Games News Previews

ลองแล้วมาเล่า – สามเกมจาก Koei Tecmo ใน Taipei Game Show 2026

โดย G-jang

ลองแล้วมาเล่า – สามเกมจาก Koei Tecmo ใน Taipei Game Show 2026

ในงาน Taipei Game Show 2026 ณ ไต้หวันคราวนี้ มีบริษัทเกมน้อยใหญ่มาร่วมงานอย่างคับคั่งเช่นเคย ซึ่งในคราวนี้เราก็ได้มีโอกาสลองเดโมเกมจาก Koei Tecmo กันไปสามเกมด้วยกันครับ นั่นคือ Nioh 3, Fatal Frame 2 Remake และ Dynasty Warriors 3 Complete Edition Remastered ซึ่งเราก็จะขอมาบอกเล่าเก้าสิบความรู้สึกหลังจากได้ลองเดโมในช่วงสั้น ๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง


Nioh 3

สำหรับเดโมที่เราได้ลองนั้นมีให้เลือกสองโหมดด้วยกัน หนึ่งคือการปะทะกับบอสอย่างทาเคดะ ชินเก็น สองคือการออกสำรวจฉากที่เป็นสมรภูมิในยุคเซ็นโกคุ เราลองเลือกแบบที่สองครับ ซึ่งพอเลือกปุ๊บเกมก็ให้เราเริ่มเล่นโดยไม่มีการเกริ่นนำอะไรใด ๆ เลย

แต่โดยรวมแล้ว ถ้าใครที่เคยเล่นภาคก่อนมาก็น่าจะพอคุ้นเคยกับระบบได้ไม่ยาก ซึ่งในเดโมนี้ตัวเราจะมีรูปแบบการต่อสู้ที่สลับได้สองอย่างคือซามูไรกับนินจาครับ ซึ่งสำหรับซามูไรนี่ก็จะเน้นการสลับท่าร่างเหมือนที่ผ่านมาพวกแบบตั้งดาบบน กลาง ล่าง อะไรอย่างนั้นนั่นล่ะ รวมถึงระบบ Ki Pulse ที่น่าจะคุ้นเคยกันดี คือตีหมดจังหวะแล้วกด R1 เพื่อชาร์จพลัง Ki ให้สามารถหลบต่อได้หรือไม่ก็ตีต่อได้ทันทีอะไรแบบนั้นน่ะครับ ซึ่งซามูไรนี่จะชัดเจนว่าเป็นสไตล์ที่เน้นพลังโจมตี ไม่ลีลา ฟาดหนัก ฟาดแรง

ในขณะที่พอเป็นฝั่งนินจาจะเน้นความพลิ้ว โจมตีไวต่อเนื่อง จำนวนฮิตมากกว่าแต่ก็จะเบากว่าซามูไร และจากระบบ Ki Pulse นี่จะเป็นการหมุนตัวหลบแบบรวดเร็วแทน ซึ่งในตอนนี้ผมก็ยังไม่ชัวร์ว่าในเกมจะเรียกว่าอะไรล่ะนะ แต่แทนที่เราจะได้ฟื้นฟู Ki บางส่วนก็จะทำให้เราหมุนตัวหลบออกมาทิ้งระยะ หรือไม่ก็เปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองได้แทน ส่วนระบบการสลับท่าร่างก็จะไม่มีแล้ว แต่เป็นการเลือกใช้อุปกรณ์นินจาอย่างเช่นชูริเคนแทน

องค์ประกอบของฉากก็ยังคงมีความกว้างในระดับหนึ่ง มีเส้นทางซอกแซกให้คุณได้ลองไปสำรวจหาไอเท็ม หรือไม่ก็ตามหาเจ้าแมวโยไคตัวกลมอย่าง Scampuss ที่มันจะหนีคุณไปจนกว่าจะถึงจุดหมายที่กำหนด ซึ่งจริง ๆ แล้วคือการนำทางคุณให้ไปเก็บไอเท็มหรือค่า Amrita มาอัปพลัง หรือแม้แต่เจ้าตัวจิ๋วสีเขียว Kodama ที่ซ่อนตามซอกหลืบต่าง ๆ ก็ยังมีเช่นเดิม

ทีนี้ต้องบอกก่อนว่าผมเองก็ไม่ได้เชี่ยว Nioh อะไรเป็นการพิเศษ แต่จากที่ลองมาก็รู้สึกว่าสปีดการเล่นในภาคนี้เร็วใช้ได้ครับ ขนาดเล่นสไตล์ซามูไรผมก็ยังรู้สึกว่าออกดาบไวหลบไวเลย ใครที่ชอบแนวแอ็กชันที่รวดเร็วฉับไวก็น่าจะถูกใจกันอยู่ อีกอย่างหนึ่งที่ถ้าผมจำไม่ผิดก็คือรอบนี้ตัวเราจะสามารถกระโดดสองจังหวะได้ทั้งสองสไตล์ คือโดดปกติแล้วพอกดอีกครั้งเราก็จะม้วนหน้ากลางอากาศครับ แต่ประเด็นคือความสูงในการโดดก็ดูจะไม่ได้เพิ่มขึ้น เลยไม่รู้ว่าจะใช้ประโยชน์อะไรได้เหมือนกัน เพราะเวลาจะโดดขึ้นหลังคานี่ยังไงคุณก็ต้องมองหาจุดเหยียบอยู่ดี จะโดดชั้นเดียวหรือสองชั้นมันก็ขึ้นไม่ถึงเหมือนกัน

แต่เอาเป็นว่า ถ้าคุณชอบ Nioh อยู่แล้ว คาดว่าภาคนี้ก็ไม่ผิดหวังครับ


Fatal Frame 2 Remake

เชื่อว่าแฟน ๆ เกมสยองขวัญหรือเกมผีที่ค่อนข้างมีอายุน่าจะรู้จักกันพอสมควร กับแฟรนไชส์สาวสวยลุยดงวิญญาณอาฆาตที่ต้องต่อกรกับพวกมันด้วยกล้อง Camera Obscura ในมือ ซึ่งการกลับมาในรอบนี้ก็คือการนำเอาภาค 2 ที่โด่งดังมารีเมกใหม่ให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้นครับ

สำหรับเดโมที่เราได้เล่นมานี้ เกมจะให้เราได้เล่นในตอนที่สองสาวฝาแฝดมิโอะและมายุได้เข้ามาเยือนหมู่บ้านลับแลมินาคามิและพยายามหาทางออกไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ โดยถ้าจะให้อธิบายเทียบกับต้นฉบับ มันก็คือตอนเริ่มเกมเลยนั่นล่ะครับ ซึ่งทั้งสองก็จะได้สำรวจบ้านหลังหนึ่งในตอนต้นเกม และได้เก็บไอเท็มที่เป็นไฟฉายพร้อมกับกล้องถ่ายวิญญาณที่เปรียบเสมือนอาวุธหลักประจำแฟรนไชส์มาใช้

องค์ประกอบในเกมที่หลายคนคุ้นเคยก็ยังมีครบถ้วน เช่นการที่จะมีจังหวะที่พวกวิญญาณซึ่งไม่ประสงค์ร้ายปรากฏตัวชั่วครู่ให้เราถ่ายให้ทัน ส่วนพอช่วงที่ต้องสู้นั้น วิญญาณก็จะมีมูฟเมนต์ต่างกัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือพวกมันจะไม่มีการอิงกฎฟิสิกส์ (ก็ผีอะ) เพราะงั้นเวลาคุณเล็งกล้องกะทำแดเมจ มันก็อาจแว้บไปอีกทิศทางหนึ่งให้คุณต้องไล่ตามหา ซึ่งก็เช่นเคยว่าหากคุณรอจังหวะที่พวกมันเข้ามาใกล้จนแทบจะไซร้ซอกคอ เกมก็จะมีจังหวะกดชัตเตอร์พิเศษ Fatal Frame ให้คุณทำแดเมจผีได้แบบรุนแรงครับ

สิ่งที่เปลี่ยนไปตามสมัยนิยม (ซึ่งก็ทำมาตั้งแต่ภาค Maiden of Black Water) ก็คือมุมกล้องครับ จากต้นฉบับที่จะเป็นมุมกล้องตายตัวและเกมจะสลับมุมกล้องไปมาตามตำแหน่งที่เราเดินไป รอบนี้มุมกล้องจะมองผ่านไหล่ของมิโอะ และเวลาหยิบไอเท็มก็มักจะเล่นมุมกล้องซูมเอื้อมมือไปเก็บ คงเผื่อเอาไว้เล่นมุกตุ้งแช่ให้คนเล่นสะดุ้งนั่นล่ะครับ ซึ่งมุมกล้องพวกนี้ก็รวมถึงตอนเปิดประตูอะไรพวกนั้นด้วยนะที่กล้องจะโคลสใกล้ประตูมาก ทำให้บางครั้งเปิดไปปุ๊บก็เจอผีโปร่งใสยืนยิ้มรออยู่ปั๊บ

ระบบหนึ่งที่แปลกดีก็คือระบบจูงมือมายุเดินไปไหนมาไหนครับ ประโยชน์ที่ชัดเจนก็คือระหว่างที่คุณจูงมือนี่พลังชีวิตคุณจะฟื้นฟูได้โดยไม่ต้องกดใช้ไอเท็มเลย แต่ก็น่าสนใจว่าพอเกมจริงออกระบบนี้จะมีบทบาทหรือความสำคัญอะไรกับเนื้อหาของเกมรึเปล่า เพราะถ้าจำไม่ผิดนี่ ในต้นฉบับช่วงเวลาที่ทั้งสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันมันน้อยมาก มีแต่มิโอะวิ่งเดี่ยวทั้งเกมตามหามายุมากกว่า

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าคุณชอบเกมสยองขวัญอยู่แล้ว หรือคิดถึงแฟรนไชส์นี้ล่ะก็ เกมนี้น่าจะตอบโจทย์คุณครับ


Dynasty Warriors 3 Complete Edition Remastered

Dynasty Warriors หรือสามก๊กมุโซที่ใครต่อใครคุ้นเคย และภาคล่าสุดอย่าง Dynasty Warriors Origins ที่วางจำหน่ายไปล่าสุดก็ดูจะเป็นภาคที่เพิ่มความสดใหม่ให้กับแฟรนไชส์ได้ไม่เบา แต่สำหรับรอบนี้คือการนำเอาภาค 3 (หรือภาคชิน 2 ในแบบญี่ปุ่น) มาขายใหม่แบบรีมาสเตอร์ครับ

สำหรับเดโมที่เราได้เล่นนั้นมีตัวละครให้เล่นหนึ่งตัวจากแต่ละก๊ก ซึ่งจกก๊กก็จะมีเจ้าอวิ๋นหรือก็คือเตียวหยุน-จูล่งผู้ที่เรียกได้ว่าเป็น Poster Boy ของแฟรนไชส์มาแทบจะทุกภาคแม่ทัพผู้มีฝีมือทวนฉกาจฉกรรจ์จากเสียงสาน ฝั่งของวุยก๊กก็จะมีเซียโหวตุน หรือแฮหัวตุ้นแม่ทัพตาเดียวที่ใครต่อใครชื่นชอบจากวีรกรรมกลืนลูกตาตัวเองที่โดนลูกธนูปักและในเกมใช้ดาบใหญ่เป็นอาวุธ ส่วนฟากง่อก๊กจะเป็นสาวงามลุคทอมบอยอย่างซุนซางเซียงน้องสาวของซุนกวนที่ใช้จักรคู่เป็นอาวุธ

มาว่ากันถึงระบบการเล่นบ้าง ด้วยความที่ตัวเกมระบุมาชัดเจนว่าเป็นรีมาสเตอร์ ดังนั้นระบบการเล่นก็จะเรียบง่ายในลักษณะเดียวกับต้นฉบับครับ คือคุณกดสี่เหลี่ยมตีเบาเป็นชุดก่อนจะปิดคอมโบด้วยปุ่มสามเหลี่ยมที่ท่าก็จะต่างกันไปตามแต่จำนวนฮิตของปุ่มสี่เหลี่ยมที่คุณกด และเมื่อคุณจัดการพวกแม่ทัพนายกองลงได้ ก็จะได้ไอเท็มเพิ่มค่าพลังมา และการสู้ก็จะเน้นให้คุณลองผสมท่าแบบง่าย ๆ เพื่อทำแดเมจรุนแรง เช่นพอคุณงัดศัตรูลอยก็ทำการตีศัตรูต่อเนื่องเหมือนเดาะเลี้ยงมันเอาไว้ แล้วตบท้ายด้วยท่ามุโซปุ่มวงกลม

วิธีเคลียร์ฉากก็ตามที่รู้ ๆ กันคือยิ่งคุณกำจัดพวกแม่ทัพนายกองลงได้ กองทัพของคุณก็จะยิ่งรุกคืบยึดพื้นที่ของศัตรูได้มาก แต่ถ้าปล่อยไว้ให้ทัพคุณบุกศัตรูเอง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเอไอฝั่งคุณกับศัตรูก็ตีกันไม่ร่วงสักทีเพราะมักจะยืนคุมเชิงจ้องหน้ากันเป็นปลากัดอย่างเดียวจนกว่าคุณจะไปจัดการให้นั่นล่ะครับ

ถึงอย่างนั้น จากที่ลองมาในช่วงสั้น ๆ ผมรู้สึกว่าเกมก็มีการปรับระบบบางอย่างให้มันโมเดิร์นขึ้นอยู่ ไม่ใช่แค่ยกมาทั้งดุ้นแล้วปรับกราฟิก ที่แน่ ๆ คือจำนวนศัตรูบนจอนี่เยอะกว่าต้นฉบับบานเบอะครับ แล้วก็มีปุ่มแดชสั้น ๆ ใส่เข้ามาเพราะจำได้ว่าต้นฉบับน่าจะไม่มีการแดช (กลิ้งก็ไม่มี) กับอีกระบบนึงก็คือพวกแม่ทัพนายกองมันจะมีบางครั้งที่ยืนชาร์จพลังเตรียมปล่อยท่าหนัก ถ้าคุณเข้าไปตีด้วยคอมโบสามเหลี่ยมได้ก็จะทำให้มันชะงักแล้วเปิดช่องให้คุณโจมตี แล้วบางทีถ้าคุณลดพลังพวกมันถึงระดับหนึ่งก็จะมีเกจที่แสดงว่าพวกมันเตรียมฟื้นพลัง ถ้าคุณไปตีขัดจังหวะได้มันก็จะฟื้นพลังไม่เป็นผลอะไรทำนองนั้น

รวม ๆ แล้วผมมองว่าเวอร์ชันนี้เป็นเกมแบบยุคคลาสสิกแท้ ๆ เลย ถ้าใครคิดถึงการเล่นแอ็กชันประเภทที่ไม่ต้องคิดอะไรและอยากได้อะไรมาเล่นแบบไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องวางแผนแยะ ไม่ต้องมานั่งใส่ของจัดบิลด์ ฯลฯ เกมนี้ก็น่าจะเป็นคำตอบได้ไม่ยากครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์