Reviews

STEELRISING – รีวิว [REVIEW]

โดย ปอลนาโช่

รีวิว Steelrising

ขอขอบคุณโค้ดเกม (PS5) เพื่อการรีวิว จากบริษัท Ripples Thailand มา ณ โอกาสนี้ครับ

เกมแนวโซล ถือเป็นแนวเกมที่มาแรงมากที่สุดแนวหนึ่งในยุคปัจจุบัน มันไม่ใช่กลุ่มแนวเกมฉาบฉวยที่มาแล้วก็ไป แต่มันกำลังวางรากฐาน ฝังรากลึก ให้เป็นหนึ่งในแกนหลักของสายเกมแอ็กชันสมัยใหม่ ซึ่งเราจะเห็นว่าเริ่มมีเกมใหม่ ๆ หลายเกมจากทั้งฝั่งยุโรปตะวันตก และทางญี่ปุ่นเอง ที่เผยโฉมออกมาในสไตล์เกมดังกล่าว ถือเป็นเรื่องดีนะครับ และน่าภูมิใจแทนเกมต้นตำรับอย่างดีม่อนโซล, ดาร์กโซล ที่สามารถกรุยทางเริ่มต้นให้เกิดเทรนด์อันมั่นคงแข็งแรงนี้ขึ้นมา

สำหรับวันนี้เรามีเกมใหม่ล่าสุดจากทีมงาน Spiders studio สัญชาติฝรั่งเศส ที่เคยฝากผลงานระดับคัลต์คลาสสิกประดับวงการไว้หลายเกม อาทิ Greedfall, The Technomancer, Bound by Flame, Mars: War logs, Of Orcs and Men ฯลฯ เห็นรายชื่อเกมแล้วเป็นไงครับ? เกมเกรด B+ ทั้งนั้น (ฮา) แต่แฝงความสนุกแบบลึก ๆ (จำเป็นต้องมองข้ามข้อบกพร่องไปบ้างถึงจะเจอความมันส์ซ่อนอยู่) โดยพวกเขากลับมาพร้อมเกมแอ็กชันใหม่เอี่ยมในชื่อ Steelrising ที่ดูเผิน ๆ เหมือนเกมบลัดบอร์นไม่มีผิด ซึ่งตอนเล่นเองก็เหมือนครับ…ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์

นับว่าเป็นความโชคดีของ Spiders studio ที่เกมนี้ตกมาถึงมือผมในฐานะผู้รีวิว เพราะผมเองเป็นแฟนคลับทีมงานนี้ และชื่นชอบเกมสไตล์ Eurojank เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้น เรามาดูกันเลยดีกว่าว่า Steelrising นั้นมีดีหรือไม่ดีตรงไหน อย่างไรกันบ้าง!

STORY

1789 เป็นปีแห่งการล่มสลายของบาสตีย์ และการเริ่มต้นของการล่มสลายของราชาธิปไตย ตัวเกมจะพาคุณไปพบกับประวัติศาสตร์แบบ…สมมติว่า…อีกรูปแบบหนึ่งที่จะเกิดอะไรขึ้นหากพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ผู้รักการทำนาฬิกา ได้สร้างกองทัพหุ่นยนต์ที่สามารถปราบปรามการจลาจลได้ล่ะ? กองทัพนี้มีอำนาจและโหดเหี้ยม และลงโทษผู้ก่อกบฏอย่างรุนแรง ปารีสลุกเป็นไฟและล่มสลาย ทั้งชาย, หญิงและเด็กถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม

ตัวเอก เอจิส หุ่นยนต์ในรูปร่างสตรี ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นนักเต้นสร้างความสุขให้กับชนชั้นสูง แต่ในปัจจุบันเป็นนักรบและผู้คุ้มกันของ Marie-Antoinette โดยราชินีมอบหมายให้เอจิส ลอบเดินทางแทรกซึมเข้าไปในปารีส เพื่อทำภารกิจสำคัญที่สุดของชาติ โดยเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ต้องไปเล่นกันต่อในเกมครับ

สำหรับผู้เขียน เรื่องราวอิงประวัติศาสตร์แบบนี้ก็มีความสนุกน่าติดตามในระดับหนึ่ง แต่เมื่อเล่นไปจนจบ ผมกลับไม่รู้สึกว่ามันประทับตราตรึงใจ หรือชวนอึ้ง ในระดับเดียวกับเกม AAA อื่น ๆ อย่าเข้าใจผิดนะครับ! เนื้อเรื่องไม่ได้แย่นะ แค่วิธีการเล่าเรื่องด้วยคัตซีน มันกลายเป็นความแปลกแปล่ง ไม่คุ้นชินเลยครับกับเกมแนวนี้ มันไม่ค่อยมีเรื่องปริศนาให้คาดเดา หรือคลำทางกันเองแบบในดาร์กโซล ตัวเนื้อเรื่องทั้งหมดเล่าผ่านฉาก CGI แบบในเกมทั่วไป

อ้อ มีเกร็ดข้อมูลอย่างหนึ่งที่ผมอยากบอกเล่า นั่นคือ ถ้าผมเดาไม่ผิด เสียงทีมงานพากย์ทั้งหมด (เวอร์ชันภาษาอังกฤษ) น่าจะเป็นทีมเดียวกับ Greedfall ครับ มาครบแทบทุกคนเลย

GAMEPLAY

มีหลายประเด็นน่าสนใจมากเลยครับสำหรับหัวข้อนี้! ผมไม่รู้จะเริ่มจากเรื่องไหนก่อนดี (ฮา)

อันดับแรก ตัวเกมเล่นได้ประมาณ 15-20 ชั่วโมงก็สามารถจบได้ ขึ้นอยู่กับความยากที่เลือก โดยมี 8 พื้นที่ใหญ่ ๆ ในเกมทำหน้าที่เป็นฉากที่เชื่อมต่อกัน คนเล่นต้องดำเนินภารกิจทั้งเควสต์หลักและรอง ผ่านการเดินทางกลับไปกลับมาในพื้นที่เหล่านี้นั่นแหละ โดยมีรถม้าเหล็กทำหน้าที่เป็นฟาสต์แทรเวลคอยอำนวยความสะดวกให้

ตอนเริ่มเกม ผู้เล่นสามารถเลือกระดับความยากง่ายในเกมได้เอง ซึ่ง! แบบง่ายสุดนี่ไม่ใช่อีซี่โหมดนะครับ! เพราะการปรับ difficulty ในเกมนี้เรียกว่า Assist โหมด (เหมือนเราปรับค่าพลังในเกมฟีฟ่า) ซึ่งถ้าคุณปรับให้ร่างกายเอจิสสามารถต้านทานการโจมตีได้ 100% มันก็คือก๊อดโหมดนั่นเองครับ

ใช่แล้ว เกมนี้มีก๊อดโหมดให้คุณเลือกปรับได้เอง!

ใครที่โมโหปาจอยเวลาเจอบอสโหด แต่อยากเล่นให้ผ่านเพื่อดูเนื้อเรื่องส่วนต่อไปก็เข้าไปปรับมิเตอร์ดังกล่าวได้เลย พอผ่านแล้วจะปรับกลับมาที่ค่าตั้งต้นแล้วเล่นต่อไปก็ย่อมได้

เกมนี้มีระบบบอนไฟร์แบบเดียวกับดาร์กโซล แต่จะเป็นรูปปั้นแทนครับ ใช้สำหรับรีเซ็ตโลกเกม, ขวดน้ำมัน(ขวดเลือดเพิ่มพลังชีวิต), อัปเลเวล, อัปเกรดอาวุธ และใช้ซื้อไอเท็มบางอย่างได้

การต่อสู้อันเป็นหัวใจหลักของ Steelrising นั้น…มันก็เหมือนบลัดบอร์นผสมดาร์กโซลอ่ะครับ…ซึ่งถือว่าดี ทำออกมาได้ดีมาก โดยมีจุดเด่นสำคัญที่สุดอยู่ที่อาวุธที่ใช้!

เพราะอาวุธที่เลือกถือนี่แหละ จะเป็นตัวกำหนดสไตล์การสู้ของคุณ และเป็นปัจจัยที่ต้องวางแผนในการอัปเลเวลาของคุณด้วย โดยอาวุธในเกมนี้มีมากถึง 40 ชนิด จัดกลุ่มออกมาได้เป็น 8 ประเภท คือ พัดเหล็กสังหาร, โซ่โลหะ, ง้าว Helberd, กระบองคู่ tonfas, กรงเล็บคู่, ดาบคู่, คทา Mace และ กงล้อ Wheel พิฆาต และยังไม่หมดเท่านี้ เพราะอาวุธเหล่านี้ก็จะนำไปสู่ท่าพิเศษ ที่แตกต่างกัน มีทั้งการ Parry การบล็อค, การแทงสวน, การยิงจากระยะไกล, การเสริมพลังธาตุ ไฟ, น้ำแข็ง, สายฟ้า ฯลฯ อย่างเยอะอ่ะครับผม

นอกเหนือจากอาวุธแล้ว ยังมีอุปกรณ์ช่วยในการเดินทาง (ที่คุณจะได้เพิ่มเข้ามาจากการล้มบอสตามเนื้อเรื่องไปเรื่อย ๆ ครับ) ได้แก่ โมดุลติดตั้งตะขอเกี่ยว ไว้ใช้ขึ้นที่สูง, โมดุลการทะยานจังหวะสองกลางอากาศ, โมดุลกระแทก ใช้ทำลายกำแพงและประตูที่ล็อกไว้บางจุด ฯลฯ

ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมว่ามาเหล่านี้แหละครับ คือจุดดีจุดเด่นของเกมนี้ เขาทำออกมาได้ดี เล่นแล้วสนุก ผมหาจุดตำหนิไม่ค่อยเจอสำหรับหัวข้อนี้

ART & CREATIVITY

ตัวเกมจะพาผู้เล่นเข้าสู่ปารีสในศตวรรษที่ 18 มีสถานที่ชื่อดังเช่น Hôtel des Invalides และ the Château de Saint Cloud ที่โดดเด่น ทีมงานได้จำลองอนุสาวรีย์ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองหลวงในปารีสมาอย่างมากมายเช่น Louvre, Notre-Dame de Paris หรือ Les Invalides ยังรวมถึงอนุสาวรีย์หลายแห่งที่หายไปเช่น Grand Chatelet, Pont au Change หรือ famous Bastille ใครชอบเรื่องแบบนี้น่าจะถูกใจ

อย่างไรก็ตาม การออกแบบฉากในเกมที่จำลองสวนเขาวงกต ซึ่งเป็นการจัดสวนยอดฮิตในสมัยนั้น ผมพบว่าเขาทำออกมาได้ “ชวนหลงทางเป็นอย่างยิ่ง” ผมยอมรับว่าเสียเวลาไปวันนึงเต็ม ๆ กับการวิ่งหาทางออกจากฉากดังกล่าว ไม่รู้จะชมหรือจะด่าดีครับ เอาเป็นว่าลองไปเล่นกันดู โดยผมมีคำแนะนำง่าย ๆ แบบไม่สปอยล์ให้ว่า อย่าหาทางไปแค่ในระดับสายตาตัวเอง…เท่านี้แหละครับ

นอกจากนี้ การออกแบบฉากในเกมยังแอบเผยความเป็นผลงานจากสตูดิโอเล็กให้เห็น นั่นคือมันยังมีกำแพงล่องหนคอยกั้นไม่ให้เราวิ่งไปในพื้นที่ที่สุดขอบของฉาก บางจุดก็ใช้คลองน้ำ ตัดฉากเอาดื้อ ๆ เลย (เอจิสลงน้ำไม่ได้ เดี๋ยวร่างหุ่นพัง) แทนที่จะทำให้มันเนียนกว่านี้น่ะครับ

จุดอ่อนสำคัญที่สุดอีกอย่างในเรื่องของงานภาพในเกมนี้ก็คือ คุณภาพของ CGI คัตซีน ที่ทำออกมาได้ย่ำแย่พอสมควร แถมสไตล์ภาพยังดูไม่เข้ากับฉากเกมขณะเล่น เหมือนเป็นฝีมือคนละทีมงานทำ แล้วเอามาประกอบกันแบบนั้นเลย

อย่างไรก็ตาม! ผมพบว่าการออกแบบบรรดาหุ่นศัตรูสวยงามและสร้างสรรค์ดีมากเลยครับ โดยเฉพาะบรรดาเหล่าบอส ที่นอกจากสวยแล้วยังแฝงความหมายสำคัญในการเมืองยุคนั้นของฝรั่งเศส ผมชอบมากเวลาเปิดพื้นที่ใหม่ ๆ แล้วได้เห็นศัตรูหน้าแปลก ๆ โผล่เข้ามา เขาทำได้ดีจริง ๆ ขอยกนิ้วให้

CONCLUSION

Steelrising ถือเป็นก้าวแรกที่น่าพอใจสำหรับทีมงาน Spiders ที่หันมาจับเกมแนวโซล เกมมีจุดแข็งที่ทำได้ดีในส่วนของการต่อสู้และความหลากหลายของอาวุธ มีไอเดียน่าสนใจเกี่ยวกับการออกแบบหุ่นจักรกลและเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกัน ตัวเกมก็ยังมีจุดด่างแบบเดียวกับเกมค่ายเล็กทุนไม่หนา จำพวก การออกแบบฉาก, คุณภาพงาน CGI, ขนาดของเกม เป็นต้น

Pros

  • โหมด Assist ที่ยืดหยุ่นสูง ให้ผู้เล่นปรับระดับความยากง่ายได้เองตามใจอยาก
  • อาวุธเพียบ! ออกแบบดี น่าลองใช้เกือบทุกอัน
  • ระบบต่อสู้โอเค ระบุว่าเป็นเกมแนวโซลได้อย่างไม่น่าเกลียด
  • หุ่นจักรกลต่าง ๆ มีเกมออกแบบได้น่าสนใจมาก สวยเท่
  • เกมนี้กด pause ได้!

Cons

  • ฉากชวนหลงทาง และการอ้อมไปเปิดล็อกประตูเพื่อย่นระยะทาง ในแบบเดียวกับเกมโซล ทำออกมาได้ทื่อมาก ๆ
  • คุณภาพงาน CGI ช่วงคัตซีนเนื้อเรื่อง ที่ดูแล้วแบบ…เอาจริงดิ!
  • แผนที่มีให้ก็เหมือนไม่มี ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ต้องอาศัยไอเท็มเข็มทิศดูทางได้อย่างเดียว

สำหรับ Steelrising มีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 กันยายน 2022 นี้ บน PC, PlayStation®5 และ Xbox Series X|S ส่วน The Bastille Edition จะวางจำหน่ายในวันที่ 8 ก.ย.เช่นเดียวกัน ขณะที่ DLC Cagliostro’s Secrets มีกำหนดออกวางจำหน่ายต้นเดือนพฤศจิกายน เนื้อหาจะพูดถึงภารกิจอันหนาวเหน็บนี้จะพาคุณไปยังพื้นที่ที่เก็บความลับที่กษัตริย์ซ่อนไว้ ในการผจญภัยอันมืดมิดนี้ คุณจะได้พบกับศัตรูหน้าใหม่และปลดล็อกอาวุธและเครื่องแต่งกายใหม่ ซึ่งเป้าหมายสูงสุดของคุณคือการเปิดเผยความลับเบื้องหลังการเล่นแร่แปรธาตุที่ขับเคลื่อนหุ่นยนต์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16

The Review

80% หุ่นเชิดใจดี มีก๊อดโหมด

หุ่นเชิดสังหาร Steelrising เป็นเกมที่ประกาศตัวเลยว่า นี่คือเกมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโซลซีรีส์ แต่ขณะเดียวกันก็เคารพกลุ่มผู้เล่นแคชชวลที่อยากเล่นเกมแนวนี้ได้แม้เล่นไม่เก่งมากนัก ดังนั้น มันจึงเป็นเกมที่ค่อนข้างประนีประนอม เล่นเอาเครียดก็ได้ความเร้าใจ เล่าเอาชิลก็สามารถทำได้เพลิน ๆ เหมาะมากกับคนทั่วไป หรือคนที่เพิ่งจบ 100+ ชั่วโมงมาจากเอลเด้นริง แล้วอยากมองหาเกมใหม่มาสานต่ออารมณ์แบบ "โซล" ที่ยังค้างคาครับผม

80%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข้ามไปยังทูลบาร์