้งใหญ่ ทำให้กองทัพโซโทอามุ่งเป้าจะมาตั้งรกรากบนแผ่นดินของยูเซีย จนเกิดเป็นการรุกรานครั้งมโหฬารที่ทำให้ทัพยูเซียแตกกระเจิง ทุกอย่างอลหม่าน นอกจากจะตั้งตัวรับมือไม่ทันแล้ว ฝั่งโซโทอายังพร้อมไปด้วยยานรบภาคพื้นดินขนาดมหึมา หอกแห่งโทนิทรัสที่ยิงถล่มจากดาวเทียมบนชั้นบรรยากาศ และยังทัพฟ้าที่แข็งแกร่ง สถานการณ์ฝั่งยูเซียเรียกได้ว่าแทบจะสิ้นหวังและเสี่ยงสิ้นชาติ
จนกระทั่งการมาถึงของตัวเราที่มีฉายาว่าเร็กซ์ (Rex) ผู้จับพลัดจับผลูได้กลายมาเป็นผู้นำฝูงบิน Joker Flight ประจำเรือรบ Endurance แห่งฝั่งยูเซียที่ยังไม่ยอมแพ้และหวังจะตีโต้กองทัพโซโทอาให้ล่าถอยออกไปจากผืนดินยูเซีย และจากเดิมที่เป็นการตอบโต้เอาตัวรอด ไม่ช้าไม่นานฝูงบินภายใต้การนำของเร็กซ์ ร่วมด้วยสหายอย่างแบ็กซ์เตอร์, คอสเตอร์, ทาชาและเคต ก็เริ่มตีโต้กองทัพโซโทอา จากผู้ถูกล่ากลายเป็นผู้ล่าและทำให้กระแสการรบพลิกไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ
ผมคิดว่าโดยเนื้อหาของภาคนี้ ยังคงมีรูปแบบการนำเสนอคล้าย ๆ กับภาคก่อน ๆ ในแฟรนไชส์ครับ คือเราเป็นนักบินไร้นาม ไร้บทพูด (เพราะแทนตัวผู้เล่น) แต่เป็นคีย์แมนสำคัญในการทำให้ฝ่ายเราชนะสงครามได้จากสภาพที่ใกล้จะย่อยยับเต็มที เพียงแต่ว่าในภาคนี้เนื้อหาจะไม่ได้แค่เล่าผ่านการบรีฟก่อนเริ่มภารกิจ หรือเป็นการนำเสนอผลการรบผ่านการนำเสนอข่าว แต่เราจะได้รู้จัก ได้ทำความคุ้นเคยกับบรรดาสหายร่วมฝูงบินแต่ละคนมากขึ้น ซึ่งทุกคนก็มีบุคลิกนิสัยที่โดดเด่นเฉพาะตัว ไม่ได้เป็นแค่เสียงผ่านระบบสื่อสารครับ
องค์ประกอบหนึ่งที่ภาคนี้นำเสนอในแง่เนื้อหาได้ค่อนข้างใหม่ในความคิดผมก็คือการที่ตัวละครในเรื่องมีการปั้นแต่งเรื่องราว ปั้นแต่งฮีโร่ที่ไม่มีอยู่จริงในช่วงแรก ๆ ให้เหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนยูเซียที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ไม่ว่าจะพลเรือนหรือเป็นทหารด้วยกันก็ตาม ทุกคนในเรื่องยังไม่หมดหวังเมื่อได้รู้ว่าทัพยูเซียมีนักบินระดับสุดยอดผู้ถูกเรียกขานว่าปีกแห่งธีฟ (Wings of Theve) ที่ออกทะยานเหนือฟากฟ้าและคอยต่อกรกับทัพโซโทอาอยู่ และผู้ที่รับผลกระทบจากการปั้นแต่งนั้นก็ไม่พ้นตัวเอกของเกมอย่างเร็กซ์นี่ล่ะครับ
เหตุการณ์ในเกมมันจะไล่ระดับไปอย่างที่คาดเดากันได้ คือจากคนที่รับบทเป็นฮีโร่แบบปลอม ๆ เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มมีคนกังขา เริ่มโดนเผยความจริง โดนค่อนขอดเหยียดหยาม กระทั่งฝั่งเดียวกันก็ไม่เชื่อมือ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ เริ่มกู้ชื่อเสียง จนสุดท้ายก็ได้กลายมาเป็นปีกแห่งธีฟตัวจริงเสียงจริงที่ผู้คนทั้งยูเซียเชื่อมั่นและศรัทธา คือเป็นโครงสร้างการเล่าเรื่องสไตล์การเดินทางของวีรชนที่สุดจะคลาสสิกมาก
พูดง่าย ๆ ก็คือนอกจากเรื่องราวในภาพรวมของศึกระหว่างยูเซียและโซโทอาแล้ว มันยังมีการเดินทางของตัวเอกที่ก็ชวนให้ติดตามเอาใจช่วยอีกด้วยครับ
เกมเพลย์
รูปแบบการเล่นของ Ace Combat 8 ยังคงเป็นเหมือนภาคก่อน ๆ ของแฟรนไชส์ นั่นคือตัวเกมไม่ได้ตั้งใจจะเป็น flight simulator ที่สมจริง หากแต่เน้นความเร็ว ความดุดัน ความเข้มข้นของการขับเครื่องบินรบไล่ล่ากันเหนือท้องฟ้า ให้คุณได้เบียวเป็นนักบินมือหนึ่งอย่างสะใจ มิสไซล์ที่คุณติดตั้งได้บนเครื่องบินนั้นมีร่วมร้อยลูก ไหนจะอาวุธเสริมที่พกไปได้อีก 20-30 ลูก มันเลยเหมือนคุณเอาคลังแสงบินขึ้นท้องฟ้าไปลุยกับข้าศึกครับ
และด้วยความที่ไม่ได้เน้นความสมจริง เกมก็เลยจะให้บรรยากาศเหมือนการเล่นแบบ arcade ที่เน้นเข้าปะทะและทำลายเป้าหมายเป็นฉาก ๆ ไป โดยอาจจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย เช่น บางฉากจะให้คุณทำลายเป้าหมายที่กำหนดจนครบก็ผ่าน บางฉากก็ปล่อยให้คุณทำลายเป้าหมายจนคะแนนถึงเพดานที่กำหนดก่อนหมดเวลา อะไรแบบนั้น
แต่ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขแบบไหน สิ่งที่เหมือนกันก็คือในภาคนี้ศัตรูแต่ละฉากเยอะมาก เยอะแบบมหาศาล ด้วยความที่มิสไซล์คุณพกได้เป็นร้อยลูกเกมก็เลยอัดจำนวนศัตรูเข้ามาในแบบที่ว่าหลายครั้งพอเล่น ๆ ไปอาจมีแอบนึกว่าเฮ้ย เลิกเพิ่มมาได้แล้ว ยิ่งมีฉากนึงที่คุณต้องเจอเครื่องบินรบฝั่งตรงข้ามหลักร้อยเลยครับ ด้วยเหตุนี้การเล่นแต่ละฉากในภาคนี้เลยใช้เวลาค่อนข้างนานเอาเรื่อง หลายครั้งในฉากนึงที่พอคุณทำเป้าหมายสำเร็จ เกมก็อัปเดตเป้าหมายใหม่ให้ทำทันที มันเลยทำให้แอบเหนื่อยเวลาเล่นเหมือนกัน
ผมรู้สึกว่าสเน่ห์อย่างหนึ่งของแฟรนไชส์นี้ก็คือเวลาบังคับเครื่องบินในเกม มันควบคุมลื่นไหลเข้ามือดี แม้แต่ในช่วงแรก ๆ ที่เครื่องบินเรายังสมรรถนะไม่ค่อยสูงนักก็ยังหักหัวเครื่องโฉบได้ดังใจ ทั้งการไล่ตามทั้งการหลบหลีก หากใครไม่เคยเล่นก็ใช้เวลาทำความคุ้นเคยระบบควบคุมไม่นานครับ ตัวเกมออกแบบมาให้ค่อนข้างเข้าถึงง่าย แต่ขณะเดียวกันมันก็จะมีลูกเล่นวิธีการบังคับเครื่องสำหรับมือเซียนมากกว่าการตีวงเลี้ยวมาตรฐานให้ได้ใช้งาน คือจะมือใหม่หรือมือเก๋าก็เล่นสนุกได้ไม่ต่างกัน
ในด้านของเครื่องบินที่มีให้ใช้งานนั้น ตัวเกมนำเสนอในลักษณะของ aircraft tree หรือเป็นสายเครื่องบินนั่นล่ะครับ ใครตั้งเป้าอยากได้เครื่องไหนก็เลื่อนดูได้ก่อนล่วงหน้า แต่ระหว่างทางก็จะมีพวกพาร์ตสำหรับปรับแต่งสมรรถนะเครื่องของคุณเพิ่มเติม ดังนั้นนอกจากเล็งเครื่องที่ต้องการแล้ว คุณอาจต้องไปไล่ซื้อพาร์ตในสายอื่น ๆ ด้วยหากต้องการปรับแต่งให้หลากหลายยิ่งขึ้น ซึ่งเครื่องที่คุณซื้อมานี่ นอกจากใช้งานเองแล้วคุณยังเลือกให้สหายร่วมรบขึ้นขับในแต่ละภารกิจได้ด้วยตามความเหมาะสม เช่น เน้นลุยบนฟ้า หรือเน้นทำลายภาคพื้นดิน อะไรแบบนั้น ถ้าคุณขยันเล่นขยันเก็บเงินก็สามารถให้ทั้งฝูงบินขับเครื่องแบบเดียวกันได้เลย
สิ่งที่ขาดไปไม่ได้ของเกมแฟรนไชส์นี้ก็คือการสู้กับบรรดาบอสครับ ไม่ว่าจะเป็นยานรบขนาดใหญ่ทั้งภาคพื้นดินและบนท้องฟ้าที่พอโผล่มาทีนึง เป้าหมายที่เราต้องล็อกแล้วถล่มด้วยมิสไซล์นี่ขึ้นมายุ่บยั่บไปหมด แล้วพวกมันก็ไม่ได้อยู่นิ่งปล่อยเราถล่มฟรี ๆ แต่มันจะทั้งสาดปืนกล สาดมิสไซล์สวน บ้างก็เป็นเรลกันที่ระเบิดเป็นรัศมีกลางอากาศ สู้กันทีกระสุนเต็มจอเหมือนเล่นเกมสไตล์ bullet hell แต่เป็น 3D นั่นล่ะครับ การนำเสนอเวลาเจอบอสนี่ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่อลังการและดุเดือดมาก
ส่วนบรรดาบอสระดับเอซไพล็อตก็สู้สนุกตามมาตรฐานของแฟรนไชส์ครับ เวลาเจอทีไรคุณจะได้ทั้งขับไล่จี้ หรือไม่ก็โดนไล่จี้สลับกันไปมา การจะสอยพวกมันลงได้นั้นไม่หมูเหมือนเวลาสู้เครื่องบินรบทั่ว ๆ ไปครับ แต่อาจจะมีข้อขัดใจนิดหน่อยตรงที่ว่าหลายครั้งเกมจะออกแบบการสู้บรรดาเอซไพล็อตในลักษณะที่ว่าเกมจะไม่ให้เรายิงพวกมันร่วงจนกว่าจะพูดจบ หรือไม่ก็จะมีช่วงเปลี่ยนเฟสก่อน มันเลยทำให้พวกมันอึดกว่าเครื่องอื่น ๆ ทั่วไปมาก และบางครั้งมิสไซล์ที่ควรโดนจัง ๆ กลับเบี่ยงออกทั้งที่ไม่ได้มีการปล่อยแฟลร์ออกมา แต่ก็เข้าใจว่าถ้าไม่ทำแบบนี้อาจมีผู้เล่นบางคนที่พอจบคัตซีนพวกมันโผล่ปุ๊บก็สามารถยิงร่วงได้ปั๊บ จนมันดูไม่อีปิกอย่างที่ตั้งใจครับ
องค์ประกอบหนึ่งของภาคนี้ที่ผมชอบคือระบบสภาพอากาศครับ เวลาคุณบินเข้ากลุ่มเมฆนี่จะโดนบดบังทัศนวิสัยอย่างชัดเจน และในหลายครั้งอาจทำให้เครื่องคุณควบคุมยากขึ้นจากน้ำแข็งเกาะ แถมระยะการล็อกเป้าในกลุ่มเมฆก็จะสั้นลง มันเลยเป็นหนึ่งในองค์ประกอบด้านกลยุทธ์ที่ต้องคำนึงถึงระหว่างปฏิบัติภารกิจ
ในภาพรวมนั้น Ace Combat 8 Wings of Theve ยังคงมีระบบการเล่นตอบสนองฉับไว ทำความเข้าใจไม่ยาก และยังคงมอบประสบการณ์ความเบียวเป็นนักบินมือหนึ่งแห่งฝูงบินรบได้อย่างเต็มอิ่มครับ
กราฟิก
ผมคิดว่าภาคนี้ส่งมอบงานภาพที่สวยงามมาก ๆ ให้แก่ผู้เล่นได้เยี่ยมมาก ท้องฟ้าให้ความรู้สึกกว้างใหญ่ไพศาล เวลาบินเข้ากลุ่มเมฆก็จะมีทัศนียภาพบดบังสายตา สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ภาคพื้นดินก็มีรายละเอียดสูง แสงเงาในแต่ละฉากก็ทำออกมาได้ดี หากคุณบินไปในทิศทางที่ดวงอาทิตย์ส่องก็อาจทำให้ตาพร่า กราฟิกของภาคนี้เลยไม่ใช่แค่สวยงามแต่มันส่งผลต่อการเล่นด้วยเหมือนกัน
โมเดลตัวละครและวัตถุก็ทำออกมาได้ละเอียดสวยงามครับ ตัวละครฝั่งเราแต่ละคนมีเสน่ห์เฉพาะตัวแตกต่างกันไปและเชื่อว่าน่าจะเป็นที่ชื่นชอบของใคร ๆ แน่นอน
งานเสียง
เพลงประกอบของเกมนี้ถือเป็นหนึ่งไฮไลต์เด็ดครับ นอกจากเพลงบรรเลงที่ดุเดือดแล้ว ในบางช่วงของเรื่องราวพอภารกิจมันยิ่งเข้มข้น ตัวละครในฝูงบินคุณอย่างคอสเตอร์ก็จะเปิดเพลงมัน ๆ ออกลำโพงให้ทุกฝ่ายได้ยินสร้างความฮึกเหิมกันไปเลย
ในทางกลับกัน พอฝูงบิน Lux Lunae ระดับหัวกะทิของโซโทอาปรากฏตัวในสมรภูมิ พวกมันก็จะมาพร้อมกับเพลงธีมประจำหน่วยที่ราวกับเป็นบทสวดมนต์ เสริมความน่าเกรงขามได้เป็นอย่างดี เรียกว่าพอเพลงนี้ขึ้นปุ๊บด็อกไฟต์เดือด ๆ จะตามมาแน่นอน
สรุป
Ace Combat 8 Wings of Theve ยังคงเป็นเกมที่นำเสนอประสบการณ์การเล่นเกมในฐานะนักบินอันดับหนึ่งได้สะใจ และได้ยกระดับคุณภาพเกมขึ้นไปกว่าเดิมด้วยงานภาพและงานเสียงที่ดีขึ้น หากคุณเป็นแฟนของแฟรนไชส์นี้คุณจะสนุกไปกับมันได้แน่นอน แต่หากคุณไม่เคยเล่นก็อยากให้ลองครับแล้วคุณจะได้รู้ว่าทำไมใครหลายคนถึงรักแฟรนไชส์นี้
















