Reviews

NICKELODEON ALL-STAR BRAWL 2 – รีวิว [REVIEW]

โดย ปอลนาโช่

NICKELODEON ALL-STAR BRAWL 2 – รีวิว [REVIEW]

* ขอขอบคุณบริษัท Ripples Thailand สำหรับโค้ด PS5 เพื่อการรีวิวมา ณ โอกาสนี้ครับ

เมื่อสมัย Nickelodeon All-Star Brawl ภาคแรกเปิดตัวในปี 2021 มันเป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างน่าผิดหวังอยู่บ้าง เพราะถึงแม้ตัวเกมจะได้รับคำชม(นิดหน่อย) ว่าพยายามเลียนแบบเกมต้นตำรับอย่าง Super Smash Bros ได้ดีพอใช้ แต่มันก็ยังขาดฟีเจอร์สำคัญอีกมาก อาทิ โหมดผู้เล่นเดี่ยว, เสียงพากย์ตัวการ์ตูนไม่ค่อยมี ระบบไอเท็มที่ดูขาดแคลน ฯลฯ ซึ่ง…แหม จะทำแนวเดียวกันทั้งทีก็น่าจะทุ่มทุนเพิ่มฟีเจอร์มาเกทับต้นฉบับเขาสักหน่อยก็ไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ด้วยระบบเกมเพลย์ที่ค่อนข้างเดินมาถูกทาง ส่งผลให้ทีมงาน Fair Play Labs หวนกลับมาแก้มืออีกครั้งใน Nickelodeon All-Star Brawl 2 ซึ่งคราวนี้ตัวเกมดูดีขึ้นผิดหูผิดตาเลยครับ

โดย Nickelodeon All-Star Brawl 2 เปิดตัวมาพร้อมตัวละคร 25 ตัวด้วยกัน มีให้เลือกเล่นแบบเยอะจุก ๆ กันไปเลย แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า ภาค 2 นี้ตัวละครจะต่างจากภาคแรกถึง 11 ราย เพราะเขาเลือกสลับไปหยิบเอาตัวการ์ตูนตัวอื่น ๆ ในจักรวาล Nickelodeon มาใช้บ้าง

สำหรับรายชื่อตัวละครที่เล่นได้ทั้งหมดก็คือ

Aang (Avatar: The Last Airbender)
Angry Beavers (The Angry Beavers)
April (Teenage Mutant Ninja Turtles)
Azula (Avatar: The Last Airbender)
Danny Phantom (Danny Phantom)
Donatello (Teenage Mutant Ninja Turtles)
El Tigre (El Tigre: The Adventures of Manny Rivera)
Ember (Danny Phantom)
Garfield (Garfield)
Gerald (Hey Arnold!)

Grandma Gertie (Hey Arnold!)
Jenny Wakeman (My Life as a Teenage Robot)
Jimmy Neutron (Jimmy Neutron)
Korra (The Legend of Korra)
Lucy Loud (The Loud House)
Mecha Plankton (SpongeBob SquarePants)
Nigel (The Wild Thornberrys)
Patrick (SpongeBob SquarePants)
Raphael (Teenage Mutant Ninja Turtles)

Ren & Stimpy (The Ren & Stimpy Show)
Reptar (Rugrats)
Rocko (Rocko’s Modern Life)
SpongeBob (SpongeBob SquarePants)
Squidward (SpongeBob SquarePants)
Zim (Invader Zim)

ROGUELIKE CAMPAIGN MODE

และจากที่กล่าวไปตั้งแต่ต้น…คือทีมงานเองก็คงรู้ตัวว่าจุดอ่อนเกมภาคแรกมีอะไรบ้าง มาคราวนี้พวกเขาเลยกำจัดจุดอ่อนด้วยการเติมโหมดเนื้อเรื่องสำหรับเล่นคนเดียวเข้าสู่เกม และเพื่อให้เป็นไปตามสมัยนิยม พวกเขาเลือกรูปแบบโร๊คไลค์! มาให้พวกเราได้เล่นกันครับ…

โดยมันจะมีพล็อตคร่าว ๆ ว่าเหล่าผู้เล่นจะต้องช่วยกันหยุดจอมวายร้าย Vlad Plasmius ไม่ให้มันยึดครองมัลติเวิร์สได้สำเร็จ ผู้เล่นเริ่มต้นในพื้นที่ศูนย์กลาง “Timeless Stardial” ซึ่งสามารถเลือกตัวละครและโต้ตอบกับตัวละคร NPC ต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแต่ละรัน

เมื่อเริ่มเล่น ผู้เล่นจะก้าวหน้าผ่านโหนดที่แต่ละด่านมีแชลเลนจ์และกฎพิเศษที่แตกต่างกันไป รวมถึงบรรดาศัตรูในฉากด้วย และการต่อสู้กับบอสก็เป็นจุดที่น่าสนใจของภาคนี้เช่นเดียวกัน

ระหว่างเล่นไปเรื่อย ๆ ผู้เล่นจะได้รับการเพิ่มพลังฟรีจากตัวละคร NPC หรือซื้อโดยใช้สกุลเงินในเกม การเพิ่มพลังเหล่านี้จะยังคงใช้งานได้ตลอดระยะเวลาที่เหลือของรอบนั้น ๆ แต่ถ้าแพ้แล้วกลับมายังจุดเริ่มต้นที่ Timeless Stardial พลังต่าง ๆ ก็จะถูกยกเลิกไปตามระเบียบ แต่จะมีอยู่สองสิ่งในเกมที่มูลค่าจะยังคงอยู่นั่นคือ green Slimy และ purple Splat ซึ่งคนเล่นจะสามารถนำไปใช้เพิ่มพลังพิเศษ หรือใช้อัปเกรดเพิ่มช่องสำหรับเพิ่มพลังด้านต่าง ๆ ที่จะนำไปใช้ในการรันครั้งต่อ ๆ ไป

ทีนี้ ผมพบว่าโหมดนี้ฟังดูดีเวลาเราอ่านข้อมูลการเล่นของมันนะครับ แต่พอเวลาเล่นจริง มันค่อนข้างที่จะรู้สึกว่ามีการเล่นซ้ำซากเร็วมาก ๆ เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกโหนดทุกรันมันก็เล่นตะลุมบอนเหมือนเดิมนั่นแหละ จะมีกติกาที่เป็นเป้าหมายแตกต่างกันบ้าง…ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะสุดท้ายก็เล่นแบบเดิมนั่นเอง

GAMEPLAY

เกมเพลย์คือจุดแข็งที่แท้จริงของเกม ๆ นี้ครับ!

โดย Nickelodeon All-Star Brawl 2 เป็นเกมต่อสู้แพลตฟอร์ม ที่มีรูปแบบการเล่นได้รับการอัปเดตปรับปรุงมาจากภาคแรก มีการแก้ไขท่าเคลื่อนไหวของตัวละครทั้งหมด และมีการเพิ่มกลไกใหม่ ๆ เช่น การหลบหลีกกลางอากาศและการกลิ้งหลบ ในระหว่างต่อสู้

คุณสามารถสะสม “Slime Meter” ได้โดยการโจมตีคู่ต่อสู้และใช้มันในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เพิ่มพลังการโจมตี หรือเปิดใช้งานการโจมตีพิเศษเฉพาะตัวละครอันทรงพลัง

และจากการทดสอบเล่นเองไปหลายรอบ ผมพบว่ากลไกการต่อสู้ในเกมนี้แข็งแกร่งมาก ออกแบบมาได้ดี ตัวละครมีการเคลื่อนไหวรวดเร็วและแม่นยำ มีการโจมตีที่ทรงพลัง มีน้ำหนัก คุณจะรู้สึกถึงพลังทำลายล้างได้อย่างชัดเจน

ซึ่งประเด็นนี้สำคัญมากนะครับ กล่าวคือ ถึงโหมดหลัก โหมดเสริม โหมดมินิเกมยิบย่อยต่าง ๆ จะออกแบบมาน่าเบื่อ แต่ในเมื่อแกนหลักของตัวเกมเพลย์มันดี…ก็แปลว่าคุณจะมีเกมต่อสู้แพลตฟอร์มคุณภาพดีไว้เล่นกับเพื่อน ๆ ในแบบมัลติเพลเยอร์ได้ยังไงล่ะ! (แถมด้วยการเปลี่ยนบรรยากาศจากแก๊งมาริโอ้จากเกมฮิตเดิม ๆ นั่นด้วยนะ)

ART & CREATIVITY

ตัวเกมคราวนี้มีการให้เสียงพากย์ตัวการ์ตูนเต็มรูปแบบเพื่อกลบข้อด้อยจากภาค 1 แถมยังมีการออกแบบฉากต่อสู้ในเกมมากถึง 26 ด่านกันไปเลย นอกจากนี้ Nickelodeon All-Star Brawl 2 ยังรองรับผู้เล่นสูงสุดถึง 4 คน บนแพลตฟอร์มใดก็ได้ เพราะสามารถเล่นข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างราบรื่น โดยใช้โค้ดเน็ตที่ได้รับการปรับปรุงสำหรับคอนโซลและพีซี

CONCLUSION

ก็สรุปให้แบบสั้น ๆ กระชับจับใจความไปเลยนะครับว่า Nickelodeon All-Star Brawl 2 เป็นเกมต่อสู้ตะลุมบอนแพลตฟอร์มที่ออกแบบเกมเพลย์มาได้ดีมาก และดีกว่าภาคแรกแบบไม่เห็นฝุ่น ทว่าโหมดแคมเปญแบบตายแล้วเริ่มใหม่ให้ความรู้สึกว่าต้องเล่นจำเจ วน ๆ ซ้ำ ๆ เกินไปหน่อย ดังนั้น เกมนี้ ๆ จึงเหมาะกับการซื้อมาเล่นกับครอบครัวและเพื่อนฝูง มากกว่านั่งตำอยู่คนเดียวในห้องนะครับ

Pros

  • ระบบต่อสู้ปรับจูนมาลงตัวดีมาก เล่นได้ดี/สนุก, รู้สึกว่าการโจมตีมีน้ำหนัก/มีความแรงจริง ๆ
  • มีตัวการ์ตูนหลากหลายให้เล่น และฉากที่ให้บรรยากาศเดียวกับการ์ตูนอันคุ้นเคย

Cons

  • แคมเปญโหมดเล่นซ้ำ ๆ แบบเดิม ๆ น่าจะเบื่อกันเร็วเลยแหละ, (เกมนี้เน้นเล่นกับเพื่อนฝูงมากกว่า)
  • ตัวเกมหนีไม่พ้นเงาของ Super Smash Bros แค่เปลี่ยนตัวละครมาเป็น Nickelodeon

หมายเหตุ – Nickelodeon All-Star Brawl 2 DLC จะประกอบด้วย ซีซันพาส, แพ็กคอสตูม และ Future Individual DLC Brawlers สำหรับตัวละครใหม่ ๆ ที่กำลังจะมา(+3 ชุดคอสตูมใหม่ ๆ) ในปีหน้า!

The Review

75% เกมต่อสู้แพลตฟอร์ม สำหรับแฟนการ์ตูน Nickelodeon

Nickelodeon All-Star Brawl 2 จำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว บน PlayStation5, PlayStation4, Xbox Series X|S, Xbox One, Nintendo Switch, และ PC บน Steam สำหรับการจำหน่ายในรูปแบบแผ่นเกมจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 1 ธันวาคม 2023 นี้ ตัวเกมพัฒนาโดย Fair Play Labs และ Ludosity จำหน่ายโดย GameMill Entertainment

75%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์