Games Reviews

Super Robot Wars 30 – รีวิว [REVIEW]

Super Robot Wars 30 – รีวิว [REVIEW]

*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Bandai Namco Entertainment Asia มา ณ โอกาสนี้ครับ

หากจะให้พูดกันตามตรงแล้ว ผมเองก็เคยเล่นเกมในซีรีส์ Super Robot Taisen หรือ Super Robot Wars มาก่อนหน้านี้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้อะไร อีกทั้งก็ยังไม่ได้คอยติดตามดูอนิเมหุ่นยนต์แต่ละเรื่องแต่ละภาคที่ออกฉายสักเท่าไหร่ จึงค่อนข้างกังวลเล็กน้อยกับการรีวิวเกมภาคล่าสุดในครั้งนี้ ทว่าพอได้ลองเล่นตั้งแต่ต้นจนจบก็พบว่ามันสนุกกว่าที่คิดไว้ทีแรกพอสมควรเลยล่ะครับ


เนื้อเรื่อง

สำหรับซีรีส์ Super Robot Wars หรือที่แฟน ๆ ย่อกันว่า SRW นี้ จุดเด่นในแง่ของเนื้อเรื่องก็คงไม่พ้นการจับยำใหญ่ใส่สารพัดเนื้อหาของอนิเมหุ่นยนต์แต่ละเรื่องมารวมเข้ากันได้แบบเนียน ๆ ซึ่งมันจะไม่ใช่แค่การเอาเนื้อหาแต่ละเรื่องมาวางแปะให้เล่นกันจนจบกันเป็นเรื่อง ๆ ไป เพราะว่าในเกมนี้จะมีเนื้อหาหลักที่เป็นแกนใหญ่ของเรื่องอยู่ที่เป็นเรื่องราวแบบออริจินัลของเกมเอง แล้วจากนั้นจึงนำเอาเนื้อหาของอนิเมแต่ละเรื่องมาเสริมในแต่ละจุดแต่ละแกนเข้าด้วยกันจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันได้แบบน่าทึ่งนั่นเองครับ

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าแต่ก่อนสมัยที่ SRW ยังไม่เคยมีการแปลภาษาอังกฤษนี่ผมเล่นไปก็เพราะแค่จะดูบรรดาฉากสู้และคัตอินเจ๋ง ๆ เท่ ๆ แค่นั้น จนมาภาคล่าสุดนี่แหละที่พอแปลเป็นอังกฤษแล้วเล่นไปทำความเข้าใจเนื้อหาไปก็ต้องคารวะทีมงานที่ขยันหยิบเอาแก่นเรื่องราวของแต่ละเรื่องที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันมาผูกให้เป็นเรื่องเดียวกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายของกองทัพ Zanscare จาก Mobile Suit Victory Gundam เอย สิ่งที่ Oldna Posaydal จาก Heavy Metal L-Gaim มุ่งหวังเอย แผนการของแม่ลูกตระกูล Fahrzeug แห่ง J-Decker หรือกระทั่ง Claw จาก Gun x Sword ที่ดูยังไงก็ไม่มีทางโคจรมาเจอกันได้ แต่ทว่าพอเล่นไปเรื่อย ๆ กลับพบว่าคนเขียนบทดันตบ ๆ ทุกอย่างเข้าด้วยกันได้เฉยเลย (ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเพราะแกนเรื่องมันมีอะไรบางอย่างคล้ายกันในตัวอยู่แล้ว)

อีกประการหนึ่งที่ทำให้สนุกไปกับเนื้อหาของเกมได้มากขึ้น ก็คงเป็นบทสนทนาระหว่างตัวละครที่มาจากคนละซีรีส์คนละเรื่องนี่ล่ะครับ หลายช่วงหลายตอนเลยที่อ่านบทสนทนาไปนั่งหัวเราะหน้าจอไป ยิ่งถ้าคุณพอจะรู้บุคลิกลักษณะนิสัยของตัวละครจากแต่ละเรื่องว่าใครเป็นยังไงแล้ว ได้มาเห็นปฏิสัมพันธ์ต่าง ๆ กับตัวละครต่างซีรีส์นื่ถือเป็นอะไรที่บันเทิงไม่หยอกเลยทีเดียว ทั้งการที่ Hikaru, Umi และ Fu จาก Magic Knight Rayearth ซึ่งเป็นทีมสามสาวมัธยมต้นสามคน ต่างมอง Ryoma, Hayato และ Benkei แห่ง Getter Robo เป็นแบบอย่างด้านการทำงานเป็นทีม หรือบทสนทนาแบบเนิร์ดทะลุปรอทระหว่าง Keita แห่ง Betterman กับ Ernie (Eru) จาก Knights & Magic ที่คุยเรื่องหุ่นยนต์กันได้แบบเป็นวรรคเป็นเวร ไดนามิคระหว่างตัวละครนี่ทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดเอาไว้ทีแรกจริง ๆ (ซึ่งในจุดนี้ต้องยกประโยชน์ให้กับการแปลภาษาอังกฤษด้วยครับ)


เกมเพลย์

ในส่วนของเกมเพลย์หลักสำหรับ SRW นั้น เรียกได้ว่ายังคงลักษณะเดิมเอาไว้ที่เป็นการวางแผนการรบในแบบเทิร์นเบสผลัดกันตี พูดง่าย ๆ คือฝั่งเราจะต้องเลือกยูนิตหุ่นที่จะลงในฉากนั้น ๆ แล้วพอถึงตาเราเดิน เราก็จะเลือกโจมตีศัตรูได้ด้วยท่าต่าง ๆ (ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับระยะโจมตีท่า หรือไม่ก็เงื่อนไขของพลังใจ) แล้วพอเราจบเทิร์น ก็จะเป็นคราวของศัตรูที่ขยับตัวละครฝั่งของมันเข้ามาจู่โจมเราบ้าง พูดง่าย ๆ คือถ้าหากคุณเคยเล่น SRW ภาคก่อนหน้ามาสักภาคสองภาคล่ะก็ คุณมาจับภาคนี้ปุ๊บก็เล่นได้เลยแทบไม่ต้องปรับตัวอะไร เพียงแต่ว่าสิ่งที่สังเกตเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนกว่าที่ผ่านมาคือระบบอำนวยความสะดวกให้กับผู้เล่นนั้นมีมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ และหลายอย่างก็ถูกปรับให้เล่นง่ายขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ว่าแม้ตัวเกมจะไม่ค่อยต่างจากเดิมในแกนหลักแต่ก็ได้รับการปรับปรุงขึ้นกว่าเดิมพอสมควร

หลายคนที่เคยเล่น SRW ก็คงพอทราบกันดีอยู่แล้วว่าปกติซีรีส์นี้จะมีระบบขาประจำที่เรียกว่า “พลังจิต” ของนักบิน ซึ่งในฉบับแปลอังกฤษนี้จะเรียกว่า “Spirit” ที่เป็นคอมมานด์พิเศษประจำตัวนักบินแต่ละคน ซึ่งพอกดใช้แล้วก็จะให้ผลลัพธ์ต่างกันไป บ้างก็หลบการโจมตีได้แน่นอน บ้างก็เพิ่มพลังโจมตีสองเท่า โดยในภาคนี้ได้เพิ่มระบบอำนวยความสะดวกเข้ามาอีกหนึ่งอย่างนั่นคือ Ex-Action ที่จะเพิ่มเมื่อนักบินคนนั้น ๆ กำจัดศัตรูได้ ซึ่งระบบนี้ก็มีประโยชน์ไม่น้อยเลยเพราะผู้เล่นสามารถเลือกใช้ Ex-Action เสริมจากพลังจิตตามปกติได้ ที่มีทั้งการเพิ่มช่องเดิน หรือแม้แต่การโจมตีแล้วจะติดคริติคอล 100% ที่หากนำไปผสมกับการใช้พลังจิตส่วนตัวแล้วล่ะก็ยิ่งช่วยให้การถล่มศัตรูของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและง่ายดายแบบไม่ต้องสงสัย

หุ่นของเราแต่ละตัวแต่ละยูนิตจะสามารถพัฒนาอัปค่าพลังโดยรวมและความรุนแรงของท่าโจมตีได้โดยใช้เงินเช่นเดียวกับภาคก่อน ๆ แน่นอนว่าโบนัสพิเศษหลังจากที่อัปหุ่นไปถึงระดับหนึ่งก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม รวมถึงการเพิ่มความสามารถของนักบินจากเรื่องที่คุณชื่นชอบโดยการใช้ค่า PP ที่ในภาคนี้จะมาเป็นค่ากองกลางไว้ใช้เลือกซื้อสกิลไปใส่ให้ใครก็ได้ ไม่ผูกติดค่า PP เฉพาะกับตัวละคร ทำให้แม้จะเป็นคนที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ออกไปบู๊หรือกำจัดศัตรูก็ยังสามารถปั้นให้เก่งขึ้นมาได้เหมือนกัน

ระบบหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือการอัปเกรดยานแม่ครับ นอกเหนือไปจากการอัปเกรดความแข็งแกร่งเหมือนยูนิตอื่น ๆ แล้วภาคนี้ผู้เล่นจะมีค่า MxP ไว้ใช้อัปเกรดยานแม่โดยเฉพาะในแต่ละด้านซึ่งล้วนแล้วแต่ให้ความสามารถ passive มาสนับสนุนผู้เล่นดี ๆ ทั้งนั้น บ้างก็ช่วยให้ได้ค่าประสบการณ์จากการกำจัดศัตรูเยอะขึ้น บ้างก็เพิ่มช่องติดตั้งพาร์ทของหุ่นทุกตัว และอื่น ๆ อีกมากมายที่ออกแบบมาช่วยผู้เล่นกันเต็มที่เลยก็ว่าได้

ความสะดวกอย่างหนึ่งและถือเป็นการพัฒนาที่ดีของภาคนี้ก็คือระบบเลือกภารกิจที่ต้องการเล่นได้เองโดยอิสระครับ ผู้เล่นจะสามารถเลือกได้ว่าจะเล่นฉากไหนก่อนหรือหลัง ดังนั้นสมมติว่ามีเนื้อเรื่องมีภารกิจฉากไหนที่มาจากเรื่องที่คุณชอบหรือคุณมั่นใจว่าพอเลือกฉากนั้นแล้วหุ่นที่คุณชอบจะได้อัปเกรดเป็นตัวใหม่หรือได้ท่าใหม่แน่ ๆ คุณก็เลือกไปเล่นฉากนั้นก่อนได้เลย แล้วค่อยไปเก็บตกฉากอื่น ๆ ทีหลังได้

ไม่เพียงเท่านั้น ภาคนี้ผู้เล่นยังสามารถเลือกเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ต่าง ๆ บนแผนที่ได้เองซึ่งหลายครั้งก็มักจะมีฉากพิเศษให้เล่นที่มักได้รางวัลเป็นพาร์ทติดตั้งเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหุ่นเสมอ ถือเป็นสิ่งที่เพิ่มความแปลกใหม่ให้กับ SRW ได้พอสมควรจากเดิมที่พอเล่นจบฉากแล้วก็จะบังคับไปฉากต่อไปทันที ไม่สามารถไปเถลไถลที่ไหนได้เลย

จุดสำคัญของระบบเลือกภารกิจก็คือในเกมนี้จะมีภารกิจชนิดที่เรียกว่า Front มาให้เล่น ถ้าเรียกง่าย ๆ ก็คือด่านเอาไว้ฟาร์มเงินและฟาร์มค่าประสบการณ์ทั้งหลายนี่ล่ะครับ เพราะเมื่อเล่นจบฉากแล้วให้เราไปเล่นฉากอื่น ๆ สักพักพวกฉาก Front เหล่านี้ก็จะโผล่มาให้เล่นใหม่เรื่อย ๆ แบบไม่มีหมดสิ้น ตัดปัญหาความเก่งไม่เท่ากันของตัวละครไปได้เลยเพราะหากใครขยันเล่นวนฉากเหล่านี้ก็แทบไม่ต้องกังวลเรื่องไม่มีเงินอัปหุ่นหรือค่าประสบการณ์แน่นอน

ถึงอย่างนั้น ผมก็เจอปัญหาเล็กน้อยของระบบเลือกภารกิจเองอยู่บ้างครับ เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมเลือกเล่นภารกิจหนึ่ง ดันกลายเป็นว่าในฉากเนื้อเรื่องดันมีตัวละครที่ในขณะนั้นยังไม่มาเข้าทีมอย่างเป็นทางการเลย แต่ดันโผล่ออกมาคุยกับคนอื่นได้อย่างหน้าตาเฉย จนสุดท้ายผมต้องเลือกไปเล่นฉากอื่นก่อนเพื่อไม่ให้ตัวเองสับสนกับเนื้อหาครับ พอเข้าใจได้ว่าพอทำระบบเลือกภารกิจเองแบบนี้การจะตรวจลำดับของเนื้อหามันก็ไม่ใช่อะไรที่ง่ายเหมือนกัน

โดยรวมแล้วสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนด้านเกมเพลย์ของภาคนี้ก็คือการให้ “อิสระ” กับผู้เล่นมากกว่าภาคก่อน ๆ ที่ผ่านมาเยอะมากครับ ไม่มีการโดนบีบด้วยเงื่อนไขการผ่านฉาก ไม่มีการโดนบีบให้ต้องเน้นเก็บค่าประสบการณ์หรืออัปหุ่นเฉพาะตัวเก่ง ๆ ของแต่ละซีรีส์ หากผู้เล่นต้องการรีบเล่นเนื้อเรื่องก็ทำได้ตามใจชอบ แต่หากจะทิงนองนอยเล่นเก็บนู่นนี่นั่นไปตามจังหวะของตัวเองก็ไม่มีผลเสียอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น


กราฟิกและการนำเสนอ

กราฟิกของเกมนี้ยังคงไม่ต่างจากเดิมตามธรรมเนียมของ SRW นั่นคือในฉากคุยคุณจะได้เห็นตัวละครครึ่งตัวคุยกันโดยแบ่งเป็นสองฝั่งที่ต่างคนต่างก็มาในลายเส้นประจำเรื่องของตัวเอง บ่งบอกให้รู้ว่ามาจากคนละซีรีส์กันโดยชัดเจน แล้วพอในฉากสู้หุ่นแต่ละตัวก็จะเคลื่อนที่เข้าโจมตีกันในสไตล์กราฟิกแบบ pixel sprite ที่คุณภาพสวยงามดีใช้ได้และเคลื่อนไหวก็รวดเร็วฉับไว แต่ที่สำคัญคือท่าโจมตีในหลาย ๆ ท่าของหุ่นหลาย ๆ ตัวนั้นตัดเอาฉากอนิเมสั้น ๆ มาใส่กันเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้เอฟเฟคต์การโจมตีนั้นสวยงามและรุนแรง หากผู้เล่นเป็นแฟนอนิเมเรื่องนั้น ๆ ก็คงอินตามได้ไม่ยาก หรือต่อให้ไม่เคยดูแต่พอได้เห็นฉากโจมตีก็ยังต้องยอมรับว่าทุกอย่างมันออกมาเท่และดุดันสะใจจริง ๆ


เพลงประกอบ

ซีรีส์ SRW นั้นขึ้นชื่อเรื่องการนำอนิเมหุ่นยนต์หลายเรื่องมาขยำรวมกัน ดังนั้นเพลงประกอบในฉากสู้ของหุ่นแต่ละตัวจึงเป็นเพลงธีมประจำเรื่องที่ช่วยสร้างความฮึกเหิมได้ดี แต่สิ่งที่ต้องแจ้งกันไว้ก่อนก็คือหากเป็นเกมเวอร์ชันธรรมดาเพลงประกอบเป็นเพียงดนตรีบรรเลง แต่หากคุณต้องการเพลงแบบมีเสียงร้องประกอบด้วยจะต้องซื้อ DLC เพิ่มเติมในราคาที่ก็ไม่ถูกนัก

ถึงกระนั้น…ผมก็คงต้องยอมรับว่าหลังจากที่ได้ลองเล่นมาทั้งเกมด้วย DLC เพลงที่มีเสียงร้องมาทั้งเกมนั้น จากนี้ผมคิดว่าผมก็คงกลับไปเล่น SRW แบบมีแค่ดนตรีประกอบฉากสู้เฉย ๆ ไม่ได้แล้วเหมือนกันครับ บทเพลงประกอบฉากสู้ของแต่ละเรื่องนี่มันทรงพลังจริง ๆ


สรุป

Super Robot Wars 30 คือเกมที่เกินความคาดหวังทีแรกของผม ก็ต้องขอเปิดใจกันตรงนี้ว่าก่อนเล่นผมมีภาพจำเกี่ยวกับ SRW ไว้อย่างหนึ่งว่ามันก็คือเกมรวมอนิเมหุ่นยนต์ที่เน้นขายแฟน ๆ แบบที่ไม่น่าจะมีอะไรให้จดจำ ทว่าพอหลังจากได้เล่นภาคนี้แล้วก็พบว่าแท้จริงโดยเนื้อหาเกมนี่มันก็ชวนติดตามและสนุกกว่าที่คิดเอาไว้มาก แถมระบบเกมต่าง ๆ ก็พัฒนาขึ้นมากว่าแต่ก่อนพอสมควรเลยทีเดียว ถึงอย่างนั้นด้วยความที่เนื้อหาของเกมนั้นยาวมากหากคุณต้องการเก็บรายละเอียดให้ครบ จึงอาจทำให้รู้สึกว่าแอบซ้ำซากไปบ้างเหมือนกันในช่วงท้าย ๆ เกมครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นโดยรวมแล้ว SRW 30 คือเกมที่สนุกและผมก็หวังว่าจะได้เห็นบทบาทของทีม Dreikreuz ต่อไปในอนาคต

The Review

80% แก่นหลักยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสนุกขึ้น

แฟนหน้าเก่ายังคงสนุกได้เหมือนเดิม พร้อมระบบอำนวยความสะดวกที่จะทำให้ดึงดูดแฟน ๆ หน้าใหม่ได้มากขึ้น

80%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข้ามไปยังทูลบาร์