หลังจากได้เผยให้เห็นเรื่องราวของเกมเป็นครั้งแรก Milestone ได้ปล่อยตัวอย่างใหม่ของเกม Screamer ในวันนี้ โดยมอบภาพรวมของโหมดการเล่นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกอนาคตอันมืดหม่นของเกมนี้ Screamer มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 26 มีนาคม 2026 บน PlayStation 5, Xbox Series X|S และ PC โดยจะเปิดให้เล่นแบบ Early Access ในวันที่ 23 มีนาคม 2026
แคมเปญสำหรับผู้เล่นคนเดียวจะถ่ายทอดเรื่องราวผ่านโหมด The Tournament ซึ่งเป็นงานแข่งรถเถื่อนที่ทะเยอทะยานและยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดขึ้นมา มีทีมคู่แข่งทั้งหมดห้าทีม แต่ละทีมประกอบด้วยตัวละครสามคน ต้องปะทะกันในสนามแข่งอันดุเดือดไร้กติกา โดยใช้พลังจาก Echo System เทคโนโลยีเฉพาะที่ติดตั้งในยานพาหนะทุกคัน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นใช้การโจมตีและการป้องกันได้
แต่ละทีมมีเรื่องราว แรงจูงใจ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งสะท้อนผ่านงานออกแบบตัวละครและรูปลักษณ์รถของพวกเขา เมื่อผู้เล่นก้าวหน้าไปในการแข่งขันและได้เล่นเป็นตัวละครทั้งหมด จะได้ค้นพบเส้นเรื่องที่เชื่อมโยงกัน ผ่านคัตซีนแบบซินีมาติกที่มีทีมนักแสดงนานาชาติร่วมแสดง รวมถึง Troy Baker และ Aleks Le
นอกเหนือจากแคมเปญหลักแล้ว โหมดการเล่นหลากหลายของ Screamer ยังโดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างการแข่งความเร็วสูงและการต่อสู้สุดเข้มข้นอย่างเป็นเอกลักษณ์
Team Races เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสร้างทีมในอุดมคติของตนเอง โดยร่วมมือกับหนึ่งหรือสองตัวละครที่เลือกไว้ อย่างไรก็ตาม การคว้าชัยชนะไม่ได้วัดจากความเร็วเพียงอย่างเดียว เพราะอันดับสุดท้ายจะคำนวณจากตำแหน่งเข้าเส้นชัยร่วมกับจำนวนการทำ KO ของสมาชิกแต่ละคน จึงเป็นโหมดที่เน้นความร่วมมือและกลยุทธ์เป็นสำคัญ
ในทางกลับกัน Overdrive Challenge ถูกออกแบบมาสำหรับผู้เล่นที่ชอบความเสี่ยงอย่างแท้จริง Overdrive ซึ่งเป็นสภาวะพิเศษที่เพิ่มสมรรถนะรถอย่างมาก จะถูกเปิดใช้งานตั้งแต่เริ่มแข่ง ทำให้ผู้เล่นต้องควบคุมรถในระดับขีดสุด ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้รถชนและจบการแข่งขันทันที ทำให้โหมดนี้กลายเป็นบททดสอบความอยู่รอดขั้นสูงสุด
ได้รับแรงบันดาลใจจากเกมอาร์เคดคลาสสิก Score Challenge เป็นโหมดแบบทำคะแนนตามรอบ ผู้เล่นต้องเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุดผ่านการทำภารกิจเฉพาะในชุดการแข่งขันหลายสนาม เพื่อไต่อันดับบนตารางคะแนนเมื่อสิ้นสุดการวิ่งแต่ละครั้ง
เพื่อเป็นการคารวะแก่ยุคทองของเกมอาร์เคด Screamer ยังคืนชีพความท้าทายของเกมแข่งรถสไตล์ดั้งเดิมที่เน้นเส้นทางการขับแบบแม่นยำและความเร็วสุดขั้ว โหมด Time Attack จะทดสอบประสิทธิภาพการขับภายในสามรอบความเข้มข้นสูง ในขณะที่ Checkpoint mode เพิ่มแรงกดดันแบบไม่หยุด เพราะทุกวินาทีคือการต่อสู้เพื่ออยู่รอด
สุดท้าย Race mode เปิดโอกาสให้ผู้เล่นควบคุมและปรับแต่งรายละเอียดการแข่งขันได้อย่างเต็มที่ มอบอิสระสูงสุดและความลึกเชิงกลไกสำหรับการปรับแต่งการเล่นตามใจชอบ
ตั้งแต่การแข่งระดับโลกไปจนถึงการเล่นชิล ๆ บนโซฟา Screamer ก็มีตัวเลือกมัลติเพลเยอร์ให้เลือกมากมาย
Ranked Team Races คือโหมดที่เหมาะสำหรับผู้เล่นที่ต้องการการแข่งขันสุดดุเดือด ส่วนใน Private Lobbies ผู้เล่นสามารถสร้างการแข่งขันที่กำหนดกติกาเองได้ และเชิญคู่แข่งเข้าร่วมโดยตรง
นอกจากนี้ Mixtape ยังนำเสนอเพลย์ลิสต์หมุนเวียนของ Races และ Team Races สำหรับเล่นออนไลน์ ขณะที่โหมด split‑screen รองรับผู้เล่นสูงสุดสี่คน เพื่อความวุ่นวายสุดมันส์แบบออฟไลน์
ด้วยโหมดเกมที่มีให้เลือกหลากหลายและออกแบบมาเพื่อทดสอบทักษะและกลยุทธ์ Screamer กระตุ้นให้ผู้เล่นสำรวจทุกแง่มุมของระบบอาร์เคดของเกม ตั้งแต่การปะทะเป็นทีมไปจนถึงความท้าทายเดี่ยว การฝึกฝนและเชี่ยวชาญในแต่ละโหมดจะทำให้ผู้เล่นสามารถพัฒนาสไตล์การเล่นของตนเอง พร้อมปลดล็อกไอเทมพิเศษและตัวเลือกการปรับแต่งต่าง ๆ ได้

